- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกเศรษฐี แต่ระบบบังคับให้ขยี้ตับคนดู
- บทที่ 420 - ไซไฟ
บทที่ 420 - ไซไฟ
บทที่ 420 - ไซไฟ
บทที่ 420 - ไซไฟ
[(9.5 คะแนน) เปลือกนอกเป็นคอมเมดี้ แต่แก่นแท้คือโศกนาฏกรรม ผลงานสไตล์โจรเฒ่าสุดคลาสสิก! อยากรู้จังว่าต้นฉบับของโจรเฒ่ากับฉบับละครมีการดัดแปลงไปมากน้อยแค่ไหน และโจรเฒ่ามีส่วนร่วมในการเขียนบทมากเท่าไหร่? ถึงแม้ผู้ชมจำนวนมากจะบอกว่าเซียวฮื้อยี้ทำเสียเรื่องไปหลายอย่าง ทำให้คนตายไปหลายคน แต่ในมุมมองของฉัน ตัวละครที่เป็นจิตวิญญาณของเรื่องนี้ ก็ยังคงเป็นเซียวฮื้อยี้ เมื่อเผชิญกับความยากลำบากต่างๆ ในขณะที่คนอื่นท้อแท้สิ้นหวัง เซียวฮื้อยี้กลับรักษาทัศนคติมองโลกในแง่ดีและกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา พระเอกของเรื่อง จำเป็นต้องมีนิสัยสมบูรณ์แบบด้วยเหรอ?]
ก่อนหน้านี้มีคนถกเถียงหัวข้อนี้กันไม่น้อย ในนิยายและผลงานบันเทิง ผู้สร้างมักจะเอนเอียงไปทางความรู้สึกของผู้อ่าน สร้างตัวเอกให้ "สมบูรณ์แบบ" เพื่อให้ผู้อ่านจินตนาการว่าเป็น "ตัวเองในอุดมคติ" ไม่มีจุดไหนให้ติได้
แต่โจรเฒ่าตั้งแต่ "ดาบมังกรหยก" จนถึง "ลูกปลาน้อยเซียวฮื้อยี้" พระเอกของทั้งสองเรื่องต่างมีปัญหาในนิสัยของตัวเอง นิสัยแบบนี้ อาจจะทำให้ผู้ชมรู้สึกขัดใจบ้าง แต่ถ้ามองในมุมของผลงานโดยรวม มันกลับเป็นวิธีการเขียนที่สมบูรณ์และสมจริงกว่า
...
[(9.3 คะแนน) "ลูกปลาน้อยเซียวฮื้อยี้" นิทานด้านมืดที่ต่อต้านขนบหนังกำลังภายใน จากรายละเอียดของเนื้อเรื่อง จริงๆ ก็พอมองออกว่า แม้จะเป็นกำลังภายใน แต่ก็ไม่ใช่กำลังภายในแบบดั้งเดิม แม้จะไม่รู้เนื้อหาของต้นฉบับ แต่ฉันกล้าฟันธงว่า ฉบับละครต้องมีการดัดแปลงขนานใหญ่แน่นอน และสิ่งที่ประกอบร่างเป็นนิทานด้านมืดเรื่องนี้ ก็คือเซียวฮื้อยี้กับเจียงอวี้เยี่ยน!]
[นางฟ้าตัวน้อยเปรียบเสมือนพวกเราก่อนอายุ 20 ที่เป็นตัวแทนของอุดมคตินิยมในชีวิตและความรัก หวังว่าคู่รักในใต้หล้าจะได้ครองคู่กัน แบกความฝันอันสมบูรณ์แบบและไร้เดียงสาเอาไว้]
[เจียงอวี้เยี่ยนเปรียบเสมือนพวกเราหลังอายุ 30 หลังจากถูกความจริงโบยตี หลังจากผ่านความโหดร้ายของสังคม ก็ใช้สารพัดวิธีแบบ 'ไม่ทำเพื่อตัวเอง ฟ้าดินลงโทษ' จนกลายเป็นตัวเราที่ 'เติบโตขึ้น']
[นิยายกำลังภายใน มักถูกเรียกว่า 'นิทานสำหรับผู้ใหญ่' ไม่เคยมีธรรมเนียมที่ตัวละครแทบจะตายเรียบแบบนี้ การสร้างนิทานด้านมืดที่ฉีกกฎได้ขนาดนี้ ทั่วทั้งเซี่ยโจว คงมีแต่โจรเฒ่าคนเดียวแล้วมั้ง]
...
[(9.9 คะแนน) ผู้หญิงสามคนที่รักเซียวฮื้อยี้ช่างน่าสงสารเหลือเกิน ตายอนาถขึ้นเรื่อยๆ ทีละคน...]
[ละครเรื่องนี้ ฉันยกให้เป็น No.1 ของหนังกำลังภายในเซี่ยโจว เพียงเพราะว่ากำลังภายในไม่ใช่ 'นิทาน' แต่ใช้ความจริงอันโหดร้ายบอกกับเพื่อนๆ ที่มีความฝันในยุทธภพว่า ยุทธภพคือที่ที่ตัดสินกันด้วยความแข็งแกร่ง เงิน อำนาจ ฝีมือ ต้องมีสิ่งเหล่านี้ ถึงจะปกป้องคนสำคัญรอบกายได้]
[ลองนึกย้อนดูสิ ครอบครัวนางฟ้าตัวน้อยเจอกับหายนะได้ยังไง? ก็เพราะรัชทายาทถูกตานางฟ้าตัวน้อย หลิวสี่ถึงได้ฉวยโอกาสกำจัดตระกูลมู่หรง]
[เจียงอวี้เยี่ยนไต่เต้าขึ้นไปทีละก้าวได้ยังไง? ก็ด้วยอำนาจเหมือนกัน!]
...
หลังจาก "ลูกปลาน้อยเซียวฮื้อยี้" จบลง ก็ยังคงได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกอย่างล้นหลามจากผู้ชมชาวเซี่ยโจว
คิวบู๊ที่ลื่นไหล เครื่องแต่งกายและฉากที่งดงามอลังการ เอฟเฟกต์ที่ยอดเยี่ยมตามมาตรฐานฉางอัน บวกกับการแสดงที่โดดเด่นของสวีจี้ จางม่อ ซูตี๋ และนักแสดงคนอื่นๆ ร่วมกันรังสรรค์ละครโทรทัศน์ที่ทำให้คนดูตราตรึงใจเรื่องนี้ขึ้นมา
แม้เรื่องราวจะยอดเยี่ยม แต่ค่านิยมในเรื่องกลับทำให้ผู้ชมหลายคนถกเถียงกัน
จุดสำคัญที่สุดอยู่ที่โจรเฒ่าทำลายคำพูดพลังบวกที่ว่า "ทำดีได้ดี" จนย่อยยับ
แม้ตัวละครเจียงอวี้เยี่ยนจะได้รับความนิยมสูงลิ่ว แต่ลองคิดดูดีๆ ตลอดทั้งเรื่อง เส้นทางการเปลี่ยนแปลงของเจียงอวี้เยี่ยน มันช่างบ้าคลั่งไร้มนุษยธรรมสิ้นดี
เซียวฮื้อยี้กับฮัวบ่อขาดช่วยเจียงอวี้เยี่ยนจากหอนางโลม
พี่สาวเจียงอวี้เฟิ่งเป็นคนเดียวในตระกูลเจียงที่ดีกับเจียงอวี้เยี่ยน
ซูอิงก็คอยช่วยเหลือเจียงอวี้เยี่ยนหลายครั้ง...
แต่เจียงอวี้เยี่ยนไม่เคยมีความกตัญญูรู้คุณเลย งูพิษ ยังไงก็เป็นงูพิษอยู่วันยันค่ำ
เมื่อเทียบกับ "หลักการยิ่งใหญ่" อย่างความเมตตา คุณธรรมน้ำมิตร ที่ดูดัดจริตและเสแสร้งในหนังกำลังภายในทั่วไป ซึ่งห่างไกลจากตัวผู้ชมเป็นหมื่นลี้
หลักการที่ "ลูกปลาน้อยเซียวฮื้อยี้" สื่อออกมานั้นสมจริงกว่ามาก
ข้อแรก: ไม่ว่าสถานการณ์ไหน ความแข็งแกร่งคือสัจธรรม
ข้อสอง: ใจดีเกินไป ภัยจะเข้าตัว
ข้อสาม: ความรัก บังคับกันไม่ได้
สรุปสั้นๆ คือ ชีวิตไม่ใช่โลกนิทานที่ทุกคนล้วนจิตใจดี เมื่อเทียบกับการทุ่มเทให้ความรัก การพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นต่างหากที่สำคัญที่สุด
จริงๆ แล้วในฐานะผลงานบันเทิงที่เจาะกลุ่มคนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีหลักการยิ่งใหญ่อะไรมากมายนัก
ส่วนใหญ่แค่ให้ผู้ชมได้ปลดปล่อยอารมณ์ไปกับมันก็เพียงพอแล้ว
ไม่ว่าจะหัวเราะเสียงดัง หรือร้องไห้โฮ ก็ล้วนทำให้ผู้ชมลืมความกดดันในชีวิตจริงไปชั่วขณะ และดำดิ่งลงไปในอีกโลกหนึ่ง
...
ตัดเรื่องการวิเคราะห์ลึกซึ้งและความรู้สึกเหล่านั้นทิ้งไป ปฏิกิริยาของผู้ชมส่วนใหญ่ที่มีต่อละครเรื่องนี้ย่อมต้องเป็น:
"ปวดตับ!"
"ปวดตับชิบหาย!"
"เชี่ย!"
"ตอนแรกหวานแค่ไหน ตอนจบก็ขมแค่นั้น!"
ไม่ว่าจะเป็นการตายของนางฟ้าตัวน้อย หรือการตายของซูอิง ล้วนรีดน้ำตาผู้ชมจนแห้งเหือด
ดังนั้นผู้ชมจำนวนมากจึงหันไปสนใจหลินชิวกับโจรเฒ่า หวังอยากรู้ว่าบทละครเรื่องนี้สร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบไหน และต้นฉบับกับฉบับละครต่างกันอย่างไร
หลังจากตอนจบของ "ลูกปลาน้อยเซียวฮื้อยี้" ออกอากาศไปได้สามวัน หลินชิวและทีมงาน "ลูกปลาน้อยเซียวฮื้อยี้" ก็เข้าร่วมกิจกรรมสัมภาษณ์พิเศษทางบล็อก
เนื่องจากไม่ได้เห็นหน้าหลินชิวมานาน ทันทีที่การถ่ายทอดสดเริ่มขึ้น ก็ดึงดูดผู้ชมที่กำลังอารมณ์คุกรุ่นจำนวนมหาศาล!
"ไม่ว่าตัวเอก ตัวประกอบ คนดี คนเลว นอกจากเซียวฮื้อยี้กับฮัวบ่อขาดแล้ว สิบคนตายไปเก้าคนครึ่ง"
"ห้าคนโฉดบนเกาะคนโฉด ครอบครัวซูอิง เอ้อทงเทียน ตระกูลมู่หรง ตระกูลเถียซินหลาน ตระกูลเจียงเปี๋ยเฮ่อ"
"สุดท้ายแม้แต่ฮ่องเต้ยังตาย!"
"โจรเฒ่า! หลินชิว! ออกมารับความตายซะ!"
ในระหว่างการสัมภาษณ์ เมื่อพิธีกรนำรูปคอมเมนต์ของชาวเน็ตผู้หวังดีขึ้นโชว์ให้ทีมงานดู บรรยากาศในห้องส่งก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ!
พิธีกรอาศัยจังหวะนี้ถามว่า "ผู้กำกับหลินชิวครับ ช่วยเปิดเผยหน่อยได้ไหมครับว่าบทละครเรื่องนี้กับต้นฉบับมีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน และอาจารย์หัวใจฉาบปูนมีบทบาทอย่างไรบ้างในกระบวนการนี้"
"แล้วก็... พวกเราจะมีโอกาสได้เห็นต้นฉบับของ 'ลูกปลาน้อยเซียวฮื้อยี้' ไหมครับ?"
สายตานับหมื่นคู่จับจ้องไปที่หลินชิว แต่หลินชิวผู้หน้าหนาปานกำแพงเมืองจีนกลับไม่สะทกสะท้าน ถือไมค์ขึ้นมาแล้วยิ้มตอบว่า
"ต้นฉบับของ 'ลูกปลาน้อยเซียวฮื้อยี้' มีชื่อว่า 'เซียวฮื้อยี้' ครับ ผมบอกทุกคนได้เลยว่า เนื้อหาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รวมถึงคาแรคเตอร์ตัวละครด้วย ในฉบับละครมีตัวละครที่ทุกคนชอบหลายตัว แต่ถ้าไปดูในนิยายต้นฉบับ ทุกคนไม่มีทางชอบลงแน่นอน"
"ฉบับละคร เพื่อผลลัพธ์ทางภาพยนตร์ จึงมีการดัดแปลงขนานใหญ่ ให้เข้าถึงง่ายขึ้น เหมาะกับพฤติกรรมการรับชมของคนทั่วไป แต่ถ้าพูดถึงเนื้อเรื่อง แน่นอนว่าต้นฉบับย่อมดีกว่า"
หลินชิวยิ้ม
ต้นฉบับกับฉบับละคร มันต่างกันราวฟ้ากับเหว
อย่างเถียซินหลาน ในนิยายต้นฉบับนี่คือมาตรฐานของ "วันทองสองใจ" เดี๋ยวก็ชอบเซียวฮื้อยี้ เดี๋ยวก็กั๊กฮัวบ่อขาด ครั้งหนึ่งในใจเคยชอบทั้งสองคนพร้อมกัน นางวันทองระดับท็อป!
ในละคร ตัวละครแบบนี้ต้องถูกปรับแก้ขนานใหญ่แน่นอน ไม่อย่างนั้นความรู้สึกคนดูคงพังพินาศ
เหมือนอย่าง "ดาบมังกรหยก" จริงๆ แล้วความสัมพันธ์ของเตียบ่อกี้กับสี่สาว ในฉบับละครชาติก่อน ก็ถูกปรับแก้ไปตามความจำเป็น
ไม่งั้นถ้าคุณไปดูต้นฉบับ เตียบ่อกี้คือผู้ชายเฮงซวยระดับท็อป เป็นประเภทที่โดนคนถ่มถุยแน่นอน
ภาพยนตร์และวรรณกรรมมีจุดเน้นที่ต่างกัน
อย่างหนึ่งเน้นที่ความสละสลวยของภาษา การขยายขอบเขตจินตนาการ อีกอย่างเน้นที่ผลลัพธ์ทางสายตาและการเชื่อมโยงทางอารมณ์ ถ้าจะเจาะลึกจริงๆ คงเขียนวิทยานิพนธ์ได้เป็นเล่ม
"งั้นพวกเราจะมีโอกาสได้เห็นผลงานต้นฉบับเรื่องนี้ไหมครับ?"
เมื่อเผชิญกับคำถามของพิธีกร หลินชิวก็ "แสร้งทำเป็น" ยิ้มตอบว่า
"น่าจะมีนะครับ พวกคุณไปเร่งในบล็อกเอาเองเถอะ"
"จริงๆ แล้วผลงานที่โจรเฒ่าไม่ได้เผยแพร่ มีเยอะกว่าผลงานที่เผยแพร่ออกมาเสียอีก เพียงแต่ความคาดหวังของคนทั่วไปที่มีต่อผลงานของเขา มันกดดันกว่าที่มีต่อผมเสียอีก ตัวเขาเองก็เป็นพวกเพอร์เฟกต์ชินิสต์ที่ชอบจุกจิก ต้องเป็นผลงานที่พอใจมากๆ ถึงจะยอมตีพิมพ์วางขาย"
"จริงๆ แล้วบทละครหลายเรื่องที่ผมเขียน ก็ได้รับอิทธิพลจากเขามาไม่น้อย"
...
ความหมายแฝงในคำพูดของหลินชิว ผู้ชมพอจะฟังออก
นั่นคือ นิยายเรื่อง "เซียวฮื้อยี้" อาจจะยังไม่ถึงระดับ "ผลงานขึ้นหิ้ง" ต้องรู้ว่านับตั้งแต่โจรเฒ่าก้าวเข้าสู่วงการหนังสือเล่ม ทุกเรื่องแทบจะเป็นคลาสสิกของคลาสสิก เป็นระดับที่จารึกลงในประวัติศาสตร์วงการวรรณกรรมได้
ภายใต้สถานะ ความสนใจ และความคาดหวังระดับนี้ การคลอดผลงานแต่ละเรื่องย่อมต้องผ่านการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน
ส่วนหลินชิวได้รับอิทธิพลจากสไตล์ผลงานของโจรเฒ่ามากแค่ไหน ผู้ชมหลายคนเคยวิเคราะห์ไว้แล้ว
คำตอบที่วิเคราะห์ได้คือ ผลงานภาพยนตร์และละครของหลินชิว จริงๆ แล้วเอนเอียงไปทาง "โรแมนติก" มากกว่า
รวมถึงผลงานอย่าง "Hope" , "Silenced" , "Hachi" แม้จะย้อนกลับไปดูผลงานแนวสะท้อนความจริงอย่าง "Hope" ก็ยังมีความโรแมนติกของความรักในครอบครัว ความโรแมนติกของมิตรภาพ
ส่วนผลงานของโจรเฒ่า คือความโหดร้ายที่เปลือยเปล่า เอนเอียงไปทาง "สัจนิยม" มากกว่า
หลินชิวกำลังปั้น "รูปปั้นเทพเจ้าโจรเฒ่า" ในโลกเสมือนจริงขึ้นมา
ภูมิปัญญาทางวรรณกรรมและศิลปะจากชาติก่อนเหล่านี้ คือสมบัติล้ำค่าที่แท้จริง
ในขณะที่หน้าจอคอมเมนต์กำลังถกเถียงเรื่องคำพูดเมื่อครู่ของหลินชิว หลินชิวก็ฉวยโอกาสโฆษณาผลงานใหม่ของโจรเฒ่าได้อย่างถูกจังหวะ:
"อ้อ..."
"อีกอย่าง ผมเปิดเผยข่าวเรื่องผลงานใหม่ของโจรเฒ่าให้ทุกคนรู้หน่อยก็ได้"
"เมื่อคืนผมอ่านจบแล้ว"
พูดยังไม่ทันขาดคำ ผู้ชมหน้าจอมือถือทุกคนก็เดือดพล่าน!
...
[สุดยอดดดดดด!]
[โจรเฒ่าเขียนเล่มใหม่เสร็จแล้ว?!]
[แนวไหน!]
[ยังเป็นกำลังภายในอยู่ไหม?]
[อย่ามาทำเป็นพูดจาปริศนา!]
ข่าวเซอร์ไพรส์ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ ทำเอาพิธีกรยังเหวอ พอตั้งสติได้ก็รีบถามว่า
"ผู้กำกับหลินครับ เปิดเผยหน่อยได้ไหมครับ?"
แฟนคลับนิยายโจรเฒ่ากระจายอยู่ทั่วเก้าโจว อิทธิพลน่ากลัวยิ่งกว่าหลินชิวเสียอีก นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ผลงานใหม่โจรเฒ่า! นี่มันข่าวใหญ่!
หลินชิวยิ้มอย่างลึกลับ "ผมบอกได้แค่ว่า ไตรภาคชุดนี้ คือผลงานที่ผมเคยอ่านมาทั้งหมดของโจรเฒ่า..."
"เป็นไตรภาคที่... น่าตื่นตะลึงที่สุด ที่สุด ที่สุด ที่สุด!"
หลินชิวใช้คำว่า "ที่สุด" ติดกันหลายคำ กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของผู้ชมขึ้นมาทันที!
ต้องรู้ว่าตัวหลินชิวเองก็เป็นนักสร้างสรรค์ศิลปะที่มีรสนิยมสูงส่งมาก หลินชิวพูดขนาดนี้ มันต้องเป็นอะไรที่โคตรเทพแน่ๆ!!
"เนื้อหาเจาะจงผมคงเปิดเผยไม่ได้ แต่บอกประเภทได้ครับ"
"ประเภทไหนครับ?"
หลินชิวยิ้มเรียบๆ แล้วพูดสองคำที่ทำให้แทบทุกคนต้องตะลึงงันออกมา:
"ไซไฟ"
[จบแล้ว]