- หน้าแรก
- เล่ห์รักภูตชาเขียว แผนป่วนหัวใจท่านจอมพลมังกรให้ยอมสยบ
- บทที่ 5 - ยุให้รำตำให้รั่ว นั่งดูหมากัดกัน
บทที่ 5 - ยุให้รำตำให้รั่ว นั่งดูหมากัดกัน
บทที่ 5 - ยุให้รำตำให้รั่ว นั่งดูหมากัดกัน
บทที่ 5 - ยุให้รำตำให้รั่ว นั่งดูหมากัดกัน
ฉู่หมิงกับมู่เหม่ยซีหน้าตาตื่นวิ่งเข้ามาดูมือของเจียงอีจู
นิ้วทั้งห้าของเธอ สี่นิ้วหักพับลงมาจากข้อนิ้วที่สอง ส่วนนิ้วโป้งหักสะบั้นตั้งแต่โคน
สภาพแต่ละนิ้วห้อยต่องแต่ง มีแค่หนังกำพร้าบางๆ ยึดไว้ไม่ให้กระดูกหลุดร่วงลงพื้น
"เจียงชาชา ทำไมเธอถึงได้จิตใจอำมหิตขนาดนี้?" ฉู่หมิงลืมสถานะคู่หมั้นไปสนิทใจ เปิดฉากด่าเจียงชาชาเป็นคนแรก "เธอรู้ไหมว่าน้องเป็นผู้ใช้พลังธาตุน้ำระดับ B มือของน้องมีค่าแค่ไหน ในสนามรบช่วยชีวิตคนได้ตั้งเท่าไหร่?"
มู่เหม่ยซีผสมโรงด้วยความผิดหวัง "ชาชา กล้าทำร้ายน้องต่อหน้าต่อตาแม่แบบนี้ ลูกทำเกินไปแล้วนะ แม่ผิดหวังในตัวลูกจริงๆ"
ไอ้คู่หมั้นเฮงซวยกับแม่เลี้ยงใจยักษ์นี่พันธุ์เดียวกันชัดๆ ใจเอียงกระเท่เร่ไปหาฝั่งนู้นหมด
เจียงชาชากระพริบตาปริบๆ น้ำตาคลอเบ้า ทำปากสั่นระริก "แม่คะ พี่ฉู่หมิงคะ ที่หาว่าหนูทำร้ายน้อง... ลืมไปหรือเปล่าคะว่าหนูเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษ ตัวก็แค่นี้?"
"เอาเถอะ ถึงจะลืมไปแล้ว แต่ตายังดีอยู่ก็น่าจะเห็นนะคะ ตั้งแต่น้องเดินจูงมือพี่ฉู่หมิงเข้ามา หนูยังนั่งติดเก้าอี้ไม่ได้ขยับไปไหนเลย น้องต่างหากที่พุ่งเข้ามาจะตบหนู หนูก็แค่หลบ ไม่ได้แตะตัวน้องแม้แต่ปลายเล็บ แล้วหนูจะไปทำให้น้องเจ็บได้ยังไงคะ?"
ฉู่หมิงกับมู่เหม่ยซีชะงักกึก เหมือนโดนตบหน้าเรียกสติ หน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
พวกเขาลืมไปสนิทว่าเจียงชาชาเป็นแค่คนธรรมดา ถ้าสู้กับผู้ใช้พลังระดับ B จริงๆ มีแต่จะโดนยำเละฝ่ายเดียว ไม่มีทางสวนกลับได้
มือของเจียงอีจูฟาดไปโดนโซฟาหักเอง ไม่เกี่ยวกับเจียงชาชาเลยสักนิด พวกเขานี่แหละที่หน้ามืดตามัวโยนความผิดให้เธอ
เจียงอีจูเจ็บจนหน้าซีด ปากยังพ่นคำผรุสวาทไม่หยุด "นังแพศยา แกนั่นแหละ แกตีนิ้วฉันหัก"
"แกอยากจะเบี้ยวล่ะสิ ฝันไปเถอะ"
คนกากมักชอบโวยวาย
คนเก่งเขาเชือดนิ่มๆ ย้อนศรให้เจ็บแสบ แล้วนั่งดูหมากัดกัน
เจียงชาชาเมินเจียงอีจู ลุกขึ้นยืน ขอบตาแดงก่ำดูน่าสงสารจับใจ น้ำเสียงสั่นเครือสะอึกสะอื้น
"แม่คะ พี่ฉู่หมิงคะ น้องไปอยู่ดาวขยะมาตั้ง 15 ปี ทุกคนสงสารน้อง อยากชดเชยให้น้อง หนูเข้าใจ และหนูก็สนับสนุน"
"สามปีที่น้องกลับมา น้องอยากได้ห้องหนู หนูก็ยกให้ น้องอยากได้เสื้อผ้าหนู หนูก็ให้"
"น้องบอกว่าพี่ฉู่หมิงชอบน้องมากกว่า ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ที่โรงเรียน หนูก็ไม่เคยปริปากบ่น"
"น้องบอกว่าคนธรรมดาอย่างหนูไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ ที่บ้านเลยไม่ให้เงินหนูสักบาท หนูก็ไม่เคยน้อยใจ ออกไปทำงานพาร์ตไทม์หาเงินเอง"
"บรรลุนิติภาวะ 18 ปี แต่หนูต้องออกไปทำงานตั้งแต่ 15 วันนึงได้ค่าแรงแค่ 50 เหรียญ สามปีมานี้นอกจากชุดนักเรียนที่โรงเรียนแจก หนูไม่เคยได้เสื้อผ้าใหม่เลยสักชุด การถอยของหนูมันยังไม่พออีกเหรอคะ?"
"ได้ค่ะ ถ้ายังไม่พอ หนูจะขึ้นเว็บประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเจียง ประกาศถอนหมั้นกับพี่ฉู่หมิงอย่างเป็นทางการ น้องอยากได้อะไรก็เอาไปให้หมดเลยค่ะ ยกให้หมดเลย!"
เจียงชาชาพูดจบก็น้ำตาร่วงเผาะๆ มองฉู่หมิงกับมู่เหม่ยซีด้วยสายตาตัดพ้อ บทบาทนางเอกเจ้าน้ำตาผู้เสียสละถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ร่างเดิมเจียงชาชามีปากแต่ไม่รู้จักใช้ เอาแต่อดทนจนโดนเขารังแก
แต่เธอคือปีศาจชาเขียว ขอแค่เธออยากจะพูด กิ่งก้านทุกกิ่งก็กลายเป็นปากได้ เธอไม่เอาปากไว้ประดับหน้าเฉยๆ หรอกนะ
ฉู่หมิงได้ยินว่าจะถอนหมั้น ทั้งตกใจ ทั้งดีใจ แต่ก็แอบรู้สึกผิดปนตื่นเต้น เผลอบีบแขนเจียงอีจูแน่น
เยี่ยมไปเลย ในที่สุดก็จะสลัดนังขยะนี่ทิ้ง แล้วได้คบกับอีจูผู้มีพลังพิเศษอย่างเปิดเผยสักที
เจียงอีจูโดนบีบแขนเจ็บ ร้อง "โอ๊ย พี่ฉู่หมิง..."
มู่เหม่ยซีแม้จะรู้สึกผิดแต่สติยังอยู่ครบ รีบปัดมือฉู่หมิงออก "ฉู่หมิง เธอเป็นคู่หมั้นชาชา อีจูคือน้องเมียในอนาคต รักษาระยะห่างหน่อย เดี๋ยวคนอื่นเขาจะนินทา"
"ชาชา แม่ไม่รู้เลยว่าลูกต้องทนทุกข์ขนาดนี้ อีจูเขาลำบากมา 15 ปี แม่เลยสงสารจนเผลอลืมลูกไป"
"ลูกวางใจนะ ต่อไปน้องได้ค่าขนมเท่าไหร่ แม่จะให้ลูกเท่านั้น แม่จะรักลูกเหมือนเดิม"
"ไอ้เรื่องประกาศตัดขาดหรือถอนหมั้นอะไรนั่น อย่าพูดเหลวไหลอีกนะ"
ที่บ้านกำลังจะใช้ประโยชน์จากเธอเพื่ออัปเกรดฐานะ ถ้าเธอไปป่าวประกาศตัดความสัมพันธ์ เธอก็จะไม่ใช่คนตระกูลเจียง และไม่ใช่คู่หมั้นฉู่หมิงอีกต่อไป
แผนการส่งเธอไปบรรณาการเพื่อแลกผลประโยชน์ก็จะกลายเป็นการค้ามนุษย์ทันที เธอฟ้องเมื่อไหร่ก็คุกเมื่อนั้น
แถมลูกสาวสุดที่รักอย่างอีจูก็จะโดนตราหน้าว่าเป็นมือที่สามแย่งคู่หมั้นพี่สาว ชื่อเสียงป่นปี้หมด
ฉู่หมิงขยับตัวเข้าไปใกล้เจียงชาชา สบตากับดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้น หัวใจกระตุกวูบ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าวันนี้เธอดูสวยขึ้น ดูน่าทะนุถนอมแปลกๆ
เจียงชาชาปล่อยหมัดฮุกใส่มู่เหม่ยซี "หนูไม่ได้อยากได้เงินของแม่ค่ะ หนูแค่อยากได้ความรักจากแม่"
มู่เหม่ยซีเหมือนโดนฟ้าผ่าเปรี้ยง ยืนนิ่งอึ้งพูดไม่ออก
เจียงอีจูที่โดนเมินหัวเน่า บวกกับความแค้นที่โดนตบเมื่อกี้ สติขาดผึง ไม่สนนิ้วที่หัก พุ่งเข้าใส่เจียงชาชา
"นังแพศยา! ใครสั่งใครสอนให้แกมาเล่นละครตบตาแย่งแม่ แย่งพี่ฉู่หมิงไปจากฉัน ฉันจะตบให้ตายคามือ!"
เจียงชาชาร้องว้าย หิ้วกระโปรงวิ่งหนีไปทางประตู ปากก็ตะโกน "น้องอย่าตีพี่ น้องอย่าตีพี่ พี่ผิดไปแล้ว พี่ขอโทษ"
สมรรถภาพร่างกายของร่างเดิมอาจจะสู้เจียงอีจูไม่ได้ แต่เจียงชาชาที่มีพลังภูตเหลืออยู่สองส่วนก็พลิ้วไหวอย่างกับปลาไหล
เจียงอีจูคว้าได้แต่น้ำเหลว เจียงชาชาวิ่งปรู๊ดไปขึ้นยานบิน สตาร์ทเครื่องพุ่งขึ้นฟ้าหนีไปอย่างผู้ชนะ
เจียงอีจูวิ่งตามออกมา เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วด่ากราด "เจียงชาชา นังสารเลว ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่ หนีได้หนีไป กลับไปโรงเรียนเมื่อไหร่แม่จะเอาให้ตาย..."
"พอได้แล้ว!" มู่เหม่ยซีตวาดลั่น ชี้หน้าด่าเจียงอีจู "เป็นถึงคุณหนูตระกูลเจียง อ้าปากก็แพศยา หุบปากก็สารเลว สามปีที่ผ่านมาฉันส่งแกไปเรียนผู้ดี แกเอาความรู้ไปให้หมากินหมดแล้วเหรอ?"
เจียงอีจูอึ้งกิมกี่ มองหน้าแม่ตัวเอง "แม่..."
มู่เหม่ยซีสวนกลับ "มือแก แกก็ทำตัวเอง จะไปเกี่ยวกับพี่เขาได้ยังไง พี่เขาเป็นแค่คนธรรมดาไม่มีพลัง จะเอาปัญญาที่ไหนมาทำร้ายแก?"
"ปกติแกจะเอาแต่ใจ แม่ก็หลับตาข้างหนึ่งยอมๆ ให้ แต่นี่แม่ย้ำนักย้ำหนาว่าให้พาพี่กลับมาดีๆ พี่เขามีประโยชน์กับตระกูลเรา"
"แกยังจะไปหาเรื่องเขาอีก แกนี่มันสลัดกลิ่นขยะจากดาวบ้านนอกไม่หลุดจริงๆ ใช่ไหม?"
[จบแล้ว]