- หน้าแรก
- เล่ห์รักภูตชาเขียว แผนป่วนหัวใจท่านจอมพลมังกรให้ยอมสยบ
- บทที่ 1 - ภูตสาวจอมมารยา แค่ลงอ่างก็ตุยเย่
บทที่ 1 - ภูตสาวจอมมารยา แค่ลงอ่างก็ตุยเย่
บทที่ 1 - ภูตสาวจอมมารยา แค่ลงอ่างก็ตุยเย่
บทที่ 1 - ภูตสาวจอมมารยา แค่ลงอ่างก็ตุยเย่
"ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย ได้โปรดช่วยฉันที..."
เจียงชาชา ภูตสาวต้นชาเขียวผู้เลอโฉม กระโดดลงแม่น้ำกะว่าจะชงชาเลี้ยงเพื่อนพ้องชาวภูตสักหน่อย ใครจะไปคิดว่าแค่อาบน้ำจะทำเอาตัวเองตุยเย่ไปซะได้
ตายไม่ว่า แต่พอลืมตาขึ้นมาดันมาโผล่ในที่กันดารนกไม่ขี้แบบนี้ แถมพลังตบะก็หายไปเกินครึ่ง ซ้ำร้ายยังมีเด็กสาวหน้าตาเหมือนเธอเปี๊ยบมาจับมือร้องขอชีวิตอีกต่างหาก
เธอพลิกมือกลับไปจับมือเด็กสาวคนนั้นแน่น "แม่หนู ไม่ใช่ว่าพี่สาวไม่อยากช่วยนะ แต่สภาพหนูมันเกินเยียวยาแล้ว ตัวขาดสองท่อนขนาดนี้"
ร่างของเด็กสาวถูกตัดขาดกลางลำตัว ท่อนล่างยังติดอยู่กับซากยานพาหนะที่กระเด็นไปไกลลิบ ส่วนท่อนบนมาตกอยู่ในพงหญ้าแห้งตรงนี้
เลือดสดๆ ไหลนองเต็มพื้น การที่เธอยังไม่ขาดใจตายทันที ก็นับว่าเป็นเพราะเจียงชาชาใช้พลังเฮือกสุดท้ายยื้อชีวิตไว้ให้แล้ว
เด็กสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองยานบินของตัวเอง แววตาฉายความเคียดแค้นชิงชังอย่างถึงที่สุด "ทำไม... ทำไมต้องทำกับฉันขนาดนี้ เรื่องโดนสลับตัวผิดฉันก็ไม่ได้เป็นคนทำ เรื่องไม่ตื่นรู้พลังพิเศษฉันก็ไม่ได้ผิดสักหน่อย"
"ฉันไม่เคยแย่งชิงอะไรกับใคร ยอมถอยให้ทุกอย่าง แล้วทำไมพวกนั้นยังไม่ยอมปล่อยฉันไป ยังจะฆ่าแกงกันได้ลงคอ ทำไม!"
เจียงชาชาเอ่ยเสียงเรียบ "จะทำไมได้ล่ะ ก็เพราะหนูหมดประโยชน์แล้ว แถมยังไปขวางทางคนอื่นเขาอีก ขืนเก็บไว้ก็รกหูรกตา"
โลกของภูตผีปีศาจก็แบบนี้แหละ ใครขวางทาง ใครไร้ค่า ถ้าไม่โดนปีศาจชั้นสูงจับกิน ก็โดนพวกเซียนจับไปหลอมยา
ภูตน้อยที่เพิ่งบำเพ็ญเพียรได้ร่างมนุษย์ ถ้าไม่มีขาใหญ่ให้เกาะ ก็เตรียมตัวเป็นปุ๋ยได้เลย ตายไปก็ไม่มีใครจุดธูปหา
"คุณเป็นใคร" เด็กสาวหันมาถามเจียงชาชา "ทำไมหน้าเหมือนฉันเปี๊ยบเลย หรือพวกมันส่งคุณมาฆ่าฉัน"
เจียงชาชารีบยกมือปฏิเสธทันควัน "ฉันเป็นแค่ไทยมุงขาจรย่ะ หนูจะโดนใครหั่นท่อนมาไม่เกี่ยวกับฉัน อย่าเอาเวรกรรมมาโยนใส่กันสิ ฉันไม่ฆ่ามนุษย์นะ"
กฎของเผ่าภูตระบุไว้ชัดเจน ห้ามฆ่ามนุษย์สุ่มสี่สุ่มห้า
เธอเป็นภูตน้ำดี ท่องกฎได้ขึ้นใจ ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเชียวนะ
เด็กสาวพยายามจ้องจับผิดในแววตาของเจียงชาชา แต่ก็ไม่พบพิรุธใดๆ มีแต่ความใสซื่อบริสุทธิ์ตาใสแจ๋ว
เด็กสาวถามต่อ "คุณมีเงินไหม"
เจียงชาชาทำหน้างง แต่ก็ตอบตามตรง "ไม่มี"
ระดับภูตตัวแม่อย่างเธอ ขอแค่พลังฟื้นคืนมา จะเสกหินเป็นทองก็ง่ายเหมือนปอกกล้วย
ไม่จำเป็นต้องพกเงินสด อยากใช้อะไรก็เสกเอาเดี๋ยวนั้น
เด็กสาวถามอีก "คุณชื่ออะไร"
เจียงชาชากระพริบตาปริบๆ "เจียงชาชา"
รูม่านตาของเด็กสาวหดเกร็ง รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายบีบมือเจียงชาชาแน่น "คุณชื่อเจียงชาชาเหรอ"
เจียงชาชาพยักหน้า "ใช่สิ ท่านยายตั้งให้"
เธอเป็นภูตต้นชาเขียวหนึ่งเดียวในตระกูลที่บำเพ็ญเพียรจนได้ร่างมนุษย์
ด้วยเผ่าพันธุ์ที่เป็นชาเขียว ปากเธอเลยหวานเจี๊ยบ แถมยังมีจริตจะก้านแพรวพราว เธอฝากตัวเป็นหลานบุญธรรมของท่านยายภูตต้นสนพันปี
ท่านยายรูปงาม หุ่นแซ่บสะท้านทรวง รอบรู้เรื่องราวตั้งแต่อดีตยันอนาคต กิ๊กหนุ่มๆ ทั่วทั้งสามภพ เป็นตัวแม่ตัวมัมที่แกร่งที่สุดในปฐพี
เด็กสาวกวาดตามองข้อมือที่ว่างเปล่าของเธอแล้วยิ้มออกมา "คุณชื่อเจียงชาชา ฉันก็ชื่อเจียงชาชา คุณโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่มีสมองกลสื่อสาร ไม่มีบัตรประชาชน ใช่ไหม"
สายตาเด็กคนนี้เฉียบคมใช้ได้
มองแวบเดียวก็รู้ว่าเธอเป็นพวกเถื่อนไม่มีทะเบียน
เจียงชาชาเห็นว่าอีกฝ่ายใกล้จะไปสวรรค์แล้วเลยไม่อยากปิดบัง "แม่นแล้ว นอกจากจะเป็นพวกต่างด้าวไร้บัตร ไร้สมองกล ฉันยังไม่ใช่คนด้วย ฉันเป็นภูต"
"ภูต?" เด็กสาวเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ "ภูตในตำนานที่ใช้เวทมนตร์ได้ แปลงร่างได้น่ะเหรอ"
เจียงชาชาทำเสียงในลำคอ "ตอนพีคๆ น่ะแปลงเป็นใครก็ได้สบายมาก แต่ตอนนี้พลังฉันเอามาช่วยยื้อสภาพหนูหมดแล้ว เข้าใจตรงกันนะ"
เด็กสาวถึงบางอ้อ "มิน่าล่ะ ตัวขาดขนาดนี้ฉันถึงไม่เจ็บเลยสักนิด ที่แท้คุณก็ช่วยไว้นี่เอง"
เจียงชาชายิ้มกว้าง ส่งกลิ่นราชาหอมฟุ้ง "กันเองน่า เจอกันถือเป็นวาสนา ช่วยได้ก็ช่วย ถือว่าทำบุญทำทาน"
เด็กสาวมองรอยยิ้มนั้น "เราหน้าเหมือนกัน แต่คุณยิ้มสวยกว่าฉันเยอะเลย"
เจียงชาชาถ่อมตัว "ขอบใจที่ชม"
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก ฉันพูดเรื่องจริง" เด็กสาวเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน "ฉันจำได้ว่าในตำนาน พวกภูตชอบกินคน โดยเฉพาะคนที่สมัครใจสังเวยตัวเอง จริงไหม"
เจียงชาชาหุบยิ้ม "ไปรู้มาจากไหนเนี่ย"
ภูตตัวเล็กๆ ถือเป็นอาหารเสริมชั้นดีของภูตตัวใหญ่
พวกเซียนก็ชอบเอาไปหลอมยา
หลักการเดียวกัน มนุษย์ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ชอบทำความดี ก็เปรียบเสมือนยาวิเศษสำหรับพวกภูตเหมือนกัน
เด็กสาวยิ้มบิดเบี้ยว "อย่าสนเลยว่าฉันรู้มาจากไหน ฉัน เจียงชาชา ยินดีมอบทุกอย่างของฉันให้คุณ..."
เจียงชาชารีบเบรก "เดี๋ยวๆ ฉันไม่ใช่ภูตใจง่ายนะยะ ใครมาประเคนให้ก็ใช่ว่าจะเอาหมด"
เด็กสาวชะงัก "แล้วต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมเป็นภูตใจง่ายล่ะ"
เจียงชาชายิงฟันยิ้มแฉ่ง "ขอดูของหน่อยว่ามีดีพอให้ฉันรับสังเวยหรือเปล่า"
ร่างและวิญญาณที่ยอมพลีให้น่ะมันยั่วน้ำลายภูตจะตาย
ถึงเธอจะไม่เรื่องมาก แต่ก็ต้องมีพิธีรีตองกันหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าภูตราคาถูก
"ดูสิ" เด็กสาวบอก
เจียงชาชาชักมือออก แล้วใช้นิ้วจิ้มไปที่หว่างคิ้วของอีกฝ่าย ทันใดนั้นแสงสว่างนวลตาก็เปล่งออกมา
แสงแห่งบุญกุศล!
คุณพระคุณเจ้าช่วย เด็กคนนี้มีแสงบุญกุศล
เธอเป็นภูตไฮโซที่ผ่านโลกมาเยอะ
ต้องนิ่งไว้ ต้องนิ่งไว้ ต้องนิ่งไว้
ท่องไว้สามจบ
ใจเจียงชาชาเต้นโครมครามเหมือนกลองเพล แต่ใบหน้ายังเรียบเฉย ถามออกไปส่งๆ "มีแสงบุญด้วยนี่ ทำความดีมาเยอะเหรอเรา"
เด็กสาวมุมปากกระตุก ไม่ตอบคำถามแต่ย้อนถามว่า "ฉันมีดีพอให้คุณรับสังเวยหรือยัง"
เจียงชาชาเลิกเล่นตัว เข้าสู่ขั้นตอนทันที เธอกรีดฝ่ามือตัวเองจนเลือดไหลซิบ แล้วยื่นไปตรงหน้า "มีสิ หนูมีดีพอ บอกเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนมาได้เลย"
บอกว่าสมัครใจสังเวย แต่จริงๆ มันก็คือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน
ภูตรับเครื่องสังเวย ก็ต้องทำตามคำขอสุดท้ายของผู้ตายให้สำเร็จ
เด็กสาวยกมือที่ชุ่มเลือดขึ้นมากุมมือเจียงชาชาไว้
เลือดของคนและภูตไหลมารวมกัน สัญญาสังเวยเริ่มต้นขึ้น
แววตาของเด็กสาวลุกโชนไปด้วยไฟแค้น พูดเน้นทีละคำ "ฉัน เจียงชาชา ยินดีมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ภูตเจียงชาชา"
"เงื่อนไขของฉันคือ ให้ภูตเจียงชาชาใช้ตัวตนของฉัน สร้างชื่อเสียงให้ก้องจักรวาล ตามหาพ่อแม่แท้ๆ ของฉัน ถามพวกเขาว่ารักฉันไหม ทำไมถึงไม่ตามหาฉัน"
"แล้วก็แก้แค้นให้ฉันด้วย เหยียบย่ำคนที่เคยรังแกฉันให้จมดิน ให้พวกมันอยู่ไม่สู้ตาย ต้องทนทุกข์ทรมานกับความเสียใจไปตลอดชีวิต!"
มนุษย์นี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนจริงๆ ย้อนแย้งในตัวเอง ยิ่งไม่ได้ก็ยิ่งอยากได้
ชอบจินตนาการว่าคนที่ทิ้งตัวเองไปจะต้องมานั่งเสียใจฟูมฟายหลังจากที่ตัวเองตายไปแล้ว
เจียงชาชามองลำแสงสีแดงที่มนุษย์มองไม่เห็น ไหลจากมือที่กุมกันเข้าสู่ร่างของเด็กสาว ทำให้แสงบุญกุศลยิ่งสว่างเจิดจ้า
เธอมองแสงนั่นจนน้ำลายสอ เอ่ยปากรับคำเสียงใส "ข้า เจียงชาชา ภูตต้นชาเขียวชั้นสูง ขอรับเงื่อนไขการสังเวยด้วยความสมัครใจของมนุษย์ เจียงชาชา ทุกประการ"
"นับแต่บัดนี้ ทุกอย่างของเจ้าเป็นของข้า ข้าจะกลืนกินเจ้า มาเป็นปุ๋ยให้ข้าเสียเถอะ!"
[จบแล้ว]