- หน้าแรก
- ผมก็แค่อยู่ต่างจังหวัด ไหงกลายเป็นเจ้าพ่อไปได้
- บทที่ 62 - บริษัทที่ดูทะแม่งๆ
บทที่ 62 - บริษัทที่ดูทะแม่งๆ
บทที่ 62 - บริษัทที่ดูทะแม่งๆ
บทที่ 62 - บริษัทที่ดูทะแม่งๆ
"ขอบคุณครับ"
ฟางชิงเย่ไม่ได้ปฏิเสธ
การลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจก็เป็นแบบนี้ ตัวเขาเองไม่จำเป็นต้องทำตัวใสซื่อบริสุทธิ์จนเกินงาม
เพียงแต่ของขวัญที่ให้อันนี้... ไก่เหลืองหนานซินแบบกล่อง! อีกแล้วเหรอเนี่ย!
ไก่เหลืองหนานซินเป็นของขึ้นชื่อมากของมณฑลซู มักจะใช้เป็นของฝาก ปัญหาคือฟางชิงเย่ได้รับมาหลายตัวแล้ว
เรื่องมีอยู่ว่า ลูกพี่ลูกน้องของหวังเล่ยสอบเข้าห้องเรียนเน้นวิทย์-คณิตของโรงเรียนมัธยมเฉิงกวนได้ อาสามของเขาเลยอยากตอบแทนฟางชิงเย่กับพ่อของเขา
จะให้ซองแดง หรือเหล้าบุหรี่ ทางนั้นก็ไม่รับ สุดท้ายเลยคิดวิธีนี้ขึ้นมา
อาสามของหวังเล่ยเปิดฟาร์มไก่ในชนบท เลี้ยงของดีเมืองซูอย่างไก่เหลืองหนานซิน ต่อมาอาสามเจาะจงเลือกไก่เหลืองห้าตัว เชือด ถอนขน ล้างจนสะอาดเอี่ยมอ่องส่งไปที่บ้านฟางชิงเย่เพื่อเป็นการตอบแทน
คนในครอบครัวไม่มีใครอยู่ ฟางชิงเย่เองก็ขี้เกียจทำ เลยเอาไก่ทั้งห้าตัวไปส่งไว้ที่สวนกล้าไม้ของคุณปู่ ผลคือช่วงนี้ไปที่นั่นทีไรก็ได้กินแต่ไก่ทุกวัน
ดูท่าจะต้องกินต่อไปอีกสักพักแล้วสิ
มุมปากของฟางชิงเย่กระตุกยิกๆ
พอขับรถเข้าเขตตัวเมือง จางชุนลี่ที่นั่งอยู่เบาะหลังก็ถามขึ้นว่า "ผู้จัดการฟาง ตอนนี้เราจะกลับสำนักงานเลยไหมคะ?"
"ทุกคนเหนื่อยมาทั้งเช้าแล้ว ช่วงบ่ายไม่ต้องเข้าออฟฟิศหรอก เดี๋ยวผมไปส่งพวกคุณกลับบ้านไปพักผ่อน" ฟางชิงเย่กล่าว
"ว้าว ตามผู้จัดการฟางลงพื้นที่นี่ดีจริงๆ เลย!" จางชุนลี่พูดอย่างดีใจทันที
ฟางชิงเย่ยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร
วันนี้พวกเขาจะไปตรวจสอบสถานที่จริงของบริษัทที่ชื่อ 'ยาเธน่า การ์เดนนิ่ง เทคโนโลยี จำกัด'
บริษัทตั้งอยู่ในอุทยานวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งชาติจิ้งไห่ อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ เป็นนิคมอุตสาหกรรมที่เมืองจิ้งไห่สร้างขึ้นโดยรวบรวมการเกษตร การจัดสวน และการท่องเที่ยวพักผ่อนเข้าไว้ด้วยกัน เน้นพัฒนาอุตสาหกรรมหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ไม้ดอกไม้ประดับและบอนไซ, ไหมและผ้าไหม, การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และชีววิทยาทางทะเล
พื้นที่หลักตั้งอยู่ในอำเภอหนานซิน
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ ฟางชิงเย่ก็ขับรถพาจางชุนลี่และเฉินเหมยเหมยมุ่งหน้าไปยังบริษัท อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ อยู่ไม่ไกลจากถนนอี้โซ่วใต้ตรงขอบตัวอำเภอ ขับรถแค่สิบกว่านาทีก็ถึง
บริษัท ยาเธน่า การ์เดนนิ่ง เทคโนโลยี จำกัด ประกอบธุรกิจหลักด้านการวิจัย ผลิต และจำหน่ายบอนไซ (ต้นกล้า) ขนาดเล็กและขนาดจิ๋ว ครั้งนี้ยื่นกู้ 5 ล้านหยวน ซึ่งถือว่าเป็นวงเงินที่ค่อนข้างสูง
ฟางชิงเย่ขับรถมาถึงหน้าตึกบริษัท ต้วนเจี้ยนหมิง ประธานกรรมการและผู้จัดการทั่วไปของบริษัทมายืนรออยู่แล้ว
ชายวัยสี่สิบต้นๆ ตาค่อนข้างเล็กแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์
หลังจากจับมือทักทายกันง่ายๆ ฟางชิงเย่ก็ทำเหมือนเมื่อวาน คือแบ่งงานให้สองสาวไปดูเอกสารต่างๆ ส่วนตัวเองให้ต้วนเจี้ยนหมิงพาเดินชมฐานการผลิตของบริษัท
เป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน
นี่คือความประทับใจลึกซึ้งที่สุดที่ฐานการผลิตมีต่อฟางชิงเย่ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรือนบอนไซหรือแปลงเพาะชำต้นกล้า ล้วนถูกทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่อง
นึกถึงสวนกล้าไม้สี่ฤดูของคุณปู่ เทียบสภาพแวดล้อมกันแล้วเหมือนฟ้ากับเหว
แต่ทว่า... ต้นกล้าบอนไซ ยังไงก็ต้องคลุกคลีกับดิน พื้นจะสะอาดขนาดนี้ได้ยังไง
ต้วนเจี้ยนหมิงดูเหมือนจะมองออกถึงความสงสัยของฟางชิงเย่ เขายิ้มอธิบาย "ผู้จัดการฟาง คุณคงไม่ทราบ เป้าหมายของบริษัทเราคือการสร้างโรงงานสไตล์สวนหย่อม ผมมีมาตรฐานเรื่องสิ่งแวดล้อมสูงมาก ต้องกวาดโรงเรือนและโรงงานวันละสามรอบขึ้นไป ห้ามไม่ให้มีฝุ่นทรายเกลื่อนกลาดเด็ดขาด"
บริษัทมีเวิร์กช็อป โรงเรือน คลังวัตถุดิบ และห้องจัดแสดงที่เป็นระเบียบมาก แถวสุดท้ายฟางชิงเย่สังเกตเห็นว่าเป็นหอพักพนักงานและโรงครัว
ตอนที่เดินไปถึง ในลานมีผู้หญิงกำลังตากผ้า และมีเด็กขี้มูกโป่งวิ่งเล่นไปมา
"พวกเขาเป็นครอบครัวคนงานเหรอครับ?" ฟางชิงเย่ถาม
"ใช่ครับ ช่างทำบอนไซของบริษัทเราจ้างมาจากหยางโจวทั้งนั้น หยางโจวขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดศิลปะบอนไซของจีนนี่ครับ บอนไซที่นั่นขึ้นชื่อเรื่องความประณีตงดงาม มีคำกล่าวว่า 'บอนไซหยางโจว เป็นเอกในใต้หล้า'"
ได้ฟังคำของต้วนเจี้ยนหมิง ฟางชิงเย่ก็พยักหน้า
แม้สวนกล้าไม้สี่ฤดูของคุณปู่จะไม่ได้เน้นทำบอนไซเป็นหลัก แต่เขาก็เคยฟังปู่เล่าเกร็ดความรู้พวกนี้มาบ้าง
ทั้งสองเดินไปพลาง ต้วนเจี้ยนหมิงก็พูดต่อ "บริษัทเรามีนโยบายกินอยู่ฟรี ให้ครอบครัวมาอยู่ด้วยได้ คนงานจะได้ทำงานอย่างสบายใจ ของขึ้นชื่อเมืองจิ้งไห่เราอย่างบอนไซสนลิ้นนกกระจอก (Podocarpus) จัดเป็นบอนไซระดับไฮเอนด์ วัตถุดิบก็ค่อนข้างแพง คุณดูสิ ทั้งโรงเรือนนี่มีแต่ของพวกนี้ คนอยู่เยอะจะได้ช่วยกันเฝ้าของ"
"บอนไซสนลิ้นนกกระจอกเป็นบอนไซระดับไฮเอนด์จริงๆ ราคาก็ย่อมสูงตาม แต่ความต้องการในตลาดค่อนข้างน้อย ปีนี้ตลาดค่อนข้างซบเซา มีบริษัทบอนไซเจ๊งไปหลายเจ้าแล้ว... เถ้าแก่ต้วนคงได้ข่าวใช่ไหมครับ?" ฟางชิงเย่ถาม
"ผู้จัดการฟาง คุณยังหนุ่ม ไม่เคยทำธุรกิจ ในโลกนี้มีแต่บริษัทที่เจ๊ง ไม่มีอุตสาหกรรมที่เจ๊งหรอกครับ"
ต้วนเจี้ยนหมิงวางมาดผู้หลักผู้ใหญ่ทันที แล้วพูดต่อว่า
"แม้ความต้องการบอนไซในจิ้งไห่ หรือแม้แต่ในฮุยจิงและเซี่ยงไฮ้จะลดลง แต่ในเมืองใหญ่อย่างกวางโจว เซินเจิ้น เซี่ยเหมิน ความต้องการยังมีสูงมาก ปีที่แล้วบริษัทเราดีลกับสโมสรหยูเซินได้ บอนไซไม่เพียงส่งขายไปมณฑลกวางตุ้งและฝูเจี้ยน แต่ยังรุกตลาดฮ่องกง ไต้หวัน หรือแม้แต่สิงคโปร์ ตั้งแต่ปีที่แล้วยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตอนนี้คิดเป็นสองในสามของยอดขายทั้งหมดแล้วครับ"
"ไม่ปิดบังนะ แค่รักษาเส้นสายนี้ไว้ ไม่กล้าบอกว่าจะกินหรูอยู่สบาย แต่รับรองว่าอิ่มท้องแน่นอน"
ต้วนเจี้ยนหมิงร่ายยาวเหยียด แต่ฟางชิงเย่รู้สึกว่าหมอนี่ขี้โม้ไปหน่อย แต่ชั่วขณะนั้นก็ไม่รู้จะพูดอะไร เลยได้แต่พยักหน้า
เดินวนดูรอบโรงงานพักใหญ่ ฟางชิงเย่ก็เดินกลับไปที่ตึกสำนักงาน เพื่อดูว่าจางชุนลี่และเฉินเหมยเหมยตรวจสอบไปถึงไหนแล้ว
แต่ยังไม่ทันเข้าตึก จู่ๆ ก็มีชายสี่คนสวมชุดทำงานของบริษัทวิ่งเข้ามาขวางทางพวกฟางชิงเย่ไว้
"พวกแกจะทำอะไร?!" สีหน้าของต้วนเจี้ยนหมิงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่ายืนอยู่ตรงกลาง ก้าวออกมามองหน้าต้วนเจี้ยนหมิงแล้วพูดเสียงดัง "เถ้าแก่ต้วน วันนี้โผล่หัวมาสักทีนะ! ผมจะมาคิดบัญชีค่าแรงล่วงเวลากับคุณ!"
"ช่างหวัง ไม่เห็นเหรอว่าฉันอยู่กับแขกผู้มีเกียรติ?!"
"พวกเราไม่สน!" ช่างหวังทำท่าแข็งกร้าว
"พวกเราเร่งผลิตกันหามรุ่งหามค่ำมาสองเดือนติดกัน ไหนตกลงกันว่าจะเพิ่มเงินให้เดือนละสองพัน แต่ทำไมบัญชีอวี่ถึงหักเหลือแค่พันเดียว! คุณมันหน้าเลือดเกินไปแล้ว! คุณกินเนื้อ ก็ต้องเหลือรน้ำแกงให้คนทำงานซดบ้างสิ? วันนี้ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลย ถ้าวันนี้คุณไม่จ่าย พวกเราจะหยุดงานประท้วงเดี๋ยวนี้แหละ!"
พอได้ยินว่าคนพวกนี้จะหยุดงาน ต้วนเจี้ยนหมิงก็เริ่มลนลาน รีบยิ้มเจื่อนๆ "ช่างหวัง ไม่ใช่ฉันไม่อยากจ่าย แต่ลูกค้าเพิ่งมัดจำมา เราต้องซื้อวัตถุดิบจำนวนมาก เงินหมุนเวียนมันสะดุดชั่วคราวน่ะ!"
"ดูสิ ท่านนี้คือผู้จัดการฟางจากธนาคารตงฟาง กำลังมาพิจารณาปล่อยกู้ให้บริษัท ขอแค่เงินกู้อนุมัติ ฉันจะรีบจ่ายส่วนที่ค้างให้ครบเลย เป็นไง?" ต้วนเจี้ยนหมิงกล่าว
ช่างหวังมองฟางชิงเย่ แล้วหันไปพูดกับต้วนเจี้ยนหมิง "ก็ได้ เถ้าแก่ต้วน ผมจะเชื่อคุณอีกสักครั้ง เงินเข้าเมื่อไหร่รีบจ่ายพวกเราด้วย!"
"ช่างหวัง วางใจได้ คุณทำงานกับฉันมาตั้งนาน ฉันต้วนเจี้ยนหมิงเคยเอาเปรียบคุณเมื่อไหร่? แค่ช่วงนี้สถานการณ์มันพิเศษน่ะ วางใจเถอะฉันคำไหนคำนั้น!" ต้วนเจี้ยนหมิงรีบรับปาก
"เถ้าแก่ต้วน ยุ่งขนาดนี้เลยเหรอครับ? เร่งงานติดกันสองเดือน? นี่ออเดอร์ใหญ่ขนาดไหนกันเชียว?" ฟางชิงเย่ถาม
"เฮ้อ... บริษัทการค้าระหว่างประเทศที่เซินเจิ้นเจ้านึงน่ะสิครับ สั่งบอนไซแสนต้นเตรียมส่งไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เร่งยิกๆ ให้ส่งของ... ทางผมเนี่ยปั่นงานกันทั้งวันทั้งคืนเลย!" ต้วนเจี้ยนหมิงตอบยิ้มๆ
ฟางชิงเย่กำลังจะเอ่ยปาก แต่จู่ๆ ก็สังเกตเห็นว่าชายสี่คนที่เพิ่งเดินจากไป คนที่ชื่อช่างหวังหันกลับมามองพวกเขาแวบหนึ่ง บนใบหน้ามีรอยยิ้มจางๆ
เขายิ้มอะไร? ฟางชิงเย่รู้สึกตงิดๆ ว่ารอยยิ้มของช่างหวังคนนี้มันดูแปลกพิกล
(จบแล้ว)