- หน้าแรก
- ผมก็แค่อยู่ต่างจังหวัด ไหงกลายเป็นเจ้าพ่อไปได้
- บทที่ 420 - ธนาคารจิ้งไห่เปิดทำการ
บทที่ 420 - ธนาคารจิ้งไห่เปิดทำการ
บทที่ 420 - ธนาคารจิ้งไห่เปิดทำการ
บทที่ 420 - ธนาคารจิ้งไห่เปิดทำการ
วันที่ 20 มีนาคม ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอ รองอธิบดีสำนักงานกำกับดูแลการธนาคารมณฑล, นายอำเภอหนานซิน, ตัวแทนธนาคารเป่าซาง (อดีตประธานกรรมการธนาคารหมู่บ้านหนานซิน) และซีอีโอของทั่วฟางเทคโนโลยี ทั้งสี่คนได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจการปรับโครงสร้างธนาคารหมู่บ้านหนานซิน ท่ามกลางเสียงปรบมือดังสนั่นทั่วห้องประชุม
นับแต่นั้นเป็นต้นมา ธนาคารหมู่บ้านหนานซินเดิมได้ถูกปรับโครงสร้างและเปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารจิ้งไห่ ก้าวเข้าสู่ระยะการพัฒนาใหม่
วันที่ 24 มีนาคม ณ อาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารหมู่บ้านหนานซินเดิม ได้จัดพิธีเปิดป้ายอย่างยิ่งใหญ่ เก้าโมงเช้า หน้าประตูใหญ่ธงทิวปลิวไสว เสียงฆ้องกลองดังสนั่น ผู้บริหารจากสำนักงานกำกับดูแลการธนาคารมณฑล, รัฐบาลอำเภอ และธนาคารจิ้งไห่ ต่างสวมสูทเต็มยศ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
ภาพความคึกคักดึงดูดให้ชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาต้องหยุดดู สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจไม่ใช่บรรดาผู้บริหาร แต่เป็นป้ายผ้าสีแดงที่ห้อยลงมาจากยอดตึกจำนวนมาก ปกคลุมไปทั่วพื้นผิวอาคารจนแน่นขนัด!
"แม่เจ้า ทำไมเยอะขนาดนี้?"
"ธนาคารตงฟาง, ธนาคารก่อสร้าง, ธนาคารเกษตร... ห้าธนาคารใหญ่ยังมีสหกรณ์เครดิตก็มาร่วมยินดีด้วย!" ป้าคนหนึ่งที่เพิ่งกลับจากจ่ายตลาดหรี่ตามองป้ายผ้าแล้ววิจารณ์กับเพื่อน "ไม่ใช่ว่าธุรกิจเดียวกันคือศัตรูหรอกเหรอ?"
"นี่มันจะไปแปลกอะไร โบราณว่าไว้ ขนาดขึ้นศาลยังนั่งโต๊ะจีนเดียวกันได้เลย" เพื่อนตอบ
"อุ๊ยตาย... ยังมีบริษัทอีกตั้งเยอะ! ไคเร่ย, เถิงหลง, หัวเฉิง... ทำไมบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่กันมาเยอะขนาดนี้?!" ป้าถามอีก
"ป้าไม่รู้เรื่อง พวกผู้รับเหมาพวกนี้ต้องกู้เงินธนาคาร โบราณว่า มีนมก็คือแม่ นี่มีแม่เพิ่มมาอีกคน พวกเขาก็ต้องมาร่วมยินดีสิ!" เพื่อนตอบอย่างเป็นตุเป็นตะ
ป้าพยักหน้า "ยังมีบริษัทเซียนเฟิงอะไรนี่, ฐานการผลิตบีวายดีหนานซิน, ร้านจิวเวลรี่โจวลิ่วฟู... เอ๊ะ ยังมีบริษัทจากเซี่ยงไฮ้ด้วย: บริษัท เซี่ยงไฮ้เอ้อเลอเม จำกัด, บริษัท ทูมอร์โรว์คิวบ์ (ลูกบาศก์แห่งวันพรุ่งนี้) อินเวสต์เมนต์ จำกัด..."
"ยังมีบริษัทการค้าระหว่างประเทศปางเฉิงจากฮุยจิง, ของปักกิ่งก็มีนะ, บริษัท ไบต์แดนซ์ ปักกิ่ง จำกัด, ของเซินเจิ้น! เซินเจิ้นอินโนเวชั่นเทคโนโลยี จุ๊ๆ นี่มันมาจากทั่วสารทิศเลย บริษัทพวกนี้มากู้เงินธนาคารหมดเลยเหรอ?" ป้าถามอีก
"ไม่รู้สิ อาจจะมาฝากเงินมั้ง?"
"เพ้อเจ้อ เขาจะถ่อมาฝากเงินถึงที่นี่เนี่ยนะ?!"
เสียงวิจารณ์ของป้าทั้งสอง แน่นอนว่าฟางชิงเย่ไม่ได้ยิน ตอนนี้เขาสวมสูทเต็มยศ ใบหน้ายิ้มแย้ม กำลังคุยกับแขกเหรื่อและผู้บริหารที่มาร่วมงาน
จริงๆ แล้ว ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือการจัดการของลี่ลี่
เจ้านายเปิดธนาคาร บริษัทที่เจ้านายลงทุนไว้อย่างน้อยก็ต้องแสดงความยินดีใช่ไหม? ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่ส่งกระเช้าดอกไม้กับป้ายผ้ามาคงไม่เกินไปมั้ง?
ไม่ต้องบอกกล่าว ฉันตัดสินใจแทนตรงนี้เลย!
เธอเลยสั่งให้พนักงานสั่งทำกระเช้าดอกไม้และป้ายผ้ากันข้ามคืน แถมยังจ้างรถบรรทุกขนมาส่งที่หนานซินด้วยตัวเอง
ฟางชิงเย่รู้เรื่องเข้าถึงกับพูดไม่ออก
ถึงขั้นจ้างรถขนป้ายผ้ากับกระเช้าดอกไม้มาจากเซี่ยงไฮ้เลยเหรอ?!
ถ้าอยากแสดงน้ำใจ มาสั่งทำที่ตัวอำเภอหนานซินไม่ได้หรือไง?!
แต่แม่คุณกลับอ้างเหตุผลอย่างฉะฉานว่า แบบนี้ถึงจะดูจริงใจ...
ช่างเถอะ ไม่พูดดีกว่า
ตอนนี้ลี่ลี่ก็สวมสูทผู้หญิง ยืนอยู่ข้างๆ กำลังคุยเล่นกับจ้าวเหวินจวิน
จ้าวเหวินจวินรู้สถานะของหญิงสาวหน้าตาธรรมดาคนนี้แล้ว รองซีอีโอของทั่วฟางเทคโนโลยี!
เทียบเท่ากับเจ้าของเงินทุนของตัวเองเชียวนะ เลยไม่กล้าเสียมารยาท ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ
"ประธานลี่ ป้ายผ้าพวกนี้เป็นบริษัทเพื่อนๆ ของประธานฟางส่งมาเหรอครับ?" จ้าวเหวินจวินเองก็สงสัยป้ายผ้าที่แขวนอยู่บนตึกเหมือนกัน
เมื่อก่อนไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย
"เปล่าค่ะ พวกนี้เป็นบริษัทที่ประธานฟางลงทุนหรือถือหุ้นอยู่ทั้งนั้น" ลี่ลี่ชี้ไปที่ป้ายผ้าเหล่านั้น "จินรื่อโถวเถียว (Today's Headlines) ของปักกิ่ง, เอ้อเลอเมของเซี่ยงไฮ้, ทูมอร์โรว์คิวบ์, ต๋าเจียงของเซินเจิ้น ทั้งหมดนี่แหละค่ะ คุณไม่ทราบเหรอคะ?"
อะไรนะ?!
จ้าวเหวินจวินตกตะลึงทันที
เขาเดิมคิดว่าฟางชิงเย่มีแค่บริษัททั่วฟางเทคโนโลยีที่ลงทุนในธนาคารหนานซิน ไม่นึกว่าจะมีเยอะขนาดนี้!
สี่ปีที่แล้ว เขายังเป็นแค่พนักงานธนาคารธรรมดาๆ ที่ไม่มีใครสนใจอยู่เลยแท้ๆ...
จ้าวเหวินจวินมองฟางชิงเย่ที่ยืนคุยหัวเราะกับแขกผู้มีเกียรติอยู่บนพรมแดงที่ปูไว้ชั่วคราว แววตาอดไม่ได้ที่จะฉายแววเคารพยำเกรง
เก้าโมงตรง พิธีการเริ่มขึ้น ฟางชิงเย่, เลขาธิการหูจากอำเภอ และรองอธิบดีหวังจากสำนักงานกำกับดูแลการธนาคารมณฑล ร่วมกันเปิดผ้าคลุมสีแดงที่คลุมป้ายแนวตั้งหน้าประตูออก ตัวอักษรสีดำบนพื้นขาว: ธนาคารจิ้งไห่ ปรากฏแก่สายตา เสียงปรบมือดังสนั่นจากฝูงชน
จากนั้นเป็นช่วงผู้บริหารและแขกเหรื่อกล่าวคำอวยพรอย่างอบอุ่น ให้สัมภาษณ์นักข่าว สุดท้ายฟางชิงเย่เชิญแขกผู้มีเกียรติเยี่ยมชมโถงให้บริการชั้นล่างและพื้นที่สำนักงานชั้นบน พิธีการทั้งหมดจบลงตอนสิบโมง
หลังจากส่งแขกกลับ ฟางชิงเย่ไม่ได้กลับไปพักผ่อน แต่ไปนั่งเล่นที่ห้องทำงานของตัวเอง
ห้องทำงานอยู่ที่ชั้นสาม เป็นห้องเดิมของจางเสี่ยวจวิน ประธานกรรมการคนก่อน พื้นที่ค่อนข้างกว้างประมาณ 40 ตารางเมตร หันหน้าไปทางทิศใต้ แสงสว่างดีมาก
การตกแต่งเป็นแบบจีนดั้งเดิม เฟอร์นิเจอร์ไม้ลงรักสีแดง โซฟาหนัง ดูโอ่อ่าภูมิฐาน
การจัดวางและเฟอร์นิเจอร์ข้างใน ฟางชิงเย่ไม่ได้สั่งให้เปลี่ยน แค่ให้คนเอาป้าย "สวรรค์ตอบแทนคนขยัน" (เทียนเต้าโฉวฉิน) ที่แขวนอยู่บนผนังออกไป
แขวนไอ้นี่ไว้ จริงๆ ก็คือการใช้ให้ลูกน้องทำนู่นทำนี่ ดูภายนอกคือ "สวรรค์ตอบแทนคนขยัน" แต่จริงๆ ก็คือการขูดรีดและกดขี่ไม่จบไม่สิ้น
เหมือนกับบางคนที่ชอบแขวนป้าย "ความซื่อสัตย์ชนะใจคนทั่วหล้า" จริงๆ แล้วพูดผีเจาะปากทั้งนั้น
ในห้องทำงานมีต้นไม้เพิ่มมาสองสามกระถาง ต้นศุภโชค, กล้วยไม้ชุนหลาน... แน่นอนว่าพวกนี้มาจากสวนกล้าไม้ของตัวเองทั้งนั้น รวมถึงทั้งธนาคาร ก็เปลี่ยนมาเช่าไม้กระถางจากบริษัทดอกไม้และกล้าไม้ซื่อจี้ทั้งหมด
น้ำซึมบ่อทราย ไม่ให้ไหลไปนาคนอื่นไง
ข้างห้องทำงานเป็นที่ทำงานของเลขานุการผู้จัดการ มีประตูเชื่อมตรงผนัง วันนี้ประตูแง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง
ฟางชิงเย่นั่งหลังเก้าอี้เจ้านาย คิดอะไรนิดหน่อยแล้วเรียก "หูหลิงหลิง"
"มาแล้วค่ะ" เสียงหวานใสของผู้หญิงดังขึ้น สาวน้อยในชุดยูนิฟอร์มกระโปรงทรงสอบของธนาคารเดินมาจากห้องข้างๆ
สวยมาก
หน้าเรียวรูปไข่ ตาชั้นเดียวเฉี่ยวๆ คิ้วโก่งดั่งใบหลิว สูงประมาณร้อยหกสิบห้า ใส่ชุดยูนิฟอร์มแล้วดูอ่อนหวานและสง่างาม
ฟางชิงเย่ไม่เข้าใจว่าทำไมจางเสี่ยวจวินถึงหาเด็กสาวอายุเพิ่งยี่สิบ วุฒิแค่ปวช. มาเป็นเลขาฯ ตัวเอง?
หามาเป็นแจกันประดับชัดๆ
แต่เขาไม่ต้องการ
จริงๆ แล้วเลขาฯ เป็นผู้ชายจะดีที่สุด จบมหาวิทยาลัย ทำงานคล่องแคล่ว เวลาพาไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องกลัวคนนินทา
แต่ตอนนี้เขาเพิ่งรับตำแหน่ง ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ ก็ทนใช้ไปก่อน วันหลังค่อยหาโอกาสเปลี่ยน
หูหลิงหลิงมองผู้จัดการที่อายุมากกว่าตัวเองไม่กี่ปีอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วถามเสียงเบา "ผู้จัดการ เรียกหาหนูเหรอคะ? มีอะไรให้รับใช้คะ?"
"วันหลังไม่ต้องใช้คำว่า 'ท่าน' (หนิน) แล้วนะ ตอนนี้คุณไปตามรองผู้จัดการทั้งสองท่านมาที่ห้องทำงานผมหน่อย" ฟางชิงเย่สั่ง
"ได้ค่ะ"
หูหลิงหลิงออกไป ฟางชิงเย่ก็ลุกจากเก้าอี้เจ้านายมานั่งที่โซนรับแขก ไม่ถึงสองนาที จ้าวเหวินจวิน รองผู้จัดการฝ่ายบริหาร และ หยางเหว่ยอี้ รองผู้จัดการอีกคน ก็ทยอยเข้ามาในห้องทำงาน
หยางเหว่ยอี้ปีนี้อายุ 55 ปี รูปร่างท้วมๆ เดิมเป็นรองผู้จัดการธนาคารประชาชนจีน (แบงก์ชาติ) ประจำอำเภอ แต่ถอยมาอยู่แนวหลังนั่งว่างงานอยู่บ้าน จ้าวเหวินจวินเลยเชิญมาเป็นรองผู้จัดการ ทำงานถนัดของเขา: ดูแลฝ่ายบุคคล, ธุรการ, พัสดุและงานทั่วไป
สำหรับคนคนนี้ ฟางชิงเย่เคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง เป็นประเภทไต่เต้ามาจากระดับล่าง ทำงานขยันขันแข็งมาทั้งชีวิตจนได้ขึ้นเป็นผู้บริหาร แต่ทำได้ไม่กี่ปีก็ต้องถอยมาอยู่แนวหลังเพราะอายุถึงเกณฑ์
ทำงานรอบคอบรัดกุม ไม่มีลูกบ้า แต่ก็ไม่ทำอะไรผิดพลาดใหญ่โต
"ผู้จัดการจ้าว, ผู้จัดการหยาง เชิญนั่งครับ" ฟางชิงเย่ทักทายยิ้มๆ "วันหลังเราปรึกษางานกัน ดื่มแต่ชาไม่สูบบุหรี่นะ"
หยางเหว่ยอี้ที่เพิ่งล้วงบุหรี่ซูเยียนออกมาจากกระเป๋า ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มเจื่อนๆ ยัดซองบุหรี่กลับเข้ากระเป๋า
"วันนี้ประชุมกันหน่อย หลักๆ คือเราสามคนมาหารือกันว่า ตอนนี้ธนาคารมีปัญหาเร่งด่วนอะไรบ้างที่ต้องแก้ไข ผมอยากฟังความเห็นพวกคุณ" ฟางชิงเย่พูดจบ ก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบ
"ผู้จัดการจ้าว ตอนนี้คุณเป็นฝ่ายบริหารหลัก คุณพูดก่อนเถอะ" หยางเหว่ยอี้หัวเราะ
"งั้นก็ได้ครับ ผมขอพูดมุมมองส่วนตัวหน่อย" จ้าวเหวินจวินไม่เกี่ยงงอน พูดเข้าประเด็นทันที
"ปัญหาเร่งด่วนที่ธนาคารต้องแก้ตอนนี้ อันดับแรกเลยคือยอดเงินฝากที่ลดฮวบ จนถึงเมื่อวาน ยอดเงินฝากทั้งธนาคารมีแค่ 260 ล้าน จากที่เคยสูงสุดถึง 3,000 ล้าน! ตอนนี้อย่าว่าแต่เทียบกับห้าธนาคารใหญ่เลย แม้แต่เศษเสี้ยวของสหกรณ์เครดิตประจำอำเภอก็ยังเทียบไม่ได้! ดังนั้นต้องมีมาตรการที่แข็งแกร่ง พลิกสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด เพิ่มยอดเงินฝากให้ได้มากที่สุด!"
พูดจบ จ้าวเหวินจวินก็วาดมือออกไปตามความเคยชิน ดูมีพลังอำนาจมาก
(จบแล้ว)