- หน้าแรก
- รีสตาร์ท : ระบบผู้อำนวยการมือใหม่ พลิกฟื้นวิทยาลัยของตระกูล
- บทที่ 13 ผู้อำนวยการครับ นักเรียนหญิงของเราล่ะ?
บทที่ 13 ผู้อำนวยการครับ นักเรียนหญิงของเราล่ะ?
บทที่ 13 ผู้อำนวยการครับ นักเรียนหญิงของเราล่ะ?
วันที่ 30 สิงหาคม
เป็นวันรายงานตัวของนักเรียนใหม่ที่สถาบันส่วนใหญ่มักกำหนดไว้
และจะสิ้นสุดในวันที่ 1 กันยายน
รวมเป็นเวลาทั้งหมดสามวัน
เพราะโดยปกติ มหาวิทยาลัยหลายแห่งรับนักเรียนใหม่เป็นพันหรือเป็นหมื่นคนในแต่ละครั้ง
จัดการให้เสร็จภายในวันเดียวคงไม่ทันแน่นอน
จึงต้องกระจายให้เสร็จภายในสามวัน เพื่อให้สามารถดูแลนักเรียนใหม่ได้อย่างทั่วถึง
แต่สำหรับวิทยาลัยอาชีวะซิงเฉินแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น
เพราะปีนี้นักเรียนใหม่มีเพียงแค่หกร้อยกว่าคนเท่านั้น
จัดการให้เสร็จภายในวันเดียวก็สบายมาก
ดังนั้นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคลากร
เย่เฉินจึงกำหนดวันรายงานตัวไว้เป็นวันที่ 1 กันยายนเพียงวันเดียว
วิทยาลัยของเขาเพิ่งกลับมาเปิดใหม่ในปีนี้
ยังไม่มีรุ่นพี่มาช่วยเป็นอาสาสมัครต้อนรับนักเรียนใหม่
เย่เฉินจึงต้องพาครูและเจ้าหน้าที่ไม่กี่คนมาทำหน้าที่ชี้ทางและนำทางด้วยตัวเอง
แต่เพราะมีคนไม่พอ
จึงต้องจัดวางป้ายบอกทางให้เด่นชัดเป็นพิเศษ
เย่เฉินคิดว่า นักเรียนใหม่จะเริ่มทยอยมารายงานตัวหลังจากสิบโมงเช้า
แต่ไม่คิดเลยว่า แปดโมงเช้าตรง ก็มีนักเรียนขี่จักรยานมาถึงแล้วสี่คน
เด็กหนุ่มทั้งสี่ไม่ได้พกของอะไรมาด้วย จอดจักรยานไว้ข้างประตูโรงเรียน
จากนั้นก็ใช้สายตาสำรวจโรงเรียนด้วยความสนใจ
“นักเรียนใหม่หรือครับ?” เย่เฉินยิ้มและทักทาย
ทั้งสี่พยักหน้า แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูหนุ่มแน่นของเย่เฉินก็มีท่าทางลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถามอย่างเกรงใจว่า “อาจารย์เป็นครูของที่นี่ใช่ไหมครับ?”
เด็กมัธยมปลายที่เพิ่งจบใหม่ เวลาพูดกับครูมักจะแสดงออกถึงความเคารพตามธรรมชาติ
เย่เฉินยิ้มและพยักหน้า
แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน
เพราะเขาไม่ใช่คนชอบอวดอ้างอะไรแบบนั้น
เขาเองก็รู้สึกดีต่อเด็กนักเรียนกลุ่มนี้พอสมควร
ถึงจะดูออกว่าเป็นคนท้องถิ่น แต่ที่มารายงานตัวตั้งแต่เช้าแบบนี้ แสดงว่าเป็นเด็กที่ใส่ใจเรื่องเรียน
ในฐานะผู้อำนวยการ เขาชอบนักเรียนแบบนี้อยู่แล้ว
ดูจากเวลา ตอนนี้คงยังไม่มีนักเรียนคนอื่นมา
เย่เฉินจึงพาทั้งสี่คนไปดำเนินการรายงานตัวทันที
…
นักเรียนที่มาถึงแต่เช้าก็คือกลุ่มของเฉินเจิ้นเว่ยนั่นเอง
ทั้งกลุ่มเล่นสนุกมาตลอดช่วงปิดเทอม จึงไม่ชินกับการตื่นเช้า
แต่เมื่อคิดถึงจุดเริ่มต้นของเป้าหมายในวันนี้ พวกเขาก็ฝืนง่วงและรีบออกมารายงานตัวที่วิทยาลัยอาชีวะซิงเฉิน
ส่วนของใช้ส่วนตัวอย่างผ้าห่ม คอมพิวเตอร์ หรือของใช้ประจำวันอื่น ๆ
รอให้พ่อแม่เลิกงานแล้วจะขับรถมาส่งให้ภายหลัง
ทั้งสี่ก้าวเข้าสู่วิทยาลัยอาชีวะซิงเฉิน มองดูสถานที่ที่จะใช้ชีวิตอยู่ถึงสามปีด้วยความคาดหวัง
จุดจ่ายค่าเล่าเรียนอยู่ไม่ไกลจากประตูโรงเรียน ห่างเพียงแค่ร้อยเมตร
ระหว่างทาง เฉินเจิ้นเว่ยก็ถามเย่เฉินว่า “อาจารย์ครับ คำพูดบนเว็บไซต์ของวิทยาลัยเป็นความจริงใช่ไหมครับ?”
“นักเรียนสามารถเปลี่ยนหอพักได้ตามต้องการ? พวกเราสี่คนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่มัธยม ขออยู่ห้องเดียวกันได้ไหมครับ?”
เย่เฉินได้ยินก็ยิ้ม และพยักหน้าทันที “แน่นอนครับ ตอนจ่ายค่าเทอม พวกเธอบอกครูที่อยู่ตรงนั้นได้เลย เดี๋ยวครูจะจัดให้อยู่ห้องเดียวกันผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์!”
เมื่อได้ยินคำตอบจากเย่เฉิน เด็กหนุ่มทั้งสี่ก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
วิทยาลัยซิงเฉินไม่ได้โกหกจริง ๆ
เมื่อสามารถจัดหอพักใหม่ได้ตามต้องการ
คำสัญญาอื่น ๆ บนเว็บไซต์ก็น่าจะเป็นความจริงด้วย
ดูเหมือนว่าพวกเขาเลือกถูกแล้ว
และเมื่อจ่ายค่าเทอมและแจ้งความต้องการว่าจะอยู่ห้องเดียวกัน ทุกอย่างก็เสร็จสิ้นอย่างง่ายดายในไม่กี่นาที
พวกเขาถูกจัดให้อยู่ห้อง 101 ชั้นหนึ่ง อาคารหนึ่ง
เมื่อไปถึงห้องพักและสำรวจการตกแต่งภายใน สีหน้าของทั้งสี่คนก็ยิ่งพอใจมากขึ้น
มีแอร์ประหยัดไฟเบอร์ 1 รุ่นใหม่ล่าสุด แถมยังเป็นแบรนด์ดัง (ตามมาตราฐานจีนเบอร์ 1 คือ แบบประหยัดพลังงานฉลากเบอร์ 5 ของไทย)
หน้าร้อนนอนได้อย่างเย็นสบายแน่นอน
หน้าหนาวก็ไม่ต้องกลัวหนาวอีกต่อไป
เตียงและโต๊ะอ่านหนังสือล้วนเป็นของใหม่เอี่ยม
ปลั๊กไฟสามช่องและพอร์ตเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ ก็มีครบไม่ขาดเลย
วิทยาลัยยังให้คำมั่นสัญญาว่าตอนกลางคืนจะไม่ตัดไฟด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะเย่เฉิน ที่มีสถานะเป็นอาจารย์อยู่ในห้องพักตอนนี้ด้วยแล้วล่ะก็...
เดาว่าเด็ก ๆ พวกนี้คงจะตบมือเฮฮาฉลองชีวิตเล่นเกมสามปีเต็มแน่นอน
วิทยาลัยดันรักษาสัญญาจริง ๆ ไม่ได้โกหก!
ทำให้ความรู้สึกดีของพวกเขาที่มีต่อวิทยาลัยซิงเฉินพุ่งสูงขึ้นทันตา
“เอาล่ะ พรุ่งนี้เริ่มเรียนอย่างเป็นทางการ มะรืนนี้เริ่มฝึกภาคบังคับนะ”
“พวกเธอลองอ่านคู่มือนักศึกษาใหม่ที่เพิ่งแจกไปให้ดี ๆ”
“ช่วงนี้พวกเธอสามารถเดินดูรอบ ๆ วิทยาลัยได้ตามสบาย ฉันขอตัวก่อน”
“แต่คืนนี้ต้องพักค้างที่หอพัก ตรวจสอบห้องพักด้วยนะ”
เมื่อเห็นสีหน้าเปี่ยมสุขที่ออกมาจากใจของนักเรียน เย่เฉินก็พลอยอารมณ์ดีไปด้วย
เขายิ้มบาง ๆ และตั้งใจจะเดินจากไป
แต่ทั้งสี่คนมองหน้ากัน แล้วเฉินเจิ้นเว่ยก็รีบพูดขึ้นว่า
“อาจารย์ ที่พวกเรามาเช้าก็เพราะอยากช่วยโรงเรียนต้อนรับนักศึกษาใหม่ด้วยน่ะครับ เพราะปีนี้เพิ่งเปิดใหม่ ไม่มีรุ่นพี่รุ่นน้องมาช่วย!”
“พวกเราเป็นคนในพื้นที่ อย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาภาระได้นิดหน่อยครับ!”
เย่เฉินได้ยินแล้วก็ตกใจไปพักหนึ่ง
เขามองทั้งสี่คนอย่างกับเจอขุมทรัพย์
ทั้งสี่คนมาถึงเช้า ๆ แบบนี้ เพราะอยากช่วยรับน้องใหม่และแบ่งเบาภาระของโรงเรียน...
นี่มัน...
โรงเรียนแย่ ๆ อย่างเรานี่ช่างโชคดีนัก ที่สามารถรับเด็กดีขนาดนี้มาได้
พูดตามตรง เย่เฉินรู้สึกว่าเด็กกลุ่มนี้มาอยู่ที่วิทยาลัยเขานั้นเหมือนถูกลดคุณค่าลงไปเลยด้วยซ้ำ
เด็กที่มีจิตใจดีและนึกถึงผู้อื่นแบบนี้
แต่แค่เพราะเรียนไม่เก่ง ก็เลยต้องมาเรียนระดับวิทยาลัยอาชีวะ
มันช่างน่าเสียดาย!
“โอเค งั้นก็ขอบใจพวกเธอมากนะ…”
เย่เฉินตบไหล่เฉินเจิ้นเว่ยเบา ๆ พร้อมจดจำใบหน้าทั้งสี่คนไว้
เด็กพวกนี้ได้รับคะแนนความประทับใจจากผอ.ไปเต็ม ๆ
อนาคตจะดูแลเป็นพิเศษแน่นอน
…
พอถึงสิบโมง นักเรียนใหม่และผู้ปกครองก็ทยอยมารายงานตัว
ไม่ว่าเย่เฉินหรือเฉินเจิ้นเว่ยกับพวก ก็เริ่มยุ่งวุ่นวายกันหมด
บางคนช่วยถือสัมภาระ บางคนช่วยชี้ทาง
นักเรียนใหม่ที่มาถึง ต่างก็รู้สึกพึงพอใจกับวิทยาลัยซิงเฉิน
ทุกคำสัญญาของวิทยาลัยเป็นความจริง
หอพักไม่แออัด
ทุกอย่างตามที่รับปากไว้ ไม่มีหลอก ไม่มีตัดทอน
เพราะสามารถสลับห้องพักได้
พอรูมเมตเข้าห้องพักแล้ว ก็เริ่มแนะนำตัว แบ่งปันพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่นว่าเล่นเกมมั้ย นอนดึกมั้ย เป็นต้น
ถ้ารู้สึกว่ากิจวัตรไม่ตรงกัน หรือนิสัยไม่เข้ากัน
คิดว่าอยู่ด้วยกันแล้วอาจจะไม่ราบรื่น
ก็สามารถขอเปลี่ยนห้องได้
ความรู้สึกอิสระแบบนี้ ทำให้นักเรียนหลายคนเกิดความรู้สึกดีต่อวิทยาลัยซิงเฉินมีมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
ยังมีนักเรียนอีกหลายคนที่เมื่อรู้ว่าเฉินเจิ้นเว่ยกับพวกก็เป็นนักเรียนใหม่เหมือนกัน
ก็วางสัมภาระแล้วไปที่หน้าประตูช่วยต้อนรับคนอื่น
แม้นักเรียนใหม่จะมีแค่หกร้อยกว่าคน
แต่การต้อนรับก็ยังหนักหนาไม่น้อย
เย่เฉินยุ่งจนแทบไม่มีเวลายืนอยู่กับที่
จนกระทั่งมีนักเรียนจำนวนมากออกมาช่วยกันต้อนรับ
เย่เฉินถึงได้รู้สึกโล่งอกขึ้นมาหน่อย
เขาเช็ดเหงื่อ มองดูเหล่านักเรียนวัยหนุ่มของเขาอย่างชื่นชม
ไม่ว่าผลการเรียนของพวกเขาจะดีหรือไม่
แต่ก็ล้วนเป็นเด็กดีทั้งนั้น
ถ้าไปเรียนในวิทยาลัยอาชีวะทั่วไป อาจจะต้องใช้ชีวิตไร้เป้าหมายไปตลอดก็ได้
แต่ในวิทยาลัยของเขา อาจเปลี่ยนชีวิตพวกเขาให้กลับมามีหวังอีกครั้ง
มีอาจารย์ระดับมาสเตอร์สอน
แถมยังมีพรสวรรค์เชฟขั้นเทพจากระบบคอยสนับสนุน
แค่เด็ก ๆ ตั้งใจเรียนจริงจัง
อนาคตก็มีโอกาสสร้างชื่อในวงการเชฟได้แน่นอน
…
ขณะที่เย่เฉินกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
เฉินเจิ้นเว่ยกับพวกก็เดินเหงื่อโทรมกายเข้ามาใกล้
“มีอะไรรึเปล่า?”
เย่เฉินยื่นน้ำเย็นที่เพิ่งได้มาจากซูเปอร์มาร์เก็ตของวิทยาลัยให้ และมองพวกเขาด้วยความพึงพอใจ
เดือนกันยายน อุณหภูมิยังสูงอยู่มาก
ทั้งสี่คนทั้งร้อนและเหนื่อย ก็เลยไม่เกรงใจอาจารย์หนุ่มคนนี้
กระดกน้ำไปครึ่งขวดก่อนจะพูดขึ้น
เฉินเจิ้นเว่ยพูดด้วยความสับสนว่า
“อาจารย์ คือว่า... ผมมีคำถามอยากถามหน่อยครับ!”
เย่เฉินพยักหน้า: “ว่ามาได้เลย”
เฉินเจิ้นเว่ยมองไปยังนักเรียนใหม่ที่ยังทยอยมารายงานตัว แล้วถามอย่างงง ๆ ว่า
“ทำไมโรงเรียนเรานักเรียนใหม่ถึงเป็นผู้ชายล้วนเลยล่ะครับ?”
(จบบท)