เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 197 คริสตัลบงการจิต (ฟรี)

ตอนที่ 197 คริสตัลบงการจิต (ฟรี)

ตอนที่ 197 คริสตัลบงการจิต (ฟรี)


ตอนที่ 197 คริสตัลบงการจิต

ไม่นาน เสียงของระบบ AI ก็ดังออกมาจากลำโพงเหนือศีรษะ

[ แน่นอนค่ะ ฉันเห็นทุกอย่าง รวมถึงได้พยายามส่งสัญญาณเตือนฉุกเฉินไปแล้ว แต่เซิร์กบางชนิดสามารถปล่อยสารหลอนประสาทออกมาได้ ทำให้หญิงสาวคนนั้นตกอยู่ในภาวะมึนงง ไม่ทันสังเกตการโจมตีของศัตรู ถึงแม้ฉันจะพยายามแจ้งเตือนแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผล ต้องขออภัยด้วยค่ะ ]

เสียงนั้นทำให้ทั้งสามคนขมวดคิ้วพร้อมกัน ความรู้สึกหนักอึ้งก่อตัวขึ้นในใจ

หลินชิงถามต่อ “เซิร์กพวกนั้นเป็นชนิดไหน แล้วทำไมถึงลากคนไป”

บาร์บาราตอบเสียงเรียบ

[ เซิร์กชนิดนี้ คุณสามารถมองว่ามันเป็น ‘มดงาน’ ก็ได้ รหัสที่ด็อกเตอร์ตั้งไว้คือ N-12 หน้าที่หลักคือ ออกค้นหาอาหารและสร้างรัง ส่วนที่มันลากมนุษย์คนนั้นไป เพราะตรวจพบว่าร่างกายนั้นมีสัญญาณการกลายพันธุ์ไปในระดับที่สามารถใช้เป็นอาหารได้ จึงถูกเลือกเป็นเป้าหมาย ]

คำตอบนั้นทำให้หลินชิงรู้สึกหนาววาบไปถึงกระดูก เธอถามต่อทันที “แล้วเพื่อนของฉันอีกคน ถูกเซิร์กที่สามารถเลียนแบบมนุษย์ลักพาตัวไป มันพูดได้เหมือนคนด้วย เธอรู้มั้ยว่ามันคืออะไร”

บาร์บาราเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ

[ จากการค้นฐานข้อมูล สิ่งมีชีวิตที่คุณพูดถึงใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตรหัส E-09 เป็นฝูงเซิร์กจำพวกบินได้ ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เมื่อพบเป้าหมายที่เหมาะสม พวกมันจะล่อให้เหยื่อเดินตามกลับไปยังรัง เพื่อใช้สำหรับฟักไข่ ]

[ แต่โดยทั่วไป เซิร์กชนิดนี้ไม่ได้มีนิสัยดุร้าย และมีพลังป้องกันต่ำ จากพฤติกรรมที่คุณบอก เพื่อนของคุณน่าจะมีโอกาสหนีรอดได้ภายในเวลาไม่นาน ]

เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็โล่งอกขึ้นมานิดหนึ่ง อย่างน้อยยังพอมีความหวัง

เฉินจวิ้นจึงถามต่อ “แล้วสองคนนั้นถูกพาไปที่ไหนกันแน่ เธอรู้มั้ย”

บาร์บาราตอบ

[ ตอนนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ของสถานีอวกาศที่ถูกยึดครองโดยเซิร์กอยู่ในเขตคลังสินค้า ห้องทดลอง และสวนพฤกษา จากข้อมูลประมวลผลล่าสุด มีความเป็นไปได้สูงที่เพื่อนพวกคุณคนแรกจะถูกพาไปยังเขตทดลอง ส่วนอีกคนอาจอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งจากสามสถานที่นั้น ฉันไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด ]

เฉินจวิ้นพยักหน้าช้าๆ “อย่างน้อยก็พอมีข้อมูลให้ตามรอย”

เธอมองร่างของเจียงหลิงที่ยังหมดสติพลางพึมพำ “ถึงสองแม่ลูกนั่นจะน่ารำคาญไปบ้าง แต่ในโลกเอาชีวิตรอดแบบนี้ ใครไม่บ้าก็คงไม่ใช่คนแล้ว...”

หลินชิงครุ่นคิด “งั้นคำถามสุดท้ายทำไมถึงมีเซิร์กมากขนาดนี้ ถ้าเธอรู้ทั้งหมดอยู่แล้ว ทำไมไม่เตือนพวกเราล่วงหน้า”

แววตาเธอฉายความสงสัย “ตอนที่พวกเราไปคลังอาวุธ เราเห็นศพที่ครึ่งคนครึ่งเซิร์ก พวกมันเหมือนอยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นกับความตาย เรื่องนั้นมันคืออะไรแน่”

กล้องขยับเบาๆ ราวกับส่ายหน้า

[ ขอโทษค่ะ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความลับของสถานีอวกาศ ฉันไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนเซิร์กที่คุณพบ ฉันจะคอยแจ้งเตือนเท่าที่ระบบตรวจจับได้ แต่พื้นที่อื่นนอกเหนือจากการควบคุมของฉัน คงต้องขออภัย ]

สิ้นเสียงนั้น กล้องก็นิ่งสนิทราวกับระบบดับไป

แต่ในใจของหลินชิงกลับชัดเจนขึ้น ถ้ามันเกี่ยวข้องกับ ‘ความลับของสถานี’ ก็อาจโยงถึงภารกิจหลักของดันเจี้ยนนี้

เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าพวกเธอจะไปถึงจุดเริ่มของภารกิจเมื่อไหร่

แปลกจริง พวกเขาอยู่ในดันเจี้ยนนี้มาหลายชั่วโมงแล้ว เที่ยวสำรวจไปทั่ว แต่กลับยังไม่มีสัญญาณภารกิจหลักโผล่ออกมาเลย

แต่ภารกิจหลักในเกมแบบนี้มักสุ่มเกิดตามเงื่อนไข การจะเจอหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ

หลินชิงเลยค่อยๆ ลดความคาดหวังลง

ชายผมทองพูดขึ้น “แล้วเราจะนั่งรอเฉยๆ เหรอ ไม่ออกไปสำรวจต่อหน่อย แล้วภารกิจหลักจะทำยังไง”

เฉินจวิ้นตอบ “ที่นี่ไม่เหมือนดันเจี้ยนก่อนๆ คนที่แยกตัวไปมักจะโดนพวกเซิร์กโจมตี อีกอย่างเราก็ได้ของติดมือมาพอสมควรแล้ว ไม่จำเป็นต้องรีบ”

หลินชิงเสริม “ตอนนี้เรายังไม่เข้าใจระบบ AI นี่ดีพอ จะพูดถึงสถานีอวกาศยิ่งไม่ต้องพูดเลย ออกไปสุ่มเดินตอนนี้อาจอันตรายกว่าอยู่เฉยๆ อยู่รวมกันไว้ก่อนดีกว่า”

ชายผมทองถอนหายใจ “อะไรกัน ดันเจี้ยนเท่ๆ ขนาดนี้ อยู่ในสถานีอวกาศสุดล้ำเหมือนหนังไซไฟแท้ๆ แต่พวกเธอกลับจะนั่งเฉยๆ เนี่ยนะ เสียดายของชะมัด!”

เขาพูดพลางเริ่มเสียงดังขึ้น “งั้นผมไปคนเดียวก็ได้!”

หลินชิงกับเฉินจวิ้นสบตากัน ต่างเข้าใจในทันที

เฉินจวิ้นยกมือห้าม “วิลเลียม ลองเปิดดูสถานะตัวเองสิ ตอนนี้ค่าสติเหลืออยู่เท่าไหร่”

“ค่าสติ” เขาชะงัก ก่อนเปิดหน้าจอส่วนตัวขึ้นดู พอเห็นตัวเลขก็หน้าซีดทันที “เหลือแค่หกสิบเก้า!”

“อย่างงี้นี่เอง...” หลินชิงพยักหน้าเบาๆ เข้าใจทันที

เธอมักสวมอุปกรณ์ป้องกันเต็มชุดอยู่แล้ว ทั้งหน้ากากกรองอากาศ และแว่นกันสารปนเปื้อน เฉินจวิ้นเองก็สวมหน้ากากกรองกลิ่นตั้งแต่แรก มีเพียงชายผมทองที่มั่นใจเกินไป ไม่ได้ใส่อะไรเลย

ดูเหมือนอากาศในสถานีนี้จะมีสารกระตุ้นบางอย่างปะปนอยู่ด้วย

พอเห็นตัวเลขนั้น ชายผมทองก็หน้าเสีย “บ้าจริง ผมเกือบประสาทหลอนแล้วสิ!”

เหตุผลที่หลินชิงอยากพักตรงนี้ก็คงไม่ต่างกันตอนนี้ค่าสติของเธอก็เหลือราวๆ แปดสิบห้า ซึ่งลดไปไม่น้อยเหมือนกัน

เฉินจวิ้นเองอาจต่ำกว่านั้น เพราะเธอออกไปสำรวจถึงสองรอบ

ค่าสติสามารถฟื้นตัวได้ช้าๆ หากอยู่ในสภาพแวดล้อมปลอดภัย

แต่ถ้าออกเดินทางต่อในสภาพที่ค่านี้ต่ำเกินไป มันคือการหายนะในดันเจี้ยนแบบนี้โดยแท้

ความประมาทแม้เพียงนิดอาจหมายถึงความตาย

“งั้นตอนนี้เราพักที่นี่ก่อน รอให้ค่าสติกลับมาสูงขึ้น แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะเอายังไงต่อ เมื่อเจียงหลิงฟื้น เราค่อยวางแผนใหม่ ตอนนี้เป้าหมายเดียวของเรามีแค่เอาชีวิตรอดให้ได้ในสองวันนี้!”

เฉินจวิ้นพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เธอรู้ดีว่า ถ้าผู้เล่นสองคนนั้นถูกพาตัวไปจริง โอกาสช่วยกลับมามีไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์

ไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้ แต่เพราะภัยแฝงที่มองไม่เห็น และในสถานการณ์ที่พวกเธอไม่สามารถใช้ไอเทมช่วยใดๆ ได้ ความยากของดันเจี้ยนนี้สูงเกินมาตรฐานทั่วไปมากนัก

ชายผมทองพยักหน้าเบาๆ ก่อนชี้ไปที่ร่างเจียงหลิงที่ยังสลบอยู่ “แต่ถ้าเธอตื่นขึ้นมา คงไม่ยอมง่ายๆ แน่ แล้วเราจะทำยังไงกับเธอดี”

ตอนนี้การสำรวจของพวกเขาเข้าสู่ภาวะชะงักงันอย่างสิ้นเชิง

เมื่อค่าสติลดต่ำจนเริ่มทำให้เกิดอาการประสาทหลอน การออกไปสำรวจต่อถือว่าเสี่ยงเกินไป

แต่ในเวลาเดียวกัน เพื่อนร่วมทีมสองคนก็ถูกพวกเซิร์กลากตัวไป ไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเป็นอย่างไร

เสี่ยวเฉียวยังพอมีหวังอยู่บ้าง ตามที่บาร์บาราพูด เธอน่าจะสามารถหนีออกมาได้ในที่สุด

แต่เจียงหลิงสิ ถ้าเธอตื่นขึ้นมาแล้วยังคงคลุ้มคลั่งอยากออกไปตามหาลูกชายอีกล่ะ ด้วยสภาพจิตใจแบบนั้นจะอธิบายเรื่องราวให้เข้าใจได้ยังไง

เวลาผ่านไปทีละนาที ทั้งห้องเงียบกริบ

โดยไม่มีไอเทมช่วยฟื้นฟู ค่าสติจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าแสนช้า

หรือว่าพวกเขาจะต้องนั่งรออยู่ตรงนี้ จนกว่าภารกิจหลักจะปรากฏเองจริงๆ

หลินชิงเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน “ฉันจะออกไปดูรอบๆ ก่อน เผื่อจะเจอร่องรอยหรือเบาะแสอะไร ไม่ไปไกลมากหรอก แค่สำรวจรอบๆ นี้เท่านั้น”

เฉินจวิ้นยังคงสีหน้าเคร่งเครียด พยักหน้าเบาๆ “ได้ ระวังตัวด้วยล่ะ”

“อืม”

หลินชิงหันหลังเดินเข้าอีกทางหนึ่งของทางเดิน

ความจริงที่เธอพูดออกไปนั้นมีเพียงครึ่งเดียว อีกเหตุผลหนึ่งคือ เธอตั้งใจจะเปิดหีบสมบัติหินดำที่เก็บไว้ เพื่อดูว่าข้างในจะมีไอเทมล้ำค่าหรือเปล่า

ตอนนี้เธอมีไอเทมอยู่แค่สามชิ้น ถึงแม้จะมีอาวุธจากคลังอาวุธติดตัว แต่ถ้าเกิดเจอสถานการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมาอีก ก็ยังไม่มีอะไรการันตีความปลอดภัยได้เลย

ตั้งแต่แรกที่เข้ามา เธอก็รู้สึกว่าสถานีอวกาศแห่งนี้เต็มไปด้วยความผิดปกติ

โดยเฉพาะบาร์บาราที่พูดเหมือนปิดบังอะไรไว้ชัดเจน ความลับที่ไม่ยอมบอกคงมีบางอย่างแน่

หลินชิงเลือกเดินเข้าไปในทางเดินด้านข้างที่เงียบ และร้าง เธอตรวจเช็กจนแน่ใจว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตหรือเสียงความเคลื่อนไหว จึงหยิบหีบสมบัติหินดำออกมาจากไอเทมบ็อกซ์

หีบนั้นดูเรียบง่ายแต่แปลกตา สีดำสนิทเหมือนหมึกข้น แสงจากหลอดไฟสะท้อนให้เห็นเงาลึกลับบนพื้นผิว มันให้ความรู้สึกคุ้นเคย และนิ่งสงบอย่างประหลาด

หลินชิงพนมมือในใจ “ขอให้ได้ไอเทมดีๆ หน่อยเถอะ ของที่มีประโยชน์จริงๆ ด้วยนะ ขอร้องล่ะ…”

จากนั้นเธอก็ค่อยๆ เปิดฝาออก

แต่สิ่งที่เห็นทำให้เธอขมวดคิ้วทันที ข้างในไม่มีของเสริมพลัง ไม่มีลูกกระสุน หรืออุปกรณ์พยุงชีวิต มีเพียงไอเทมเพียงเดียวเท่านั้น

“นี่ฉันดวงซวยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย…”

เธอบ่นเบาๆ ก่อนจะแยกหีบเป็นผลึกหินดำหกก้อน เก็บเข้าไอเทมบ็อกซ์ แล้วหยิบของที่เหลือออกมาดูใกล้ๆ

เป็นผลึกสีชมพูขุ่นใส รูปร่างเหมือนคริสตัลดิบที่ยังไม่ผ่านการขัดเกลา

หลินชิงพลิกดูพลางอ่านคำอธิบาย แล้วดวงตาก็วาวขึ้นมาทันที น่าสนใจเกินคาด

[ ชื่อ : คริสตัลบงการจิต ]

[ เกรด : A ]

[ โอกาสใช้งาน : 1 ครั้ง ]

[ ผล : เมื่อสัมผัสผลึก ผู้ใช้สามารถใส่คำสั่งสะกดจิตลงในจิตใต้สำนึกของตนเอง เพื่อให้ร่างกายปฏิบัติตามคำสั่งที่ตั้งไว้โดยไม่รู้ตัว ]

[ หมายเหตุ : ผลึกนี้สร้างโดยจอมเวทอิเล็กซ์ แฝงพลังเวทมนตร์ดำที่ลึกลับ และน่าหลงใหล แต่โปรดระวัง ผลข้างเคียงของเวทมนตร์ดำอาจทำให้ผู้ใช้สูญเสียการควบคุมได้ ]

“ของแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ…”

หลินชิงพึมพำพลางขมวดคิ้ว นี่คือไอเทมที่สามารถ ‘สะกดจิตตัวเอง’ ได้ทั้งอันตราย และทรงพลังในเวลาเดียวกัน

เธอครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ไม่ได้เก็บคริสตัลกลับเข้าไปในไอเทมบ็อกซ์ทันทีเหมือนทุกครั้ง

ไอเทมสามชิ้นที่พกอยู่ตอนนี้เธอถือไว้ตลอด ส่วนอีกสองชิ้นถึงไม่อยากใช้แต่ก็จำเป็นต้องมีติดตัวไว้ เผื่อสถานการณ์สุดวิสัย

เธอสูดหายใจลึก ก่อนจะเก็บคริสตัลไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านใน แล้วออกเดินต่อเพื่อสำรวจพื้นที่รอบๆ เผื่อจะเจอหีบสมบัติอีก

แต่ทันทีที่เธอเดินจากไป ด้านบนเพดานของทางเดินที่มืดมัวก็มีเงาดำขนาดใหญ่ค่อยๆ เคลื่อนผ่าน

“ชิชิชิ…”

จบบทที่ ตอนที่ 197 คริสตัลบงการจิต (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว