เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 รอบชิงชนะเลิศประเภทเดี่ยว (ตอนต้น)

บทที่ 29 รอบชิงชนะเลิศประเภทเดี่ยว (ตอนต้น)

บทที่ 29 รอบชิงชนะเลิศประเภทเดี่ยว (ตอนต้น)


ทั้งๆ ที่ตกลงกันว่าจะกลับมาพักผ่อนหนึ่งปี แต่ใจกลับไปผูกอยู่กับเขตสงคราม เฮ้อ...

เคซี่ย์ส่ายหัว ถอนหายใจเบาๆ สถานการณ์โลกไม่ค่อยสู้ดี ในจุดผิดปกติเริ่มมีพวกสัตว์อสูรและเผ่ามารโผล่ออกมาแล้ว หวังว่าคงไม่มีเผ่าพันธุ์ใหม่ๆ โผล่มาอีกนะ

ถ้าจะมี ก็ขอให้เป็นพวกเป็นกลางหรือเป็นมิตรหน่อยเถอะ ไม่งั้นเมื่อไหร่เรื่องบ้าๆ นี่จะจบสักที?

"หืม? ทำไมมีลูกศิษย์ฉันอยู่ในรายชื่อประเภทเดี่ยวด้วย?"

เว่ยซาที่เพิ่งกลับมา เห็นรายชื่อผู้เข้าแข่งขันประเภทเดี่ยว มีชื่อหลิ่วล่างและไต้ซ่านเหรินอยู่ด้วย ก็หันไปถามเคซี่ย์ด้วยความแปลกใจ

"ทำไม? นายห้ามไม่ให้ลูกศิษย์ลงแข่งประเภทเดี่ยวเหรอ?"

"เปล่าหรอก แต่จุดอ่อนและจุดเด่นของพวกนั้นมันชัดเจนเกินไป วิชาบางอย่างก็ไม่ได้มีไว้ประลองเล่นๆ แบบนี้มันจำกัดขีดความสามารถของพวกเขา แล้วจะเอาอะไรไปสู้กับพวกระดับ SS ขึ้นไป?

สู้ลงแข่งแค่ประเภททีมอย่างเดียวดีกว่า จะได้ไม่ต้องเปิดเผยจุดอ่อนมากนัก"

แต่ในเมื่อลงแข่งไปแล้ว ก็ต้องทำให้เต็มที่ เว่ยซาดูเวลา อีกเดี๋ยวรอบชิงชนะเลิศประเภทเดี่ยวของการประลองเด็กใหม่ก็จะเริ่มแล้ว

เช้าแข่งเดี่ยว บ่ายแข่งทีม เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด

"ยังใช้ระบบเดิม?"

"อื้ม ระบบผู้ท้าชิงอันดับล่าง แต่ละคนมีโอกาสท้าชิง 2 ครั้ง ห้ามท้าชิงติดต่อกัน"

ระบบผู้ท้าชิงอันดับล่าง อธิบายง่ายๆ คือ ผู้ที่อยู่อันดับต่ำกว่าใน 32 คนสุดท้าย สามารถท้าชิงผู้ที่อยู่อันดับสูงกว่าได้ ถ้าอยากจะข้ามไปท้าอันดับ 1 เลยก็ได้ แต่จะเป็นการเสียโอกาสเปล่าๆ เพราะก่อนจัดอันดับ อาจารย์คงประเมินความสามารถไว้แล้ว

การห้ามท้าชิงติดต่อกัน ก็เพื่อให้ผู้ถูกท้าชิงได้พักหายใจบ้าง

แม้จะมีช่องโหว่อยู่บ้าง เช่น ในช่วงท้ายของการแข่งขัน คนอันดับท้ายๆ อาจจงใจท้าคนอันดับต้นๆ เพื่อรักษานะดับตัวเองไว้ แต่แทบไม่มีใครทำแบบนั้นหรอก

หนึ่งคือศักดิ์ศรีของความเป็นอัจฉริยะ สองคืออาจารย์ก็นั่งหัวโด่อยู่บนเวที ลูกศิษย์ใครทำอะไรก็เห็นกันชัดๆ

เสียงกริ่งดังขึ้นพร้อมเสียงประกาศที่คุ้นเคย เสียงของฝูจื่อรุ่ยและโจวเสวี่ยเสวี่ยดังเข้ามาในตึกอำนวยการ

การประลองเด็กใหม่วันนี้กำลังจะเริ่มขึ้น ผู้เข้าแข่งขันทยอยเข้าสนาม

"เสวี่ยเสวี่ยครับ ทุกคนคงตั้งตารอการตัดสินในวันนี้กันน่าดู แต่ก่อนแข่ง เราควรจะอธิบายกติกาของวันนี้กันก่อนดีไหมครับ?"

"พี่จื่อรุ่ยพูดถูกค่ะ วันนี้เราใช้ระบบผู้ท้าชิงอันดับล่าง ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนมีสิทธิ์ท้าชิง 2 ครั้ง หากชนะ จะไม่เสียสิทธิ์ท้าชิงค่ะ

แต่เนื่องจากเป็นระบบผู้ท้าชิง จึงต้องมีการจำกัดเวลา การแข่งขันประเภทเดี่ยวช่วงเช้า จะเริ่มตั้งแต่ 8.00 น. ถึง 12.00 น. รวมเวลา 4 ชั่วโมง ผู้เข้าแข่งขัน 32 คนสุดท้ายจะต้องทำการท้าชิงให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนด อันดับสุดท้ายจะถูกตัดสินตอนเที่ยงตรงค่ะ!"

นักเรียนที่ตกรอบต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ ระบบนี้ยุติธรรมสุดๆ สำหรับคนที่มีฝีมือจริง ถ้าแข่งแบบแพ้คัดออก

เกิดทีมเก่งเจอทีมเก่ง ทีมกากเจอทีมกาก มันจะไม่แฟร์เอา

แต่ระบบนี้ก็มีข้อเสียคือ คนอันดับต้นๆ อาจไม่มีใครกล้าท้า ส่วนคนอันดับท้ายๆ อาจใช้สิทธิ์หมดอย่างรวดเร็ว

เวทีประลองทั้ง 32 เวทีลอยขึ้นมา ไต้ซ่านเหรินและหลิ่วล่างยืนประจำที่ในอันดับที่ 16 และ 30 ตามลำดับ

"ยินดีต้อนรับสู่รอบชิงชนะเลิศการประลองเด็กใหม่ประเภทเดี่ยวครับ! ผมผู้บรรยาย ฝูจื่อรุ่ย~"

"ดิฉันผู้บรรยาย โจวเสวี่ยเสวี่ยค่ะ~"

"งั้นเรามาชมลีลาเด็ดๆ ของน้องๆ นักศึกษากันเลยครับ~"

เสียงดนตรีประกอบในสนามดังขึ้น หลิ่วล่างกระพริบตาปริบๆ เพลงร็อคสไตล์นรกแตกนี่ โรงเรียนทันสมัยไม่เบานะเนี่ย

"ขอท้าชิงอันดับ 16 ไต้ซ่านเหริน!"

ผู้มีพลังระดับ S อันดับที่ 20 เลือกท้าชิงไต้ซ่านเหรินทันที หลายคนหันมามอง พลังป้องกันไร้ขีดจำกัดของไต้ซ่านเหรินโกงขนาดนั้น นายจะเอาอะไรไปเจาะ?

แต่ไม่นานทุกคนก็พบว่า เพราะไต้ซ่านเหรินขาดพลังโจมตี ทำให้เขาทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เช่นกัน แถมผู้ท้าชิงระดับ S คนนี้ยังเป็นสายความเร็ว งานนี้ยืดเยื้อแน่นอน

"คิดจะถ่วงเวลารักษาอันดับเหรอ?"

หลิ่วล่างเห็นแล้วอดบ่นไม่ได้ สายความเร็วเจอสายป้องกัน กระต่ายกับเต่า? นี่เพิ่งเริ่มก็เล่นมุกนี้แล้วเหรอ?

หลิ่วล่างอยากดูต่ออีกหน่อย แต่คนอื่นไม่เปิดโอกาสให้ เพราะผู้มีพลังระดับ S อันดับสุดท้ายเกิดไม่พอใจขึ้นมา

ล้อเล่นน่า? ไต้ซ่านเหรินเก่งจริงเขายอมรับ แต่ไอ้หลิ่วล่างนี่มีดีอะไร?

แค่แรงควายบ้าพลังในสนามรบแค่นั้นเหรอ?

งั้นก็สวยสิ! พลังของเขาคือ 'ยูโด' เกิดมาเพื่อปราบพวกบ้าพลังอยู่แล้ว

หลิ่วล่างตกใจที่จู่ๆ ก็ถูกวาร์ปไปสนามประลองอีกแห่ง ฝ่ายตรงข้ามคือผู้มีพลังระดับ S อันดับที่ 32

"ฉันชื่อ จู้หย่งเฟิง ระดับหนึ่งดาวขั้นต้น ผู้มีพลังระดับ S ขอคำชี้แนะด้วย!"

"หลิ่วล่าง ระดับหนึ่งดาวขั้นต้น ผู้มีพลังระดับ F"

หลังแนะนำตัวสั้นๆ จู้หย่งเฟิงก็ตั้งท่าเตรียมพร้อม เข้าสู่ท่วงท่าการต่อสู้ที่แปลกประหลาด

ไม่บุกก่อนเหรอ?

หลิ่วล่างสงสัย หมอนี่พลังยูโด เขาเคยเห็นในข้อมูลผู้เข้าแข่งขันวันนี้

แต่มายืนรอให้เขาบุกแบบนี้ มันดูถูกกันเกินไปไหม?

"พร้อมแล้วใช่ไหม? งั้นฉันลุยล่ะนะ~"

หลิ่วล่างสร้างค้อนยักษ์ขึ้นกลางอากาศเล็งไปที่จู้หย่งเฟิง ท่านี้เท่ระเบิด!

ไม่ต้องหยิบจากแหวนมิติ ใครๆ ก็อยากทำได้บ้าง!

เมื่อหลิ่วล่างเริ่มโจมตี จู้หย่งเฟิงก็เริ่มเคลื่อนไหว หลิ่วล่างเปิดด้วยท่าทุบค้อนยักษ์ เป็นการโจมตีวงกว้างจากด้านบน

แต่ไม้ตายเปิดเกมที่เคยได้ผลมาตลอด กลับถูกจู้หย่งเฟิงหลบได้!

แถมเขายังใช้พลังควบคุมคลื่นกระแทกและเศษหินจากการทุบ รวมเป็นคลื่นพลังยักษ์ซัดใส่หลิ่วล่างในจังหวะที่เขาเสียหลักจากการโจมตี!

!!!

หลิ่วล่างไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสวนกลับมาแบบนี้

"เปลี่ยนร่าง!"

ค้อนยักษ์กลายเป็นโล่ป้องกันการโจมตีให้หลิ่วล่างทันที แต่แลกมาด้วยการที่หลิ่วล่างถูกกระแทกปลิวไปชนต้นไม้ใหญ่หักโค่น

"เจ็บ... สภาพแวดล้อมจำลองในสนามประลองนี่สมจริงเกินไปแล้วนะ?"

หลิ่วล่างสูดปากด้วยความเจ็บปวด เมื่อกี้โดนเข้าไปเต็มๆ นี่คือพลังยูโดระดับ S สินะ?

"ยังไม่ยอมบุกเข้ามาอีกเหรอ..."

มองดูจู้หย่งเฟิงที่กลับไปตั้งท่าเดิม หลิ่วล่างหรี่ตาลง ในหัวเริ่มวางแผน

"ใช้อ่อนสยบแข็ง ลูกศิษย์นายเจอของแข็งเข้าแล้ว"

"ไม่หรอก พลังของเขายังฝึกมาไม่ดีพอ ทำได้แค่รอจังหวะสวนกลับ แต่ไม่มีความสามารถในการโจมตีเชิงรุก การรอสวนกลับอย่างเดียวไม่มีทางชนะ ยิ่งสู้ยืดเยื้อ อีกฝ่ายก็จะยิ่งจับทางได้

ถ้าเขาไม่อยากหยุดอยู่ที่อันดับนี้ ต้องรีบทุ่มสุดตัว แต่ก็นะ นี่คงเป็นเหตุผลที่เขาอยู่อันดับ 32 เพราะสู้แบบระมัดระวังตัวเกินไป"

เคซี่ย์และเว่ยซาวิจารณ์การต่อสู้

ในสนามประลองคู่อื่นๆ ก็เริ่มตะลุมบอนกันมั่วไปหมด

เช่น ผู้มีพลังระดับ S อันดับ 24 ข้ามรุ่นไปท้าอันดับ 10

อวี๋หยาง ระดับ SS ไม่พอใจอันดับ 5 ของตัวเอง ไปท้าชิงอันดับ 3 ฉางซาน ระดับ SS เหมือนกัน

สถานการณ์วุ่นวายไปหมด

ส่วนสองเทพ SSS ยังคงนิ่งสงบ เจียงหานเยี่ยน อันดับ 2 ยังไม่มีทีท่าจะท้าชิงอันดับ 1 จ้านหลิงชวน

แต่สองคนนี้ต้องสู้กันแน่ๆ เป็นคำสั่งของอธิการบดีขงเบ้ง

แต่ตอนนี้ยังเร็วไป อย่าเพิ่งไปแย่งซีนพวกเขาเลย

ผ่านไปสิบนาที หลิ่วล่างก็มองเห็นจุดอ่อนร้ายแรงของจู้หย่งเฟิง

หมอนี่ไม่มีความสามารถในการโจมตีเชิงรุกเลย มีแต่สกิลสวนกลับเหมือนเม่น พลังรูปแบบเดียวเกินไป หลิ่วล่างแค่ต้องเปลี่ยนวิธีสู้

"ทำไมไม่บุกแล้วล่ะ? กลัวก็รีบๆ ยอมแพ้ซะ!"

จู้หย่งเฟิงรู้ตัวแล้วว่าถูกจับทางได้ จึงพยายามยั่วยุให้อีกฝ่ายโกรธ

"อย่ารีบร้อนสิเพื่อน นายเคยคิดไหมว่า ไม้ตายสวนกลับของนาย จะทำอะไร 'นักสู้ระยะประชิดระยะไกล' ได้หรือเปล่า?"

หลิ่วล่างยิ้ม จู้หย่งเฟิงงง นักสู้ระยะประชิดระยะไกล? สองคำนี้มันเอามารวมกันได้ด้วยเหรอ?

วินาทีถัดมาเขาก็เบิกตากว้าง เมื่อหลิ่วล่างดีดนิ้ว ค้อนยักษ์นับสิบก็โผล่ออกมาจากความว่างเปล่า!

ค้อนพวกนี้ไม่ได้อยู่ในมือหลิ่วล่าง แต่เขากลับควบคุมมันได้!

"ลุย!"

คราวนี้หลิ่วล่างหลบไปอยู่ไกลๆ และไม่ใช้การโจมตีวงกว้าง จู้หย่งเฟิงรีบปัดป้องค้อนที่พุ่งเข้ามา แต่ไม่ว่าจะสวนกลับยังไง ก็ทำได้แค่สวนกลับไปที่ค้อน ไม่โดนตัวหลิ่วล่างเลย

"ไอ้ขี้ขลาด! แน่จริงเข้ามาสู้กันซึ่งๆ หน้าสิวะ!"

จู้หย่งเฟิงโกรธจัด วิธีสู้แบบนี้มันหมาหมู่ชัดๆ!

"ไม่กล้าครับ! เชิญพี่ผ่านด่านนี้ไปให้ได้ก่อนเถอะ"

ถ้าจะมีปาฏิหาริย์... ก็น่าเสียดายที่ไม่มี จู้หย่งเฟิงถูกหลิ่วล่างตอดจนพลังหมด และล้มลงไปกองกับพื้นในที่สุด

เคซี่ย์มองฉากนี้แล้วส่ายหัว

"ลูกศิษย์นายนี่ร้ายนะ ทั้งที่จบเกมได้ตั้งนานแล้ว ยังจะแกล้งทรมานอีกฝ่ายเล่น"

"นี่คือบทเรียนราคาแพง สอนให้รู้ว่าอย่ารีบเปิดเผยไพ่ตายและจุดอ่อนของตัวเองเร็วเกินไป"

เว่ยซาหัวเราะร่า จริงๆ แล้วตอนฝึกเขาเคยใช้วิธีนี้กับพวกหลิ่วล่างมาแล้ว ทำเอาเด็กๆ หลอนไปพักใหญ่ จนกลายเป็นนิสัยการต่อสู้ที่ระมัดระวังตัวแจ ไม่ยอมเผยไต๋ให้ใครเห็นง่ายๆ

อีกด้านหนึ่ง ไต้ซ่านเหรินก็เริ่มหงุดหงิด เขาดูออกว่าอีกฝ่ายจงใจถ่วงเวลา แต่อีกฝ่ายพอใจกับอันดับ 20 เขาไม่พอใจกับอันดับ 16 นี่นา

ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็อย่าหาว่าไม่เกรงใจนะ!

เพื่อไม่ให้โดนหาว่าถ่วงเวลาเจตนา ผู้มีพลังสายความเร็วคนนั้นจะปล่อยการโจมตีออกมาเป็นระยะๆ และตามสเต็ป การโจมตีนั้นต้องถูกไต้ซ่านเหรินกันไว้ได้แน่นอน

แผนเป๊ะ!

แต่หลังการโจมตีครั้งนี้ เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนโดนหมัดหนักๆ สวนกลับ จังหวะเสียไปหมด ยังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ไต้ซ่านเหรินก็ใช้โล่กระแทกเข้ามา

เขาพยายามจะสวนกลับเพื่อยื้อเวลา

แต่พอสวนกลับไป หน้าอกตัวเองกลับเจ็บหนักกว่าเดิม!

สะท้อนความเสียหาย!

จบบทที่ บทที่ 29 รอบชิงชนะเลิศประเภทเดี่ยว (ตอนต้น)

คัดลอกลิงก์แล้ว