- หน้าแรก
- ระบบร้านค้าทมิฬ จ่ายมาซะดีๆ ถ้าอยากเทพ
- บทที่ 3 โกรธ
บทที่ 3 โกรธ
บทที่ 3 โกรธ
บทที่ 3 โกรธ
ดึกสงัดแล้ว ท้องฟ้ามืดมิด เมืองว่างเจียงที่เคยคึกคักค่อยๆ เงียบสงบลง
หนึ่งวันผ่านพ้นไปอีกครั้ง ฉู่เหอเดินไปที่ประตูหน้าร้านแล้วถีบอย่างแรง "เลิกงาน ปิดร้านเร็ว"
ทันใดนั้น ดวงตาสีแดงคู่หนึ่งที่ดูสะลึมสะลือเหมือนคนเพิ่งตื่นก็ปรากฏขึ้นบนประตูไม้แกะสลักบานคู่
"เถ้าแก่ ได้เวลาเลิกงานเข้านอนแล้วหรือ?"
เสียงเล็กๆ ของเด็ก ที่แยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง ฟังดูสดใสกังวาน เจือแววประจบประแจงดังออกมาจากประตู
นี่คือประตูร้านของเขา
และเป็นของแปลกประหลาดชิ้นหนึ่ง
ตามคำพูดของเมนก็อด มันคือประตูชีวภาพไฮเทคอะไรสักอย่าง หรูหราไฮโซ มีความฉลาดสูง ทำงานอัตโนมัติ และป้องกันได้แข็งแกร่งสุดๆ แต่ติดที่ชอบนอนมาก
ใช่ เป็นประตูแท้ๆ แต่ขี้เซาสุดๆ
"นอน นอน นอน! เป็นประตูทั้งที ทำไมไม่ตั้งใจทำหน้าที่ 'ประตู' ให้ดีๆ เอาแต่นอนทั้งวัน เถ้าแก่เอ็งจะอดตายอยู่แล้วเนี่ย!" ฉู่เหอจ้องเขม็งใส่ประตูบานคู่ที่กำลังทำตัวน่ารัก "เลิกงาน ปิดร้านเร็ว"
"รับทราบ เถ้าแก่"
ดวงตาสีแดงบนประตูหรี่ลงเล็กน้อยราวกับดีใจสุดขีด ทันใดนั้นมันก็ปิด 'ปัง' และลงกลอน 'กริ๊ก' เองอัตโนมัติ
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ ดวงตาสีแดงก็มองฉู่เหออย่างออดอ้อน ก่อนจะเลือนหายไปกลับไปนอนต่อ
ฉู่เหอทั้งโมโหทั้งขำ เขาต้องมาอยู่กับประตูจอมแอ๊บแบ๊วนี่อย่างทำอะไรไม่ได้ หมดคำจะพูดจริงๆ
"ให้ตายสิ สักวันข้าคงเป็นบ้าแน่"
พูดจบ เขาก็กระทืบเท้าเดินขึ้นชั้นสอง
ตึกนี้มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นล่างเป็นร้านค้า ชั้นสองเป็นที่พัก ส่วนชั้นสามว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย เมนก็อดบอกว่าเอาไว้ใช้ประโยชน์สำคัญในอนาคต แต่เขาไม่รู้ว่าประโยชน์อะไร
ช่างเถอะ ร้านนี้เมนก็อดเป็นคนรีโนเวทให้ ฉู่เหอเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก
พื้นที่ชั้นสองไม่ใหญ่มาก แต่การตกแต่งที่เห็นแตกต่างจากชั้นล่างอย่างสิ้นเชิง ชั้นล่างเป็นสไตล์คลาสสิกดูดีมีระดับ ส่วนชั้นสองตกแต่งสไตล์โมเดิร์นจ๋า
มีฮีตเตอร์ในห้องน้ำ โซฟา โต๊ะกาแฟ ตู้เสื้อผ้า เตียงนอน หลอดไฟ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำความชื้น แอร์ หรือแม้แต่ทีวีก็มี
ใช่แล้ว มีทีวีด้วย แถมยังรับสัญญาณได้อีกต่างหาก เขาไม่รู้เลยว่าไอ้เจ้านี่เชื่อมต่อสัญญาณข้ามโลกมาได้ยังไง
ได้แต่บอกว่าเมนก็อดเทพจริงๆ
ส่วนเรื่องไฟฟ้า ตรงบันไดระหว่างชั้นสองกับชั้นสามมีกล่องประหลาดขนาดเท่าฝ่ามือติดอยู่ ไฟฟ้าก็มาจากไอ้นี่แหละ เมนก็อดบอกว่ามันคือเครื่องกำเนิดไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดจิ๋ว ของไฮเทคอีกชิ้น จ่ายไฟให้ห้องเดียวได้เป็นหมื่นปีสบายๆ
ทันทีที่เข้ามาในห้อง ฉู่เหอก็รู้สึกเย็นสบายไปทั้งตัว
"อา มีแอร์นี่มันดีจริงๆ ทำไมเมนก็อดไม่ติดแอร์ชั้นล่างด้วยนะ จะได้เอาใจลูกค้าหน่อย?"
วันร้อนๆ เขาก็ชอบแอบขึ้นมาตากแอร์พักผ่อนบนชั้นสองเหมือนกันถ้าไม่มีอะไรทำ แน่นอนว่าเรื่องค้าขายก็ต้องทำ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ต้องทุ่มสุดตัว
หลังจากอาบน้ำสบายตัวในห้องน้ำ ฉู่เหอก็เปลี่ยนเป็นชุดนอนลายจุดดัลเมเชียน เปิดทีวี แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง
"เสียดายไม่มีคอมพิวเตอร์ ถ้าเล่นเน็ตได้คงดี"
ถ้าเล่นเน็ตได้ เขาจะได้ติดต่อเพื่อนเก่าที่โลก ถึงเขาจะเป็นพวกชอบฉายเดี่ยว แต่ก็ยังคิดถึงโลกมากอยู่ดี
น่าเสียดายที่เมนก็อดไม่เปิดช่องโหว่ให้เลย
ทีวีกำลังฉายหนังเก่าของโจวซิงฉือเรื่อง "สายลับคิงคิงโคม" ฉู่เหอนอนดูไปพลางคิดเรื่องร้านไปพลาง
"ถ้ายังขายของไม่ได้อีก คงต้องกินแกลบแล้ว"
"หรือจะต้องไปปล้นจริงๆ?"
พูดตามตรง ในฐานะเยาวชนน้ำดีแห่งศตวรรษที่ 21 เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจกับการปล้นอยู่แล้ว แม้โลกนี้ปลาใหญ่จะกินปลาเล็ก แต่เขาจะ 'ทิ้งคุณธรรม' ไม่ได้
อีกอย่าง โลกนี้ยุทธภพเฟื่องฟู ชาวบ้านทั่วไปยังพอมีวิชาติดตัวบ้าง ด้วยแขนขาเล็กๆ ของเขา ถ้าจะปล้นคงต้องใช้ปืนสถานเดียว
แต่ปืนไม่มีตา พลาดนิดเดียวถึงตาย แม้ของสิ่งนี้จะมีอานุภาพข่มขวัญผู้คนบนโลกได้ดี แต่คนต่างโลกไม่รู้จักมันด้วยซ้ำ
แค่เอาปืนขู่คงไม่ได้ผลแน่
ขณะที่ฉู่เหอกำลังกลุ้มใจ ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากนอกหน้าต่าง
บ้านทั้งหลังสั่นสะเทือน
"แผ่นดินไหว?"
ฉู่เหอสะดุ้งโหยง รีบโดดลงจากเตียงเตรียมวิ่งหนี
"เดี๋ยวนะ ไม่ใช่สิ เมนก็อดบอกว่าร้านนี้ป้องกันสุดยอด แผ่นดินไหวแค่นี้ไม่น่าเป็นไรมั้ง?"
แล้วตอนนี้จะให้หนีไปไหนได้?
ร้านค้าอาลีบาบาทั้งร้านถูกดัดแปลงมาแล้ว ฉู่เหอยังคงเชื่อมั่นในคำรับรองของเมนก็อดอยู่มาก ถึงหมอนั่นจะขี้งกและเลือดเย็น แต่ก็พึ่งพาได้จริงๆ
ตูม~
เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง ฉู่เหอเหมือนได้ยินเสียงตึกถล่มจากไม่ไกล ตามมาด้วยเสียงคำรามโกรธเกรี้ยวหลายเสียง
และเสียงเหล่านั้นกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?"
เขาเดินไปที่หน้าต่าง เปิดออกแล้วชะโงกหน้ามอง
ในยามค่ำคืน มีคนสองคนที่มีแสงสว่างเรืองรองรอบตัวกำลังก่อความวุ่นวาย เนื่องจากระยะทางไกล ฉู่เหอจึงมองไม่เห็นหน้า แต่เจ้าสองคนนี้เคลื่อนที่เร็วมาก ภายใต้การเคลื่อนไหวความเร็วสูง หมัดและดาบปะทะกัน เสียงระเบิด 'ปัง ปัง ปัง' ดังต่อเนื่อง
"เศษเดนพรรคน้ำพุเหลือง รับวิชากระบี่เมฆาคล้อยไปซะ!"
เสียงตะโกนเบาๆ ดังขึ้น ฉู่เหอเห็นหนึ่งในร่างแสงสีฟ้าเปล่งแสงจ้า ทันใดนั้นด้วยเสียง 'เคร้ง' ร่างแสงสีฟ้าชักกระบี่ยาวออกจากเอวด้วยความเร็วสูงแล้วฟันออกไป
การฟันครั้งนี้ปล่อยปราณกระบี่ยาวกว่าสามเมตร พุ่งเข้าใส่ร่างแสงสีแดงอีกฝ่าย
"เชี่ย ปราณกระบี่?"
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉู่เหอเห็นจอมยุทธ์โลกนี้สู้กัน และพวกเขาก็แข็งแกร่งจริงๆ
พลังทำลายล้างไม่ต้องพูดถึง ดูสิเจ้าสองคนนี้สู้กันเหมือนทีมรื้อถอน ร้านค้าพังไปหลายร้านแล้ว เจ้าของร้านพวกนั้นน่าสงสารชะมัด
"ศิษย์สำนักเมฆาคล้อย แม้วรยุทธ์เจ้าจะดี แต่ยังอ่อนหัด วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้า ชิงโลหิตบริสุทธิ์เพื่อเลื่อนขั้นพลังยุทธ์" เสียงแหบพร่าฟังดูน่าขนลุกดังก้องไปทั่วถนนราวกับนกฮูกยามวิกาล
"น่าแปลกใจที่เจ้าหาข้าเจอ น่าเสียดายที่แถวนี้เปลี่ยว กว่าทหารยามจะมาถึงคงใช้เวลาอีกหนึ่งก้านธูป เวลาแค่นั้นพอให้ข้าฆ่าเจ้าได้สบาย"
ร่างสีเลือดหัวเราะเสียงแหลมน่าสยดสยอง ไม่หลบไม่เลี่ยง แล้วชี้นิ้วออกไปตรงๆ
"ดัชนีน้ำพุเหลือง"
ครืน~
เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับระเบิดมือถูกปาใส่ระหว่างทั้งสองคน อากาศระเบิดเป็นคลื่นกระแทก ฝุ่นฟุ้งกระจาย พื้นดินถูกรื้อกระจุยเป็นชั้นๆ
"ซวยแล้ว"
ฉู่เหอมองดูการต่อสู้ของทั้งสอง และพบว่าพวกเขากำลังเคลื่อนที่มาทางร้านของเขา
บ้าเอ๊ย
ถึงเมนก็อดจะรับประกัน แต่พลังทำลายล้างของเจ้าสองคนนี้น่ากลัวจริงๆ เขาไม่อยากให้เกิดเหตุผิดพลาดอะไรขึ้น
ถนนสายนี้ก็เปลี่ยวแทบร้างผู้คน จะรอทหารยามมาช่วยคงไม่ทันการแน่
ฉู่เหอโกรธจัด
พวกแกจะสู้กันก็สู้ไป แต่จะมาพังร้านข้าไม่ได้นะ นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ
"คิดว่าข้าเป็นก้อนดินหรือไง?"