- หน้าแรก
- เล่ห์รักภูตชาเขียว แผนป่วนหัวใจท่านจอมพลมังกรให้ยอมสยบ
- บทที่ 10 - ไอ้ผู้ชายเฮงซวย รุนแรงชะมัด ทำเอากิ่งก้านแทบหัก
บทที่ 10 - ไอ้ผู้ชายเฮงซวย รุนแรงชะมัด ทำเอากิ่งก้านแทบหัก
บทที่ 10 - ไอ้ผู้ชายเฮงซวย รุนแรงชะมัด ทำเอากิ่งก้านแทบหัก
บทที่ 10 - ไอ้ผู้ชายเฮงซวย รุนแรงชะมัด ทำเอากิ่งก้านแทบหัก
รองแม่ทัพอ้ายกับต้าม่าจื่อหันมามองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น เหลือเชื่อสุดๆ
ท่านจอมพลเป็นเผ่ามังกรที่มีพลังจิตและพลังพิเศษแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล แต่ไร้คู่ครอง ทุกปีพอถึงช่วงฤดูหาคู่ ท่านจะคลุ้มคลั่ง กระหายเลือด พลังปั่นป่วนจนแทบควบคุมไม่อยู่ นอกจากต้องใช้ความอดทนขั้นสูงสุดแล้ว ยังต้องหาที่ระบายความรุนแรงออกไป
ปีนี้แค่มานอนที่โรงแรมเฟิร์สโฮเทลคืนเดียวก็หายเป็นปลิดทิ้ง? หรือว่าโรงแรมนี้จะเป็นฮวงจุ้ยมังกรในตำนาน?
เอ๊ะ... เดี๋ยวสิ ทำไมคอท่านจอมพลมีแผล? รอยขีดข่วนเลือดซิบๆ นั่นมันดูสดใหม่มากเลยนะ
ฉงหมิงตวัดสายตาเย็นเยียบมองรองแม่ทัพอ้ายกับต้าม่าจื่อ ทั้งสองคนรีบสงบเสงี่ยมเจียมตัว ก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองแทบไม่ทัน
"ผู้เฒ่าจิน คุณดูสิว่านี่คือพืชชนิดไหน?" ฉงหมิงหยิบกิ่งไม้สีเขียวอ่อนที่ยาวกว่านิ้วกลางนิดหน่อยออกมา กิ่งนั้นมีใบอ่อนติดอยู่สองใบ สภาพใบหงิกงอเหมือนโดนไฟลน
ผู้เฒ่าจินยื่นสองมือไปรับมาอย่างระมัดระวัง พลิกดูไปมา แล้วยกขึ้นดม กลิ่นหอมอ่อนๆ แตะจมูก สมองพลันปลอดโปร่ง พลังจิตเหมือนได้รับการชำระล้าง
เขาตาโตด้วยความตื่นเต้น "ท่านจอมพล! สิ่งนี้มีพลังจิตแฝงอยู่ เป็นพลังจิตธาตุไม้ที่หายากยิ่ง"
เสียงทุ้มต่ำของฉงหมิงขัดขึ้นอย่างเย็นชา "ผู้เฒ่าจิน ผมถามว่ารู้จักไหมว่านี่คือพืชอะไร ไม่ได้ถามว่ามันมีพลังจิตธาตุไม้หรือเปล่า"
ผู้เฒ่าจินรีบเก็บอาการตื่นเต้น ตอบอย่างนอบน้อม "ขออภัยครับท่านจอมพล ผมมีความรู้น้อยนิด เรื่องพืชพรรณไม่ค่อยถนัด จึงระบุไม่ได้ว่าพืชที่มีพลังจิตธาตุไม้ชนิดนี้คือต้นอะไร"
"แต่ผมรู้จักนักพฤกษศาสตร์เก่งๆ หลายคน ถ้าท่านอนุญาต ผมจะนำกิ่งไม้นี้ไปให้พวกเขาช่วยตรวจสอบ"
ฉงหมิงยื่นมือออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ผู้เฒ่าจินใจหายวาบ หน้าแดงด้วยความอาย รีบส่งกิ่งไม้คืนให้ด้วยสองมือ ลืมไปเลยว่าท่านจอมพลคือผู้มีอำนาจสูงสุด แค่กระดิกนิ้ว นักพฤกษศาสตร์ระดับท็อปของประเทศก็พร้อมจะมารายงานตัว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเขาเลย
ฉงหมิงรับกิ่งไม้กลับมา จ้องมองผู้เฒ่าจิน "ผู้เฒ่าจิน เมื่อกี้คุณตรวจร่างกายผม ไม่พบความผิดปกติอะไรเลยเหรอ?"
ผู้เฒ่าจินพยักหน้า "พบความผิดปกติเล็กน้อยครับ แต่ยังไม่กล้ายืนยัน ต้องใช้เครื่องมือตรวจละเอียดอีกทีถึงจะสรุปได้"
ฉงหมิงสายตาคมกริบ "ว่ามา"
ผู้เฒ่าจินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "ท่านจอมพล... จากการตรวจเบื้องต้น ผมพบว่าพลังจิตของท่านเหมือนได้รับการ... บำบัดและจัดระเบียบมาครับ"
"แต่คิดอีกที นักบำบัดที่เก่งที่สุดในจักรวรรดิมีพลังจิตแค่ระดับ 2S ไม่มีทางบำบัดพลังจิตของท่านได้"
ฉงหมิงย้อนถาม "งั้นเหรอ?"
ผู้เฒ่าจินตาเป็นประกาย "ท่านจอมพล... หรือว่า..."
"ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" ฉงหมิงลุกขึ้นยืน เสียบกิ่งไม้เล็กๆ ลงในกระเป๋าเสื้อ สั่งการด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทรงอำนาจ "รองแม่ทัพอ้าย ไปตรวจสอบรายชื่อแขกที่เข้าพักในโรงแรมเฟิร์สโฮเทลตั้งแต่เมื่อคืนทั้งหมด"
"โฟกัสไปที่ผู้หญิงเผ่ามนุษย์ หรือเพศเมียเผ่ามนุษย์สัตว์และครึ่งอสูร ที่มีพลังธาตุมิติหรือพลังล่องหน เจอตัวแล้วเอาประวัติมาให้ผม"
ผู้เฒ่าจิน: "!!!!"
พลังจิตของท่านจอมพลได้รับการบำบัดจริงๆ ด้วย
เจ้าของกิ่งไม้สีเขียวนี้คือผู้ใช้พลังธาตุไม้ระดับเทพ?
นี่มัน... ข่าวใหญ่สะเทือนจักรวรรดิชัดๆ
รองแม่ทัพอ้ายตบเท้าตอบรับเสียงดังฟังชัด "รับทราบครับท่าน!"
ฉงหมิงก้าวเดินออกจากห้องด้วยรองเท้าคอมแบท ไหล่กว้าง เอวสอบ ขายาว ท่าทางองอาจน่าเกรงขาม รอยขีดข่วนบนลำคอโชว์หราอย่างไม่แคร์สายตาใคร
ทหารที่เฝ้าอยู่ข้างนอกทำความเคารพพร้อมเพรียง แล้วเดินตามท่านจอมพลขึ้นไปยังดาดฟ้าโรงแรม ก่อนจะขึ้นยานบินทหารมุ่งหน้าสู่กองบัญชาการ
เจียงชาชาในร่างต้นไม้ฝังรากลึกดูดสารอาหารจากดินอยู่หลายชั่วโมงจนฟื้นตัวกลับมาเป็นมนุษย์
ความปวดเมื่อยตามร่างกาย และกลิ่นอายของไอ้ปีศาจบ้ากามที่ติดตัวหายไปจนหมดสิ้น
เธอบิดขี้เกียจคลายกล้ามเนื้อ ร่ายเวทล่องหน แล้วพุ่งตัวออกจากพงไม้ กระโดดขึ้นยานบิน สตาร์ทเครื่องบึ่งกลับโรงเรียน
ร่างเดิมเจียงชาชาเป็นนักเรียนปี 1 สาขาบำบัดมนุษย์สัตว์และครึ่งอสูร แห่งโรงเรียนเตรียมทหารหลวง
สาขานี้มีทั้งหมด 6 ห้อง นอกจากห้อง 6 ที่เจียงชาชาเรียนอยู่ ห้องอื่นๆ ล้วนแต่เป็นนักเรียนที่มีพลังระดับ C ขึ้นไป
มีแค่ห้อง 6 ที่รวมพวกปลายแถว พลังต่ำเตี้ยระดับ C ลงมา รวมถึงพวกไม่มีพลังแบบเจียงชาชา ทั้งมนุษย์ มนุษย์สัตว์ และครึ่งอสูร
โต๊ะเรียนของเจียงชาชาอยู่มุมอับหลังสุดของห้อง ทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาในห้อง 6 เสียงจอแจก็เงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอ โดยเฉพาะสายตาอาฆาตมาดร้ายบางคู่
ห้อง 6 มีนักเรียนรวมเจียงชาชาแค่ 21 คน ห้องเรียนกว้างขวางขนาดนี้ แต่ด้วยฝีปากยุยงของเจียงอีจูและฉู่หมิง ทำให้เพื่อนร่วมห้องพร้อมใจกันบูลลี่และถีบหัวส่งเธอไปนั่งมุมห้อง เจียงชาชาในฐานะภูตชาเขียวเห็นแล้วยังต้องอุทานว่า "เชรดดด สุดยอดไปเลยพี่บัวลอย!"
เจียงชาชาเดินฝ่าสายตาประชาชี ตรงดิ่งไปยังที่นั่งของตัวเอง
พวกที่เหม็นขี้หน้าเธอพากันยื่นขาออกมาขัดขา หวังจะให้เธอสะดุดหน้าทิ่มพื้นให้อับอายขายขี้หน้า
แต่ผิดคาด เจียงชาชาหยุดกึก หันไปมองเจ้าของขาข้างนั้น ลู่หลิงเอ๋อร์ เพศเมียมนุษย์สัตว์ ผู้มีพลังระดับ C "ลู่หลิงเอ๋อร์ ร่างสัตว์เธอคือกวางดาว มีสี่กีบ เวลาวิ่งกระโดดดึ๋งดั๋งก็น่ารักดีอยู่หรอก"
"ฉันกับเธอไม่มีความแค้นต่อกัน แต่เธอฟังคำยุยงชาวบ้านแล้วก็มาหาเรื่องฉันไม่เลิก"
"เมื่อก่อนฉันอาจจะยอมหยวนๆ แต่เจียงชาชาคนนี้ความอดทนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ฉันเตือนเธอด้วยความหวังดีนะ รีบเก็บกีบเท้าของเธอไปซะ ไม่งั้นถ้าฉันเผลอเหยียบหัก จะวิ่งไม่ได้อย่ามาโทษกันนะจ๊ะ"
ร่างเดิมไม่มีพลังเลยสู้พวกมีพลังไม่ได้ แต่เธอเป็นถึงภูตชาเขียว ต่อให้พลังเหลือแค่สองส่วน ไอ้มดปลวกพวกนี้มัดรวมกันเข้ามาก็ยังไม่ใช่คู่มือ
ที่ยอมเตือนดีๆ ถือว่าเห็นแก่หน้าเจียงชาชาคนเก่าที่สละร่างให้หรอกนะ
ลู่หลิงเอ๋อร์โดนหยามหน้ากลางห้อง โมโหจนลุกพรวด ผลักไหล่เจียงชาชาเต็มแรง "เจียงชาชา นังขยะไร้พลัง แกเอาความกล้ามาจากไหนมาปากดีใส่ฉัน..."
เจียงชาชาไวปานวอก มือคว้าข้อมือลู่หลิงเอ๋อร์ก่อนที่จะแตะโดนตัว แล้วเหวี่ยงแขนนั้นกระแทกกับโต๊ะเรียน
ปัง!
โต๊ะเรียนที่ทำจากวัสดุแข็งแรงแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
ตามมาด้วยเสียง กร๊อบ
ข้อมือของลู่หลิงเอ๋อร์หักสะบั้น
เจียงชาชาแกล้งทำหน้าตื่น ปล่อยมือถอยหลังไปสองก้าว "ว้ายตายแล้ว ลู่หลิงเอ๋อร์ มือเธอแข็งแกร่งมาก ฟาดโต๊ะทีเดียวแตกละเอียดเลยเหรอ?"
ชาวกาแล็กซี M31 นี่กระดูกเปราะกันจริงๆ ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ ออกแรงนิดเดียวก็หักแล้ว
คราวหลังต้องเบามือหน่อย เอะอะหักแขนหักขาแบบนี้เสียลุคสาวหวานหมด
ลู่หลิงเอ๋อร์หน้าซีดเผือดด้วยความเจ็บปวด มองซากโต๊ะเรียนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา โต๊ะเรียนของโรงเรียนทหารที่แม้แต่พวกระดับ S ยังทุบไม่แตก วันนี้โดนเธอสะบัดมือเบาๆ ก็พังยับเยินเนี่ยนะ?
"เจียงชาชา แกตายแน่" แก๊งลูกสมุนของลู่หลิงเอ๋อร์กรูเข้ามาล้อมกรอบเจียงชาชา ขู่ฟ่อ "แกกล้าหักมือลู่หลิงเอ๋อร์ พวกเราจะหักแขนแกทั้งสองข้าง!"
"ใช่ สงสัยจะลืมรสชาติการโดนกดหัวขอขมาในห้องน้ำไปแล้วสินะ"
"ลากมันไปห้องน้ำ! วันนี้ต้องสั่งสอนให้มันรู้สำนึกว่าใครคือขาใหญ่ประจำห้อง 6!"
ตบกันในห้องน้ำอีกละ มุกตื้นๆ แสนจะคลาสสิก ไม่มีความคิดสร้างสรรค์เอาซะเลย ตบกันกลางห้องเรียนไม่ได้หรือไง?
เจียงชาชาเห็นพวกนั้นเงื้อมมือจะมาผลัก เธอแสยะยิ้มไร้เดียงสา "ไม่ต้องผลัก ฉันเดินเองได้"
พวกอันธพาลชะงัก นังนี่มันบ้าหรือเปล่า ไม่กลัว ไม่หนี แถมยังเดินนำไปเอง?
เจียงชาชาเดินไปถึงประตู พอเห็นว่าข้างหลังยังไม่ตามมา ก็หันไปเร่งยิกๆ "อ้าว ไหนว่าจะสั่งสอนฉันไง เร็วๆ เข้าสิ อย่ามัวชักช้า เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมาตั้งใจเรียน!"
[จบแล้ว]