- หน้าแรก
- ตำนานนักรบแห่งกองทัพ
- บทที่ 10 - เปิดกล่องของขวัญมือใหม่
บทที่ 10 - เปิดกล่องของขวัญมือใหม่
บทที่ 10 - เปิดกล่องของขวัญมือใหม่
บทที่ 10 - เปิดกล่องของขวัญมือใหม่
ในที่สุดระบบช่วยเหลือเส้นทางทหารก็เปิดใช้งานจนได้ เล่นเอาลุ้นแทบแย่
แต้มเกียรติยศ 100 แต้ม
เอาไว้ทำอะไร หมิงเย่าจู่ยังไม่รู้ ระบบบ้านี่ก็เหมือนหุ่นยนต์ ถามอะไรไปก็เงียบกริบ
หมิงเย่าจู่หันไปสนใจกล่องของขวัญมือใหม่ที่ระบบมอบให้
กล่องสีสันสดใส เหมือนข้างในบรรจุลูกกวาดปริศนาไว้ล่อตาล่อใจ
“ฮู่ว...”
สูดหายใจลึกๆ สงบสติอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน หมิงเย่าจู่เปิดกล่องของขวัญ
แสงสีรุ้งสว่างวาบ ในกล่องมีหนังสือปกเหลืองเก่าคร่ำครึวางสงบนิ่งอยู่สองเล่ม
พอกระแสจิตสัมผัสโดนหนังสือปกเหลือง มันก็กลายเป็นละอองแสงพุ่งเข้าไปในสมองของหมิงเย่าจู่
“อ๊าก...!”
“เชี่ย...!”
ความรู้มหาศาลถูกยัดเยียดเข้ามาในหัวอย่างบ้าคลั่ง รู้สึกเหมือนสมองจะระเบิด หมิงเย่าจู่ร้องลั่นบ้าน
โชคดีที่อยู่บ้านคนเดียว
ขืนมีคนมาเห็นสภาพเขาตอนนี้ คงนึกว่าโดนผีเข้าแน่ๆ
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
ผ่านไปพักใหญ่ หมิงเย่าจู่ถึงตั้งสติได้ รู้สึกว่าในสมองมีข้อมูลใหม่เพิ่มเข้ามาเพียบ
“ทักษะสไนเปอร์”
“ทักษะการต่อสู้ - สิบแปดฝ่ามือมังกรทมิฬ”
ของขวัญสองชิ้นจากกล่องมือใหม่
ตอนนี้หมิงเย่าจู่เหมือนได้รับถ่ายทอดประสบการณ์สไนเปอร์มาหลายสิบปี กลายเป็นเซียนปืนที่จับปืนมาแล้วทุกชนิด
สิบแปดฝ่ามือมังกรทมิฬ หรือชื่อเต็มคือ ศิลปะการจับกุมหน่วยองครักษ์มังกรทมิฬสิบแปดท่า เป็นวิชาที่หน่วยองครักษ์มังกรทมิฬสรุปบทเรียนจากการต่อสู้จริงมาหลายปี จนกลายเป็นวิชาพิชิตศัตรูที่เน้นการโจมตีรุนแรงถึงชีวิต เวลาฝึกจิตใจต้องอำมหิต ลงมือต้องโหดเหี้ยม ต่อมาถูกกองทัพสั่งแบนเพราะท่ามันอันตรายเกินไป
กล่องของขวัญมือใหม่สมชื่อจริงๆ ให้ของดีเกินคาด
“ดูท่ามังกรเขียวตะปบเหยื่อ... โอ๊ย... เชี่ย...”
หมิงเย่าจู่ลองใช้วิชามังกรเขียวตะปบเหยื่อ เกือบทำเอวเคล็ด
เขามีประสบการณ์สิบแปดฝ่ามือมังกรทมิฬหลายสิบปีในหัว แต่ร่างกายดันตามไม่ทัน
นี่คือวิชาสายพละกำลัง รากฐานสำคัญคือกำลังแขน กำลังข้อมือ และกำลังนิ้ว ผู้ฝึกต้องทำท่า "วิชาแมงป่องไต่กลับหลัง" วันละร้อยเมตร คือการหกสูงแล้วใช้มือเดินแทนเท้า
นอกจากนี้ ทุกเช้าเย็นต้องวิดพื้นด้วยนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ข้างละห้าสิบที
ถ้านิ้วแข็งแกร่งพอ ก็ให้ลองหกสูงเดินด้วยสามนิ้วนั้นวันละห้าสิบเมตร
แน่นอน ยังมีวิชาการเดิน การเคลื่อนไหว และการหายใจที่ต้องฝึกควบคู่กันไป
สรุปคือ อยากใช้อานุภาพของสิบแปดฝ่ามือมังกรทมิฬให้เต็มร้อย ไม่มีทางลัด
คำเดียว ฝึก!
สองคำ ฝึกหนัก!
สามคำ ฝึกให้ตาย!
“ไม่ไหวแล้ว... แฮ่ก...”
หมิงเย่าจู่ลองดูแล้ว อย่าว่าแต่วิดพื้นด้วยสามนิ้วห้าสิบทีเลย แค่วางฝ่ามือวิดพื้นธรรมดา ห้าสิบทีรวดเดียวยังทำไม่ได้
ตอนนี้เขามีวิชาฆ่ามังกร แต่ร่างกายอ่อนแอเหมือนไก่ป่วย ใช้วิชาได้ไม่เต็มที่
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่พัฒนาขึ้นเลย
ประสบการณ์ต่อสู้จริงหลายสิบปีไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ถ้าร่างกายเท่ากัน ตอนนี้เขาสามารถล้มตัวเขาเมื่อก่อนได้ทีละสิบคนสบายๆ
“ก๊อกๆๆ... เย่าจู่”
“พี่เยี่ยนปิง”
“เฮ้ย กลางวันแสกๆ ล็อคประตูทำไม เหงื่อท่วมตัว แก้ผ้าล่อนจ้อน แอบดูหนังผู้ใหญ่ในห้องหรือเปล่าเนี่ย”
“พี่เยี่ยนปิง ผมดูเป็นคนแบบนั้นเหรอ”
“วัยรุ่นฮอร์โมนพลุ่งพล่าน พี่เข้าใจ พี่ผ่านมาแล้ว”
“พี่เยี่ยนปิง มีไรครับ”
หมิงเย่าจู่ขี้เกียจแก้ตัว อธิบายไปหวังเยี่ยนปิงก็ไม่ฟังอยู่ดี
ในเมื่อพูดไปก็ไลฟ์บอย ก็ไม่ต้องพูดมันซะเลย
“ป้าสวีเรียกไปกินข้าวเย็น ไปกันเถอะ”
“รอแป๊บ อาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อน”
ตักน้ำบ่อมาราดตัวสองสามขัน เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ หมิงเย่าจู่กับหวังเยี่ยนปิงก็ไปบ้านป้าสวี
หลายวันต่อมา หมิงเย่าจู่ตื่นตีห้าทุกวัน ฝึกตัวเองแทบตาย
จนกระทั่งหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง หมายเรียกเข้ากรมมาถึง หมิงเย่าจู่ถึงหยุดการทรมานตัวเอง
ช่วงแรกๆ ทรมานมาก
หลังๆ เริ่มชิน
แค่หนึ่งอาทิตย์ พัฒนาการชัดเจนมาก ถลกเสื้อขึ้นมาเริ่มเห็นเค้าโครงซิกแพคจางๆ
โดยเฉพาะแววตา คมกริบเหมือนเหยี่ยว เพราะวิชาสิบแปดฝ่ามือมังกรทมิฬต้องใช้จิตสังหาร เด็กดื้อในหมู่บ้านโดนเขาจ้องตาเมื่อวาน ถึงกับร้องไห้จ้า
“เย่าจู่ เพลาๆ หน่อยเถอะ ฝึกขนาดนี้ เดี๋ยวร่างกายจะพังซะก่อน”
“พี่เยี่ยนปิง ยังมีหน้ามาว่าผม พี่บ้ากว่าผมอีก”
ตอนฝึก หมิงเย่าจู่ลากหวังเยี่ยนปิงมาฝึกด้วย
หวังเยี่ยนปิงว่าเขาบ้า แต่ตัวเองบ้ากว่า ใส่ความแค้นที่มีต่อพ่อลงไปในการฝึก
หวังเยี่ยนปิงกลัวเขาพัง เขายิ่งกลัวหวังเยี่ยนปิงจะพังกว่า
เขามีประสบการณ์ รู้วิธีผ่อนหนักผ่อนเบา ลงมือรู้กำลัง
แต่หวังเยี่ยนปิงไม่มี ถ้าไปมีเรื่องกับใคร คงเผลอฆ่าคนตายแน่
ปมเรื่องพ่อ หวังชิงซาน คือปมในใจ ถ้าแก้ไม่ตก อันตรายมาก
คงต้องหาโอกาสกล่อมหน่อย ขืนตึงเครียดแบบนี้ สักวันเส้นคงขาด
“พี่เยี่ยนปิง ไปกันเถอะ”
“ขึ้นมา เดี๋ยวพี่ปั่นให้”
ทั้งสองขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของป้าสวีไปที่อำเภอเพื่อแจ้งยกเลิกทะเบียนบ้าน
จากนั้นเอาหมายเรียกไปเบิกชุดทหาร ถุงเท้า เข็มขัด ชุดชั้นใน ยาสีฟัน แปรงสีฟัน แก้วน้ำ กระติกน้ำ ครบชุด ทางอำเภอจะจัดฝึกอบรมสามวัน ก่อนส่งตัวเข้ากรม
จัดการธุระเสร็จ เช้าวันรุ่งขึ้น หมิงเย่าจู่หิ้วธูปเทียนของเซ่นไหว้ไปลาพ่อแม่ในโลกนี้
ตกบ่าย ไปลาคุณย่าของหวังเยี่ยนปิงพร้อมกัน
พูดคุยต่อหน้าหลุมศพย่าอยู่นาน เปลืองน้ำลายไปหลายปี๊บ ให้หวังเยี่ยนปิงสาบานต่อหน้าย่า ในที่สุดก็ดึงสติหวังเยี่ยนปิงกลับมาได้
“พี่เยี่ยนปิง ฟ้าจะมืดแล้ว กลับกันเถอะ” หมิงเย่าจู่มองดูพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน ขืนชักช้า เดี๋ยวได้คลำทางกลับบ้าน
“ย่าครับ ผมไปแล้วนะ ย่าไม่ต้องห่วง ตอนนี้ผมเป็นทหารแล้ว ผมสัญญาว่าจะทำตามที่รับปากย่าไว้ จะตั้งใจทำงาน ไม่ทำให้ย่าขายหน้า แล้วผมจะไปลากคอหวังชิงซานกลับมาโขกหัวขอขมาย่าให้ได้”
“คุณย่าหวัง วางใจนะครับ ผมจะช่วยดูพี่เยี่ยนปิงเอง ไว้ได้หยุดพักร้อน เราจะกลับมาเยี่ยมย่าใหม่”
“เย่าจู่ ไปกันเถอะ”
หมิงเย่าจู่กับหวังเยี่ยนปิงเดินออกจากสุสาน
ลงจากเขา ฟ้าก็มืดสนิท
กลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปสองทุ่ม
เก็บข้าวของ อาบน้ำเข้านอน พรุ่งนี้ต้องไปเข้าค่ายฝึกอบรมที่อำเภอสามวัน
(จบบทนี้)
[จบแล้ว]