- หน้าแรก
- ผมไม่ได้เก็บขยะ ผมแค่ฟาร์มเลเวล
- บทที่ 140 - เทพเจ้าจุติ! อวี๋จิ้นหวนคืน! แสงแห่งการชำระล้าง! (3/3)
บทที่ 140 - เทพเจ้าจุติ! อวี๋จิ้นหวนคืน! แสงแห่งการชำระล้าง! (3/3)
บทที่ 140 - เทพเจ้าจุติ! อวี๋จิ้นหวนคืน! แสงแห่งการชำระล้าง! (3/3)
บทที่ 140 - เทพเจ้าจุติ! อวี๋จิ้นหวนคืน! แสงแห่งการชำระล้าง! (3/3)
ฐานผู้รอดชีวิตเมืองลู่
ปัง——
ปังๆ——!
ร่างของเฉาฟางวูบไหว พุ่งทะยานไปมาระหว่างฝูงสัตว์
ทั่วร่างของเธอมีเกราะโลหะสีเงินปกคลุม มือถือตะหลิวยักษ์ยาวสองเมตร
เรื่องต่อสู้ เธอไม่มีประสบการณ์หรอก
แต่เรื่องผัดกับข้าว เธอผัดมาหลายสิบปีแล้ว!
พลิก, เขี่ย, ผัด!
คน, ตบ, ขูด!
นี่คือความสามารถใหม่ที่เธอทดลองใช้หลังจาก 'กระทะก้นแบนขนาดยักษ์สามสิบเมตร'
[ความสามารถธาตุโลหะระดับสอง: กายาเหล็กไหล]
[ผลกดใช้: ผิวหนังกลายเป็นโลหะ เพิ่มพลังป้องกันอย่างมาก]
...
[ความสามารถธาตุโลหะระดับสาม: โลหะเหลว]
[ผลกดใช้: ทำให้โลหะเป็นของเหลวและขึ้นรูปได้ สามารถสร้างอาวุธหรือเกราะ]
...
ก่อนหน้านี้ เฉาฟางใช้แต่ความสามารถระดับหนึ่ง 'ควบคุมโลหะ' มาตลอด
สองความสามารถนี้ เธอเพิ่งจะเข้าใจหลังจาก 'เก่งขึ้น' เมื่อไม่กี่วันก่อน
ผลลัพธ์...
ดีเกินคาด
เฉาฟางนำประสบการณ์เปิดร้านอาหารยี่สิบปีและทำอาหารสี่สิบปี มาประยุกต์ใช้ในการต่อสู้
เทียบกับการ 'ตบจากระยะไกล' เมื่อกี้ เธอคล่องมือกว่าเยอะ
ระหว่างที่พลิกผัด สัตว์กลายพันธุ์ก็ปลิวว่อนไปทั่ว
ระหว่างนั้น
มีสัตว์กลายพันธุ์กัดโจมตีเธอ แต่เจาะเกราะ 'กายาเหล็กไหล' ไม่เข้าเลยสักนิด!
กระทั่ง...
มีหมากลายพันธุ์ตัวหนึ่งกัดแขนเฉาฟางเต็มแรง ผลคือเฉาฟางไม่เป็นไร แต่ฟันหมาแตกละเอียด
ฟิ้ว——
ฟิ้วๆ——
ความเร็วและท่าทางของเฉาฟางว่องไวมาก
มองจากไกลๆ เห็นเพียงเงาสีเงิน พุ่งไปมาท่ามกลางคลื่นสัตว์
เธอยิ่งสู้ยิ่งมัน จนเริ่มไม่พอใจแค่การ 'ผัด' สัตว์กลายพันธุ์ แต่พุ่งตรงไปหาผู้ติดเชื้อที่มีหมอกดำปกคลุมอยู่ด้านหลังฝูงสัตว์!
เทียบกับสัตว์กลายพันธุ์ ผู้ติดเชื้อมีสติปัญญาสูงกว่า
คลื่นสัตว์ในวันนี้ ก็เป็นพวกมันนี่แหละที่เป็นตัวการ
"วู——"
มองดูสัตว์สองขาที่น่ากลัวพุ่งเข้ามา ผู้ติดเชื้อส่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัว
แล้วก็...
ผัวะ——!
เฉาฟางฟาดตะหลิวลงไปทีเดียว ผู้ติดเชื้อสูงร้อยแปดสิบเซน ถูกตบจนแบนเหลือเซ็นแปดมิล
ผู้ติดเชื้ออีกตัวเคลื่อนไหวรวดเร็ว หนีไปไกลแล้ว
แต่...
"ห้ามหนี!"
เฉาฟางตะโกนก้อง ถีบตัวอย่างแรง ก็ไปโผล่ดักหน้ามัน
แล้วก็...
กร๊อบ——!
ตะหลิวนี้ อัดแน่นด้วยลมปราณสี่สิบปี
ต่อให้เป็นผู้ติดเชื้อระดับสาม ก็โดน 'ฟัน' จนขาดครึ่งท่อน
"วู..."
ผู้ติดเชื้อเบิกตากว้าง จ้องมองเฉาฟางเขม็ง
มันส่งเสียงร้องครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นใจ
ฐานผู้รอดชีวิตเมืองลู่
คนนับแสนมองภาพนี้ สมองขาวโพลนไปหมดแล้ว
"คุณพระช่วย..."
"สาวน้อยเหล็กไหล + เจ้าแม่แมกนีโต?"
...
...
เวลาค่อยๆ ผ่านไป
เฉาฟางยังคงตะลุยฆ่าฟันในฝูงสัตว์
แต่...
พลังงานและแรงกายของเธอ ก็มีขีดจำกัด
โดยเฉพาะหลังจากระเบิดพลัง ตบผู้ติดเชื้อที่เป็นตัวการตายไปหลายตัว
คลื่นสัตว์นับหมื่นนอกฐานเมืองลู่ ก็เกิดอาการคุ้มคลั่งจนคุมไม่อยู่
"โฮก——!"
พวกมันคำราม
ส่วนหนึ่งล้อมเฉาฟางที่เริ่มหมดแรงเอาไว้
อีกส่วนหนึ่ง พุ่งเข้าใส่ประตูฐานเมืองลู่!
พวกมันได้กลิ่น...
กลิ่นหอมของเนื้อหนังมนุษย์ที่ลอยออกมาจากในฐาน!
ขอแค่ได้กินมนุษย์พวกนี้ พวกมันจะได้พลังงานเพิ่มขึ้น จะมีโอกาสเลื่อนระดับ!
"แย่แล้ว!"
อาเจินมองภาพนี้ ในที่สุดก็ได้สติจากความตกตะลึงเมื่อครู่
"ต้านไว้!"
เธอพาลูกทีม และทีมรักษาความปลอดภัยที่ฐานจัดตั้งขึ้น กำท่อนเหล็กท่อแป๊บแน่น พุ่งไปที่ประตูใหญ่
ไม่ว่ายังไง ฐานต้องไม่แตก
ไม่อย่างนั้น...
คนธรรมดานับแสนในฐาน จะถูกฆ่าล้างบาง!
แต่ทว่า
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย
วิ้ง——
คลื่นพลังไร้รูปร่าง แผ่ขยายออกไป
คลื่นพลังนี้ ไม่ได้มาจากภายในฐานผู้รอดชีวิต และไม่ได้มาจากเฉาฟางที่ถูกล้อมอยู่
แต่เป็น...
ตรอกเปลี่ยวแห่งหนึ่ง นอกมหาวิทยาลัยเมืองลู่
วูบ——
ในตรอกนั้น ร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า
ไม่ใช่ใครอื่น คืออวี๋จิ้นที่กลับมาจากดาวเคราะห์ A3 ผ่านประทับตราพิกัด
ทันทีที่กลับมา เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากในบริเวณใกล้เคียง
การรับรู้ระดับสิบสี่ ทำให้เขาเก็บรายละเอียดทุกภาพเหตุการณ์ได้ในพริบตาโดยไม่ต้องใช้สัมผัสแสง
ดังนั้น...
อวี๋จิ้นจึงเปิดใช้งานการกักขังมิติ
ฟิ้ว——
ร่างกายของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
มองลงมาจากเบื้องบน จะเห็นว่ามหาวิทยาลัยเมืองลู่ทั้งแห่ง ถูกคลื่นสัตว์ล้อมไว้หมดแล้ว
สิ่งที่พวกอาเจินเห็นหน้าประตู เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง
ในโซนอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยเมืองลู่ มีสัตว์กลายพันธุ์เจาะทะลุแนวป้องกันลวดหนามที่พวกอาเจินวางไว้ และกำลังพุ่งเข้าใส่ผู้รอดชีวิตที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
"สถานการณ์ของดาวโลก ดูแย่กว่าที่คิดไว้แฮะ"
อวี๋จิ้นถอนหายใจในใจ พร้อมกับยื่นมือออกไปแตะเบาๆ ที่อากาศเบื้องหน้า
วิ้ง——
หลุมดำขนาดเท่าเมล็ดงา ปรากฏขึ้น
[ความสามารถธาตุมิติระดับห้า: หลุมดำมิติ lv9]
[ผลกดใช้: สลายมิติในพื้นที่ สร้างหลุมดำ ดูดกลืนและทำลายล้างสสารและพลังงานทุกอย่างในพื้นที่]
[ผลเลเวลเต็ม: สามารถเลือกเป้าหมายที่จะถูกหลุมดำดูดกลืนได้]
วูบ——
เพียงชั่วพริบตา
หลุมดำขยายใหญ่เท่ากำปั้น
ไม่ใช่ว่าขยายใหญ่กว่านี้ไม่ได้ แต่ต่อให้เลือกเป้าหมายได้ แรงดึงดูดของหลุมดำเองก็ยังมีอยู่ตลอดเวลา
วิ้ง——!
อวี๋จิ้นตั้งจิต
แรงดึงดูดมหาศาล แผ่ออกมาจากหลุมดำ ปกคลุมสัตว์กลายพันธุ์และผู้ติดเชื้อนับหมื่นตัวเบื้องล่าง
จากนั้น...
ฟิ้ว——!
ฟิ้วๆ——!
สัตว์กลายพันธุ์ลอยขึ้นฟ้าทีละตัวอย่างควบคุมไม่ได้
พวกมันร้องไม่ออก ดิ้นไม่หลุด
ได้แต่มองดูตัวเอง เข้าใกล้หลุมดำนั้นเข้าไปทุกที...
จนกระทั่งเมื่อเข้าใกล้หลุมดำ พวกมันก็ถูกฉีกกระชากกลายเป็นหมอกเลือด
หมอกเลือดนั้น เพียงชั่วพริบตา มองตามแทบไม่ทัน ก็ถูกหลุมดำดูดกลืนจนเกลี้ยง
กระบวนการทั้งหมดฟังดูซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ เพียงวินาทีสองวินาที
วิ้ง——!
เมื่ออวี๋จิ้นคลายการกักขังมิติ ทุกอย่างกลับสู่ปกติ
ต่อหน้าอาเจินและคนนับแสนในฐาน คลื่นสัตว์กลายพันธุ์มืดฟ้ามัวดิน หายวับไปกับตา
และเหนือท้องนภา
ร่างที่ยืนเหยียบอากาศ เพียงแค่โบกมือเบาๆ หลุมดำที่สังหารล้างบางสัตว์กลายพันธุ์นับหมื่น ก็เลือนหายไป
วูบ——
อวี๋จิ้นก้าวเท้าลงมาจากท้องฟ้า
เห็นชัดๆ ว่าก้าวแค่ก้าวเล็กๆ แต่กลับมาปรากฏตัวตรงหน้าเฉาฟาง
"แม่"
"ผมกลับมาแล้ว"
อวี๋จิ้นพูดเบาๆ กอดเฉาฟางที่ขอบตาแดงก่ำในทันทีไว้แน่น
...
...
ฐานผู้รอดชีวิตเมืองลู่
อวี๋จิ้นไม่ได้อยู่นาน
ตรงหน้าเขา หน้าต่างระบบแสดงเวลานับถอยหลังชัดเจน
อีกสิบนาที เขาจะถูกบังคับส่งกลับดาวเคราะห์ A3
และในสิบนาทีนี้ อวี๋จิ้นมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ
ดังนั้น
หลังจากบอกเฉาฟางว่าปลอดภัย และบอกเธอว่าตาเฒ่าอวี๋กับน้องชายอวี๋เชินปลอดภัยดี
อวี๋จิ้นทิ้งกองภูเขาผลึกและเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ไว้ให้
ผลึกส่วนนี้ มากพอที่จะทำให้คนนับแสนในฐานกลายเป็นผู้วิวัฒนาการได้ทุกคน
และเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ขั้นต่ำระดับสาม ที่อัดแน่นด้วยพลังงาน ในวันสิ้นโลกที่ทรัพยากรขาดแคลนแบบนี้ มีมูลค่าทางยุทธศาสตร์สูงมาก
หลังจากนั้น...
อวี๋จิ้นพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ตรงดิ่งสู่อวกาศ!
การกลับมาครั้งนี้ สิ่งที่เขาต้องทำจริงๆ คือการชำระล้างดาวโลก!
มลพิษ 11% ที่เหลือของอ้าวโม่โม่ หลังจากลงมาสู่ดาวโลก ก็แพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง
จนถึงวันนี้
อวี๋จิ้นสัมผัสได้เลยว่า...
ระดับมลพิษของดาวโลกตอนนี้ เกือบจะเท่ากับหนึ่งในสามของดาวเคราะห์ A3 แล้ว
นี่หมายความว่า มลพิษไม่ได้คงที่
เมื่อมลพิษจุติลงมา มันจะเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ ด้วยวิธีการบางอย่างที่อวี๋จิ้นยังไม่เข้าใจ
นี่เป็นข้อมูลที่อันตรายมาก
ต้องรู้ก่อนนะ...
บนดาวเคราะห์ A3 ถ้าไม่มีเมืองหลบภัยคุ้มครอง คนธรรมดาที่อยู่นอกเมืองนานเกินไป จะกลายเป็นผู้ติดเชื้อ!
กล่าวคือ
ถ้าอวี๋จิ้นไม่รีบกลับมาดาวโลก ไม่ชำระล้างมลพิษส่วนที่เหลือนี้
เมื่อเวลาผ่านไป ต่อให้อวี๋จิ้นชำระล้างมลพิษของอ้าวโม่โม่ไป 89% แล้ว ส่วนที่เหลือ 11% ก็มากพอที่จะเปลี่ยนดาวโลกทั้งใบให้กลายเป็น 'ดาวเคราะห์แดนร้าง'
และวิธีเดียวที่จะชำระล้างมลพิษทั้งหมดได้ในเวลาสั้นๆ เพียงสิบนาที มีแค่วิธีเดียว...
ฟิ้ว——!
ปีกแสงกางออกที่ด้านหลังอวี๋จิ้น
เหมือนกับก่อนข้ามมิติ เขาเร่งความเร็วสูงสุด มุ่งหน้าสู่อวกาศ!
เขาจะยิง 'แสงแห่งการชำระล้าง' ใส่ดาวโลกแบบเน้นๆ!
นี่เป็นแผนการที่บ้าบิ่นมาก
แต่นี่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่อวี๋จิ้นจะนึกออก
"พอกลับมาดาวโลก ค่าพลังจะถูกกดทับ 99%..."
ท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิว อวี๋จิ้นสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง
ค่าพลังเดิมของเขาสูงถึง 30 ล้าน บนดาวเคราะห์ A3 ถูกกดเหลือ 15.5 ล้าน
แต่พอกลับมาดาวโลก จะถูกกดทับ 99% บนพื้นฐานของ 30 ล้าน
ค่าพลังจริงของอวี๋จิ้นตอนนี้ ไม่มากไม่น้อย 300,000 พอดีเป๊ะ
ช่วงค่าพลังของผู้วิวัฒนาการระดับเก้า อยู่ระหว่าง 100,000 - 1,000,000
กล่าวคือ
อวี๋จิ้นในสภาพถูกกดทับ 99% ก็ยังเทียบเท่าผู้วิวัฒนาการระดับเก้าเต็มสูบ
แต่...
สิ่งที่อวี๋จิ้นสนใจตอนนี้ไม่ใช่เรื่องนั้น
แต่เป็น...
ในความทรงจำของยูริก้า อารยธรรมระดับ 2 เซลซาร์ ต่อให้ตอนทดสอบภายในจะเป็นระดับเก้าทุกคน แต่ไม่มีใครนำความสามารถระดับเก้ากลับไปดาวเซลซาร์ได้
ดาวโลกกดทับผู้วิวัฒนาการ 99%
แต่ดาวเซลซาร์ไม่ใช่แค่กดทับ แต่เรียกว่า 'ผนึก' เลยทีเดียว
ก่อนการข้ามมิติ ก่อนอ้าวโม่โม่จะลงมา ผู้เล่นทดสอบภายในของดาวโลกก็ถูก 'ผนึก' เหมือนกัน
ดังนั้น...
"ที่มาของพลังเหนือธรรมชาติ คือตัวมลพิษเองงั้นเหรอ?"
ข้อสรุปนี้ ทำให้อวี๋จิ้นขมวดคิ้วแน่น
ข้อยกเว้นเดียว คือตัวเขาที่ผูกมัดกับระบบ
"ชำระล้างมลพิษ หมายความว่าผู้วิวัฒนาการบนดาวโลกจะไม่มีพลังเหนือธรรมชาติในโลกความเป็นจริงอีกต่อไป?"
อวี๋จิ้นเกิดความคิดนี้ขึ้นมา
แต่ไม่นาน เขาก็แน่วแน่ที่จะชำระล้างมลพิษ
มีพลังหรือไม่มี ก็เพื่อใช้ต่อกรกับสัตว์กลายพันธุ์และผู้ติดเชื้อที่เกิดจากมลพิษ
แต่แสงแห่งการชำระล้างเอง ก็มีผลสังหารสัตว์กลายพันธุ์และผู้ติดเชื้อโดยตรงอยู่แล้ว
ยิงแสงแห่งการชำระล้างใส่ดาวโลก ไม่ใช่แค่ล้างมลพิษส่วนที่เหลือของอ้าวโม่โม่ แต่ยังเป็นการล้างบางผู้ติดเชื้อ/สัตว์กลายพันธุ์ทั่วโลกด้วย!
แต่...
ไม่รู้ทำไม
อวี๋จิ้นนึกถึงคำพูดคาดการณ์สองประโยคที่อวี่เฟยเคยบอกเขา
"มลพิษ ไม่อาจหยุดยั้ง"
"ดาวโลก จะต้องสูญสิ้น"
ฟิ้ว——
ร่างของอวี๋จิ้นบินพ้นดาวโลก เข้าสู่อวกาศ
เขามองลงมายังดาวโลกเบื้องล่าง หันกลับไปมองดวงจันทร์ที่ถูกความมืดกลืนกินจนดำสนิท และดวงอาทิตย์ที่หม่นหมองลงกว่าเดิมมากในระยะไกล
"มลพิษ หยุดยั้งไม่ได้จริงเหรอ?"
อวี๋จิ้นไม่รู้คำตอบของคำถามนี้
สัญชาตญาณบอกเขาว่า การชำระล้างมลพิษโลกครั้งนี้ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
แต่...
ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน
อวี๋จิ้นเร่งพลังงานในร่างจนถึงขีดสุด!
วิ้ง——!
ค่าพลัง 3 แสน สำแดงเดชในขณะนี้
เทียบกับตัวเองก่อนข้ามมิติ อวี๋จิ้นในตอนนี้ ไม่ได้จะชำระล้างแค่ร่างแบ่งภาคของแหล่งมลพิษระดับสิบอ้าวโม่โม่ แต่เป็นดาวโลกทั้งใบ!
อวี๋จิ้นมองดูดาวเคราะห์สีเทาหม่นเบื้องล่างอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง
เขายื่นนิ้วออกไป จิ้มลงไปในอากาศ
ตูม——!
บนปลายนิ้ว แสงสว่างเจิดจรัสระเบิดออก พุ่งตรงไปยังดาวโลกเบื้องล่าง!
หนึ่งดัชนีนี้
ค่าพลัง 3 แสน แสงแห่งการชำระล้าง lv8!
หนึ่งดัชนีนี้
เขาจะทำให้ดาวดวงนี้ กลับมาเป็นสีครามสดใสเหมือนวันวาน!
[จบแล้ว]