เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: ลืมไว้ชีวิตพวกมันซะได้

บทที่ 25: ลืมไว้ชีวิตพวกมันซะได้

บทที่ 25: ลืมไว้ชีวิตพวกมันซะได้


เจียงเหอพบว่าตอนนี้เขาอยู่ในที่ค่อนข้างสูง

ลมฤดูใบไม้ร่วงส่งเสียงกรอบแกรบ

ใต้แสงจันทร์  เขายืนอยู่บนสันเขาและพึมพำกับตัวเองว่า “นี่ตูใจร้อนไปไหมวะ? ตูอยู่ในที่แจ้ง  แต่ศัตรูอยู่ในที่ลับแถมยังไม่รู้ว่าพวกมันแข็งแกร่งขนาดไหนอีกต่างหาก  ถ้าตูชนะก็แล้วไป  แต่ถ้าแพ้ล่ะก็…”

เขาเรียกเอ้อเหลิงจื่อโดยกะว่าจะกลับบ้านไปก่อน  ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่  เขาจะมาจัดการกับพวกมันเมื่อไหร่ก็ได้  เมื่อเขากลับบ้านและคิดหาวิธีที่จะปลูกโอสถได้แล้วกินมันทุกวัน  เขายังจะต้องกลัวนิกายเทียนโหมวอยู่อีกหรือ?

แต่ว่าเอ้อเหลิงจื่อก็ไม่ขยับ  แต่มันกลับหมอบลงตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะกระโจน  และแยกเขี้ยวคำรามออกมาอย่างดุร้าย  แมวปีศาจสามหางเองก็ส่งเสียงร้องขู่ฟ่อ ๆ อีกด้วย  มันยังขยายตัวขึ้นข้าง ๆ เอ้อเหลิงจื่อเพื่อปกป้องเจียงเหอ

ใบหน้าของเจียงเหอกระตุกเมื่อมองไปข้างหน้า  มีเสียงดังสวบสาบมาจากทุ่งข้าวโพด  และในไม่ช้าร่างสองร่างก็ได้ก้าวออกมา  โดยมีสุนัขท่างทางดุร้ายเลเวล 2 ตามหลังพวกมันมาด้วย

คอร์โดควงใบมีดโค้งสองสามครั้งเมื่อมันเห็นว่ามีกลุ่มผู้ที่ยืนต้อนรับอยู่ “เลเวล 1 กับ 3” มันต้องอุทานด้วยความประหลาดใจ “นี่แกยังกล้าบอกว่ามันไม่ใช่ผู้ฝึกอสูรอีก?”

คนชุดดำไม่พูดอะไร  มันเอานิ้วจิ้มที่มุมปากและผิวปากเสียงดังออกมา  ในวินาทีต่อมาได้มีเสียงกรอบแกรบก้องไปทั่วทุกทิศทุกทาง  เมื่อมีสัตว์อสูรเป็นโหลโผล่ออกมาจากทุ่งข้าวโพด

ส่วนใหญ่เป็นสุนัขกับแมว  พร้อมด้วยหมาป่าสีเทาและงูยักษ์ที่มีความยาวหลายสิบเมตรลำตัวหนาครึ่งเมตร  มันผู้นี้เป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรอย่างแน่นอน  เพียงแต่มันคงพึ่งจะปลุกพลังได้ยังไม่นานสักเท่าไหร่  มันจึงยังไม่สามารถควบคุมสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าตัวมันเองได้  สิ่งสำคัญที่สุดคือแถวนี้มีสัตว์อสูรที่มันจะเอามาใช้งานได้ไม่มากนัก

ที่ปลายอีกด้านของทุ่งข้าวโพด  สีหน้าของเจียงเหอค่อนข้างเคร่งขรึม  ผู้ฝึกยุทธระดับสี่  ผู้ฝึกอสูรแสนจะลึกลับ  และเหล่าสัตว์อสูรอีกเป็นโหล  ในฐานะผู้ฝึกยุทธมือใหม่  มีที่ไหนที่เขาจะเคยเจอภาพเหตการณ์แบบนี้มาก่อน?

"อันตรายว่ะ!  อันตรายเกินไปแล้ว!  ถึงตูจะไม่กากก็เถอะ  แต่ก็ไม่ได้มีประสบการณ์การต่อสู้จริงมากมายอะไร  จะยั้งมือไม่ได้… จะยั้งมือไว้ไม่ได้เด็ดขาด  จู่โจมแต่ละครั้งจะต้องลงมือแบบกะฆ่าให้ตายเผื่อไว้ก่อนเลย!”

เหงื่อไหลออกจากคิ้วของเจียงเหอ  เขาขยับมือและมีถั่วปรากฏขึ้นระหว่างนิ้วพร้อมกับตะโกน "เอ้อเหลิงจื่อ  ซานเหลิงจื่อ  หนีไป!"

ด้วยความที่เชื่อฟังเจียงเหอทุกคำพูด  เจ้าซานเหลิงจื่อมันหันหลังและวิ่งหนีไปทันที  ขณะที่เอ้อเหลิงจื่อมองดูเจียงเหออย่างสับสนก่อนจะใส่เกียร์หมาเผ่นไปเช่นกัน  สัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ก็ไม่ได้หยุดพวกมันไว้  อันที่จริงบางทีผู้ฝึกสัตว์นั่นคงรู้สึกว่าการปล่อยให้สัตว์อสูรเลเวล 1 กับ 3 หนีไปอาจทำให้ฝ่ายของพวกมันเองได้เปรียบมากกว่า

ในเวลาเดียวกันคอร์โดได้ก้าวไปข้างหน้า  ออร่าขั้นสุดยอดระดับสี่ของมันระเบิดออกมาและทำให้ต้นข้าวโพดรอบ ๆ โดนกดจนแบนราบไปกับพื้น

มันจ้องมองด้วยแววตาอันดุร้ายและเยาะเย้ยออกมา “ไอ้เด็กเปรต  สวรรค์มีทางให้เดินไปดันไม่ไป  นรกไม่มีประตูดันอยากเข้ามา  กล้ามายุ่งเรื่องของนิกายศักดิ์สิทธิ์แบบนี้  แสดงว่าแกคงคิดวิธีตายเอาไว้แล้วสินะหา?”

เจียงเหอกำถั่วและตะคอกสวนอย่างเดือดดาล “อย่าขยับ  ขืนเอ็งเข้ามาอีกก้าวเอ็งโดนบึ้มแน่!”

“ระเบิดมือ?”

คอร์โดกระพริบตาปริบ ๆ เขาเป็นผู้ฝึกยุทธระดับสี่เหมือนกับเจียงเหอซึ่งมีประสิทธิภาพการมองเห็นเหนือมนุษย์ธรรมดา  และสามารถมองเห็นถั่วในมือของเจียงเหอได้อย่างชัดเจน  มันคือถั่วขนาดใหญ่  มีลักษณะเป็นผลึกสีเขียว

คอร์โดหัวเราะเสียงดัง “ไอ้เด็กเวรนี่  ถึงข้าจะไม่ได้มีการศึกษาแต่แกคิดว่าจะเอาไอ้เม็ดถั่วกาก ๆ นั่นมาตบตะ… เชรี่ย!”

ก่อนที่มันจะทันได้พูดจบ  เมล็ดถั่วก็บินมาตรงหน้าแล้ว  และความรู้สึกถึงอันตรายอันแสนจะเย็นยะเยือกก็ปะทุขึ้นในกาย  คอร์โดรีบถอยหนีตามสัญชาตญาณ  มันรีบชาร์จพลังเจินฉีเพื่อปกป้องร่างกายในทันที

ในชั่วพริบตาต่อมา  เมล็ดถั่วก็ตกลงบนพื้น

ตู้ม!

เกิดเสียงดังสนั่นพร้อมกับเปลวเพลิงที่ปะทุออกมาอย่างรุนแรงพัดเอาเหล่าสัตว์อสูรเลเวล 1 ที่อยู่รอบ ๆ ปลิวกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ  แรงกระแทกนั้นรุนแรงมากจนแม้แต่แผ่นดินก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมาเล็กน้อย

ในทางกลับกัน  ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่สวมเสื้อคลุมสีดำและสุนัขตัวใหญ่นั่นอยู่ใกล้กับการระเบิดมากกว่าไอ้เจ้าคอร์โดที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว  และถอยห่างออกไปหลายสิบเมตรเสียอีก

แต่ว่าเจ้าผู้ฝึกสัตว์ทำไม่ได้

ทั้งหมดที่มันเห็นคือความสว่างวาบออกมาอย่างกะทันหัน  แสงที่ลุกโชติช่วงขนาดทำให้ตาพร่า  ตามด้วยแรงสั่นสะเทือนที่พุ่งเข้าใส่ร่างกาย  เป่ามันให้ปลิวขึ้นฟ้าไปราวกับเศษขยะ  ด้วยสภาพที่ร่างกายทั้งสองซีกที่กระเด็นไปคนละทิศคนละทาง

เช่นเดียวกับสุนัขตัวใหญ่ที่มันพยายามอย่างมากในการชุบเลี้ยง  ซึ่งบัดนี้กลายเป็นเศษเนื้อเพราะโดนระเบิดเข้าไปเต็ม ๆ เรียบร้อย

เสื้อคลุมสีดำโดนแรงระเบิดเป่าจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนที่ร่างผอมยาวจะตกลงไปท่ามกลางต้นข้าวโพด  ตอนนั้นเองที่มันนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้

“เอ๊ะ  นั่นมันส่วนล่างของขะ…”

นั่นคือความคิดสุดท้ายของมัน

***

“อะไรวะ...”

เจียงเหอเองก็ตกตะลึงกับพลังทำลายล้างของระเบิดถั่ว

เขาลืมไอ้ 'คำเตือน' จากระบบไปแล้ว  อย่างน้อยเขาก็ได้ใช้วิชากายาวัชระคงกระพันและวิชาเก้าเอี้ยงโดยสัญชาตญาณเพื่อปกป้องตัวเอง  ถึงกระนั้นเมื่อคลื่นกระแทกที่รุนแรงและมาพร้อมความร้อนแผดเผาเข้ามากระทบร่างกาย…

การป้องกันด้วยกายาวัชระคงกระพันถูกทำลาย!

มีเสียงแตกลั่นออกมาเล็กน้อยแล้วเจียงเหอก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก  เขาถอยหลังไปหลายสิบก้าวก่อนจะหยุดตัวเองได้  แล้วจึงใช้เจินฉีระงับเลือดลมในกายและใช้กายาวัชระคงกระพันอีกครั้ง

ในเวลาเดียวกัน  เขาก็พบจุดศูนย์กลางของการระเบิดซึ่งเป็นจุดที่ 'ถั่ว' ของเขาตกใส่

ตอนนี้มีสภาพเหมือนปล่องภูเขาไฟกว้างสามเมตรและลึกหนึ่งเมตรอยู่ตรงกลางทุ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสีมรกต  ทางเดินและต้นข้าวโพดรอบ ๆ ถูกระเบิดจนไม่เหลือ  และซากของสุนัขตัวใหญ่ที่ตอนนี้กระจัดกระจายจนดูไม่ออกว่ามันเคยมีรูปร่างเหมือนสุนัขมาก่อน  รวมไปถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ ของร่างกายของสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ก็เกลื่อนไปทั่วเช่นกัน

โอ้โฮ!

เจียงเหออ้าปากค้างและพูดงึมงำ “นี่แค่ถั่วเดิม ๆ นะเว้ย? นี่ขนาดอยู่ห่างตั้งเป็นยี่สิบเมตร  แรงระเบิดมันยังเจาทะลุกายาวัชระคงกระพันของตูได้  ทำเอาภายในตูปั่นป่วนจนต้องกระอักเลือดซะขนาดนี้! แล้วถ้าเป็นไอ้ถั่วเวอร์ชันปรับปรุงที่มีสรรพคุณห้าเท่าล่ะวะ… ถ้าปาไปตูไม่ตายห่านไปด้วยเลยเรอะ?”

เขาหยุดมองไปรอบ ๆ “เดี๋ยวดิ๊… แล้วไอ้เตี้ยมันไปอยู่ไหนแล้ววะ”

ใบหน้าของเจียงเหอหมองลงในทันที  เขาหันไปทันทีเมื่อเงาดำพุ่งเข้ามาพร้อมกับพระจันทร์เสี้ยว   ใบมีดในมือของเงาดำนั่นฟาดลงมาที่เจียงเหอด้วยแววตาที่ดุร้าย  คมมีดนั้นฟันโดนหน้าอกของเจียงเหอเต็ม ๆ

เขาผงะถอยออกไปสองก้าว  โดยสายตายังคงจับจ้องไปที่เงาดำและถามว่า “ยังไม่ตายอีกเหรอวะ  ไอ้เตี้ย?”

"หา?"

คอร์โดถูกยั่วยุเพราะคำด่า

มันกำลังจะกดดันต่อ  แต่ดันถอยหลังทันทีแม้ในขณะที่กำลังก้าวเท้าข้างหนึ่ง  มันยังร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจว่า “ไม่มีทาง! แกไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธระดับห้าแท้ ๆ ไม่มีทางที่จะโดนคมมีดของข้าแล้วจะไม่เป็นอะไรเลย!”

“ไม่เป็นอะไรเลย?”

นิ้วมือของเจียงเหอสัมผัสหน้าอกและพบเลือดหยดหนึ่ง

“เอ็งมาหลอนอะไรวะหา  ไอ้เตี้ย? มีดของเอ็งทรงพลังพอที่จะเฉือนกายาวัชระคงกระพันของตูจนทะลุ… ถลอกขนาดนี้  เอ็งยังหาว่าไม่เป็นไรอีกเหรอวะ?” เขาตอบหน้าบึ้ง

เจ้าคอร์โดที่รู้สึกว่าตนเองกำลังโดนดูถูกจึงตะคอกออกมา “ข้ายอมตายดีกว่าทนรับความอัปยศอดสูนี้!  เข้ามาสิวะไอ้เด็กนรก!  คอร์โดผู้นี้จะฆ่าแกเพื่อขจัดอุปสรรคของนิกายศักดิ์สิทธิ์เอง!”

มันเงื้อมีดพร้อมกับพุ่งเข้าใส่เจียงเหออีกครั้ง  แต่มันพึ่งเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ไม่เท่าไหร่  มันกลับได้ยินเสียงมังกรคำรามดังสนั่นลั่นทุ่ง  และมีเงาของมังกรทองตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่  ทลวงหน้าอกของมันเต็ม ๆ

***

“มังกรผยองได้สำนึก  ทรงพลังเบอร์นี้เลยเหรอวะเนี่ย?”

เจียงเหอหันไปทางร่างไร้ชีวิตของชายร่างเตี้ยที่ลอยกระเด็นออกไปไกลกว่ายี่สิบเมตร

“ซวยละ” เขาบ่น “ตูมัวแต่คิดว่าจะต้องป้องกันภัยคุกคามก็เลยใส่เต็มเหนี่ยว  แต่ดันลืมสนิทไปเลยว่าต้องเหลือชีวิตพวกมันไว้บ้าง  จะได้เอาไว้สอบปากคำเพื่อเปิดโปงว่าใครมันอยู่เบื้องหลัง!”

จบบทที่ บทที่ 25: ลืมไว้ชีวิตพวกมันซะได้

คัดลอกลิงก์แล้ว