- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกเศรษฐี แต่ระบบบังคับให้ขยี้ตับคนดู
- บทที่ 240 - เมืองทั้งเมืองขาวโพลนไปด้วยชุดไว้ทุกข์!!
บทที่ 240 - เมืองทั้งเมืองขาวโพลนไปด้วยชุดไว้ทุกข์!!
บทที่ 240 - เมืองทั้งเมืองขาวโพลนไปด้วยชุดไว้ทุกข์!!
บทที่ 240 - เมืองทั้งเมืองขาวโพลนไปด้วยชุดไว้ทุกข์!!
ในช่วงแรก แฟนคลับของฟางโจวยังเคยก่อเรื่องดราม่าแย่งซีนแย่งบทกันอยู่บ้าง แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นว่าฟางโจวได้รับการยอมรับจากนักแสดงในวงการและได้รับคำชื่นชมจากผู้ชมเพราะบทบาทใน "ตำนานขุนศึกตระกูลหยาง"
การยอมรับเหล่านี้ทำให้แฟนคลับถึงกับน้ำตาซึม ในที่สุดความพยายามของพี่ชายพวกเขาก็มีคนมองเห็นเสียที
แถมในละครเรื่องนี้ ฟางโจวยังรับบทนำคู่กับพี่หก อย่างน้อยๆ ก็ต้องอยู่รอดจนถึงตอนจบแน่นอน
...
เนื้อเรื่องของตอนที่สองดำเนินมาเกินครึ่ง หยางเย่และหยางลิ่วหลางถูกทหารเหลียวซุ่มโจมตีจนติดอยู่ในวงล้อมที่เขางูเลื้อย หยางชีหลางขี่ม้าตีฝ่าวงล้อมออกไปเพียงลำพังเพื่อกลับมาขอกำลังเสริม ใครจะรู้ว่าพานเหรินเหม่ยรอโอกาสนี้อยู่แล้ว!
หยางชีหลางผู้มีจิตใจซื่อตรง กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว เขาถูกพานเหรินเหม่ยสั่งจับมัดมือมัดเท้าจนแน่นหนา!
"เกิดอะไรขึ้น!"
"เชี่ย! หยางชีหลางโดนพานเหรินเหม่ยจับตัวไปแล้ว?"
"หา? ตอนนี้ไม่มีใครมาช่วยหยางชีหลางได้แล้วนะ!"
"ซี้ด..."
ผู้ชมเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที โดยเฉพาะแฟนคลับของฟางโจวที่กำหมัดแน่น จินอวี่เวยในฐานะแฟนคลับตัวยงของฟางโจวก็อินจัดจนแทบจะเข้าไปอยู่ในจอ
เมื่อแส้เส้นแรกของพานเหรินเหม่ยฟาดลงบนร่างของฟางโจว แฟนคลับจำนวนมากก็แทบคลั่ง อยากจะฉีกร่างพานเหรินเหม่ยเป็นชิ้นๆ!
หลังจากพานเป้าผู้เป็นลูกชายตายไป พานเหรินเหม่ยก็เก็บกดความแค้นไว้ในใจตลอดมา แม้แต่ต่อหน้าฮ่องเต้ก็ยังไม่แสดงอาการ เพื่อรอคอยโอกาสนี้!
โอกาสที่จะได้แก้แค้น!
พานเหรินเหม่ยบอกกับหยางชีหลางด้วยใบหน้าสะใจว่า เขารู้มาตั้งนานแล้วว่าทัพหยางจะถูกซุ่มโจมตีที่หาดทรายทอง แต่จงใจไม่ส่งทหารไปช่วยทันที คนอย่างเขาจะยอมปล่อยโอกาสที่จะได้ทรมานศัตรูฆ่าลูกตัวเองไปได้ยังไง!
แส้แต่ละทีที่ฟาดลงบนร่างหยางชีหลางหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ!
"ไม่..."
"ชีหลาง! อย่าตายนะ!"
"จบแล้ว! จบกัน! ไม่มีใครมาช่วยชีหลางได้แล้ว! ฮ่องเต้กลับวังไปแล้ว หยางเย่กับพี่หกก็ติดอยู่ที่เขางูเลื้อย!"
"กรี๊ดดด! ชีหลางอย่าตายนะ!"
อารมณ์ของผู้ชมดิ่งลงสู่ความสิ้นหวังตามเนื้อเรื่องที่ดำเนินไป
ชีหลางถูกซ้อมจนบาดเจ็บสาหัส มองไปทางไหนก็ไม่เห็นความหวังแม้แต่น้อย
สถานการณ์ที่ต้องตายสถานเดียว!!
ภาพยนตร์และละครที่ดีจะต้องสามารถควบคุมอารมณ์ของผู้ชมได้ และ "ตำนานขุนศึกตระกูลหยาง" ก็ทำหน้าที่นั้นได้อย่างยอดเยี่ยม
ในขณะที่ผู้ชมกำลังคร่ำครวญด้วยความสิ้นหวัง เหตุการณ์กลับพลิกผัน หยางชีหลางหนีไปได้เฉยเลย?!
"ทำได้ไงอ่ะ?"
"เกิดอะไรขึ้น? ชีหลางหนีไปได้ยังไง?"
"เทพมาโปรด?"
จินอวี่เวยรู้ดีว่าผลงานของหลินชิวนั้นเน้นตรรกะเหตุผลเสมอ และในวินาทีต่อมา ภาพก็ตัดไปที่ค่ายทหาร
พานเหรินเหม่ยกระชากหน้ากากของคนที่ถูกมัดอยู่ออก แล้วก็พบว่าหยางชีหลางหนีไปนานแล้ว ส่วนคนที่มารับเคราะห์แทนกลับเป็นทหารเลวในค่ายคนหนึ่ง!
หลินชิวไม่ได้บอกชื่อของทหารคนนี้ให้ผู้ชมรู้ แต่ทหารผู้น้อยคนนี้กลับพูดใส่หน้าพานเหรินเหม่ยว่า แม้เขาจะเป็นเพียงเบี้ยตัวเล็กๆ แต่ก็นับถือในความจงรักภักดีของตระกูลหยางมาตลอด เขาไม่อาจทนดูขุนนางกังฉินอย่างพานเหรินเหม่ยฆ่าคนหนุ่มอนาคตไกลอย่างท่านเจ็ดได้!
คำพูดเหล่านั้นทำให้น้ำตาเอ่อล้นออกมาจากดวงตาของจินอวี่เวยทันที
ผู้มีคุณธรรมย่อมมีคนช่วยเหลือ ผู้ไร้คุณธรรมย่อมไร้ที่พึ่ง แม้ทหารคนนี้จะรู้ว่าตัวเองต้องตายแน่ๆ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะปล่อยหยางชีหลางไป
ไม่มีชื่อแซ่ก็ไม่เป็นไร
เกิดมาเป็นคนทั้งที ต้องพิทักษ์ความยุติธรรมในใจ ให้ตัวเองไม่ต้องละอายใจต่อฟ้าดิน!
เกิดมาเป็นทหาร ก็ต้องปกป้องบ้านเมือง!
แม้จะเป็นเพียงทหารเลวตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครจดจำ!
จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายก่อนสิ้นใจ ทหารผู้นั้นยังคงเบิกตากว้าง จ้องมองขุนนางชั่วพานเหรินเหม่ยเขม็ง แล้วตะโกนก้องว่า "ไอ้กังฉิน!"
"ปู่จะไปรอเอ็งที่ปรโลก!!"
...
ณ ค่ายเขี้ยวหมาป่า
กองทหารตระกูลหยางต้านทานการบุกโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่าจากทหารเหลียว ความเข้มแข็งและเก่งกล้าสามารถของทหารตระกูลหยางนั้นน่ากลัวจนแม้แต่ทหารเหลียวยังต้องยำเกรง แต่ถึงกระนั้นจากการสู้รบต่อเนื่อง ทหารตระกูลหยางไม่มีอะไรตกถึงท้อง ทุกคนต่างอ่อนล้าหิวโหย
มาถึงจุดนี้ พอเกิดการตะลุมบอนขึ้น ทหารก็ล้มตายไปกว่าครึ่ง!
ทหารผ่านศึกที่ผู้ชมคุ้นหน้าคุ้นตาต่างล้มตายลงใต้คมดาบข้าศึกทีละคน หยางเย่เองก็บาดเจ็บสาหัส ภายใต้การคุ้มกันของทหารตระกูลหยางที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เขาถอยร่นไปจนถึงวัดซูอู่
หน้าวัดมีศิลาจารึกชำรุดแผ่นหนึ่ง คือศิลาหลี่หลิง หลี่หลิงผู้นี้รบกับพวกซยงหนูแล้วสุดท้ายก็ยอมจำนน
ส่วนซูอู่นั้นคือวีรบุรุษ
แต่วัดกลับเป็นวัดซูอู่ ศิลากลับเป็นศิลาหลี่หลิง
หยางเย่มองดูศิลาชำรุดในวัดแล้วเอ่ยอย่างเศร้าสร้อย
"ฝ่าบาท..."
"ข้าพระองค์หยางเย่ ยอมตายเป็นไม้ผุ ดีกว่าให้ท่านสงสาร ใครคือขุนนางภักดี? ใครคือขุนนางกังฉิน?!"
"ยอมแหลกลาญดั่งหยก..."
"มิขอกลิ้งเกลือกดั่งกระเบื้อง"
"ขอเอาเยี่ยงซูอู่ ไม่ขอเอาอย่างหลี่หลิง"
หยางเย่รู้ตัวดีว่าบาดเจ็บสาหัส คงไม่อาจหนีพ้นการไล่ล่าของทหารเหลียว เพื่อไม่ให้ถูกจับเป็นเชลย หยางเย่คำรามก้อง แล้วพุ่งชนศิลาจารึกจบชีวิตตนเองอย่างกล้าหาญ!
"ท่านพ่อ!!"
"ท่านพ่อ..."
หยางลิ่วหลางทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้จนแทบขาดใจ
เพียงไม่กี่วัน ครอบครัวที่เคยอบอุ่นกลับกลายมาเป็นเช่นนี้
ความสงบสุขล้วนแลกมาด้วยเลือดเนื้อของแม่ทัพ แต่อนิจจาแม่ทัพกลับไม่มีโอกาสได้เห็นความสงบสุขนั้น!
พลีกายเพื่อนายเหนือหัว แต่กลับต้องมาตายในสนามรบ ร่างทอดกาย ณ ที่แห่งนี้ เมื่อใดเล่าจะได้ห่อศพคืนถิ่น?
วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ต้องมาจบชีวิตในต่างถิ่นแดนไกล!
...
"คนที่หก..."
"นี่คนที่หกแล้ว..."
ผู้ชมถูกมีดกรีดแทงจนชาชินไปหมดแล้ว เนื้อหาของละครสองตอนนี้มันบ้าคลั่งถึงขีดสุด!
งานชุมนุมมังกรคู่ที่หาดทรายทอง กลายเป็นบทเพลงโศกนาฏกรรมการพลีชีพของตระกูลหยาง!
"จบหรือยัง?"
ผู้ชมอดไม่ได้ที่จะถามคำถามนี้
แต่วินาทีถัดมา หน้าจอทีวีก็ให้คำตอบแก่พวกเขา
เห็นได้ชัดว่า...
มันยังไม่จบ
หยางชีหลางหนีออกจากค่ายทหารมาได้ วิ่งรอนแรมมาตลอดทางด้วยร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสและไม่ได้กินน้ำกินข้าว ร่างกายจึงอ่อนแรงเต็มที
และแล้วเขาก็ตกเข้าไปในวงล้อมของทหารเหลียวอีกครั้ง!
ความหวาดกลัวแผ่ซ่านเข้ามาในใจผู้ชมอีกรอบ ในวินาทีนี้ ผู้ชมที่ยังมีสติอยู่บ้างต่างรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น
และผู้ชมที่มีสติเหล่านั้น ในวินาทีนี้ก็ได้สูญเสียสติไปแล้วเช่นกัน!
เผชิญหน้ากับแม่ทัพเหลียวและวงล้อมของทหารนับไม่ถ้วน หยางชีหลางไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย ยิ่งสู้ยิ่งห้าวหาญ
จนกระทั่งได้ยินข่าวว่ากองทัพตระกูลหยางแทบจะละลายทั้งกองพล พ่อชนศิลาตาย และเมื่อเห็นศพของพ่อปรากฏอยู่ตรงหน้า
หยางชีหลางผู้มีจิตใจใสซื่อบริสุทธิ์มาตลอด ในที่สุดก็สติหลุด!
"ท่านพ่อ"
หยางชีหลางกระอักเลือดออกมาคำโต เมื่อแม่ทัพเหลียวเกลี้ยกล่อมให้ยอมแพ้ หยางชีหลางดวงตาแดงก่ำ คำรามลั่นแล้วถือทวนพุ่งเข้าใส่!
แต่ในชั่วพริบตา ภาพอันโหดร้ายก็ปรากฏแก่สายตาผู้ชมอีกครั้ง!
ฟี้ยว ฟี้ยว ฟี้ยว!
ลูกธนูพุ่งมาจากทั่วทุกสารทิศ เจาะทะลุร่างของหยางชีหลางแทบจะพร้อมๆ กัน!
เรียกได้ว่าถูกหมื่นธนูทะลวงอก!!
...
"บ้าไปแล้ว! บ้าไปแล้ว!!!"
"ฮือๆๆๆ! ทำไม! ทำไมกัน! หลินชิว ฉันเกลียดแก!"
"ตายหมด... ตายกันหมดเลย อ๊ากกก!"
"ทำไมฉันต้องมาดูละครวันนี้ด้วย ทำไม!"
"ไม่... ไม่นะ!"
เพียงวินาทีเดียว แฟนละครทั่วทั้งรัฐเซี่ยโจวและในโลกออนไลน์ต่างเดือดดาลถึงขีดสุด!!
ผู้ชมนับไม่ถ้วนจำไม่ได้แล้วว่าวันนี้มีขุนศึกตระกูลหยางตายไปกี่คน แต่นี่คือหยางชีหลางนะ!
จินอวี่เวยไม่ได้ร้องไห้เพราะฟางโจว "ปิดกล้อง" แต่ร้องไห้เพราะความตายอันน่าอนาถของหยางชีหลาง
โดยเฉพาะตอนที่เห็นว่าก่อนตาย มือหนึ่งของหยางชีหลางยังกำทวนแน่น ส่วนอีกมือหนึ่งกำผ้าแพรแดงที่คนรักมอบให้ก่อนจากกันไว้แน่น เธอถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้น!
เด็กหนุ่มผู้ห้าวหาญองอาจ...
ต้องมาตายในสนามรบ!
ผ้าแพรแดงปลิวไสวไปตามสายลม
สิ่งที่มันพัดพาไป คือชีวิตของคนตระกูลหยางที่ภักดีจนตัวตายแทบจะล้างตระกูล
...
ในสายตาของผู้ชม มีดของโจรเฒ่ากับมีดของหลินชิวนั้นเป็นคนละประเภทกันอย่างสิ้นเชิง
มีดของหลินชิว คือการทำให้ผู้ชมเจ็บปวดเจียนตาย ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด ซึ่งต่างจากความรู้สึกกัดฟันกรอดด้วยความแค้นแบบโจรเฒ่า
"Silenced" เป็นแบบนั้น "ฮาจิ" เป็นแบบนั้น และ "ตำนานขุนศึกตระกูลหยาง" ก็เป็นแบบนั้น เพียงแต่เนื้อหาของมันฝากฝังอารมณ์ที่แตกต่างกันเอาไว้
บอกไม่ถูกแล้วว่านี่คือการใชประวัติศาสตร์เพื่อสดุดีวีรชน หรือยืมวีรชนเพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์!
ชีหลางจนตัวตายก็ยังอยากจะกำผ้าแพรแดงนั้นไว้ สีแดงที่เต็มตา ราวกับได้ย้อนกลับไปในวันที่แต่งงานกับจินเอ๋อร์
วินาทีสุดท้ายก่อนสิ้นลม หยางชีหลางใช้แรงเฮือกสุดท้าย ปักปลายทวนยันไว้กับหน้าอกตัวเอง เพื่อค้ำยันร่างไร้วิญญาณไม่ให้ล้มลงต่อหน้าทหารเหลียวพวกนี้
ใจสลาย พังทลาย ซาบซึ้ง สั่นสะเทือน น้ำตาไหลพราก...
อารมณ์หลากหลายถักทอเข้าด้วยกันในวินาทีนี้ บรรเลงเป็นบทเพลงโศกนาฏกรรมที่อุทิศแด่ลูกผู้ชายตระกูลหยาง!!
...
"ภักดีทั้งตระกูล! ฮ่องเต้หูเบา! กังฉินครองเมือง! มีใจกู้ชาติ! แต่ไร้กำลังพลิกฟ้า!"
"ชั่วชีวิตภักดีต่อชาติ ปกป้องบ้านเมือง! ตระกูลหยางไม่ละอายต่อฟ้า ไม่ละอายต่อดิน ไม่ละอายต่อราษฎร!"
"นี่คือศักดิ์ศรีของชาติ! นี่คือวีรบุรุษของชาติ!"
"ไอ้เวรพานเหรินเหม่ย! ไอ้ฮ่องเต้สุนัข! ลูกหลานตระกูลหยางต้องมาตายเพื่อฮ่องเต้แบบนี้! ไม่คุ้มเลยโว้ยยย!"
"ฟางโจว! ฮือๆๆๆ... ฟางโจว!"
แค่สองตอน
นับตั้งแต่มีดเล่มแรกถูกปาออกมา "ตำนานขุนศึกตระกูลหยาง" ก็ไม่เคยหยุดแจกมีดเลย!
ขาไป เจ็ดหนุ่มองอาจห้าวหาญตามบิดาออกศึก แต่ขากลับ มีเพียงหยางลิ่วหลางเดินโซซัดโซเซกลับมาเพียงลำพัง จ้องมองกำแพงเมืองเบื้องหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
หยางลิ่วหลางในตอนนี้ ไม่รู้เลยว่าจะใช้สีหน้าแบบไหนไปพบหน้าคนตระกูลหยางที่เหลือ
ท่านพ่อตายแล้ว
พวกพี่ๆ ตายแล้ว
น้องชายก็ตายแล้ว
เหลือเขาที่มีชีวิตรอดเพียงคนเดียว
ความโศกเศร้าฉากแล้วฉากเล่า กรีดหัวใจผู้ชมจนเป็นแผลเหวอะหวะ ยากจะเยียวยา
ที่ผ่านมาผู้ชมมักพูดกันว่าปวดตับๆ อะไรคือที่สุดของความปวดตับ คำตอบมีเพียงสองคำคือ "ประวัติศาสตร์"
นี่คือประวัติศาสตร์
หานซิ่นที่รบชนะทุกศึก สุดท้ายต้องตายในวังลึก ถูกสับจนแหลกเหลว
กวนอูที่เพิ่งสร้างชื่อสะเทือนแผ่นดิน พริบตาเดียวถูกลิบองลอบกัด หัวหลุดจากบ่า
หลี่ซื่อหมินที่รบชนะสองกษัตริย์ในศึกเดียว ชั่วชีวิตกลับไม่อาจยึดเหลียวตงรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งได้
เหล่าทหารหาญที่สู้รบถวายหัวในสนามรบ บางคนตายด้วยมือข้าศึก บางคนตายด้วยคมดาบพวกเดียวกัน
ยิ่งดูประวัติศาสตร์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกไร้เรี่ยวแรงมากเท่านั้น
...
แฟนคลับของฟางโจวสติแตกไปแล้ว
อาละวาดกันหนักมากในโลกออนไลน์
ส่วนแฟนละคร "ตำนานขุนศึกตระกูลหยาง" ต่างด้านชากันไปหมด เหมือนกับสีหน้าของหยางลิ่วหลางในละครตอนนี้ ใบหน้าสิ้นหวัง แววตาว่างเปล่า ไม่รู้จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร
หยางลิ่วหลางกับทหารตระกูลหยางที่เหลือรอดเพียงหยิบมือ ลากศพไร้วิญญาณนับไม่ถ้วนเข้าเมือง
เมื่อเงยหน้าขึ้น กลับได้เห็นภาพที่น่าสะเทือนใจ ภาพที่ทำให้ผู้ชมต้องหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง
ชาวบ้านทั้งเมืองต่างออกมายืนอยู่สองข้างทาง ยืนไว้อาลัยแด่วีรชนผู้ล่วงลับอย่างเงียบงัน!
ทั่วทั้งเมือง...
ขาวโพลนไปด้วยชุดไว้ทุกข์!!
...
[PS: เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง มีการปรับเปลี่ยนไปไม่น้อย ค่อนข้างกินพลังงาน หวังว่าทุกคนจะชอบนะครับ]
[จบแล้ว]