- หน้าแรก
- พลังระดับเอฟ บ้าบออะไรแบบนี้ นายโกงชัด ๆ
- บทที่ 9: พลังโจมตีสุดขั้ว
บทที่ 9: พลังโจมตีสุดขั้ว
บทที่ 9: พลังโจมตีสุดขั้ว
"ข้างห้องเสียงดังอะไรวะ?"
"ไม่รู้สิ การประชุมใกล้จะเริ่มแล้วนะ ว่าแต่หัวหน้าไม่มาจะไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ?"
"ในบอร์ดบริหารของโรงเรียน ใครบ้างจะไม่รู้กิตติศัพท์ความบ้าบิ่นไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดินของเว่ยซา? ไม่งั้นจะส่งฉันกับนายมาด้วยทำไม เอาล่ะๆ รายงานข่าวเรื่องเส้นทางสู่การเป็นนักบุญเถอะ"
ตัวหลานและเมนี่เค่อเปิดเครื่องฉาย ใช้พลังพิเศษเชื่อมต่อสัญญาณไปยังบอร์ดบริหารของโรงเรียน
...
"โล่อัศวิน, สัตยาบันแห่งอัศวิน!"
"ดาบนี้ มีนามว่า 'ผ่าวิญญาณ'!!!"
"สรรเสริญนามแห่งนักเวทศักดิ์สิทธิ์! พายุเฮอริเคนโจมตี!"
"ฉันทุบแกให้ตาย!"
พรืดดด~!
หัวหน้าแผนกเว่ยซาเกือบจะกลั้นขำไม่อยู่
คำขวัญที่หลิ่วล่างตะโกนออกมามันช่างขัดกับคนอื่นเหลือเกิน แต่พอรู้ว่าพลังของเขาคือ 'ช่างฝีมือเทวะ' ระดับ F เขาก็เข้าใจได้ทันที
เว่ยซากดพลังของตัวเองลงมาเหลือแค่ระดับหนึ่งดาวขั้นต้น
จากนั้นเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานพิเศษอันน้อยนิดในร่างกาย วิธีการโจมตีและป้องกันหลายอย่างก็ถูกจำกัด
"ถึงอย่างนั้น ก็น่าจะเกินพอ"
เว่ยซาขยับตัวหลบเพียงเล็กน้อย ท่าดาบที่มีขอบเขตการโจมตีกว้างและรุนแรงของหลิวเซินจวินก็ถูกหลบพ้น!
และเว่ยซาก็ยืมแรงสะท้อนกลับ ฟาดฝ่ามือสวนกลับไป เข้าที่หน้าอกของหลิวเซินจวินที่เปิดโล่งอยู่เต็มๆ!
"สัตยาบันแห่งอัศวิน!"
วินาทีต่อมา ร่างของหลิวเซินจวินก็ถูกไต้ซ่านเหรินปกป้องเอาไว้ ด้วยการคุ้มครองจากสัตยาบันแห่งอัศวิน ความเสียหายส่วนใหญ่จะถูกโอนย้ายไปยังไต้ซ่านเหริน!
เว่ยซาขมวดคิ้ว เตะหลิวเซินจวินกระเด็นออกไป แล้วมองไปที่หุ่นจำลองการฝึกระดับหนึ่งดาวขั้นสูงสุดสามสิบสี่สิบตัวที่ถูกฟันกระเด็นอยู่ด้านหลัง
ให้ตายสิ การทดสอบเมื่อกี้ฉันให้คะแนนการโจมตีนายไว้ที่ A แต่ดูจากตอนนี้ เกรงว่าคงจะอยู่ระดับ S+ พอๆ กับปู้เซียวส่าเลยสินะ!
"เก็บซ่อนฝีมือได้ดีนี่ ไอ้หนู"
"พลาดได้ไง?"
หลิวเซินจวินประหลาดใจมาก ดาบเมื่อกี้คือการฟันกวาดแนวนอนนะ แถมดาบยังขยายใหญ่ขึ้นสี่สิบเท่ากะทันหัน นายยังหลบได้อีกเหรอ?
แต่เพราะมีหลิวเซินจวินและไต้ซ่านเหรินช่วยดึงความสนใจอยู่ด้านหน้า ปู้เซียวส่าที่อ้อมไปด้านหลังจึงสามารถใช้พลังนักเวทศักดิ์สิทธิ์อัญเชิญแกนลมออกมาได้สำเร็จ และใช้มันเป็นฐานในการควบคุมพายุเฮอริเคนโจมตีเว่ยซา
เว่ยซาขมวดคิ้วมองการโจมตีนี้ พลังระดับนี้ ลำพังแค่สมรรถภาพร่างกายของผู้มีพลังระดับหนึ่งดาวคงต้านทานตรงๆ ไม่ไหวแน่
"แต่แบบนี้สิถึงจะท้าทาย?"
แม้การโจมตีนี้จะมีขอบเขตกว้างและพลังทำลายล้างไม่เบา แต่ก็มีจุดอ่อนใหญ่หลวง นั่นคือความเร็วของผู้ควบคุมนั้นไม่สูงนัก ดังนั้นเว่ยซาเพียงแค่หลอกล่อด้วยท่าง่ายๆ ไม่กี่ท่า ก็ทำให้พายุเฮอริเคนที่ปู้เซียวส่าควบคุมปั่นป่วนไปหมด
เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผากของปู้เซียวส่า ครูฝึกตัวปลอมคนนี้เก่งชะมัด! โชคดีที่เขาไม่มีเจตนาร้ายกับเรา
ในระหว่างการโจมตี เว่ยซามองเห็นแกนลมระดับสี่ดาว ถึงได้เข้าใจแจ่มแจ้งว่าที่แท้ตัวเองก็ถูกเปิดเผยตัวตนที่นี่นี่เอง
การโจมตีของแกนลมระดับสี่ดาว ปู้เซียวส่าต้องเคยเห็นมาแน่ๆ นั่นมันเทียบเท่ากับผู้มีพลังระดับ S ขั้นเริ่มต้นเลยทีเดียว
การโจมตีที่ปู้เซียวส่าใช้ก็เกิดจากแกนลมระดับสี่ดาว แต่ 'นักเวทศักดิ์สิทธิ์' เขาเล่นกันแบบนี้เหรอ?
ถ้าเว่ยซาจำไม่ผิด นักเวทศักดิ์สิทธิ์ต้องเรียนรู้ความรู้เวทมนตร์ทุกแขนงบวกกับพื้นฐานทุกแขนงก่อน ถึงจะมีพลังต่อสู้ในระดับหนึ่งไม่ใช่เหรอ?
แล้วพายุเฮอริเคนเพียวๆ นี่มันคืออะไร?
"กลืนกินพลังมาเป็นของตน... หรือว่าจะเป็น 'การดูดซับเวทมนตร์'?"
ม่านตาของเว่ยซาหดเล็กลง พลังแบบนี้เกรงว่าจะเป็นพลังที่มีเฉพาะในระดับ SSS เท่านั้นไม่ใช่เหรอ?
ทำไมถึงมาโผล่ในตัวผู้มีพลังระดับ F สายนักเวทศักดิ์สิทธิ์ที่ยังไม่ตื่นรู้เต็มที่ได้?
"เอาไปอีกดาบ! ผ่าวิญญาณ! ไป!"
เห็นเว่ยซาจะเข้าถึงตัวปู้เซียวส่าแล้ว หลิวเซินจวินรีบปล่อยดาบที่สองของตัวเองทันที! ครั้งนี้เว่ยซาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งการสังหารอันรุนแรงถึงขีดสุด
"ระดับ F ดาบเทวะ มีเขตแดนสังหารตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ?"
เว่ยซาคำนวณเส้นทางการโจมตี แล้วเอียงตัวไปทางซ้ายสามสิบองศาทันที องศานี้พอดีที่จะหลบดาบที่สองของหลิวเซินจวินได้!
"ตอนนี้แหละ! เสี่ยวไต้! หลิ่วล่าง!!!"
ปู้เซียวส่าที่อยู่ใกล้ๆ เว่ยซา จู่ๆ ก็เร่งพลังแกนลมจนถึงขีดสุด พริบตาเดียวพื้นที่ตรงนี้ก็ถูกพายุคลั่งพัดกระหน่ำ ร่างกายระดับหนึ่งดาวมองไม่เห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวเลย!
ทันใดนั้น ม่านตาของเว่ยซาก็หดวูบ รีบสร้างหอกยาวแทงสวนกลับไปด้านหลังทันที!
แต่สายไปเสียแล้ว!
สัตยาบันแห่งอัศวินของไต้ซ่านเหรินปกป้องหลิ่วล่างให้เข้าปะทะกับการโจมตีครั้งนี้ตรงๆ และหลิ่วล่างที่ถือค้อนยักษ์ ก็ฟาดค้อนลงมาใส่เว่ยซาอย่างแรง!
"เชี่ย!"
เว่ยซาถูกซัดกระเด็น! และเส้นทางที่กระเด็นไปก็ตรงกับดาบที่สองของหลิวเซินจวินพอดี!
"สวยงาม!"
ปู้เซียวส่ายิ้มมุมปากอย่างชั่วร้าย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน!
ดาบนี้ฟันโดนเว่ยซาเข้าอย่างจัง!
หลิวเซินจวินกับหลิ่วล่างแทกมือกันด้วยความดีใจ
วินาทีต่อมา เว่ยซาก็ระเบิดพลังของตัวเองออกมา!
"ไท่จี๋ก่อเกิดเลี่ยงอี๋ เลี่ยงอี๋ก่อเกิดซื่อเซี่ยง ซื่อเซี่ยงแยกเป็นปากว้า!"
ชั่วพริบตา แผนผังไท่จี๋ขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้น สลายดาบที่สองของหลิวเซินจวินไปจนหมดสิ้น
แต่ตอนนี้เว่ยซาได้ปลดปล่อยพลังระดับสองดาวออกมาแล้ว และยังได้แสดงพลังระดับ SS ของเขา —— ไท่จี๋ ออกมาด้วย!
"สู้จบแล้วเหรอ? ถึงตาฉันสวนกลับ... แล้ว?"
เว่ยซามองดูทั้งสี่คนที่ชูธงขาว ยกมือยอมแพ้อยู่ด้านล่างด้วยความงุนงง
พวกนายยอมแพ้ง่ายๆ งี้เลย?
"สู้ไม่ไหวครับ สู้ไม่ไหวจริงๆ พวกเรายอมแพ้แล้ว!"
หลิ่วล่างโบกธงขาว อีกสามคนข้างๆ ก็รีบพยักหน้า ล้อเล่นรึเปล่า?
ไอ้แผนผังไท่จี๋ยักษ์นั่นไม่ต้องพูดถึง การโจมตีเดี่ยวของหลิวเซินจวินคือไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดที่พวกเขาทั้งสี่คนยอมรับ
แม้จะออกดาบได้แค่สามครั้ง แต่มันคือวิธีการโจมตีที่แรงที่สุดของพวกเขาแน่นอน
ดังนั้นในแผนการ ปู้เซียวส่าจึงต้องคอยช่วยสนับสนุนเขา
แต่การโจมตีระดับนี้ยังทำอะไรเว่ยซาไม่ได้ งั้นสู้ต่อไปให้หลิวเซินจวินปล่อยดาบที่สามออกมาจะมีความหมายอะไร? ปล่อยเสร็จหลิวเซินจวินคงหมดแรงล้มพับไป
ได้ไม่คุ้มเสีย สู้ยอมแพ้ตอนนี้เลยดีกว่า~
เว่ยซารู้สึกจุกอก ล้อกันเล่นรึไง!
การประสานงานของพวกนายสี่คนนี่มันเหมือนการประสานงานระดับ F เหรอ?
มันเข้าขากันยิ่งกว่าทีมระดับ S แปดคนที่เพิ่งเข้าเรียนรุ่นที่แล้วซะอีก!
ตอนนั้นพวกนั้นแค่บีบให้เขาใช้แผนผังไท่จี๋ออกมาได้ แต่ก็ยังเจาะพลังระดับหนึ่งดาวขั้นต้นของเขาไม่เข้า
แต่ตอนนี้ตัวเขาเองเพราะประมาท เลยเกือบโดนดาบแทงทะลุ!
ทั้งๆ ที่รู้สึกว่าสู้กับพวกเขาสบายๆ แต่จู่ๆ กลับเกิดตัวแปรและรังสีอำมหิต ถ้าเป็นการต่อสู้ในระดับเดียวกัน ยอดฝีมือที่พลังเหนือกว่าทั้งสี่คนอย่างเขา คงโดนพวกนี้เล่นทีเผลอจนตายไปแล้ว!
"ร้ายกาจ ดูถูกเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้จริงๆ"
เว่ยซาหัวเราะเยาะตัวเอง แล้วกลับมายืนต่อหน้าทั้งสี่คน ปู้เซียวส่ารีบวิ่งเข้ามาทำความเคารพแบบทหารให้เว่ยซาทันที
"ขอบคุณครับท่านผู้การที่ช่วยชี้แนะ!"
?
อะไรกัน... ไอ้เด็กพวกนี้ เห็นฉันเป็นคนของกองทัพไปซะแล้ว
"พวกเธอทำได้ดีมาก ดีมากจริงๆ แต่ละคนใช้จุดเด่นชดเชยจุดด้อย ประสานงานกันจนสามารถแสดงพลังระดับผู้มีพลังสามดาวออกมาได้
แต่เรื่องระดับพลังที่พวกเธออยากถาม ฉันบอกได้แค่ว่า พลังของพวกเธอก็ยังเป็นระดับ F จริงๆ
นอกจากหลิ่วล่างแล้ว ไต้ซ่านเหรินต้องไปเรียนรู้เวทมนตร์แห่งแสงเพื่อปลุกหัวใจอัศวิน แล้วไปล่าปีศาจสักตัว ถึงจะถือว่าปลดปล่อยพลังอัศวินศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้นได้
หลิวเซินจวินต้องเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย ไม่อย่างนั้นชาตินี้นายก็ใช้ได้แค่สามดาบแรก
ปู้เซียวส่าต้องเรียนรู้ความรู้เวทมนตร์ทุกแขนง ต้องเชี่ยวชาญก่อน นายถึงจะถือว่าเริ่มต้นได้"
จริงๆ แล้วหลังจากเห็นเว่ยซาใช้พลังของตัวเอง ทุกคนก็รู้ถึงความแตกต่างระหว่างพลังพิเศษกับความแข็งแกร่งที่แท้จริง แผนผังไท่จี๋อันเดียวนั้นครอบคลุมการโจมตีของหลิวเซินจวินไว้ได้หมดจด พูดได้เลยว่า ถ้าเว่ยซาไม่ได้มาด้วยใจที่อยากจะเล่นสนุก
แค่กดแผนผังไท่จี๋ลงมาทีเดียว ทั้งสี่คนก็จบเห่ทันที
"ขอบคุณรุ่นพี่ที่ชี้แนะ!"
เห็นเว่ยซาชี้ทางให้ หลิวเซินจวิน ปู้เซียวส่า และไต้ซ่านเหริน ก็รีบทำความเคารพแบบทหารตอบกลับไปทันที
แต่หลิ่วล่างที่อยู่ข้างๆ กลับยืนงง
"รุ่นพี่ครับ แล้วผมล่ะ?"
"นาย... อืม... ช่างฝีมือเทวะสินะ... อันนี้..."
หลิ่วล่างเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเว่ยซา มุมปากก็กระตุก
ชิบหายแล้ว หรือว่าในสี่คนนี้ พลังของตูจะกากสุด?
"เอ่อ จริงๆ แล้วพวกเธอก็น่าจะสังเกตเห็นแล้ว สิ่งที่ฉันพูดเมื่อกี้คือการแสดงออกของพลังตามปกติของพวกเธอทั้งสี่คน
แต่พวกเธอมันไม่ปกติอย่างสิ้นเชิง!"
ทั้งสี่คนได้ยินประโยคนี้ ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้ว่าเว่ยซากำลังด่าหรือชม
"หลิวเซินจวิน การโจมตีของนายแฝงไปด้วย 'เขตแดนสังหาร' นายรู้ไหมว่านี่คือสิ่งที่ผู้ใช้ดาบกี่คนใฝ่ฝันหามาทั้งชีวิต?
เขตแดนสังหารจะทำให้การโจมตีของนายเมินเฉยต่อพลังพิเศษส่วนใหญ่ และทำให้พลังโจมตีของนายรุนแรงถึงขีดสุด นี่คือเหตุผลว่าทำไมความเสียหายที่นายสร้างถึงรุนแรงขนาดนี้
ไต้ซ่านเหริน พลังป้องกันของนายจะยิ่งสู้ยิ่งแกร่ง ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ แต่นี่อาจจะเป็นพรสวรรค์ของนาย เมื่อไหร่ที่การฟื้นฟูและความต่อเนื่องของนายพัฒนาขึ้น นายคนเดียวก็คือแนวป้องกันที่ไม่มีวันพังทลาย
ปู้เซียวส่า ถึงแม้นายจะเป็นนักเวทศักดิ์สิทธิ์ระดับ F แต่นายกลับครอบครองคุณสมบัติต้องห้ามอย่าง 'การดูดซับเวทมนตร์' นี่เป็นพลังที่เทียบเท่ากับระดับ SSS แล้ว พลังพายุเฮอริเคนจากแกนลมของนายก็ได้มาจากพลังส่วนนี้นี่แหละ"
คำวิจารณ์นี้ต่างหากที่ปู้เซียวส่าและเพื่อนๆ ต้องการ ที่แท้ในตัวพวกเขาก็มีสิ่งเหล่านี้เพิ่มขึ้นมา
น่าเสียดายที่พวกเขายังเป็นแค่ระดับ F
"พูดไปพูดมา พวกเราก็ยังเป็นแค่ผู้มีพลังระดับ F อยู่ดี"
ไต้ซ่านเหรินถอนหายใจ
"อย่าดูถูกพลังของตัวเองสิ พูดกันตามตรง การจัดอันดับพวกนี้มนุษย์ก็เป็นคนกำหนด พลังของพวกเธอน่ะ ในอดีตมันคือพลังระดับ S หรือแม้แต่ระดับ SSS เชียวนะ
ยังไงซะพวกเธอก็เป็นพลังสาย 'เทวะ' และสาย 'ศักดิ์สิทธิ์'
จุดเด่นของพลังพวกนี้คือเพดานสูงลิ่ว แต่พื้นฐานก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเช่นกัน
เพียงแต่พวกเธอต้องเข้าใจว่า ความเป็นความตายสำหรับผู้มีพลังพิเศษเป็นเรื่องปกติ คนที่จะมีชีวิตรอดจนถึงสุดท้ายและกลายเป็นผู้มีพลังระดับสูงหรือระดับท็อปนั้นมีน้อยมาก
โดยเฉพาะเรื่องการเลื่อนระดับ พลังของพวกเธอใช้เวลาในการเติบโตนานเกินไป ช่วงที่อ่อนแอก็นานเกินไป เลยถูกประเมินว่าเป็นระดับ F
แต่ช่วงหลังพวกเธอไม่กระจอกนะ คำพูดของฉันก็มีเท่านี้ ส่วนหลิ่วล่าง... นายตามฉันมา"
มองดูเว่ยซาพาหลิ่วล่างเดินแยกไปอีกทาง ปู้เซียวส่าและเพื่อนๆ หันมองหน้ากัน แล้วเริ่มปรึกษาหารือกัน
จริงๆ แล้วหลิ่วล่างรู้สึกว่าตัวเองก็โอเคนะ ยังไงซะ 'ช่างฝีมือเทวะ' ฟังยังไงก็ไม่น่าจะใช่พลังสายต่อสู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?
"ขอโทษทีนะ พลังสายสนับสนุนฉันสัมผัสมาน้อยมาก ให้คำแนะนำอะไรไม่ได้จริงๆ
แต่ช่างฝีมือเทวะของนายก็ไม่เหมือนคนอื่น พลังของนาย... ผิดปกติมาก นายถึงขั้นเอาชนะผู้มีพลังสายนักมวยระดับ A ด้วยพละกำลังทางร่างกายได้เลยนะ
แต่ก็อย่าเพิ่งท้อใจ ในการต่อสู้โลกภายนอก มันเป็นปฏิบัติการแบบทีมเสมอ พวกนายมีหลิวเซินจวินที่โจมตีหนัก มีไต้ซ่านเหรินที่ป้องกันเก่ง แถมยังมีปู้เซียวส่าที่ต้านทานเวทมนตร์ ถ้าจะพูดให้ถูก ทีมของพวกนายขาดแค่ผู้มีพลังสายสนับสนุนแบบนายนี่แหละ
บางทีนายอาจจะลองไปสร้างอุปกรณ์ดู เพราะยังไงซะ นายก็เหมือนกับพวกเขาไม่ใช่เหรอ?"
หลิ่วล่างมองครูฝึกตรงหน้าด้วยความสงสัย ทำไมรู้สึกเหมือน... ในคำพูดมีความหมายแฝงอยู่เลยนะ