- หน้าแรก
- ผมก็แค่อยู่ต่างจังหวัด ไหงกลายเป็นเจ้าพ่อไปได้
- บทที่ 21 - ลองเสี่ยงดูสักตั้ง
บทที่ 21 - ลองเสี่ยงดูสักตั้ง
บทที่ 21 - ลองเสี่ยงดูสักตั้ง
บทที่ 21 - ลองเสี่ยงดูสักตั้ง
หลังจากเซี่ยเหอและคนอื่นๆ จากไป ซ่งชิ่งตงและหลัวเหยียนก็ขึ้นรถเบนซ์
"เหล่าหวัง ไปส่งคุณหลัวที่บ้านก่อน" ซ่งชิ่งตงบอกคนขับ
"ครับท่านประธาน"
รถแล่นไปทางทิศตะวันตก
ระหว่างทาง หลัวเหยียนพูดขึ้นว่า "ท่านประธานคะ วันนี้ผอ.เซี่ยให้ฟางชิงเย่มาด้วย ฉันรู้สึกเหมือนเอามาเป็นไม้กันหมาเลยค่ะ"
"ผมก็รู้สึกเหมือนกัน เสี่ยวเย่เป็นรุ่นหลานผม มีบางคำพูดต่อหน้าเขาผมก็พูดไม่ออก" ซ่งชิ่งตงหัวเราะ
"แต่เห็นได้ชัดว่าจางฉวินอิงไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับฟางชิงเย่ แล้วเซี่ยเหอรู้ได้ยังไง? รู้ว่าฟางชิงเย่กับต้าไห่สนิทกันมาก? หรือว่าฟางชิงเย่บอกเซี่ยเหอเอง? เหลือเชื่อจริงๆ" หลัวเหยียนสงสัย
"เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญหรอก จุดประสงค์ของเซี่ยเหอบรรลุแล้ว" ซ่งชิ่งตงหลับตาพิงพนักเก้าอี้ ดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย
หลัวเหยียนเงียบไป
สิ่งที่ซ่งชิ่งตงไม่ได้พูดออกมา แต่เธอรู้ดี
เช่น เงินกู้ 24 ล้านที่เกินอำนาจอนุมัติของสาขา สามารถใช้วิธีแตกยอดได้ โดยหาผู้จัดการลูกค้า 3 คนในสาขา มาทำเรื่องปล่อยกู้คนละ 8 ล้าน โดยทำให้ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน วิธีนี้หลบเลี่ยงการตรวจสอบได้
เรื่องพวกนี้เมื่อก่อนทำกันบ่อย
ยังมีเรื่องเงินทอนสินเชื่ออีก
วิธีการกินเงินทอนก็มีเยอะแยะ เช่น เอาเงินกู้ส่วนหนึ่งมาฝากประจำ ซื้อผลิตภัณฑ์การเงิน หรือซื้อประกัน เพื่อทำยอดให้ธนาคาร คนดำเนินการก็ได้ค่าคอมมิชชั่นเพิ่ม
แน่นอนว่ายังมีเงินทอนแบบ "แจ้งในบัญชี" และ "ใต้โต๊ะ" เช่น ตกลงปล่อยกู้ แต่ขอขึ้นดอกเบี้ย ส่วนต่างที่เกินจากธนาคารกำหนดก็เข้ากระเป๋าตัวเอง สารพัดวิธี
ไม่ว่าจะพลิกแพลงยังไง ก็คือการทำผิดกฎระเบียบ บางอย่างผิดกฎหมายด้วยซ้ำ
ซ่งชิ่งตงไม่อยากให้ฟางชิงเย่รู้เรื่องพวกนี้ อย่างน้อยก็ต้องไม่ได้ยินจากปากเขา
หลัวเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "วันนี้ผอ.เซี่ยพาฟางชิงเย่มางานเลี้ยง ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ซะทีเดียวนะคะ อย่างน้อยก็มองในอีกมุมหนึ่งได้ว่า ฟางชิงเย่กับผอ.เซี่ยสนิทกันมาก หรือไม่ผอ.เซี่ยก็ไว้ใจและชื่นชมฟางชิงเย่มาก"
"เท่าที่ฉันรู้ คดีเงินหายของเถิงหลงที่ปิดคดีได้เร็ว ฟางชิงเย่มีบทบาทสำคัญมาก เป็นคนบอกใบ้เซี่ยเหอทางอ้อมว่าจริงๆ แล้วเป็นหลุมพรางที่เถ้าแก่เฉียนกับจ้าวเหวินจวินวางไว้ นี่เป็นสาเหตุหลักที่เซี่ยเหอรู้สึกขอบคุณและสนิทกับเขา"
"อ้อ คุณหมายความว่า ให้เราลองใช้ช่องทางของเสี่ยวเย่? ให้เขาช่วยพูดกับเซี่ยเหอ หาทางผลักดันเรื่องนี้?" ซ่งชิ่งตงลืมตามองหลัวเหยียน
"ใช่ค่ะ ฉันหมายความตามนั้น"
ซ่งชิ่งตงหลับตาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้าเบาๆ "เกรงว่าจะไม่ง่ายขนาดนั้น คำพูดของเสี่ยวเย่ เซี่ยเหออาจจะไม่ฟัง คุณช่วยฉัน ฉันขอบคุณ ฉันชื่นชม แต่ไม่จำเป็นว่าฉันต้องยอมให้คุณมาชี้นำการตัดสินใจของฉัน ยังไงเสี่ยวเย่ก็เป็นแค่เด็กหนุ่มที่เพิ่งทำงานไม่ถึงปี"
"แต่ฉันรู้สึกว่าเซี่ยเหอปฏิบัติต่อฟางชิงเย่เป็นพิเศษนะคะ ไม่ใช่แค่ความชื่นชม หรือเจ้านายลูกน้องธรรมดา" หลัวเหยียนยิ้ม
"สาเหตุจริงๆ ฉันก็บอกไม่ถูก หรือจะเป็นซิกซ์เซนส์ของผู้หญิงมั้งคะ?"
ซ่งชิ่งตงฟังแล้วแปลกใจเล็กน้อย ลืมตามองหลัวเหยียนอีกครั้ง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงพูดว่า "งั้นก็ได้ ผมจะลองคุยกับเสี่ยวเย่ดู ลองเสี่ยงดูสักตั้ง (รักษาม้าตายให้เป็นม้าเป็น)"
"ค่ะท่านประธาน อ้อ อีกเรื่องหนึ่งค่ะ" หลัวเหยียนพูดต่อ
"เรื่องอะไร?"
"เมื่อวานฉันไปพบผอ.อู๋ ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เขาบอกว่าร่าง 'มาตรการส่งเสริมการพัฒนาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอำเภอหนานซินให้แข็งแรง' ที่พวกเขาร่างขึ้น ส่งให้ผู้บริหารอำเภอแล้ว รอประชุมอนุมัติขั้นสุดท้ายก็จะประกาศใช้ได้"
"เนื้อหาครอบคลุมทั้งส่วนลดค่าธรรมเนียมการโอนที่ดิน ภาษี และหนึ่งในมาตรการนั้นคือการเร่งแก้ไขปัญหาเงินทุนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และผลักดันให้ธนาคารปล่อยกู้"
"นี่เป็นข่าวดี!" ซ่งชิ่งตงกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
"ถึงธนาคารใหญ่ๆ จะไม่ฟังคำสั่งรัฐบาลท้องถิ่น แต่โบราณว่าไว้ มังกรพลัดถิ่นมิอาจสู้เจ้าถิ่น! พอมีเอกสารนี้ออกมา ธนาคารต่างๆ ต้องเจอกับแรงกดดันจากอำเภอแน่... เอาอย่างนี้ หลังวันหยุด ผมจะไปเยี่ยมเลขาธิการจางกับนายอำเภอหลี่เพื่อคุยเรื่องแนวคิดของเรา ผลักดันให้เอกสารนี้ออกมาเร็วๆ หลัวเหยียน... คุณติดต่อเลขาฯ ของท่านทั้งสองเพื่อนัดเวลา"
"ได้ค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะจัดการให้"
...
กลับมาทางด้านฟางชิงเย่ หลังจากแยกกับเซี่ยเหอ เขาก็นั่งแท็กซี่กลับบ้าน อาบน้ำแล้วเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานสำคัญ—เขียนโมเดลคณิตศาสตร์ตามที่สาวตงกวนสั่ง งานนี้ค่าจ้างตั้ง 3 แสน 5 เชียวนะ
แน่นอน ไม่จำเป็นต้องโต้รุ่ง ทำถึงแค่ห้าทุ่มเขาก็เลิก เล่น Warcraft สักตาแล้วก็นอนหลับสบาย
เช้าวันรุ่งขึ้นแปดโมงกว่า ฟางชิงเย่ตื่นมากินมื้อเช้าที่ร้านเล็กๆ ข้างนอก แล้วก็เริ่มวางแผนวันนี้
ในเมื่อไม่ได้ไปเที่ยวไหน งั้นไปตกปลาดีกว่า
ชาติที่แล้วตอนอยู่เซี่ยงไฮ้เขาก็ชอบตกปลา แต่งานยุ่งจนไม่มีเวลา นานๆ ทีถึงจะได้ไปตกปลาที่สวนนิเวศต้าเชียนให้หายอยาก
ชาตินี้ เวลาว่างเยอะแยะ เที่ยวให้หนำใจไปเลย
ตอนนี้ไม่มีรถ ไปไกลไม่ได้ ฟางชิงเย่ตัดสินใจไปตกที่แม่น้ำต้าหมิงหลงโหยว
ต้องไปซื้ออุปกรณ์ตกปลาก่อน?
ว่าแล้วก็ไปเลย
ฟางชิงเย่กลับบ้านไปขี่สกู๊ตเตอร์ ไปร้านอุปกรณ์ตกปลาที่ถนนโหย่วอี้ ที่นั่นมีทั้งคันชิงหลิว คันสปิ๋ว คันเบ็ดรอก (Lure) คันสตรีม เบ็ด เอ็น เหยื่อ สารพัดยี่ห้อ
ชาติก่อนเคยตกปลามาแล้ว ฟางชิงเย่เลยไม่ใช่พวกมือใหม่ เขาเลือกคันเบ็ดรอกยี่ห้อ TAIGEK และคันชิงหลิวยี่ห้อกวงเวย วัสดุคาร์บอนทั้งคู่
เตรียมของครบ ฟางชิงเย่ก็ไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อขนมปังกับน้ำดื่ม—ไว้เป็นมื้อเที่ยง แล้วขี่สกู๊ตเตอร์ออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่แม่น้ำต้าหมิงหลงโหยว
แม่น้ำต้าหมิงหลงโหยวอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมือง อนาคตที่นี่จะสร้างเป็นสวนสาธารณะเชิงนิเวศ แต่ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จ เป็นสวรรค์ของนักตกปลา
ฟางชิงเย่มาถึงริมตลิ่ง มีนักตกปลาอยู่พอสมควร เขาหาทำเลตรงคุ้งน้ำ วางเบ็ด นั่งบนเก้าอี้พับ แล้วเริ่มตก
วันนี้ฟ้าครึ้ม เหมาะแก่การตกปลา ไม่นานฟางชิงเย่ก็ได้ปลาจี้ (ปลาตะเพียนทอง) ตัวขนาดครึ่งฟุต
อื้ม ไม่เลว เปิดหัวได้สวย
ที่นี่เหมาะกับการตกปลาจริงๆ แต่คนเยอะไปหน่อย ตลอดสองฝั่งมีแต่คนตกปลา ได้ยินว่าที่แม่น้ำสายหลักเจียวสี่แถวหมู่บ้านอู๋เจียจวงปลาเยอะกว่า มีคนเคยตกได้ตะพาบด้วย
แต่หมู่บ้านอู๋เจียจวงอยู่ไกลจากตัวเมืองเกือบ 25 กิโล ขี่สกู๊ตเตอร์ไปคงไม่ไหว
ดูท่าต้องซื้อรถสักคัน รอได้เงินก้อนแรกจากตลาดหุ้นก่อนค่อยว่ากัน
เช้านี้ฟางชิงเย่ตกได้ 4 ตัว ผลงานใช้ได้ เที่ยงก็นั่งกินขนมปังดื่มน้ำริมตลิ่งแก้ขัด แล้วตกต่อ
แต่บ่ายนี้ดวงไม่ค่อยดี ผ่านไปเกือบชั่วโมง ไม่มีปลามากินเหยื่อเลยสักตัว
ไม่รีบ ตกปลาวัดกันที่ความอดทน
ฟางชิงเย่จ้องผิวน้ำ เห็นทุ่นจมลงไปนิดหนึ่ง
ปลากินเบ็ดแล้ว!
ฟางชิงเย่ตื่นตัวทันที จังหวะนั้นเองมือถือในกระเป๋าก็ดังขึ้น ทำเอาสะดุ้งโหยง
เวร! ปลาหลุดเลย!
ใครโทรมาตอนนี้วะ ไม่มีตาดูเวลารึไง?!
ฟางชิงเย่หยิบมือถือมาดู ซ่งต้าไห่โทรมา กดรับสายก็ได้ยินเสียงอีกฝ่าย: "เย่จื่อ ทำไรอยู่?"
"ตกปลา!"
"นายชอบตกปลาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้?" เสียงซ่งต้าไห่แปลกใจ
"เรื่องที่นายไม่รู้มีอีกเยอะ มีไร รีบว่ามา!"
"เชี่ย! อารมณ์บ่จอยเหรอ เป็นไร? ตกไม่ได้? โดนปลาหลอกเหรอ?"
"พูดมั่ว... ปลากำลังจะกินเบ็ด นายโทรมาพอดี ปลาหนีหมด อารมณ์จะดีได้ไง? มีไรรีบพูด!" ฟางชิงเย่ตอบอย่างหงุดหงิด
"คืองี้ พ่อฉันอยากเชิญนายมาดื่มชาที่บ้านบ่ายนี้"
"พ่อนายเชิญฉันดื่มชา?" ฟางชิงเย่ฟังแล้วแปลกใจ "ร้อยวันพันปีไม่เคยมี ทำไมครั้งนี้ถึงเชิญ?"
"ฉันก็ไม่รู้ เมื่อกี้แกบอกให้โทรนัดนายมาดื่มชาที่บ้านบ่ายนี้ ถามว่ามีเรื่องอะไร แกก็ไม่บอก" ซ่งต้าไห่ตอบตามตรง
อ้อ...
ฟางชิงเย่เข้าใจทันทีว่าทำไมซ่งชิ่งตงถึงเชิญเขาดื่มชาตอนนี้ ต้องเกี่ยวกับงานเลี้ยงเมื่อวานแน่
เขาอยากให้ฉันช่วยโน้มน้าวการตัดสินใจของเซี่ยเหอ?
ฟางชิงเย่ตัดสินใจจะช่วย เห็นแก่ความสัมพันธ์กับซ่งต้าไห่ และเงิน 2 แสนที่ให้ยืม
แต่เขาไม่อยากไปตอนนี้ กำลังตกเพลินๆ
"ต้าไห่ แต่ฉันกำลังตกปลาอยู่ วันนี้คงไม่ว่าง เลื่อนเป็นพรุ่งนี้บ่ายได้ไหม?" ฟางชิงเย่ถาม
"เอ่อ..." ปลายสายซ่งต้าไห่ดูลำบากใจ
"ต้าไห่ นายบอกพ่อนายไปว่า จริงๆ ไม่ต้องเลี้ยงชาหรอก เรื่องที่เขาจะไหว้วาน ฉันจะช่วยเต็มที่" ฟางชิงเย่อธิบายเพิ่ม
"หา? นายรู้เหรอว่าเรื่องอะไร?"
"รู้"
"งั้นรอแป๊บ ฉันบอกพ่อก่อน"
ปลายสาย ซ่งต้าไห่หันไปบอกซ่งชิ่งตง "พ่อ เย่จื่อตกปลาอยู่ วันนี้คงไม่ว่าง ถ้าจะดื่มชาขอเป็นพรุ่งนี้บ่าย มันยังบอกอีกว่าเรื่องที่พ่อจะไหว้วานมันจะช่วยเต็มที่ ไม่ต้องเลี้ยงชาก็ได้"
"เจ้านี่ฉลาด รู้ว่าฉันหาเขาทำไม" ซ่งชิ่งตงชม "แต่ในเมื่อจะให้เขาช่วย ความจริงใจต้องมี บอกเขาว่า ตามใจเขา พรุ่งนี้บ่ายสาม"
"ได้..."
(จบแล้ว)