- หน้าแรก
- ผมก็แค่อยู่ต่างจังหวัด ไหงกลายเป็นเจ้าพ่อไปได้
- บทที่ 140 - รางวัลหนักย่อมมีผู้กล้า
บทที่ 140 - รางวัลหนักย่อมมีผู้กล้า
บทที่ 140 - รางวัลหนักย่อมมีผู้กล้า
บทที่ 140 - รางวัลหนักย่อมมีผู้กล้า
"สุดยอด ลำบากเธอแล้วนะ"
"ลำบากอะไรกัน ถือว่าไปเที่ยวไง เย่จื่อ พรุ่งนี้ฉันจะส่งตัวอย่างสัญญาไปให้นายทางไปรษณีย์นะ" ไป๋อู๋พูดต่อ
"เรื่องนี้ไม่รีบ เธอพักผ่อนเยอะๆ เถอะ"
ผ่านไปสองวันฟางชิงเย่ได้รับสัญญาที่ไป๋อู๋ส่งมาจากเซี่ยงไฮ้ ในสัญญาระบุชัดเจน: บริษัทการลงทุนและการค้าเทคโนโลยีทั่วฟาง ลงทุน 23 ล้านหยวน ได้รับหุ้น 10% ของบริษัทต๋าเจียงอินโนเวชั่นเทคโนโลยี
พร้อมทั้งระบุสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย เช่น บริษัททั่วฟางเป็นเพียงผู้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ ไม่เข้าร่วมการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมของบริษัท
บริษัททั่วฟางสัญญา: ภายในห้าปีจะไม่เรียกร้องเงินปันผลจากต๋าเจียง บริษัททั่วฟางมีสิทธิในการลงทุนก่อน มีสถานะบุริมสิทธิในกระบวนการระดมทุนของบริษัท รับประกันหุ้น 10% ของตน...
ที่ทำให้ฟางชิงเย่ดีใจคือ ไป๋อู๋ถึงกับเขียนเรื่องการสร้างโรงงานลงไปในสิทธิและหน้าที่ในสัญญา: หากในอนาคตบริษัทต๋าเจียงจำเป็นต้องสร้างฐานการผลิต จะพิจารณาเมืองหนานซิน มณฑลเจียงซู เป็นอันดับแรก
อืม ไม่เลวเลย
ฟางชิงเย่รู้สึกพอใจมาก
ครั้งนี้ไป๋อู๋สร้างผลงานความชอบอันใหญ่หลวง จะให้คนเขาทำงานเปล่าๆ ได้ยังไง?
ค่าตอบแทน: หนึ่งแสน!
ฟางชิงเย่โอนเงินหนึ่งแสนหยวนเข้าบัญชีอีกฝ่ายทันที เธอจะเอาหรือไม่เอาฉันไม่สน ยังไงฉันก็จะให้
วันหน้าถ้ามีการเจรจาทำนองนี้อีกยังต้องพึ่งเธออยู่
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วจนถึงปลายเดือนเมษายน อีกอาทิตย์เดียวก็จะถึงวันแรงงาน
วันนี้เป็นวันศุกร์ ฟางชิงเย่และเซี่ยเหอไปตีแบดมินตันกันตามปกติ หลังจากเหงื่อท่วมตัวทั้งสองก็นั่งดื่มชานมกันที่ร้าน
ช่วงนี้อารมณ์ของเซี่ยเหอดีกว่าช่วงตรุษจีนมาก โดยเฉพาะเวลาอยู่กับฟางชิงเย่มีพูดมีคุยหัวเราะกัน
เวลาไม่มีคนนอกแม้แต่คำว่าผู้ช่วยฟาง หรือเสี่ยวฟางก็ไม่เรียกแล้ว เรียกเขาอย่างสนิทสนมว่า "ชิงเย่"
แต่วันนี้ ดูเหมือนอารมณ์จะไม่ค่อยดี เซี่ยเหอมือหนึ่งถือแก้วชานม ถอนหายใจเบาๆ
"เป็นอะไรครับรุ่นพี่? มีเรื่องอะไรไม่สบายใจเหรอ?" ฟางชิงเย่นั่งอยู่ข้างเธอ ในมือก็ถือชานมอยู่แก้วหนึ่ง
"เฮ้อ เย่จื่อ ก็เรื่องหนี้เสียของบริษัทผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์หงซินน่ะสิ" เซี่ยเหอพูด
เรื่องนี้เอง...
ฟางชิงเย่รู้เรื่องนี้ดี
บริษัทผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์หงซินเป็นบริษัทในเขตตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลซานตง หลายปีก่อนหนานซินดึงดูดการลงทุน ก็เลยมาตั้งโรงงานสาขาที่ท้องถิ่น ผลิตท่อซีเมนต์เป็นหลัก
สามปีก่อนเคยขอกู้เงินจากธนาคารตงฟางสาขาหนานซินเจ็ดล้าน แต่เนื่องจากเหตุผลด้านตลาดและหลายๆ อย่าง ตอนนี้อยู่ในสถานะหยุดการผลิต
เดือนมีนาคมปีนี้เงินกู้ครบกำหนด อีกฝ่ายไม่ชำระคืนตามเวลา แผนกสินเชื่อโทรไปทวงหลายรอบ อีกฝ่ายก็ไม่สนใจ ต่อมาผู้บริหารธนาคารโทรไปทวงด้วยตัวเอง สุดท้ายแผนกสินเชื่อส่งคนไปถึงมณฑลซานตงเพื่อตามหาเถ้าแก่บริษัทนั้น ผลคืออีกฝ่ายแสดงท่าทีชัดเจนว่า ไม่มีทางคืนให้ได้ในทันทีแน่นอน
ตอนกู้เงินบริษัทนี้เอาโรงงานและที่ดินของตัวเองมาจำนอง ธนาคารตงฟางกะว่าถ้าไม่คืนเงินตามกำหนด จะยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อยึดทรัพย์
ต่อมาสืบดูถึงรู้ว่ามีธนาคารสามแห่งยึดทรัพย์สินค้ำประกันชิ้นนี้ไปก่อนแล้ว ได้ยินว่าบริษัทแม่ที่มณฑลซานตงมีหนี้สินรวมประมาณร้อยล้าน พูดง่ายๆ คือบริษัทนี้เกิดเรื่องมานานแล้ว
ตอนนี้เงินกู้เจ็ดล้านทำท่าจะกลายเป็นหนี้สูญ เซี่ยเหอกลุ้มใจเรื่องนี้
ฟางชิงเย่เห็นเธอเป็นแบบนี้จึงปลอบว่า "รุ่นพี่ เรื่องนี้โทษคุณไม่ได้ ตอนปูนซีเมนต์หงซินมากู้คุณยังไม่ย้ายมาหนานซิน ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย"
"เฮ้อ ถึงจะพูดแบบนั้น แต่สุดท้ายมันก็กลายเป็นหนี้สูญในมือฉันนี่นา" ใจของเซี่ยเหอเหมือนจะผ่านด่านนี้ไปไม่ได้:
"ตอนนี้ฉันคิดว่า ขอแค่มีความหวังแม้นิดเดียว ก็ควรจะพยายามให้เต็มร้อย!"
"ได้ๆ คุณพยายามเข้า" ฟางชิงเย่หยิบแก้วชานมของตัวเองขึ้นมา
เซี่ยเหอไม่พูดอะไร จู่ๆ ดวงตาคู่สวยก็จ้องมองเขา
"เอ๊ะ คุณมองผมทำไม?" ฟางชิงเย่เห็นสายตาของเซี่ยเหอ ก็เดาความคิดอีกฝ่ายได้ทันที รีบออกตัวก่อน:
"นี่ อย่ามาวางแผนกับผมนะ จะให้ผมวิ่งไปทวงหนี้ที่ซานตง"
"เปล่านะ ไม่มีสักหน่อย" เซี่ยเหอรีบปฏิเสธ
ความจริงแวบเมื่อกี้ เซี่ยเหอมีความคิดแบบนั้นจริงๆ
หมอนี่ลูกไม้เยอะ หัวไว ขอแค่เขาออกโรงเรื่องต้องสำเร็จแน่
แต่คำขอของตัวเองมันเกินไปหน่อย ฟางชิงเย่ไม่ใช่คนแผนกสินเชื่อ ไม่มีหน้าที่นี้ อีกอย่างจากใจจริงเซี่ยเหอก็เป็นห่วง
ดั้นด้นไปทวงหนี้ต่างมณฑล มันมีความเสี่ยงนะ!
ไปครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนที่แค่พูดสองสามประโยคก็โดนอีกฝ่ายไล่กลับ แต่ต้องใจแข็ง!
แต่ไม่คุ้นที่คุ้นทาง เถ้าแก่หลายคนก็พัวพันกับคนในวงการนักเลงท้องถิ่น เงินไม่ได้เป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าโดนขู่หรือถึงขั้นทำร้ายร่างกาย นั่นเรื่องใหญ่เลยนะ!
ถึงตอนนั้นตัวเองจะเสียใจก็ไม่ทันแล้ว
ตอนนี้ ในส่วนลึกของจิตใจเธอ ผู้ชายตรงหน้ากลายเป็นที่พึ่งของเธอไปแล้ว ไม่ว่าเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ก็อยากจะเล่าให้เขาฟัง
ฟางชิงเย่เห็นสีหน้าเซี่ยเหอ ก็รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ เขาคิดนิดหนึ่งแล้วพูดว่า "แผนกสินเชื่อตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ผู้ชายก็อายุมากแล้ว ออกไปทวงหนี้ไม่เหมาะจริงๆ แต่ว่า หาคนอื่นก็ได้นี่"
"หาใคร? คุณห้ามไปนะ"
ตอนนี้เซี่ยเหอกลับเป็นห่วงกลัวฟางชิงเย่จะอาสาไปเอง
"ใครบอกว่าผมจะไป?" ฟางชิงเย่ค้อนใส่อีกฝ่าย แล้วพูดต่อ "เราประกาศคัดเลือกคนในหน่วยงานได้ ใครอยากไปทวงหนี้ ถ้าสำเร็จก็ให้รางวัล! รางวัลหนักย่อมมีผู้กล้าอยู่แล้ว"
"แน่นอน แค่ไปทวงเงินดื้อๆ คงไม่ได้ เราต้องคิดวิธีอื่นด้วย" ฟางชิงเย่ดูดชานมพลางใช้ความคิด
"เช่น ยอมให้เขาคืนเงินกู้หลังวันหยุดแรงงาน แถมยังสัญญาว่าจะให้กู้ต่อทันที! เอกสารที่ต้องใช้กู้ต่อประทับตราธนาคารเรียบร้อย ให้คนของเราเอาไปที่ซานตง ให้พวกเขาเซ็นยืนยันต่อหน้า แน่นอนไม่ใช่ให้กู้ต่อจริงๆ จุดประสงค์คือดึงเช็ง ให้เขารีบคืนเงินกู้"
การกู้ต่อมีหลายวิธี ที่ฟางชิงเย่พูดถึงคือวิธีที่ใช้บ่อยที่สุดอย่างสินเชื่อเพื่อการเชื่อมโยง คือให้บริษัทหาทางสำรองเงินจ่ายหนี้เดิมให้หมดก่อน หลังปลดจำนองค่อยยื่นขอกู้เงินทุนหมุนเวียนใหม่
ตอนนั้นฟางชิงเย่ช่วยบริษัทของซ่งชิ่งตงกู้ยี่สิบสี่ล้านก็ใช้วิธีนี้
แต่ครั้งนี้แค่ทำเป็นพิธีเท่านั้น
"ฮ่า คุณนี่ใช้แผนถ่วงเวลานี่นา" เซี่ยเหอเข้าใจทันที
"คุณพูดถูก แผนถ่วงเวลา"
"นี่ก็เป็นวิธีหนึ่ง" เซี่ยเหอคิดแล้วพูดว่า "วันจันทร์ทำงาน เราค่อยปรึกษากับซูหมิงให้ละเอียดอีกที... นี่ เย่จื่อ"
"ว่าไง?"
"คุณห้ามลงชื่อสมัครนะ" น้ำเสียงของเซี่ยเหอแฝงความออดอ้อนนิดๆ ฟังแล้วฟางชิงเย่ใจแกว่ง หลุดปากถามไปว่า "เป็นห่วงเหรอ?"
เซี่ยเหอบิดตัวเขินอาย รีบก้มหน้าดูดชานม
ฟางชิงเย่เลยเปลี่ยนเรื่อง "รุ่นพี่ พรุ่งนี้คุณกลับฮุยจิงไหม?"
"กลับไปก็ไม่มีอะไรทำอะเย่จื่อ พรุ่งนี้ฉันว่าง กะว่าจะทำเป็ดน้ำเกลือ คุณอยากกินไหม?" เซี่ยเหอถาม
"อยากสิ คุณทำผมก็กิน!"
"งั้นดีเลย พรุ่งนี้เย็นคุณมากินข้าวสิ"
ถึงวันจันทร์ เซี่ยเหอ ซูหมิง และฟางชิงเย่เปิดประชุมย่อย หารือเรื่องนี้โดยเฉพาะ สุดท้ายใช้วิธีบอกปากเปล่าแจ้งพนักงานทั้งธนาคาร: ใครสมัครใจไปทวงหนี้ที่ซานตง หน่วยงานเบิกค่าเดินทางไปกลับให้ ถ้าทวงสำเร็จ หน่วยงานมอบรางวัล 6,000 หยวน!
พอข่าวแพร่ออกไป พนักงานส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจ เงินก้อนนี้ทวงยากนะ
เขาว่ากันว่าแถบตะวันตกเฉียงเหนือของซานตงคนดุ จะกลายเป็นว่าไปแล้วไม่ได้เงิน แต่โดนซ้อมกลับมา หกพันหยวนเป็นค่ารักษาพยาบาลเหรอ?
ยังมีคนลือกันว่า เถ้าแก่ปูนซีเมนต์หงซินคนนี้ไปมาหาสู่กับพวกนักเลงเจ้าถิ่น ยิ่งไม่มีใครอยากไป
แต่ก็ยังมีคนสมัคร
เขาคือจางหรง
(จบแล้ว)