เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: คัมภีร์เก้าเอี้ยงเวอร์ชันปรับปรุง

บทที่ 21: คัมภีร์เก้าเอี้ยงเวอร์ชันปรับปรุง

บทที่ 21: คัมภีร์เก้าเอี้ยงเวอร์ชันปรับปรุง


“นิกายเทียนโหมว?”

หวางซืออวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “ฉันเองก็พึ่งรู้เรื่องนิกายเทียนโหมวเหมือนกัน  จากที่เห็นเรื่องที่พวกมันกล้าพากันก่อวินาศกรรมจนหายนะไปทั่วโลก  แสดงว่าพวกมันต้องมีกำลังรบในระดับที่เกินเลเวล 9 เป็นแบ็คอัพแน่นอน  ไม่งั้นพวกมันคงโดนถล่มจนไม่เหลือซากไปนานแล้ว”

เจียงเหอใบหน้าเคร่งเครียด เหนือกว่าเลเวล 9… กำลังรบอันแข็งแกร่งขนาดที่ไม่ต้องกลัวระเบิดนิวเคลียร์งั้นเหรอ?

‘แล้วตู... ไปยั่วยุไอ้คนพวกนี้เข้าจริง ๆ เหรอ?’

'แย่ละ... ต้องรีบ ๆ หาทางเอาตัวรอดให้ได้  ไม่งั้นคงใช้ชีวิตสงบสุขไม่ได้แน่ถ้าหากโดนไอ้พวกนิกายเทียนโหมวเวรนี่มันหมายหัว!'

สีหน้าของเจียงเหอเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ความคิดต่าง ๆ แล่นเข้ามาในหัว  จนในที่สุดเขาก็ตระหนักว่ามีทางเดียวเท่านั้น คือ ต้องทำลายนิกายเทียนโหมวทิ้งซะเพื่อเป็นการกำจัดปัญหาจากต้นตอ  เสียแต่ว่าเขาไม่มีกำลังมากพอที่จะทำได้นี่สิ!

เมื่อเห็นว่าเจียงเหอไม่ได้พูดอะไรซักพักหนึ่งแล้ว  หวางซืออวี่จึงถามว่า “นายกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?”

"ไม่มีอะไรหรอก" เจียงเหอถอนหายใจยาว “ในเมื่อฉันช่วยสำนักงานจัดการคดีพิเศษในครั้งนี้  เธอช่วยไปหาข้อมูลของนิกายเทียนโหมวมาให้ฉันเพิ่มทีได้ไหม?”

“ถ้าฉันกลับไปแล้วจะไปถามผู้บังคับบัญชาให้นะ  อีกอย่างนายก็ได้ฆ่าพวกสัตว์อสูรเลเวล 1 ไปเจ็ดตัว  ผู้บังคับบัญชาเลยมอบแต้มบุญเจ็ดสิบแต้มให้นายด้วย”

“แต้มบุญ?” เจียงเหอขมวดคิ้วด้วยความสับสน “ฉันฆ่าสัตว์อสูรไปแปดตัวไม่ใช่เหรอ? มันกลายเป็นเจ็ดได้ไงอะ?”

“ก็เพราะว่าคนของเราไปเจอศพสัตว์อสูรแค่เจ็ดศพเอง” หวางซืออวี่ก็สงสัยเช่นกัน “ฉันถามหลี่เฟยแล้ว  และเขาบอกว่านายฆ่าไปแปดตัว… แล้วก็ดันเปลี่ยนใจและบอกว่าจำไม่ได้  นั่นแหล่ะเหตุผลที่สำนักงานให้รางวัลนายตามจำนวนศพที่พบ”

‘เจียงเหอพูดไม่ออก  ถ้าหาเจอแปดศพก็บ้าแล้ว  เพราะตูเอากลับมาบ้านด้วยศพหนึ่งนี่หว่า  แต่ประเด็นสำคัญเลยคือ...’

‘ไอ้หมารองหลี่มันโง่แค่ไหนกันวะ? มันจำไม่ได้เหรอว่าสัตว์อสูรถูกฆ่าไปกี่ตัวกันน่ะหา?’

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง  เจียงเหอก็ถามออกมาว่า “แต้มบุญมีไว้เพื่ออะไรเหรอ?”

“เพื่อการค้าขายน่ะ!” หวางซืออวี่อธิบายต่อ “ประเทศกำลังจะจัดตั้งแผนกการจัดการวรยุทธ  เมื่อแผนกนี้ก่อตั้งขึ้นจะมีเวทีที่ผู้ฝึกยุทธและผู้เหนือมนุษย์สามารถแลกเปลี่ยนได้โดยใช้แต้มบุญแทนสกุลเงินตรา  ตอนนี้รัฐบาลได้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ประมาณ 1 แต้มเท่ากับ 10,000 หยวน”

“แน่นอนว่าแต้มบุญสามารถนำมาแลกเปลี่ยนกับสำนักงานของเราเพื่อแลกคัมภีร์วรยุทธ  อาวุธ   หรือแม้แต่เม็ดยาโอสถต่าง ๆ ได้ด้วย” เธอดูอิจฉาแต่ก็ยังพูดต่อ “ฉันเข้าสำนักงานมานานกว่าสามเดือนแล้ว  และฉันได้รับแต้มบุญเพียง 9 แต้ม  แต่นายได้ตั้ง 70 แต้มในภารกิจเดียว  บอกตามตรงฉันอิจฉานายแทบตายเลยแหล่ะ”

เจียงเหอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "โห? โอสถที่ช่วยในการฝึกฝนวรยุทธก็มีด้วยเหรอ?”

“ใช่  แต่มีไม่มากในสต็อก  และไม่ค่อยมีความหลากหลาย” หวางซืออวี่กล่าวโดยไม่ได้ปิดบังอะไร  “ประเทศได้ก่อตั้งกรมวิจัยพลังพิเศษแห่งชาติเมื่อแปดปีที่แล้ว  พวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบในการวิจัย  รวมถึงการพัฒนาโลหะผสมและโอสถต่าง ๆ ผลลัพธ์ที่ได้จากการจับคู่กันระหว่างงานวิจัยของพวกเขากับวิทยายุทธดั้งเดิมนั้นถือว่าได้กำไรเลยเชียวล่ะ”

หัวใจของเจียงเหอเต้นไม่เป็นจังหวะ! โอสถ? ตูเอาโอสถที่ว่านั่นมาปลูกได้ป่าววะ?

เขายิ้มให้วางซืออวี่ “แล้วแต้มบุญที่ฉันมีอยู่ 70 แต้มเนี่ยสามารถเอาไปแลกโอสถอะไรได้บ้าง? มีโอสถอะไรที่จะช่วยให้ผู้ฝึกยุทธสามารถไปถึงระดับสี่ได้บ้างไหม”

สำหรับเจียงเหอ  การกินแตงกวาเป็นวิธีที่รวดเร็วในการก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกยุทธระดับสี่  แต่ว่าตอนนี้  หนึ่งเลยคือเขากินแตงกวามากเกินไปจนแทบจะตดออกมาเป็นกลิ่นแตงกวาแล้ว  สองในตอนนี้แตงกวาทำให้ร่างกายและพลังปราณแข็งแกร่งขึ้นก็จริงอยู่  แต่เมื่อเป็นผู้ฝึกยุทธระดับสี่จะทำให้สรรพคุณของมันมีประโยชน์ต่อเขาน้อยลง

แต่ตอนนี้เจียงเหอสามารถลองปลูกโอสถเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ได้

“น่าจะมีนะ” หวางซืออวี่กล่าว “แต่ราคาน่าจะแพง  ฉันกลับไปแล้วจะไปถามมาให้ก็แล้วกัน”

หลังจากที่เห็นเธอออกไป  เจียงเหอก็รีบกลับเข้าบ้าน

ฟาร์มของเขาเลเวล 2 แล้ว หมายความว่าเขาสามารถปลูกคัมภีร์วรยุทธได้อีก 2 วิชา หลังจากครุ่นคิดอย่างหนัก  เจียงเหอจึงได้ตัดสินใจเลือกที่จะปลูกวิชาเก้าเอี้ยงและท่าเท้าท่องคลื่น

วิชาเก้าเอี้ยงใช้เพื่อพัฒนาลมปราณภายใน  ในขณะที่ท่าเท้าท่องคลื่นอันเป็นวิชาตัวเบาใช้เพื่อพัฒนาการเคลื่อนไหว  เนื่องจากเจียงเหอมีสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรและกายาวัชระคงกระพันแล้ว  อย่างน้อยเขาก็จะสามารถต่อสู้จู่โจม  ป้องกันตัวเอง  และวิ่งหนีได้

เจียงเหอหยิบสำเนาคัมภีร์เก้าเอี้ยงที่เคยไปปริ้นต์ที่ร้านมินิมาร์ทออกมา  แล้วนำไปปลูกลงดินโดยไม่ลืมใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเม็ดหนึ่ง

แล้วก็...

รอมาตั้งนานแล้วก็ยังไม่มีอะไรงอกออกมา

“เกิดอะไรขึ้นอีกวะไอ้ระบบ? หรือว่าเวลฟาร์มอัพแล้วแต่เอ็งลืมอัปเดตข้อมูลว่าจะต้องปลูกคัมภีร์วรยุทธเพิ่มได้ด้วยน่ะ?” เจียงเหอถาม

เสียงกลไกของระบบดังขึ้น

“เฉพาะคัมภีร์ที่โฮสต์ลงมือคัดลอกเองเท่านั้นที่สามารถปลูกได้”

ไอ้สะ…

ใบหน้าของเจียงเหอมืดหม่น

‘เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมเอ็งไม่รีบบอกว้า’

เมื่อนึกได้ว่าเขาใช้เงินไปหลายตังค์เพื่อปริ๊นต์ไอ้พวกนี้ออกมา  หัวใจของเจียงเหอก็เจ็บปวดไปหมด   ที่เขาทำได้ตอนนี้คือกลับเข้าบ้านไปหยิบปากกาและกระดาษเพื่อเอามาก็อปคัมภีร์เก้าเอี้ยง

'เขาแกร่งปล่อยเขาแกร่ง  ลมโชยพัดขุนเขา  จันทร์กระจ่างกลางน้ำ  เขาร้ายปล่อยเขาร้าย  เขาร้ายย้อนทำร้ายตัวเขา  ข้าเพียงแค่ประคองลมปราณ…’

ทีละตัวทีละตัว  ตัวหนังสือค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนกระดาษ  เจียงเหอใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าจะก็อปคัมภีร์ทั้งฉบับเสร็จ

เมื่อเขาขยำกระดาษและโยนลงหลุม จู่ ๆ ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา

“ดินลึกลับทำให้พืชผลแข็งแรงขึ้น  ถ้างั้น… มันจะเสริมความแข็งแกร่งของคัมภีร์เก้าเอี้ยงด้วยมะ?”

คราวนี้เจียงเหอเทดินลึกลับครึ่งหนึ่งที่เขามีออกมาและฝังลงไปพร้อมกันด้วย  จากนั้นเขาก็หยิบเก้าอี้มานั่งแล้วควักแตงกวาออกมาหักครึ่ง  แล้วโยนครึ่งหนึ่งให้เอ้อเหลิงจื่อและกินเองอีกครึ่ง

ห้านาทีต่อมาเมื่อต้นกล้าแทงยอดทะลุพื้นดินและแตกหน่อ  แต่คราวนี้  เจียงเหอต้องรู้สึกประหลาดใจ  ที่ในที่สุดระบบก็แสดงความคิดสร้างสรรค์ออกมาบ้างแล้ว  เพราะคัมภีร์เก้าเอี้ยงไม่ได้เติบโตไปเป็นต้นไม้  แต่กลายเป็นวัตถุแวววาว 9 ชิ้นหน้าตาคล้าย ๆ หลอดไฟกลม ๆ!

ต่อมาวัตถุที่ส่องแสงทั้งเก้าชิ้นก็ขยายใหญ่ขึ้นและส่องแสงสว่างขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งแต่ละชิ้นมีขนาดเท่ากับหินโม่แป้งขนาดเล็ก  แสงสว่างของพวกมันมีลักษณะเผาไหม้ราวกับมีดวงอาทิตย์เก้าดวงห้อยอยู่ในลาน

ดวงตาของเจียงเหอเป็นประกายวิบวับ "สุดยอด!"

เขาเปิดใช้งานกายาวัชระคงกระพันเพื่อขับไล่ความร้อนที่แผดเผา  แล้วเขาก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปและสังเกตเห็นว่า 'ดวงอาทิตย์' ขนาดเท่าหินโม่แป้งแต่ละดวงมีหน้าของคัมภีร์อยู่

[ติ๊ง!]

[+100 ฟาร์มพอยท์]

เมื่อเจียงเหอเด็ดมันลงมา  เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น

เขาผงะไป

“คัมภีร์ 1 หน้าให้ฟาร์มพอยท์ 100 แต้มและ 10 EXP? ตูรวยแล้วเว้ย! แปลว่าคัมภีร์เก้าเอี้ยงแค่เล่มเดียวให้ตั้ง 900 ฟาร์มพอยท์กับ 90 EXP งั้นสินะ? หักลบราคาปุ๋ยไนโตรเจนไป 100 ตูก็มีกำไร 800 แต้ม”

เขารีบร้อนเด็ดพวกมันทั้งหมดลงมาจนเกิดเสียงดังปึงปัง  และแล้ว 'ดวงอาทิตย์' ทั้งเก้าดวงก็ดับสูญไปในความว่างเปล่า  เมื่อเจียงเหอจัดเรียงหน้าคัมภีร์ทั้งเก้าหน้า  หน้าต่างข้อมูลก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา

[คัมภีร์เก้าเอี้ยง (เวอร์ชันปรับปรุง)]

[วิชาฝึกฝนชั้นยอด  หากฝึกฝนจนสำเร็จจะสามารถเรียกดวงตะวัน 9 ดวงออกมาเผาผลาญ  ภูเขาทั้งหลายต้องลุกเป็นไฟและทะเลทั้งหลายเป็นต้องเดือดพล่าน  พิษนับร้อยไม่รุกราน  เชี่ยวชาญในการทำลายพลังหยิน  กัดกินพลังความเย็น  ไม่ละเว้นพลังชั่วร้ายทั้งหมดในโลกนี้]

จบบทที่ บทที่ 21: คัมภีร์เก้าเอี้ยงเวอร์ชันปรับปรุง

คัดลอกลิงก์แล้ว