เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 - นี่คือหลุมพราง

บทที่ 2 - นี่คือหลุมพราง

บทที่ 2 - นี่คือหลุมพราง


บทที่ 2 - นี่คือหลุมพราง

บริษัทเถิงหลงประกาศกับภายนอกว่า เงินจำนวนยี่สิบล้านในบัญชีพิเศษถูกธนาคารตงฟาง สาขาหนานซิน โอนเข้าบัญชีเงินฝากค้ำประกันโดยที่บริษัทไม่รู้เห็น เพื่อนำไปใช้ในการออกตั๋วแลกเงินให้กับบริษัทที่ชื่อจื้อเหลียนเทคโนโลยีในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจใดๆ กับบริษัทเถิงหลงเลย

เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่โตในหนานซิน และโด่งดังไปทั่วระบบธนาคารของเมืองจิ้งไห่ แต่บทสรุปกลับเหนือความคาดหมายของผู้คน

ฟางชิงเย่เห็นว่าข้อมูลถูกคีย์ไปเกือบหมดแล้ว จึงไม่รีบร้อน พักผ่อนเสียหน่อย เขาหยิบแก้วชาบนโต๊ะขึ้นมาจิบ แล้วยืนมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง

ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ แสงแดดสดใส ต้นท้อในลานธนาคารกำลังออกดอกบานสะพรั่งดูงดงาม

ในตอนนั้นเอง ฟางชิงเย่สังเกตเห็นชายหญิงคู่หนึ่งสวมชุดพนักงานธนาคารเดินลงจากตึกมาที่ลาน ดูท่าทางเหมือนกำลังมารอต้อนรับแขก

ผู้ชายอายุราวสี่สิบปี สวมสูทเรียบกริบ ผู้หญิงดูอายุน้อยกว่า ยังไม่ถึงสามสิบปี รูปร่างผอมเพรียว เกล้าผมมวยไว้ด้านหลังดูทะมัดทะแมง สวมชุดกระโปรงทำงานสีเทาดำของธนาคาร ให้ความรู้สึกเย้ายวนแบบสาวในเครื่องแบบ

เซี่ยเหอ และ จ้าวเหวินจวิน!

รองผู้จัดการสาขาหนานซินทั้งสองท่าน

เนื่องจากผู้จัดการจางป่วยพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านมาปีกว่าแล้ว เซี่ยเหอจึงทำหน้าที่รักษาการแทน

ผู้บริหารเบอร์หนึ่งและเบอร์สองของสาขาออกมาพร้อมกันแบบนี้ แสดงว่ากำลังต้อนรับบุคคลสำคัญ?

ไม่นาน รถออดี้สีดำคันหนึ่งก็ค่อยๆ แล่นเข้ามาในลาน ตามด้วยรถพาสซาทสีดำอีกคัน

พอรถออดี้จอดสนิท เซี่ยเหอก็รีบเข้าไปเปิดประตูรถ ชายวัยประมาณห้าสิบปีคนหนึ่งก้าวออกมาจากรถ จับมือทักทายกับทั้งสองคนที่รออยู่

คนจากกลุ่มสืบสวนของจังหวัดมาแล้วจริงๆ!

ผู้ชายคนนั้น ดูเหมือนจะเป็นรองผู้จัดการสาขาจังหวัดที่ดูแลงานตรวจสอบวินัย ชื่อหลิวเป่าเซิง?

ฟางชิงเย่พอจะจำได้บ้าง

ชายคนนี้มีชื่อเสียงมากในระบบธนาคารเมืองจิ้งไห่ เป็นคนตรงไปตรงมาเคยส่งผู้จัดการสาขาเข้าคุกมาแล้วสองคน แถมหน้าตายังดุดัน คนเลยตั้งฉายาให้ว่า "เปาบุ้นจิ้นหลิว"

ดูท่าทางกลุ่มสืบสวนจากจังหวัดจะมาจริงๆ สาขาหนานซินคงต้องวุ่นวายกันพักใหญ่

แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา เป็นไทยมุงดูอยู่ห่างๆ ไปก่อนก็พอ

ฟางชิงเย่ายกแก้วชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น

พักเที่ยงตอนสิบสองโมง ฟางชิงเย่ไม่กลับบ้าน อาหารที่โรงอาหารค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ อย่างวันนี้มีปลาทอด ถั่วฝักยาวผัดซอสน้ำแดง ผัดผักรวมมิตร ยำแมงกะพรุน แล้วก็แกงจืดกุ้งฝอยใส่ถั่วแปบ

ฟางชิงเย่ตักข้าวเสร็จหันมามองหาที่นั่ง จางหรงก็กวักมือเรียกเขา เขาจึงไปนั่งร่วมโต๊ะด้วย

"นี่ รู้หรือเปล่า? เฉินเหมยเหมยถูกดึงตัวไปอยู่กลุ่มสืบสวนของจังหวัด ทำหน้าที่เป็นคนประสานงาน!" จางหรงกระซิบ

"คนประสานงาน ก็แค่เด็กเดินเอกสาร คอยเป็นลูกมือให้คนอื่นไม่ใช่เหรอ" ฟางชิงเย่หัวเราะ

"เดินเอกสารก็ถือเป็นเรื่องดีนะ ได้ใกล้ชิดผู้บริหารจากจังหวัด สร้างความคุ้นเคยไว้ เฉินเหมยเหมยนี่โชคดีจริงๆ!" น้ำเสียงของจางหรงแฝงความอิจฉาปนริษยาเล็กน้อย

ฟางชิงเย่มองเขาแวบหนึ่ง ในความทรงจำหมอนี่ขยันขันแข็ง ความสามารถไม่เลว แต่ชอบวิ่งเต้นเข้าหาผู้ใหญ่ เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูง

เขาจึงพูดไปพลางกินข้าวไปพลางว่า "งั้นนายลองไปคุยกับรองผู้จัดการเซี่ยดูสิ ขอสลับตัวเข้าไปแทน นายเก่งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ รองผู้จัดการเซี่ยยังเคยชมเชยนายในที่ประชุมพนักงานเลยนี่นา?"

"ช่างเถอะ ฉันไม่กล้าไปหาเรื่องซวยใส่ตัวหรอก" จางหรงรีบโบกมือปฏิเสธ

"นายไม่รู้เหรอ วันนี้รองผู้จัดการเซี่ยอารมณ์เสียสุดๆ เมื่อเช้าหลิวลี่ที่ออฟฟิศเราเอาเอกสารไปส่ง พิมพ์ผิดไปตัวเดียว โดนด่ายับเลย กลับมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่ง"

ฟางชิงเย่ฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจในใจ

ในฐานะผู้บริหาร เซี่ยเหอยังขาดวุฒิภาวะอยู่บ้าง

ผู้นำที่แท้จริง ต้องเก็บอารมณ์ให้มิดชิด ไม่มีใครสามารถคาดเดาความคิดจากสีหน้าได้

แต่ก็โทษไม่ได้ เซี่ยเหอยังอายุน้อย

เรียนจบปริญญาโทด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินเซี่ยงไฮ้ ทำงานที่สาขามณฑลได้ปีเดียว ก็ถูกส่งลงมาเป็นรองผู้จัดการที่สาขาหนานซินแถมยังได้รักษาการแทนผู้จัดการใหญ่อีก

เส้นทางชีวิตราบรื่นมาตลอด พอมาถึงจุดสำคัญที่จะได้เลื่อนตำแหน่งเต็มตัวกลับมาสะดุดขาตัวเอง จะไม่ให้จิตตกก็คงยาก

แถมเรื่องนี้ยังเป็นหลุมพราง มีคนตั้งใจวางกับดักเธอโดยเฉพาะ!

ถ้าแก้เกมได้ ผ่านวิกฤตนี้ไป ก็จะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงอย่างราบรื่น

ถ้าแก้ไม่ได้ ก็จะเสียโอกาสที่ดีไป และถูกบีบให้ต้องย้ายออกจากหนานซิน

ในประวัติศาสตร์ จุดจบของเธอคืออย่างหลัง

ชัดเจนว่าครั้งนี้ถ้าไม่มีตัวแปรอะไร ก็คงจบแบบเดิม

แต่มันก็น่าเสียดาย

ฟางชิงเย่จำได้ว่า ช่วงเวลาที่เขาทำงานในหนานซิน เซี่ยเหอดีกับเขาไม่น้อย

ยังไงก็ศิษย์เก่าสถาบันเดียวกัน เธอถือเป็นรุ่นพี่

คิดถึงตรงนี้ ฟางชิงเย่ก็อดส่ายหน้าไม่ได้

"เฮ้ย ฟางชิงเย่ ส่ายหน้าทำไม?" จางหรงที่นั่งข้างๆ ถามอย่างสงสัย

"ไม่มีอะไร กินข้าวเถอะ เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวกับเรา อย่าไปคิดให้ปวดหัวเลย" ฟางชิงเย่ตอบกลับไป แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ

แต่จางหรงกลับไม่เห็นด้วย

ฟางชิงเย่คนนี้ ดูจะใจเย็นเกินไปหน่อยแล้ว

กินข้าวเสร็จฟางชิงเย่ก็ไม่ได้กลับบ้าน เดินเล่นในเมืองสักพัก แล้วกลับมาที่ออฟฟิศทำงานต่อในช่วงบ่าย

งานก็มีอยู่แค่นั้น ไม่ยากอะไร ค่อยๆ ทำไปก็ได้

ธนาคารเลิกงานห้าโมงเย็น เขาเก็บเอกสารบนโต๊ะ ลงไปเอารถสกู๊ตเตอร์ที่โรงจอด แล้วฮัมเพลงขี่รถออกจากประตูที่ทำงาน มุ่งหน้ากลับบ้านอย่างสบายอารมณ์ เรื่องราววุ่นวายในที่ทำงานถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ตอนนั้นเอง ร้านขายซีดีข้างทางก็เปิดเพลงของวงเฟิ่งหวงฉวนฉีดังลอยมา

ดอกไม้กำลังบาน ณ เชิงเขาเขียวขจี จังหวะแบบไหนถึงจะโยกมันส์ที่สุด เสียงเพลงแบบไหนถึงจะสุขใจที่สุด

"สายลมแห่งชนเผ่าที่ร้อนแรงที่สุด"*

เมื่อก่อนรู้สึกว่าเพลงนี้เชยระเบิด แต่ตอนนี้กลับฟังดูไพเราะคุ้นเคยจนอดร้องตามไม่ได้

ร้องเพลงไปเดินไปตลอดทางนี่แหละอิสระที่สุด พวกเราจะร้องก็ต้องร้องให้สะใจที่สุด

สกู๊ตเตอร์บิดผ่านสี่แยกในจังหวะที่ไฟเหลืองเปลี่ยนเป็นไฟแดงพอดิบพอดี

ผ่านย่านที่เรียกว่าตลาดสือเจียป้า คนเดินเข้าออกตลาดพลุกพล่าน สองข้างทางมีพ่อค้าแม่ขายตั้งแผงลอยกีดขวางทางเท้า และสิ่งที่ตามมาก็คือคู่ปรับตลอดกาลของพวกเขา—เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มสวมหมวกทรงหม้อตาล... เทศกิจ

นั่นไง ฟางชิงเย่เห็นเทศกิจสองคนในเครื่องแบบกำลังยืนเถียงกับชายชราขายสตรอว์เบอร์รี

ชายชราดูท่าทางซื่อๆ ไม่ใช่พวกแม่ค้าพ่อขายเจ้าเล่ห์ที่ขายประจำ สตรอว์เบอร์รีก็น่าจะปลูกเอง

ไม่มีแผงประจำ ก็เลยวางขายสุ่มสี่สุ่มห้าขวางทาง เทศกิจเลยต้องตะโกนไล่

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวันในเมืองเล็กๆ ไม่มีใครสนใจหรอก เว้นแต่จะมีการลงไม้ลงมือกัน ถึงจะมีคนมุงดู แล้วไม่นานก็จะไปโผล่ในอินเทอร์เน็ต

พาดหัวข่าวก็ประมาณว่า: "เทศกิจทำร้ายประชาชน!"

แต่วันนี้ไม่มีเหตุการณ์แบบนั้น บรรยากาศยังถือว่าถ้อยทีถ้อยอาศัย

ฟางชิงเย่ชะลอรถเตรียมจะไปต่อ แต่พอเห็นร่างสูงใหญ่ของเทศกิจหนุ่มคนหนึ่ง เขาก็ยิ้มออกมา

เพื่อนเกลอนี่เอง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 2 - นี่คือหลุมพราง

คัดลอกลิงก์แล้ว