- หน้าแรก
- พลังระดับเอฟ บ้าบออะไรแบบนี้ นายโกงชัด ๆ
- บทที่ 11: นี่มันค่ายทหารจริงเหรอ?
บทที่ 11: นี่มันค่ายทหารจริงเหรอ?
บทที่ 11: นี่มันค่ายทหารจริงเหรอ?
หลิ่วล่างมาสายก็มีเหตุผลนะ
เพราะอาวุธของเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
นอกจากความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ และอุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันแรกแล้ว หลิ่วล่างสามารถตีดาบยาวตามแบบมาตรฐานที่สมบูรณ์ออกมาได้ตั้งแต่ในวันที่สอง เรียนรู้ได้เร็วอย่างเหลือเชื่อ
หลังจากสร้างอาวุธชิ้นแรกเสร็จ หลิ่วล่างก็ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
ลุงสือนวดไหล่ เห็นหลิ่วล่างจ้องมองอาวุธแล้วเหม่อลอย ก็อดไม่ได้ที่จะเขกหัวเขาเบาๆ หนึ่งที!
"ยังจะเหม่ออีก! ข้าไม่เคยสอนศิษย์คนไหนโง่ขนาดนี้มาก่อน! ตีเล่มนี้เสร็จแล้วก็ไปตีเล่มอื่นต่อ ช่วงบ่ายเอ็งลองตีโดยไม่ใช้แม่พิมพ์ดู ยังไม่ทันจะเริ่มเรียนจริงๆ จังๆ เลย อย่าเพิ่งหลงระเริงไป"
หลิ่วล่างหดคอ รีบพยักหน้าแล้วเริ่มตีเหล็กรอบสองทันที
ลุงสือมองดาบยาวตามแบบมาตรฐานที่มีตำหนิตรงส่วนขวาที่หนากว่าส่วนซ้ายอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีแค่จุดเดียว แต่ก็ถือว่าไม่สมบูรณ์
แต่แค่สองวันเดียวก็ทำได้ขนาดนี้ ถือว่าเรียนรู้เร็วกว่าศิษย์เอกของเขาตั้งหลายคน ดูท่าจะเป็นเพชรเม็ดงามในวงการช่างตีเหล็กจริงๆ
ลุงสือพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วโยนอาวุธที่หลิ่วล่างตีเสร็จไปที่ลานฝึกซ้อมข้างๆ
ไม่นานนัก ก็มีนักเรียนมาใช้อาวุธมีตำหนิในลานฝึกซ้อมเพื่อประลองฝีมือ
ท่ามกลางประกายดาบที่ฟาดฟันกัน ดาบของนักเรียนคนหนึ่งถูกฟันขาดครึ่ง ทั้งสองฝ่ายต่างชะงักงัน
"อะไรเนี่ย? ดาบของลุงสือคุณภาพแย่ลงขนาดนี้เลยเหรอ?"
"รีบไปเปลี่ยนเล่มใหม่เถอะ เดี๋ยวซ้อมเสร็จค่อยไปบอกลุงสือ ถึงจะเป็นของในลานซ้อม แต่ก็ไม่น่าเอาดาบที่มีปัญหาชัดเจนขนาดนี้มาวางนะ"
แต่หลังจากเปลี่ยนอาวุธใหม่ พวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า ดาบมาตรฐานเล่มใหม่ก็ถูกฟันขาดอีกแล้ว!
"เชี่ย! ดาบของลุงสือทำไมห่วยแตกแบบนี้!"
"เฮ้ย ใจเย็นๆ ก่อน ฉันกำลังคิดว่า... เป็นไปได้ไหมว่าไม่ใช่ดาบของลุงสือที่มีปัญหา แต่เป็นดาบในมือฉันที่มีปัญหา?"
นักเรียนคนนั้นค้นพบจุดสำคัญ หลังจากทดสอบดู เขาพบว่าดาบยาวรูปร่างประหลาดในมือเขาสามารถฟันอาวุธระดับเดียวกันขาดได้อย่างง่ายดาย
แม้แต่ดาบมาตรฐานที่สมบูรณ์แบบของลุงสือก็ไม่รอด
"พวกเธออยากซื้อดาบจากลานซ้อมเหรอ? ข้าไม่ลดราคาให้นะ ขายราคาเต็ม"
"ครับๆ ขอบคุณครับลุงสือ!"
ลุงสือมองตามหลังนักเรียนสองคนนั้นไปด้วยความงุนงง อะไรของพวกมันวะ?
อาวุธดีๆ ไม่ซื้อ ดันไปซื้อดาบมีตำหนิจากลานซ้อม?
เขาถอนหายใจ แล้วมองหอกยาวตามแบบมาตรฐานเล่มล่าสุดที่หลิ่วล่างตีเสร็จ ตัวหอกกับหัวหอกก็ดูโอเค แต่ทำไมรู้สึกว่ามันสั้นไปหน่อย?
"สั้นกว่านี้อีกนิด ติดใบมีดรูปพระจันทร์เสี้ยวเข้าไป ก็กลายเป็นทวนสั้นได้แล้ว"
ลุงสือถอนหายใจแล้วโยนมันไปที่ลานซ้อม
ช่วงบ่ายคงต้องสอนหลิ่วล่างให้เข้มงวดกว่านี้ เรียนรู้เร็วก็จริง แต่ปัญหาจุกจิกก็เยอะเหลือเกิน
ดังนั้น ลุงสือจึงแขวนป้าย 'ค้าขายด้วยความซื่อสัตย์' แล้วนั่งดูหลิ่วล่างตีอาวุธออกมาเป็นจำนวนมากในช่วงบ่าย
น่าเสียดายที่ไม่มีชิ้นไหนผ่านมาตรฐานของลุงสือเลย ถูกโยนไปที่ลานซ้อมทั้งหมด
"วันนี้พอแค่นี้ก่อน ปัญหาชอบเหม่อของเอ็งต้องรีบแก้ซะ ผู้มีพลังช่างฝีมือเทวะคนอื่นไม่เห็นเป็นแบบเอ็งเลย..."
ลุงสือบ่นอุบอิบ ถึงขั้นหลุดปากบอกความจริงว่าเคยสอนศิษย์ที่มีพลังช่างฝีมือเทวะคนอื่นมาก่อน
แต่หลิ่วล่างไม่ได้ตั้งใจฟัง เขาพยายามกลั้นยิ้มที่มุมปาก
ที่แท้... พลังของฉันมันโกงขนาดนี้เลยเหรอ?
ฮี่ๆๆ~ ฮี่ๆ~ ฮี่~
ลุงสือถึงกับกุมขมับ หลิ่วล่างเหม่ออีกแล้ว
ช่างเถอะ วันนี้พอแค่นี้ กลับไปเฝ้าร้านดีกว่า
เรียนรู้ได้เร็วมาก อย่างน้อยศิษย์เอกของเขาไม่มีทางเริ่มจากศูนย์จนตีอาวุธครบทุกประเภทได้ภายในสองวันแน่ๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะวางมือไปแล้ว เขาคงรับหลิ่วล่างเป็นศิษย์จริงๆ
"พรุ่งนี้อาจจะสอนเคล็ดวิชา 'ตีเหล็กเทวะ' ให้เขาได้แล้วมั้ง..."
ลุงสือครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจถ่ายทอดวิชาหากินของตัวเองให้หลิ่วล่าง
เจ้าหนูคนนี้มีแววรุ่ง แม้จะไม่ได้รับเป็นศิษย์ แต่ก็ไม่อยากปล่อยให้พรสวรรค์ต้องว่างเว้นจากการขัดเกลานานเกินไปก่อนจะไปเจออาจารย์คนใหม่
ส่วนนักเรียนสองคนนั้น หลังจากได้อาวุธไปก็เอาไปท้าประลองกับคนอื่นทันที พวกเขาชนะรวดด้วยดาบยาวมีตำหนิเล่มนั้น
ทำเอานักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษาคนอื่นๆ ถึงกับอึ้ง
"เชี่ย? ศาสตราวุธเทวะเหรอ?"
"ซื้อที่ไหน? ไม่ใช่ของที่ได้มาจากลุงสือหรอกเหรอ?"
"มึงใช้โปรโกงป่าววะ! มีที่ไหนแตะปุ๊บแตกปั๊บ!"
สุดท้ายนักเรียนสองคนนั้นก็ทนแรงกดดันไม่ไหว ยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ทุกคนฟัง
ดังนั้น ลุงสือที่ควรจะได้ปิดร้านเร็ว กลับต้องมายืนงงและตกตะลึง มองนักเรียนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าที่แห่มาซื้ออาวุธของเขา
แน่นอนว่า ถ้าซื้อของในร้านก็ดีสิ
"อะไรนะ? พวกเอ็งบ้าไปแล้วเหรอ? อาวุธในลานซ้อมจะไปดีกว่าในร้านได้ไง? นั่นมันของมีตำหนิทั้งนั้น"
คำพูดของลุงสือทำให้นักเรียนลังเล เพราะขนาดอาวุธมีตำหนิยังเทพขนาดนั้น แล้วของสมบูรณ์แบบล่ะ...
ปัง! เพล้ง~
ลุงสือเบิกตากว้าง เขา... เขาตาฝาดไปรึเปล่า?
ทำไมโล่ของเขาถึงถูกแทงทะลุในครั้งเดียว!!!
"ลุงสือ ผมเอาหอกเล่มนี้!"
นักเรียนตาเป็นประกาย ยื่นเงินให้
ลุงสือมองหอกเล่มนั้นอย่างเหม่อลอย นี่มันหอกที่เขาโยนไปที่ลานซ้อมเมื่อตอนกลางวันไม่ใช่เหรอ?
นี่มันฝีมือหลิ่วล่าง!
สิ่งที่ลุงสือรับไม่ได้ที่สุดคือ อาวุธที่ขายได้หลังจากนั้น ล้วนเป็นอาวุธที่หลิ่วล่างตีขึ้นทั้งสิ้น
เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!?
อีกด้านหนึ่ง หลิ่วล่างที่กลับมาถึงหอพัก ฟังหลิวเซินจวินโม้เรื่องการต่อสู้อันดุเดือดกับครูฝึกในวันนี้ แต่ในหัวกลับนึกถึงอาวุธที่เขาตีขึ้นมาเหล่านั้น
ดาบยาวมาตรฐาน คุณสมบัติความคม +1
หอกยาวมาตรฐาน คุณสมบัติความแข็งแกร่ง +1
ฮี่ๆ ที่แท้พลังของฉันก็เป็นแบบนี้เอง!
แม้หลิ่วล่างจะไม่เห็นคำอธิบายขั้นตอนการตีเหล็กของ 'ช่างฝีมือเทวะ' ในคู่มือ แต่เขาก็มั่นใจว่าคนอื่นคงไม่มีโอกาสตีบวกคุณสมบัติความคมหรือความแข็งแกร่งแบบเขาแน่ๆ
ตีออกมาไม่สวยแล้วไง!
ช่วงบ่ายฉันตีเร็วขึ้นห้าเท่า! ทุกเล่มต้องมีคุณสมบัติติดมาแน่! สักวันฉันต้องตีอาวุธ +999 ออกมาให้ได้!
ถึงตอนนั้น ต่อให้เป็นดาบไม้ หลิ่วล่างก็จะทำให้มันเทพทัดเทียมศาสตราวุธเทวะให้ดู!!!
ฮี่ๆ!
"หลิ่วล่าง? ล่าง?"
เพียะ!
หลิ่วล่างที่โดนตบหน้าอย่างจังเบิกตากว้าง มองหลิวเซินจวินด้วยความไม่อยากจะเชื่อ มึงกล้าตบกู! ตบหน้ากูเนี่ยนะ!!!
"เอ่อ... นายอย่าเพิ่งโกรธ เมื่อกี้ยุงเกาะหน้านาย..."
"ไอ้บ้าเซินจวิน!!!"
"อ๊ากกก~! อิไตโย!!!"
...
เคล็ดวิชา 'ตีเหล็กเทวะ' ถูกถ่ายทอดให้หลิ่วล่างในวันที่สาม หลิ่วล่างอยากฝากตัวเป็นศิษย์ แต่ลุงสือปฏิเสธ
"เอ็ง... เก่งมาก พยายามต่อไปนะ"
ลุงสือกลับเข้ามาในห้องตีเหล็ก มองดาบยาวมาตรฐานที่เขาตีขึ้นใหม่เป็นครั้งที่สองด้วยสีหน้าซับซ้อน
จากการนำไปปะทะกับดาบยาวมาตรฐานที่หลิ่วล่างตี ทั้งสองเล่มต่างเกิดรอยบิ่น
แต่ทว่า... ดาบที่เขาตีใหม่เป็นครั้งที่สอง กลับมีรอยบิ่นมากกว่า!
"เพิ่งจะเริ่มตี ก็ได้รับการเสริมพลังจาก 'ช่างฝีมือเทวะ' แล้วเหรอ? อัจฉริยะจริงๆ..."
ลุงสือถอนหายใจ คลื่นลูกใหม่ไล่หลังคลื่นลูกเก่า คลื่นลูกเก่าตายเกลื่อนหาดจริงๆ
แก่แล้วสินะ~ แก่แล้วจริงๆ~
ก่อนจากกัน หลิ่วล่างทิ้งอาวุธที่ตัวเองตีไว้เป็นร้อยชิ้น แถมยังซื้อบุหรี่ยี่ห้อโปรดกับเหล้าดีๆ ให้ลุงสืออีกหลายขวด กราบลาแล้วจากไป
ลุงสือไม่ออกมาส่ง จนกระทั่งหลิ่วล่างลับตาไป เขาถึงเดินออกมา หยิบบุหรี่ที่หลิ่วล่างซื้อให้ขึ้นมา มองไปทางประตูมิติอย่างเหม่อลอย
เนิ่นนานให้หลัง เขาหัวเราะเบาๆ จุดบุหรี่สูบ
"ร้ายนักนะเว่ยซา เพื่อจะให้ข้าออกจากวงการ ถึงกับกล้ามาปั่นป่วนจิตใจข้า... ไอ้สารเลวเอ๊ย..."
...
ประตูมิติเปิดออกแล้ว
ทีมสี่คนรวมตัวกันพร้อมหน้า พวกเขาต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ก้าวพ้นประตูนี้ไป อาจไม่มีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีก
"นี่เพื่อน? พาพวกเรามาที่ไหนเนี่ย? นี่มันค่ายทหารจริงเหรอ?"
ภายใต้การนำของกองทัพ พวกเขาผ่านประตูมิติเข้ามายังลานกว้างในมิติพิเศษ หลิวเซินจวินตื่นตาตื่นใจกับสิ่งรอบตัว หรือว่านี่คือโลกภายนอก?
"ไม่สิ ดูเหมือนเราต้องไปลงทะเบียนก่อนนะ?"
ปู้เซียวส่าชี้ไปข้างหน้า หลิ่วล่างและเพื่อนๆ มองตามไป เห็นทางเข้าหลายแห่งถูกปิดกั้นไว้ มีเพียงถนนใหญ่สี่สายที่เปิดอยู่ และสุดปลายถนนแต่ละสายมีประตูมิติเชื่อมต่อไปยังที่อื่น
"ไปลงทะเบียนก่อน จะไปเป็นทีมหรือฉายเดี่ยวก็ต้องลงทะเบียน เพื่อความสะดวกในการจัดสรรพวกเธอในภายหลัง"
ทหารนำทางรีบแนะนำให้พวกเขาไปลงบันทึกข้อมูล
พวกเขาลงทะเบียนเสร็จอย่างรวดเร็ว และได้รับบัตรข้อมูลทีมหมายเลข 124
จากนั้น... พวกเขาก็เริ่มเล่นไพ่กันอีกแล้ว
และเล่นกันไปเกือบสี่สิบตา ก็ยังไม่ถึงคิวเรียกชื่อพวกเขา!
"เฮ้ย? พวกเราทีม 124 ไม่ใช่เหรอ? นี่เรียกถึงทีม 980 แล้วนะ พวกเราถูกลืมรึเปล่า?"
หลิวเซินจวินเริ่มหัวเสียที่แพ้บ่อย อะไรกันวะเนี่ย!
ต่อให้เป็นคนใจเย็นแค่ไหน ถ้าเล่นกับไอ้พวกนี้แล้วไม่เคยชนะสักตา เป็นใครก็ต้องหัวร้อน!
"นายต้องไปรวมร่างกับไต้ซ่านเหริน คนหนึ่งไม่เคยชนะ คนหนึ่งไม่เคยแพ้ ถ้าเล่นต่อ ให้พวกนายจับคู่กันทุกตา ฉันอยากรู้ว่าดวงใครจะแข็งกว่า"
หลิ่วล่างผสมโรงบ่นด้วย เขาแพ้หลิวเซินจวินไปเกือบยี่สิบตา มีแค่ตอนหลิวเซินจวินเป็นเจ้ามือเท่านั้นที่เขาจะได้แต้ม
ส่วนปู้เซียวส่ายืนยืดเส้นยืดสายอย่างสดชื่น เมื่อกี้เกือบแพ้ตอนเป็นเจ้ามือ โชคดีที่หลิวเซินจวินช่วยแจกแต้มให้ ต้องบอกว่า เยี่ยมมาก! เซินจวิน~
แต่ไต้ซ่านเหรินกลับนำข่าวที่ทำให้ทุกคนงงงวยกลับมาบอก
"ให้รอถึงตอนเย็น"
"รอ?"
หลิ่วล่างและเพื่อนๆ งงเป็นไก่ตาแตก หมายความว่าไง?
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีคนแบบพวกเราเยอะมาก และส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับหัวกะทิทั้งนั้น"
ฟังเสี่ยวไต้พูดจบ ทุกคนก็ได้แต่ก้มหน้าเล่นไพ่ต่อ?
"ไม่เล่นแล้ว! วันนี้มาเล่นหมากรุกเครื่องบินกัน ถ้าไม่อยากเล่น ฉันยังมีหมากรุกกองทัพ, หมากข้าม, หมากรุกเรียงห้า แล้วก็หมากรุกจีนอีก!
ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ตกลงฉันไร้ฝีมือ หรือฉันดวงซวยกันแน่!"
หลิวเซินจวินเทกระดานหมากรุกกองโตออกจากเป้ หลิ่วล่างตาโต ถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"ที่นายบอกว่าเอาของสำคัญมากๆ ติดตัวมาด้วย คือไอ้พวกนี้เนี่ยนะ?"
"ไม่ใช่เหรอ? แล้วพวกนายเอาอะไรมาบ้าง?"
หลิวเซินจวินถามกลับด้วยความสงสัย อีกสามคนหันมองหน้ากัน แล้วเปิดเป้โชว์ของ
ของหลิ่วล่างคืออาวุธเต็มเป้ ของปู้เซียวส่าคือสมุดจดบันทึกและหนังสือจำนวนมาก ของไต้ซ่านเหรินคือลูกอมเยอะแยะกับน้ำ