- หน้าแรก
- ผมก็แค่อยู่ต่างจังหวัด ไหงกลายเป็นเจ้าพ่อไปได้
- บทที่ 510 - หมาขี้เรื้อนนอนบนกองขี้... แสร้งทำตัวเป็นหมาใหญ่!
บทที่ 510 - หมาขี้เรื้อนนอนบนกองขี้... แสร้งทำตัวเป็นหมาใหญ่!
บทที่ 510 - หมาขี้เรื้อนนอนบนกองขี้... แสร้งทำตัวเป็นหมาใหญ่!
บทที่ 510 - หมาขี้เรื้อนนอนบนกองขี้... แสร้งทำตัวเป็นหมาใหญ่!
เฉียนเหว่ยหมินกำลังวุ่นอยู่กับการดูแลกล้วยไม้ในลานบ้าน
คนจีนพออายุถึงจุดหนึ่ง เลือดในกายก็จะตื่นตัว ไม่ดื่มชาฟังงิ้ว ก็ชอบปลูกดอกไม้เลี้ยงหญ้า กล้วยไม้ฮุ่ยหลานสองกระถางล้ำค่าของเฉียนเหว่ยหมินนี้ ก็ได้มาจากสวนกล้าไม้สี่ฤดูของฟางชิงเย่ แน่นอนว่าเป็นแบบกึ่งขายกึ่งให้
เห็นลูกสาวถือกระเป๋าถือรีบจะออกจากบ้าน เฉียนเหว่ยหมินเลยถามไปประโยคหนึ่ง "เสี่ยวลี่ จะไปไหนน่ะ?"
"หนูจะไปเครือไคเร่ย ได้ยินว่าต้าไห่กลับมาแล้ว"
"ไปไคเร่ย?" เฉียนเหว่ยหมินวางพลั่วอันเล็กในมือ หันมามองลูกสาว
"จะไปทวงหนี้เหรอ? ถึงแม้เครือไคเร่ยจะติดค่าวัสดุก่อสร้างเถิงหลงของเราอยู่เกือบ 20 ล้าน แต่ไปทวงตอนนี้มันไม่เหมาะนะ"
"ไอ้หนูซ่งต้าเฉิงนั่นถึงจะนิสัยไม่ดี แต่ฉันกับพ่อมันซ่งชิ่งตงก็เป็นเพื่อนกัน เราอย่าไปซ้ำเติมตอนเขาตกอับเลย รออีกสักพักเถอะ"
เฉียนเสี่ยวลี่ฟังแล้วหัวเราะ "พ่อ ใครบอกว่าหนูจะไปทวงหนี้? หนูไปสำนักงานใหญ่ไคเร่ยหาต้าไห่ จะไปดูว่ามีอะไรให้ช่วยไหม"
"แกจะไปช่วยซ่งต้าไห่?!" เฉียนเหว่ยหมินมองลูกสาวด้วยสายตายิ้มๆ กึ่งล้อเลียน "เสี่ยวลี่ ตอนนั้นแกตามจีบซ่งต้าไห่ ไอ้หนูนั่นปฏิเสธหัวชนฝา ตอนนี้มันตกอับแล้ว แกยังจะไปช่วยมันอีกเหรอ?!"
เฉียนเสี่ยวลี่ฟังแล้วหน้าบึ้ง "พ่อ เรื่องเก่าๆ อย่ารื้อฟื้นได้ไหม? อีกอย่างเรื่องนี้คนละเรื่องกัน!"
"ได้ๆ ไม่พูดแล้ว! แต่พ่อจะบอกแกนะ เรื่องตระกูลซ่งแกอย่าเอาตัวเข้าไปยุ่ง! พวกเราไม่ไปไล่เบี้ยทวงหนี้ตอนนี้ ไม่ไปซ้ำเติม ก็ถือว่าเห็นแก่ความสัมพันธ์ของพ่อกับซ่งชิ่งตงมาหลายปีแล้ว! ส่วนเรื่องจะไปช่วย หรือแม้กระทั่งให้ยืมเงิน อย่าได้ทำเรื่องโง่ๆ เด็ดขาด!" เฉียนเหว่ยหมินเตือน
"แกก็รู้ว่าพวกทำอสังหาฯ หนี้สินท่วมหัวทั้งนั้น ตระกูลซ่งเกิดเรื่องแบบนี้ ธนาคารระงับสินเชื่อ ห่วงโซ่ทางการเงินขาดสะบั้นแน่นอน! พ่อว่านะ ดีไม่ดีอาจจะล้มละลาย! อีกอย่างไอ้หนูซ่งต้าไห่นั่น ใช่คนทำธุรกิจเป็นซะที่ไหน?!"
พูดถึงตอนท้าย เฉียนเหว่ยหมินก็ส่ายหน้า
"ใครบอกว่าเครือไคเร่ยต้องล้มละลายแน่ๆ?" เฉียนเสี่ยวลี่แค่นเสียงเย็นชา "ถ้าเป็นซ่งต้าเฉิงอาจจะเป็นไปได้ แต่เครือไคเร่ยตอนนี้ซ่งต้าไห่กุมบังเหียน เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! พ่อลืมไปแล้วเหรอ เขายังมีเพื่อนซี้ตายแทนกันได้อย่างฟางชิงเย่อีกคน! ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ฟางชิงเย่จะยอมนิ่งดูดายเหรอ?! คนเขามีเงินสดในมือเป็นกอบเป็นกำ!"
"เอ๊ะ... ที่พูดมาก็มีเหตุผล" เฉียนเหว่ยหมินครุ่นคิด "ไอ้หนูฟางชิงเย่นั่น ถึงจะทำงานโหดเหี้ยม แต่กับเพื่อนฝูงก็ใช้ได้ มันไปเมืองนอกไม่ใช่เหรอ? กลับมาหรือยัง?"
"หนูฟังไป๋อู๋บอกเมื่อวานว่ากลับจากบราซิลแล้ว"
"อ้อ งั้นแกไปเถอะ ไปปลอบใจสักหน่อยก็ได้ แต่อย่าให้ยืมเงินนะ!" เฉียนเหว่ยหมินกำชับ
"ขี้งก!" เฉียนเสี่ยวลี่บ่นอุบอิบ ขับรถออดี้ของตัวเองออกจากประตูบ้าน มุ่งหน้าสู่ตึกไคเร่ยกรุ๊ป
ในเวลานี้ ห้องทำงานผู้จัดการทั่วไปของเครือไคเร่ยเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครม คนสิบกว่าคนล้อมรอบโต๊ะทำงาน ซ่งต้าไห่นั่งเงียบกริบอยู่หลังโต๊ะ ข้างๆ มีเฉินเหมยเหมยยืนหน้าซีดเผือด
"เถ้าแก่ทุกท่านครับ เงียบหน่อย เงียบหน่อย ให้เวลาคุณซ่งของเราหน่อยได้ไหมครับ? ท่านเพิ่งมารับตำแหน่ง ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลย"
คนที่พูดเป็นชายหัวล้านเล็กน้อยวัยห้าสิบกว่าปี คือ หลิวเยี่ยนหมิง รองประธานเครือไคเร่ย เป็นคนเก่าแก่ของไคเร่ย ติดตามซ่งชิ่งตงมาตั้งแต่สมัยยังเป็นผู้รับเหมา จงรักภักดีต่อไคเร่ยมาก
เครือไคเร่ยเกิดเรื่อง ซ่งต้าเฉิงโดนจับ ซ่งชิ่งตงเข้าโรงพยาบาล พนักงานในบริษัทขวัญหนีดีฝ่อ ได้หลิวเยี่ยนหมิงคนนี้แหละช่วยประคองไว้
ได้ยินหลิวเยี่ยนหมิงพูดแบบนี้ ชายวัยกลางคนสี่สิบกว่าคนหนึ่งก็สวนขึ้น "คุณหลิว คุณพูดง่ายนี่! ผมให้เวลาเขา แล้วใครให้เวลาพวกผมบ้าง! เงินค่าวัสดุ 14 ล้านที่ติดบริษัทชือญ่าของพวกผมอยู่ ผมยังรอเอาไปจ่ายค่าแรงคนงานนะโว้ย!"
"คุณจาง คุณพูดแบบนี้ไม่มีเหตุผลเลยนะ ในสัญญาระบุชัดเจนว่าชำระเงินวันที่ 30 มิถุนายน ตอนนี้เพิ่งกลางเดือนเมษา ทำไมคุณมาทวงก่อนกำหนด?" หลิวเยี่ยนหมิงแย้ง
"30 มิถุนายน?" ชายที่ชื่อคุณจางแค่นหัวเราะ
"เครือไคเร่ยของพวกคุณจะอยู่ถึงวันนั้นเหรอ?! ตอนนี้ต้องเจอกับค่าปรับมหาศาล ตัวเองก็หนี้สินรุงรัง! ไซต์งานทั้งหมดหยุดชะงัก บ้านขายไม่ออก! ธนาคารก็จะยึดเงินกู้คืน ได้ยินว่าเมื่อวานแบงก์ก่อสร้างส่งคนมาแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่ ไม่ใช่ว่าพวกเราแล้งน้ำใจ แต่เครือไคเร่ยของพวกคุณมันโคลนเหลวเอาไปฉาบกำแพงไม่ได้จริงๆ พวกคุณจะซวย ก็อย่าลากพวกเราลงน้ำไปด้วยสิ คืนเงินมา!"
"เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ สัจธรรมโลก!"
"วันนี้ไม่คืนเงิน กูจะขนของที่นี่ไปขัดดอก!" ชายผอมแห้งคนหนึ่งตะโกนขึ้น
"ใครหน้าไหนกล้าขนของ?!" ซ่งต้าไห่ลุกพรวดขึ้น ตบโต๊ะตะคอกใส่ชายผอมแห้ง
"หูจวิน! มึงกล้าแตะดูสิ? กูโทรศัพท์กริ๊งเดียวส่งมึงเข้าคุกได้เหมือนกัน! ตระกูลซ่งกูจะดวงตก แต่ก็ยังไม่ถึงคราวให้ไอ้ชาติหมาอย่างมึงมารังแก! ตอนนั้นมึงอยากจะขายปูนของมึง แทบจะเลียตีนพี่ชายกูอยู่แล้ว! ถุย! ไอ้หมาขี้เรื้อน!"
รังสีอำมหิตของซ่งต้าไห่ทำเอาหูจวินสะดุ้งโหยง พอได้ยินเรื่องเก่าๆ ก็โกรธจนหน้าแดง "โอ้โห... มึงเก่งนักใช่ไหมไอ้หนู? ก็แค่พึ่งบารมีพ่อมึงไม่ใช่เหรอ?! ตอนนี้มีอะไร? พ่อมึงนอนโรงพยาบาล ไคเร่ยจะเจ๊งอยู่รอมร่อ ยังจะมาปากดีอะไรอีก?! อย่ามาทำเก่ง จ่ายเงินมา!"
"นี่พวกคุณเป็นผู้ชายอกสามศอกกันแท้ๆ มีความเห็นอกเห็นใจกันบ้างไหม?!" ทันใดนั้น หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาจากประตู ตะโกนด่ากราด "พวกคุณในที่นี้ บางคนก็มีความสัมพันธ์กับลุงซ่ง บางคนก็กับซ่งต้าเฉิง ทำธุรกิจด้วยกันมาก็ไม่ใช่แค่วันสองวัน ตอนนี้เครือไคเร่ยเจออุปสรรคนิดหน่อย พวกคุณก็รีบแจ้นมาทวงหนี้กันเลยเหรอ?"
"อ้อ ที่แท้ก็คุณหนูแห่งเถิงหลงกรุ๊ปนี่เอง" หูจวินกวาดตามองเฉียนเสี่ยวลี่หัวจรดเท้า "หรือว่าเธอไม่ได้มาทวงหนี้? ฉันได้ยินว่าเครือไคเร่ยก็ติดค่าวัสดุเถิงหลงกรุ๊ปของพวกเธออยู่ไม่น้อยไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่ แต่เถิงหลงกรุ๊ปของเราไม่หน้าด้านไร้ยางอายเหมือนหงตงซีเมนต์ของพวกแก! ซ้ำเติมคนตกอับ!" เฉียนเสี่ยวลี่พูดอย่างโมโห
"เถิงหลงกรุ๊ปของพวกเธอรวยล้นฟ้า เสียหายไม่กี่สิบล้านก็ไม่สะเทือน แต่หงตงซีเมนต์ของพวกเราเป็นแค่บริษัทเล็กๆ ไม่กล้าเทียบกับพวกเธอหรอก" หูจวินทำหน้ายิ้มแสยะ
"เอางี้ไหม ประธานเฉียน ให้เถิงหลงจ่ายแทนเครือไคเร่ยให้ผมเป็นไง? ติดผมอยู่ไม่เยอะ แค่ 7 ล้านเอง แบบนี้ถึงจะแสดงให้เห็นว่าเถิงหลงกรุ๊ปของพวกเธอ และตัวเธอเฉียนเสี่ยวลี่นั้นยิ่งใหญ่สูงส่ง!"
หูจวินพูดจาประชดประชัน
"แก?!"
7 ล้านก็ 7 ล้าน คิดว่าฉันจ่ายไม่ไหวเหรอ?!
แม่นางไม่ต้องใช้เงินเถิงหลงกรุ๊ปหรอก แค่ร้านยาคังเจี้ยนของฉัน ก็ควัก 7 ล้านให้แกได้เดี๋ยวนี้!
ตอนนี้ร้านยาคังเจี้ยนที่เฉียนเสี่ยวลี่ก่อตั้งขึ้นเอง ได้เปิดสาขาไปแล้ว 12 แห่งในจิ้งไห่ หนานซิน อู่หยาง และที่อื่นๆ มีการจัดซื้อรวม ขนส่งรวม บริหารจัดการร้านรวม ธุรกิจกำลังรุ่งโรจน์
คิดถึงตรงนี้ เฉียนเสี่ยวลี่ก็แค่นเสียงเย็น "ได้! 7 ล้านที่เครือไคเร่ยติดแก ร้านยาคังเจี้ยนของฉันจะจ่ายให้! แต่ต้องเป็นหนี้ที่ถึงกำหนดชำระแล้วเท่านั้น!"
"ดีสิ... งั้นมาทำสัญญากัน!" หูจวินรีบพูดทันที
"ประธานเฉียน ของผมด้วย"
"ของผม ประธานเฉียน หนี้ที่บริษัทเราติดอยู่ถึงกำหนดแล้วครับ!"
สถานการณ์เริ่มวุ่นวาย ทุกคนพากันเบียดเข้ามาหาเฉียนเสี่ยวลี่
หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น
ช่วยออกให้ 7 ล้าน เธอคิดว่าไหว แต่ถ้ามากกว่านี้จะกระทบกระแสเงินสดของร้านยาคังเจี้ยน
"เสี่ยวลี่ ขอบใจนะ ไม่ต้องหรอก" ตอนนั้นเองซ่งต้าไห่ก็เอ่ยปาก แล้วมองไปที่ทุกคน "เถ้าแก่ทุกท่านครับ เงินที่ติดพวกคุณอยู่ผมคืนให้แน่ ผมขอประกาศตรงนี้เลยว่า ผมซ่งต้าไห่ไม่มีวันเบี้ยวหนี้ ต่อให้เครือไคเร่ยต้องทุบหม้อขายข้าว ก็จะคืนหนี้ให้ทุกคนตรงเวลา!"
"ชิ... ทุบหม้อขายข้าว? ตอนนี้เครือไคเร่ยมีสินทรัพย์สุทธิเหลือเท่าไหร่เชียว? อย่ามาทำเป็น หมาขี้เรื้อนนอนบนกองขี้... แสร้งทำตัวเป็นหมาใหญ่! บริษัทจะเจ๊งอยู่แล้ว ยังจะมาทำเก๊กอีก!"
คนพูดคือหูจวินอีกแล้ว
ซ่งต้าไห่โกรธจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ กำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นกรอบแกรบ
แม่งเอ้ย ถ้าเป็นนิสัยปกติของกู กูต่อยหน้ามึงแหกไปแล้ว!
"ต้าไห่ อย่าใจร้อน" เฉินเหมยเหมยพยายามดึงแขนสามีไว้สุดฤทธิ์ เธอรู้ว่าถ้าหมัดนี้ต่อยออกไป เรื่องจะบานปลายแน่
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงผู้ชายดังมาจากหน้าประตู "ใครบอกว่าแสร้งทำตัวเป็นหมาใหญ่ ใครบอกว่าเครือไคเร่ยจะเจ๊ง?"
ทุกคนหันไปมองทางประตู เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินอาดๆ เข้ามา
ฟางชิงเย่
(จบแล้ว)