เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - เจ้าหมอนี่ ชักจะลอยแล้ว

บทที่ 15 - เจ้าหมอนี่ ชักจะลอยแล้ว

บทที่ 15 - เจ้าหมอนี่ ชักจะลอยแล้ว


บทที่ 15 - เจ้าหมอนี่ ชักจะลอยแล้ว

แน่นอนว่าอาจจะชื่อซ้ำกัน ในโลกอินเทอร์เน็ตเรื่องแบบนี้ปกติมาก ฟางชิงเย่ยังเคยเจอคนชื่อ "ดาบคลั่งบูรพา" ตั้งหลายคน

ฟางชิงเย่ไม่ใส่ใจ ตั้งหน้าตั้งตากินปลาไข่ในมือต่อ ได้ยินเจียงเฉินพูดต่อว่า "ยัยสาวน้อยฯ นี่อ้างว่าสร้างโมเดลคณิตศาสตร์ขึ้นมาชุดหนึ่ง คำนวณได้ว่าหุ้นที่ชื่อ 'หลงผิงไฮเทค' จะพุ่งกระฉูด"

"ขำกลิ้ง เล่นหุ้นใครเขาใช้โมเดลคณิตศาสตร์กัน? อีกอย่าง ฉันอยู่ในตลาดหุ้นมาตั้งหลายปี อะไรบ้างที่ไม่รู้? ฟังดูก็รู้ว่ามั่ว ฉันเลยอดไม่ได้ที่จะสั่งสอนไปหน่อย บอกว่าอย่าไปทำเรื่องไร้สาระพวกนั้น สู้เอาเวลาไปสังเกตตลาด วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและกราฟเทคนิคยังดีกว่า"

"แล้วเขาฟังคุณไหม?" หวังซือหมิ่นถามอย่างสงสัย

"แน่นอนว่าไม่ฟัง ยังมาอวดทฤษฎีบ้าบอนั่นใส่ฉัน แต่ในกลุ่มนั้นฉันมีแฟนคลับนะ ไม่ต้องให้ฉันพูดซ้ำ พวกเขาก็รุมด่ายัยนั่นเละเทะ" พูดถึงตรงนี้ เจียงเฉินยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

ฟางชิงเย่มั่นใจแล้วว่า "สาวน้อยร้อยชั่งฯ" ที่เจียงเฉินพูดถึง ก็คือสาวตงกวนนั่นเอง

นึกไม่ถึงว่าเจียงเฉินจะอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย?

แต่นั่นเป็นกลุ่มใหญ่มีคนตั้งหกร้อยกว่าคน ฟางชิงเย่เป็นพวกซุ่มอ่านตลอดกาล ไม่ค่อยได้สนใจ ต่างฝ่ายต่างเลยไม่สังเกตเห็นกัน

ฟางชิงเย่กินปลาไข่หมดตัวหนึ่ง ก็หยิบมาอีกตัว เขารู้ว่าเจียงเฉินกำลังโชว์พาวต่อหน้าทุกคน อวดว่าตัวเองเล่นหุ้นเก่งแค่ไหน มีแฟนคลับในเน็ต แถมยังกำลังจีบหวังซือหมิ่นอยู่ด้วย

เหมือนนกยูงรำแพนหางอวดความงามตอนเกี้ยวพาราสี เรื่องเล่นหุ้นก็คือหางสวยๆ ของเจียงเฉิน

ส่วนเรื่องสาวตงกวน ก็แค่เอามาเหยียบย่ำเพื่อยกตัวเองให้ดูสูงส่งเท่านั้น

เจ้าหมอนี่ ชักจะลอยแล้วจริงๆ

ตอนนั้นเอง ซ่งต้าไห่ที่กำลังกินเนื้อแกะย่างจู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมา "เย่จื่อ วันก่อนนายเพิ่งซื้อหุ้น นายดูเป็นด้วยเหรอ?"

พอได้ยินว่าฟางชิงเย่เล่นหุ้น หัวข้อสนทนาของเจียงเฉินก็เปลี่ยนมาที่เขา "ฟางชิงเย่ นายก็เล่นหุ้นเหรอ? ไหนบอกซิซื้อตัวไหน?"

สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่เขา

ฟางชิงเย่กินเนื้อปลาคำสุดท้ายหมด ถึงค่อยตอบเนิบๆ ว่า "หลงผิงไฮเทค"

"อะไรนะ? หลงผิงไฮเทค?!" เจียงเฉินอึ้งไป จู่ๆ ก็หัวเราะลั่น

"ฟางชิงเย่ ทำไมนายถึงไปซื้อหุ้นขยะแบบนั้น? ก่อนซื้อทำไมไม่ถามฉันก่อน? ฉันแนะนำให้สักสองตัว ตัวไหนก็ดีกว่าหลงผิงไฮเทคทั้งนั้น! นายเข้าตอนไหน?"

"พฤหัสที่แล้ว"

"ยังดอยไม่สูง พรุ่งนี้เปิดตลาดรีบตั้งขายราคาต่ำหน่อย คัทลอสซะ! เชื่อฉัน!"

ฟางชิงเย่มองเขาด้วยรอยยิ้ม "ข้อแรก หลงผิงไฮเทคไม่ใช่หุ้นขยะ ข้อสอง ฉันก็คิดว่ามันจะขึ้น"

"นายคิด? งั้นฉันถามนาย เมื่อวานหลงผิงไฮเทค ขึ้นหรือลง?" เจียงเฉินย้อนถาม

"ลง" ฟางชิงเย่ไม่ปิดบัง ตอบตามจริง

"ร่วงระนาวต่างหาก! ลิมิตดาวน์เลยนะ! เมื่อวานตลาดปิดบวก หุ้นส่วนใหญ่ขึ้นกันหมด มีแต่กลุ่มเกษตรที่ยังเป็นขาลง โดยเฉพาะหลงผิงไฮเทค นายยังจะบอกว่ามันจะขึ้น?" พูดถึงตรงนี้ เจียงเฉินแสยะยิ้ม

"เล่นหุ้น ต่อให้เล่นสั้นก็ไม่ใช่ว่าเข้าวันนี้ออกพรุ่งนี้สักหน่อย? ฉันบอกว่ามันจะขึ้น ไม่ได้บอกว่ามันจะขึ้นวันศุกร์ทันทีนี่!" ฟางชิงเย่ยิ้ม

"นี่ฟางชิงเย่ ทำไมนายหัวดื้อแบบนี้? ให้คัทลอสก็ไม่คัท? เราเพื่อนเก่ากันนะ ฉันหวังดี!" เจียงเฉินทำท่าทางเหมือนผู้หวังดีที่เหนื่อยใจ

"นั่นสิ ฟางชิงเย่ เชื่อเจียงเฉินเถอะ เราจะโกรธใครก็ได้ แต่อย่าโกรธเงินสิ?" หวังซือหมิ่นช่วยพูด

"อืม ใช่ ในกลุ่มพวกเรา เจียงเฉินมีประสบการณ์เล่นหุ้นที่สุดแล้ว" ซ่าวจิ้งเสริม

ฟางชิงเย่ส่ายหน้า ยิ้มไม่พูดอะไร หยิบปลาไข่มาอีกตัว

เห็นท่าทางแบบนี้ เจียงเฉินเริ่มไม่พอใจ

อุตส่าห์หวังดี ดันไม่รับน้ำใจ!

"พอๆ ไม่พูดแล้ว" เจียงเฉินหยิบไม้เนื้อแกะเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ พูดเนิบๆ "บางคน ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา มอสโกไม่เชื่อน้ำตา ในตลาดหุ้นก็เหมือนกัน!"

ตลอดเหตุการณ์ เฉียนเสี่ยวลี่ตั้งหน้าตั้งตากินปลาหมึกย่าง ดูเหมือนจะไม่สนใจหัวข้อนี้เลย

เฉินเหมยเหมยมองเจียงเฉิน แล้วมองฟางชิงเย่ อยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่ได้พูด

นี่เป็นแค่เรื่องแทรกเล็กๆ หัวข้อสนทนาเปลี่ยนไปเรื่องอื่นอย่างรวดเร็ว กินเสร็จเก็บจานชามและขยะ แล้วขับรถไปเที่ยวในตัวเมืองจิ้งไห่ สาวๆ ย่อมสนใจเสื้อผ้าสวยๆ ก็ไปเดินห้าง MixC (ว่านเซี่ยงเฉิง) ถนนหนานต้าเจีย

ฟางชิงเย่ไม่สนใจ ขับรถของซ่งต้าไห่ไปร้านหนังสือซินหัวในตัวเมือง แต่ก็ไม่เจอหนังสือคณิตศาสตร์การเงินตามคาด

ดูท่าต้องพึ่งเซี่ยเหอจริงๆ

สี่โมงเย็นกว่าๆ ทุกคนขับรถกลับอำเภอหนานซิน

ขากลับนั่งรถเหมือนเดิม ซ่งต้าไห่ ฟางชิงเย่ และเฉินเหมยเหมย

บนรถ ทั้งสามคนคุยเรื่องที่เถียงกับเจียงเฉินตอนกินบาร์บีคิว

"เย่จื่อ ฉันว่าเจียงเฉินพูดมีเหตุผลนะ ยังไงเขาก็เล่นหุ้นมาหลายปี แถมรวยเพราะหุ้นด้วย" ซ่งต้าไห่เตือน

"ทำไม กลัวฉันเจ๊งแล้วไม่มีเงินคืนนายเหรอ?" ฟางชิงเย่ถามทีเล่นทีจริง

"ไม่ใช่แบบนั้น ถ้าเจ๊งก็เจ๊งไป ฉันไม่ทวงหรอก! แค่ 2 แสนเอง" ซ่งต้าไห่รีบพูด

"ฉันแค่รู้สึกว่า ทำอะไรอย่าหัวแข็งเกินไป รู้ว่าเป็นเหวยังจะโดด มันไม่คุ้ม!"

"ฉันคิดว่าซื้อหลงผิงไฮเทคไม่น่าจะขาดทุนนะคะ" ฟางชิงเย่ยังไม่ทันตอบ เฉินเหมยเหมยที่นั่งเบาะหลังจู่ๆ ก็พูดแทรกขึ้นมา

"ทำไมล่ะ?" ซ่งต้าไห่ถามอย่างแปลกใจ

"ถึงฉันจะไม่ได้เล่นหุ้น แต่ฉันก็ติดตามตลาดหุ้นอยู่บ่อยๆ ค่ะ" เฉินเหมยเหมยบอก

"ฉันดูกรณีพื้นฐานของหลงผิงไฮเทค ไตรมาสแรกประกาศกำไรสุทธิ 80 กว่าล้าน ระดับกำไรขนาดนี้ในตลาด A-Share ถือว่าดีมากนะคะ นี่เป็นพื้นฐานที่จะถูกเก็งกำไร"

"อีกอย่าง ตลาดลือกันว่าหลงผิงไฮเทคจะมีการปันผลหุ้นและแตกพาร์ ฉันคิดว่าจริงค่ะ หลังเครื่องหมาย XR ราคาหุ้นจะลดลง ดึงดูดรายย่อย เดี๋ยวนี้รายย่อยชอบซื้อหุ้นราคาต่ำมากกว่าหุ้นราคาสูง แบบนี้จะเพิ่มสภาพคล่องให้หุ้น ไม่กลายเป็นหุ้นตายซากที่ไม่มีใครสนใจ"

"ดังนั้น ฉันคิดว่าหลงผิงไฮเทคอาจจะไม่พุ่งแรง แต่อาจจะไม่ร่วงหนักอย่างที่เจียงเฉินพูด อย่างน้อยก็น่าจะขึ้นบ้าง"

เฉินเหมยเหมยสรุปทิ้งท้าย

"ใช้ได้นี่ เฉินเหมยเหมย วิเคราะห์เป็นฉากๆ... แล้วทำไมตอนกินข้าวเมื่อเที่ยงไม่พูดล่ะ?" ซ่งต้าไห่ถาม

"ก็ฉันแค่ทฤษฎี ไม่เคยลงสนามจริง เทียบกับเจียงเฉินไม่ได้หรอกค่ะ" เฉินเหมยเหมยยิ้ม

"ฉันว่าเธอพูดดีนะ!" ซ่งต้าไห่ชม แล้วหันไปถามฟางชิงเย่ "เฮ้ย พวกเราพูดกันตั้งเยอะ ทำไมนายไม่พูดอะไรเลย?"

"จะให้พูดอะไร?" ฟางชิงเย่หัวเราะ "ฉันต้องเห็นด้วยกับเฉินเหมยเหมยอยู่แล้ว ไม่งั้นจะซื้อหลงผิงไฮเทคทำไม? วางใจเถอะ ไม่ทำนายขาดทุนหรอก รอบนี้ฉันจะฟันกำไรเละ!"

"ถ้ารวยแล้วต้องเลี้ยงนะ" ซ่งต้าไห่รีบพูด

"ไม่มีปัญหา"

พอกลับถึงตัวอำเภอทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ฟางชิงเย่ลงรถหน้าบ้านพักครู ซ่งต้าไห่ยังไปส่งเฉินเหมยเหมยที่บ้านพักการประปา

เช้าวันรุ่งขึ้นไปทำงาน เซี่ยเหอก็เอาหนังสือใหม่สามเล่มที่เพิ่งซื้อมาให้ ฟางชิงเย่ไปเอาที่ห้องทำงานเธอ ขอบคุณและจ่ายค่าหนังสือ เซี่ยเหอเกรงใจนิดหน่อยแต่ก็รับไว้

กลับมาที่โต๊ะทำงาน ฟางชิงเย่ทำงานสักพักก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

เขาตัดสินใจอ่าน "วิธีวิเคราะห์เกณฑ์มาตรฐานทางการเงินเชิงปริมาณ" ก่อน เนื้อหาเล่มนี้ใช้งานได้จริงมากกว่า แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

หนังสือเล่มนี้ใช้วิธีวิเคราะห์เกณฑ์มาตรฐานในการสร้างโมเดลการเงิน อธิบายวิธีการเชิงปริมาณหลากหลายในการกำหนดราคาและการป้องกันความเสี่ยงของตราสารอนุพันธ์ในโลกแห่งความเป็นจริง ฟางชิงเย่อ่านเนื้อหาในหนังสืออย่างละเอียด ในใจอดทอดถอนใจไม่ได้

ชาติที่แล้วตอนอ่านเล่มนี้ รู้สึกว่ายากและเข้าใจยาก อ่านแล้วปวดหัวจี๊ด แต่ผ่านประสบการณ์จริงมาสิบกว่าปี กลับมาอ่านเล่มนี้อีกที รู้สึกว่าง่ายและชัดเจนขึ้นเยอะ

เวลาค่อนวันหมดไปแบบนี้ นอกจากทำงาน ฟางชิงเย่ก็จมอยู่กับหนังสือเล่มนี้ จางฉวินอิง หัวหน้าแผนกสินเชื่อคนใหม่เดินผ่านโต๊ะเขา เขาก็ไม่รู้ตัว

จางฉวินอิงก็ไม่เตือน

เธอรู้จากเซี่ยเหอแล้วว่า ต่อไปฟางชิงเย่จะย้ายไปสำนักงานทั่วไป ในเมื่ออนาคตไม่ใช่ลูกน้องตัวเองก็ไม่จำเป็นต้องพูดมาก

อีกอย่าง คดีเงินหายเถิงหลงความจริงปรากฏในเวลาอันสั้น ฟางชิงเย่มีบทบาทสำคัญ เธอรู้สึกขอบคุณเขามาก

แถมเขาก็ไม่ได้อ่านนิยาย แต่อ่านหนังสือการเงิน ก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้แหละมั้ง?

บ่ายสามโมงกว่า จู่ๆ ฟางชิงเย่ก็ได้รับโทรศัพท์จากซ่งต้าไห่ "เย่จื่อ นายออน QQ หรือเปล่า ไอ้เจียงเฉินมันแท็กเรียกนายในกลุ่ม กลุ่มรุ่นน่ะ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 15 - เจ้าหมอนี่ ชักจะลอยแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว