- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกเศรษฐี แต่ระบบบังคับให้ขยี้ตับคนดู
- บทที่ 130 - เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่! เขามีความผิดอะไร!!
บทที่ 130 - เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่! เขามีความผิดอะไร!!
บทที่ 130 - เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่! เขามีความผิดอะไร!!
บทที่ 130 - เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่! เขามีความผิดอะไร!!
หญิงชราท่านนี้ไม่ได้เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดังอะไร
แต่บทบาทที่ปรากฏตัวเพียงไม่กี่ฉากนี้ กลับเป็นบทสมทบที่หลินชิวให้ความสำคัญมากที่สุด
เพราะเนื้อเรื่องช่วงนี้มันสำคัญมากเหลือเกิน
ผู้ชมในโรงหนังต่างนั่งตัวตรง ไม่มีใครรู้เลยว่าเนื้อเรื่องต่อไปจะเป็นอย่างไร
หลิวอวิ๋นจ้องมองตาไม่กะพริบ หลิวฮ่าวกัดเล็บ
ผู้ชมคนอื่นๆ ต่างก็จดจ่ออยู่กับหน้าจอ ไม่อยากละสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว
...
เฉาปินมองหญิงชราที่แทบจะร้องไห้ออกมาคนนี้ โดยไม่พูดอะไร
ได้ยินเพียงเสียงสั่นเครือของหญิงชรา ทิ่มแทงเข้าไปในใจของผู้ชมทุกคนทีละคำๆ ราวกับมีดที่กรีดเฉือนหัวใจของผู้ชม
"ยายป่วยมาสามปี ยาแท้ขวดละสี่หมื่นยายกินมาสามปี กินจนบ้านหายไปทั้งหลัง"
"คนในครอบครัวล่มจมเพราะยาย"
ในขณะเดียวกัน เสียงเปียโนไม่กี่โน้ตในหนัง ก็ทำให้ระดับความเศร้าของผู้ชมพุ่งปรี๊ด
มองดูใบหน้าที่สั่นเทาของนักแสดงหญิงชราท่านนี้ น้ำตาก็เริ่มเอ่อล้นออกมา
"พวกคุณเอาแต่บอกว่าเป็นยาปลอม แล้วยาปลอมไม่ปลอม พวกเราจะไม่รู้เหรอคะ?"
"ยานั่นขายแค่ขวดละห้าร้อย คนขายยาไม่ได้กำไรเลยด้วยซ้ำ"
"บ้านไหนบ้างจะไม่เจอกับคนเจ็บป่วย คุณกล้ารับประกันเหรอ ว่าชาตินี้... คุณจะไม่ป่วยเลย..."
"ฮึ?"
เสียงของหญิงชราช้าเนิบ สีหน้าเศร้าสร้อยถึงขีดสุด น้ำตาคลอเบ้า พยายามข่มอารมณ์ไปพร้อมกับอ้อนวอนเฉาปิน!
แค่เห็นสีหน้านี้ ผู้ชมที่จิตใจอ่อนไหวก็เริ่มจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว
เฉาปินสับสนงุนงง แต่ประโยคต่อมาของหญิงชรา กลับทำลายเกราะป้องกันทางจิตใจของผู้ชมทุกคนจนพังทลายไม่เหลือชิ้นดี!
"พวกคุณจับเขาไปแล้ว"
"พวกเราก็ต้องรอความตาย"
"ยายไม่อยากตาย..."
"ยายอยากมีชีวิตอยู่"
"ได้ไหมคะ?"
...
"ฮือ"
แทบจะในเวลาเดียวกัน ในโรงภาพยนตร์ทั่วเซี่ยโจว น้ำตาของคนจำนวนมากพุ่งทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ก็เพราะประโยคที่ว่า "ยายไม่อยากตาย ยายอยากมีชีวิตอยู่!" นั่นแหละ
บ้านไหนบ้างจะไม่เจอกับคนเจ็บป่วย?
คนแก่ยังมีลมหายใจ ก็แค่อยากมีชีวิตอยู่ ได้เห็นลูกหลานพร้อมหน้าพร้อมตา
คำขอนี้ มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?
หลิวอวิ๋นปิดปาก น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
แม้แต่น้องชายอย่างหลิวฮ่าว เด็กหนุ่มอกสามศอกก็ยังเป็นเหมือนกัน แอบเช็ดน้ำตา สะอื้นไห้
โรงภาพยนตร์ในตอนนี้ แม้จะไม่มีเสียงร้องไห้โฮดังลั่น แต่บรรยากาศแห่งความเศร้าโศกได้ปกคลุมไปทั่วแล้ว
มีผู้ชมมากมายหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดน้ำตา และยังมีเด็กผู้หญิงที่กลั้นไม่ไหวจริงๆ ร้องไห้กระซิกเบาๆ
ไม่มีผู้ชมคนไหนจะด่าว่าหนังของหลินชิวทำไมต้องบีบน้ำตาขนาดนี้
ไม่มีผู้ชมคนไหนจะด่าว่าตัวอย่างหนังของหลินชิวเป็น "พวกต้มตุ๋น"
ผู้ชมในวินาทีนี้ ต่างจมดิ่งลงไปในอารมณ์ของภาพยนตร์ ยากจะถอนตัว
เหมือนกับฉากที่เฉาปินกุมมือหญิงชรา ปวดใจจนแทบหายใจไม่ออก
...
ได้ยินคำพูดเหล่านี้ ต่อให้ใจแข็งเป็นหิน หัวใจฉาบด้วยปูน ก็ยังทนไม่ไหว!
ยกเว้นแฟนนิยายโจรเฒ่าที่ปากแข็งบอกว่าตัวเอง "หัวใจเหล็กไหล" หัวใจของทุกคนล้วนทำด้วยเลือดเนื้อ
เฉาปินทำตัวไม่ถูก รายงานสถานการณ์ทั้งหมดไปแล้ว แต่ก็ทำใจลงมือกับผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ลง ทำใจลงมือกับคนขายยาที่ไม่ได้หวังผลกำไรคนนี้ไม่ได้
ถ้าคนขายยาถูกจับ ผู้ป่วยทุกคนต้องตาย!
เฉาปินที่สับสนทำได้เพียงวางมือจากคดีนี้
กฎหมายอยู่เหนือความรู้สึก แต่ชีวิตคนบางเบาดั่งกระดาษ
ในโลกนี้อะไรน่าเศร้าที่สุด?
นั่นก็คือไม่มีใครผิดเลย!
ทุกคนต่างก็มีความลำบากของตัวเอง แต่พอก้าวออกมา ก็จะไปตัดทางรอดของคนอื่น
‘ยาเทพ’ พล็อตเรื่องไม่ได้เรียบง่ายตรงไปตรงมาเหมือน ‘Silenced’ แต่กลับนำมาซึ่งข้อคิดมากมาย
"ทุกคนไม่มีใครผิด ยกเว้นจางฉางหลิน!"
"จางฉางหลินแม่งสวะจริงๆ! ขายยาปลอมทำร้ายคน! ยังจะมาขู่เอาเงินเฉิงหย่งอีก!"
"ใช้คำว่าเดรัจฉานมาเปรียบกับจางฉางหลินยังสงสารเดรัจฉานเลย!"
...
ผู้ชมตอนเห็นจางฉางหลินขู่กรรโชกเฉิงหย่ง จะเอาเงินหนี ต่างก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ผู้ชมในตอนนี้ลืมเฉิงหย่งที่เห็นแก่ผลประโยชน์ในตอนต้นเรื่องไปจนหมดสิ้น
แต่ ‘ยาเทพ’ เรื่องนี้ ไม่ได้สร้างตัวร้ายที่เลวบริสุทธิ์ จางฉางหลินชื่นชมความกล้าในการช่วยคนของเฉิงหย่ง แต่ก็มองความจริงได้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่า:
"พี่ขอบอกเอ็งสักสองสามประโยคนะ"
"พี่ขายยามาหลายปี พบว่าโลกนี้มีโรคอยู่แค่โรคเดียว"
"โรคจน"
"โรคนี้เอ็งรักษาไม่ได้หรอก เอ็งก็รักษาไม่ไหวเหมือนกัน ช่างมันเถอะ"
ผู้ชมชะงักไปพร้อมกัน หัวใจถูกแทงเข้าอย่างจังอีกครั้ง
ประโยคนี้มันจริงเกินไปแล้ว
ทำให้ผู้ชมต้องกลับมาขบคิดอีกครั้ง
ถ้าคุณคิดว่าความจนไม่ใช่โรค
คิดว่าตัวเองไม่แคร์เรื่องเงิน คิดอย่างเท่ๆ ว่าเงินไม่สำคัญ
คิดว่าแค่ได้ใช้ชีวิตตามใจตัวเองก็มีความสุขแล้ว
ลองไปดูที่โรงพยาบาลสิ ว่ามีกี่คนที่ต้องการเงินเพื่อต่อชีวิต ความไร้หนทางแบบนั้น ผลักดันให้คนกี่คนต้องเดินเข้าสู่เส้นทางที่สิ้นหวัง
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกนี้ไม่ใช่การลักขโมย ไม่ใช่อำนาจบาตรใหญ่ ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่คือความยากจน
พอจนแล้ว ก็ทำได้ทุกอย่าง
คนโบราณมีคำกล่าวว่า: "ยุ้งฉางเต็มจึงรู้มารยาท อิ่มท้องจึงรู้เกียรติยศ"
ถ้าคนเราแม้แต่ปากท้องยังแก้ปัญหาไม่ได้ ตอนนั้นก็ทำได้ทุกอย่าง เกียรติยศศักดิ์ศรีอะไรก็แค่เรื่องไร้สาระ!
พอเป็นโรคจนแล้ว ขีดจำกัดของคนก็จะยิ่งต่ำลงเรื่อยๆ
เงินไม่ใช่ทุกอย่าง
แต่ชีวิต ปฏิบัติต่อคนจนกับคนรวย แตกต่างกัน
ไม่มีใครอยากตาย ต่างก็อยากมีชีวิตอยู่ แต่ถ้าไม่มีเงิน แม้แต่การมีชีวิตอยู่ก็กลายเป็นความหวังที่ริบหรี่
และสิ่งที่ทำให้ผู้ชมสะเทือนใจยิ่งกว่าในหนังก็คือ
ตอนที่จางฉางหลินถูกจับ ผู้ชมต่างคิดว่าจางฉางหลินต้องซัดทอดเฉิงหย่งเพื่อลดโทษแน่ๆ แต่จางฉางหลินที่ดูเห็นแก่ตัวเหมือน "เดรัจฉาน" มาตลอด กลับยอมรับผิดคนเดียวทั้งหมด
"ยาพวกนั้นอั๊วขายคนเดียว"
"แค่คนขายยาปลอมลื้อจะกร่างอะไรนักหนา! สารภาพมาซะดีๆ!"
"อั๊วไปทำร้ายใคร? สองปีมานี้คนป่วยลูคีเมียที่อั๊วช่วยไว้ ไม่ถึงพันก็ต้องมีห้าร้อยล่ะวะ"
...
ในหนังเรื่องนี้ ถูกกับผิด สามารถใช้นิยามคนคนหนึ่งได้จริงๆ เหรอ?
ผู้ชมอึ้งไป
จริงอยู่ จางฉางหลินเป็นพ่อค้าหน้าเลือดมาตลอด
แต่พ่อค้าจะทำร้ายคนเหรอ?
ยาของจางฉางหลินขวดละหมื่นเดียว ก็ถือว่าช่วยคนไปไม่น้อยไม่ใช่เหรอ?
เพียงเพราะไม่ได้เสียสละเพื่อคนอื่นเหมือนเฉิงหย่ง ก็ต้อง "ตกนรก" เหรอ?
หนังเรื่องนี้ ยิ่งดูไปถึงช่วงท้าย ผู้ชมก็ยิ่งมีความคิดและความรู้สึกมากมายผุดขึ้นมา
สายตาที่มองไปยังจอเงินยิ่งปวดใจมากขึ้น
"ใช่"
"จน"
"ทุกคนไม่มีใครผิด ที่ผิดคือความจน"
ผู้ชมในตอนนี้ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าคำพูดเมื่อกี้ของจางฉางหลินมันช่างปรัชญาเหลือเกิน
โลกเรามันก็จริงแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?
เงินไม่สำคัญ?
คนที่พูดคำพูดแบบนี้ได้ ใช้ชีวิตอยู่ในภาพวาดที่สวยงามแบบไหนกัน?
ความโชคร้ายในชีวิต บางครั้งก็ไม่อาจต้านทาน แต่เงินสามารถแก้ปัญหาได้เกือบทั้งหมด
...
หนังค่อยๆ ดำเนินมาถึงช่วงท้าย
เดินริมน้ำบ่อยๆ มีหรือรองเท้าจะไม่เปียก
ความเคลื่อนไหวของเฉิงหย่งยังคงถูกตำรวจจับตามอง ในที่สุดเรื่องก็แดงขึ้นมาจนได้
"หัวทรงนี้ดูขัดตาชะมัด!"
เฉิงหย่งมองเจ้าหัวเหลืองเผิงฮ่าวที่โกนหัวโล้นแล้วหัวเราะ
เจ้าหัวเหลืองฟังคำแนะนำของเฉิงหย่ง ซื้อตั๋วรถกลับบ้าน
ในช่วงที่อาการดีขึ้น หาโอกาสกลับบ้านสักครั้ง
ออกมานานขนาดนี้ ที่บ้านต้องเป็นห่วงแย่แน่ๆ
"เชี่ย!"
"อันตราย!"
"ไม่นะ!"
"หลินชิว ฉันขอแนะนำให้ทำตัวเป็นคนหน่อย! ฉันจะฆ่านายหลินชิว!"
"ธงมรณะ!!"
ในผลงานภาพยนตร์และละคร ปกติการปักธงมรณะแบบนี้ หมายความว่าชีวิตของตัวละครกำลังจะเดินมาถึงจุดจบ
และแล้วก็เป็นจริง ขณะที่เฉิงหย่งกับเจ้าหัวเหลืองเผิงฮ่าวมาเอายาที่ท่าเรือตามปกติ ตำรวจก็โผล่มาเงียบๆ
พอเจ้าหัวเหลืองเห็นเข้า ก็ทำได้เพียงพยายามล่อตำรวจไปทางอื่นสุดชีวิต และในกระบวนการนี้นั่นเอง อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น
...
"โครม"
ในวินาทีที่รถที่เจ้าหัวเหลืองเผิงฮ่าวขับ พุ่งชนประสานงากับรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่วิ่งสวนมา
หัวใจของผู้ชม แตกสลายไปพร้อมกับเสียงโครมครามนั้น
หลวี่โซ่วอี้ตายแล้ว เจ้าหัวเหลืองก็ตายแล้ว แถมยังตายในรูปแบบนี้!
เด็กหนุ่มวัยยี่สิบ พูดน้อย เก็บตัว แต่ทุกคนรู้ดีว่าเจ้าหัวเหลืองมีจิตใจที่อบอุ่น
สิ่งที่น่ารับไม่ได้ยิ่งกว่าคือ ในวัยที่ควรจะรุ่งโรจน์ วาดฝันถึงอนาคต เจ้าหัวเหลืองกลับป่วยเป็นโรคร้าย สิ่งที่คิด สิ่งที่หวัง สิ่งที่เห็น แทบทั้งหมดมีแต่ความยากลำบากของชีวิต
ในขณะที่หนุ่มสาววัยเดียวกัน กำลังเรียนหนังสือ กำลังมีความรัก กำลังวาดฝันถึงอนาคตที่สวยงาม
เจ้าหัวเหลืองคิดแค่ว่าจะรอดชีวิตไปยังไง
และสวรรค์ กลับไม่มอบความเมตตาสุดท้ายให้กับเด็กที่น่าสงสารคนนี้เลย!
ครั้งนี้ผู้ชมไม่ได้หลั่งน้ำตา
แต่ในใจกลับหลั่งเลือด!!!
กว่าเฉิงหย่งจะมาถึงโรงพยาบาลด้วยความใจสลาย เจ้าหัวเหลืองก็...
ไม่มีโอกาสได้เจอครอบครัวอีกแล้ว
ในเมืองที่โดดเดี่ยว ตายไปอย่างโดดเดี่ยวลำพัง
...
เฉิงหย่งที่รับบทโดยเจียงฮั่นหอบหายใจถี่ จ้องมองเฉาปินที่มีแววตารู้สึกผิดและทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย ถามด้วยเสียงลมว่า:
"คนล่ะ?"
เวลานี้เฉาปินรู้แล้วว่าเฉิงหย่งคือพ่อค้ายาที่อยู่เบื้องหลัง ไม่รู้จะสู้หน้าเฉิงหย่งยังไง
น้องเขยที่เคยดูถูกเฉิงหย่งมาตลอด เวลานี้กลับไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
"ไปแล้ว"
ทันทีที่สองคำที่เรียบง่ายดังก้องในทางเดินโรงพยาบาล
เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหน้าผากของเจียงฮั่น เขาผลักเฉาปินไปติดกำแพงด้วยท่าทางบ้าคลั่ง แล้วตะโกนด้วยน้ำเสียงที่แทบจะฉีกขาด:
"เขาเพิ่งจะยี่สิบ!!"
"เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่! เขามีความผิดอะไร!"
"พูดสิ!"
"มึงพูดสิวะ!!"
"เขามีความผิดอะไร!"
...
เจียงฮั่นหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ถามเฉาปินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายตกอยู่ในความโศกเศร้าอย่างบ้าคลั่ง!
ทักษะการแสดงและพลังการส่งอารมณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ทำให้ผู้ชมทุกคนต้องสะเทือนใจ
น้ำตาที่กลั้นไว้ ไหลทะลักออกมาอีกครั้งอย่างไม่อาจห้าม!
ผู้ชมในตอนนี้อยากจะไปยืนข้างๆ เฉิงหย่งแล้วตะโกนใส่หน้าเฉาปินว่า:
"เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่!"
"เขามีความผิดอะไร!"
เด็กหนุ่มอายุ 20 ที่ป่วยเป็นโรคร้าย
ทำไม...
ทำไมโชคชะตาถึงไม่ยอมเมตตา แม้แต่จะชายตามองเขาสักนิด!
อารมณ์ของผู้ชมพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ภายใต้การแสดงของเจียงฮั่น เกราะป้องกันทางจิตใจพังทลาย จมดิ่งลงสู่กระแสธารแห่งความโศกเศร้าของ ‘ผมไม่ใช่ยาเทพ’ อย่างสมบูรณ์!
[จบแล้ว]