เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 172 - รสชาติความสุขของท่านบรรพชน

บทที่ 172 - รสชาติความสุขของท่านบรรพชน

บทที่ 172 - รสชาติความสุขของท่านบรรพชน


บทที่ 172 - รสชาติความสุขของท่านบรรพชน

คนของสำนักฉวนเจินและเหมาซานต่างกำลังเร่งเดินทางมายังเขาหลงหู่

เพราะระยะทางระหว่างสามสำนักนี้ค่อนข้างไกล

ต่อให้เป็นเจ้าสำนักทั้งสอง จะมาให้เร็วที่สุดก็ต้องนั่งเครื่องบินมา

ระหว่างที่รอพวกเขาเดินทางมา เสวียนเจินเทียนซือก็เอ่ยถามจางเทียนลู่

ว่าจะจัดการกับพวกสือเจียนยังไงดี

จางเทียนลู่ตอบสวนทันควัน "จับพวกมันโยนเข้าไปในตำหนักสยบมารให้หมด คนทรยศแบบนี้ยังมีอะไรต้องคุยอีก? หรือจะให้เลี้ยงดูปูเสื่อด้วยเหล้ายาปลาปิ้งรึไง?"

ได้ยินคำสั่งท่านบรรพชน

เสวียนเจินเทียนซือถึงกับสะดุ้งโหยง

โยนเข้าตำหนักสยบมารเลยเหรอ จะโหดร้ายไปหน่อยไหมเนี่ย?

ตำหนักสยบมารไม่ใช่สถานที่น่าอภิรมย์เลยนะ

แต่พอนึกถึงสิ่งที่คนพวกนี้ทำ มันก็น่ารังเกียจจริงๆ โยนเข้าไปก็สาสมแล้ว

ที่ไม่ฆ่าทิ้งให้วิญญาณแตกซ่าน ก็ถือว่าเมตตามหาศาลแล้วล่ะ

พอสือเจียนกับพรรคพวกได้ยินว่าจางเทียนลู่จะโยนพวกเขาเข้าตำหนักสยบมาร

พวกเขาก็ดีดดิ้นขัดขืนสุดชีวิต

เพราะความกลัว

ตำหนักสยบมารก็เหมือนที่เสวียนเจินเทียนซือคิด มันไม่ใช่รีสอร์ทพักตากอากาศ ข้างในขังปีศาจร้ายไว้เพียบ แถมไออาฆาตยังรุนแรงสุดๆ

ปีศาจที่ถูกขังอยู่ในนั้นเกลียดชังพวกนักพรตเข้ากระดูกดำ

ขืนพวกเขาสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป ก็เหมือนส่งลูกแกะเข้าปากเสือ

มีหวังโดนภูตผีปีศาจในนั้นรุมทึ้งจนไม่เหลือซาก

ถ้าโดนขังจริง จะมีชีวิตรอดจนเจ้าสำนักมาถึงหรือเปล่ายังไม่รู้เลย

พวกนั้นเลยเข่าอ่อนยวบ รีบโขกหัวขอชีวิตกันจ้าละหวั่น

แต่จางเทียนลู่ร้านจะสนใจ

พวกเขาเลยหันไปขอร้องเสวียนเจินเทียนซือแทน แต่ตอนนี้เสวียนเจินเองก็ไม่มีปากมีเสียงอะไรแล้ว เพราะตัวเขาเองก็มีความผิดติดตัวอยู่

ท่านบรรพชนอุตส่าห์ละเว้นโทษให้ครั้งหนึ่ง ถ้าขืนยังทำตัวเลอะเลือนอีก

กลัวว่าท่านบรรพชนจะจับเขายัดเข้าตำหนักสยบมารไปด้วยอีกคน

เสวียนเจินเทียนซือกล่าวเสียงเรียบ "เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเจ้าควรจะรู้อยู่แก่ใจ ตั้งแต่วินาทีที่พวกเจ้ารับงานจากพวกพระ ก็ควรจะนึกถึงจุดจบในวันนี้ไว้แล้ว

ลากตัวลงไป!"

เสวียนเจินเทียนซือสั่งให้นักพรตเขาหลงหู่คุมตัวคนพวกนี้ไปขังไว้ในตำหนักสยบมาร

ส่วนพวกมันจะมีชีวิตรอดจนเจ้าสำนักตัวเองมาถึงหรือไม่ ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของใครของมัน แต่ถ้าให้พูดตามตรง ต่อให้รอดถึงตอนนั้น ก็คงสภาพดูไม่จืด

ท่านบรรพชนไม่เคยคิดจะปล่อยพวกมันไปแต่แรกแล้ว

เรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้ คนพวกนี้มีแต่ตายกับตายเท่านั้น

หลังจากจับพวกสือเจียนโยนเข้าตำหนักสยบมารเรียบร้อย เสวียนเจินก็กลับมารายงานจางเทียนลู่

ตอนนี้ในมือของจางเทียนลู่ถือโทรศัพท์มือถือและสมุดบัญชีธนาคารของสือเจียนอยู่

เมื่อกี้ตามคำสารภาพของสือเจียน ทางวัดจ่ายมัดจำมาให้คนละห้าสิบล้านก่อนเริ่มงาน

ตกลงราคากันไว้ที่คนละหนึ่งร้อยล้าน เมื่องานสำเร็จจะโอนส่วนที่เหลืออีกห้าสิบล้านให้

เสวียนเจินเห็นท่านบรรพชนง่วนอยู่กับมือถือของสือเจียนและศิษย์พี่ใหญ่ฉวนเจิน ก็อดสงสัยไม่ได้

"ท่านเทียนซือ ท่านกำลังทำอะไรหรือครับ?"

จางเทียนลู่ตอบหน้าตาเฉย "เงินพวกหัวโล้น หาได้ก็ต้องรีบกอบโกย ไม่เอาสิโง่ เมื่อกี้ข้าใช้มือถือไอ้สือเจียนส่งข้อความไปบอกทางนั้นแล้วว่างานสำเร็จ ให้รีบโอนส่วนที่เหลือมา

คาดว่าอีกไม่นานเงินคงเข้าบัญชี"

ได้ยินคำตอบท่านบรรพชน เสวียนเจินเทียนซือถึงกับอ้าปากค้าง

ห๊ะ?

นี่มัน...

เจ๋งเป้ง!

เล่นกันแบบนี้เลยเหรอ?

นี่มันเข้าข่ายต้มตุ๋นชัดๆ เลยไม่ใช่รึไง?

จางเทียนลู่สวนกลับ "การศึกไม่หน่ายกลอุบาย พวกมันเต็มใจโอนเงินมาเอง ข้าไม่ได้บังคับสักหน่อย อีกอย่าง เงินฟรีใครจะไม่เอา?"

ในเมื่อคนของพุทธศาสนาอยากให้เขาถูกขังอยู่ในตำหนักสยบมารนัก ก็ช่วยสงเคราะห์ให้พวกมันดีใจเล่นหน่อย ให้พวกมันได้สัมผัสความฟิน แล้วก็โอนเงินเข้าบัญชีเขาอย่างมีความสุข

เขาแฮปปี้ พวกพระก็แฮปปี้

วิน-วิน ทั้งสองฝ่าย ไม่ดีตรงไหน?

จางเทียนลู่ยื่นบัตรธนาคารให้เสวียนเจิน

คาดว่าอีกเดี๋ยวพวกพระคงโอนเงินอีกร้อยล้านเข้าบัตร

แต่เขาเอาเงินไปก็ไม่ได้ใช้ ยกให้เขาหลงหู่ไปเลยแล้วกัน

เสวียนเจินมองบัตรในมือท่านบรรพชน แล้วก็ลังเล

เงินก้อนนี้ไม่รู้จะกล้ารับไว้ดีไหม

ใจหนึ่งก็กล้าๆ กลัวๆ

เพราะเรื่องนี้มันกึ่งๆ มิจฉาชีพ ถ้าวันหลังพวกพระรู้ความจริงแล้วมาเอาเรื่อง จะยุ่งเอา

ท่านบรรพชนกล่าวว่า "วางใจเถอะ ข้าบอกพวกมันไปแล้ว ตอนโอนเงินให้ระบุในบันทึกช่วยจำว่า 'ให้โดยเสน่หา'

แค่นี้ก็จบปัญหา"

จางเทียนลู่ประกาศก้อง: ไม่มีใครรู้กฎหมายดีไปกว่าข้าอีกแล้ว

เสวียนเจินเทียนซือเห็นลีลาของท่านบรรพชนแล้วถึงกับตะลึง

เยี่ยม! ท่านแม่นกฎหมายกว่าผมอีกนะเนี่ย?

ช็อตนี้บอกเลยว่า... สุดจัด!

ทางด้านวัดเล่ยอิน

พระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปเพิ่งได้รับข้อความจากสือเจียนแห่งเหมาซานและศิษย์พี่ใหญ่ฉวนเจิน

"ภารกิจลุล่วง จางเทียนลู่ถูกสะกดไว้ในตำหนักสยบมารเขาหลงหู่แล้ว รีบโอนส่วนที่เหลือด่วน"

พระผู้ใหญ่กลุ่มนี้แหละที่เป็นคนบงการสือเจียนอยู่เบื้องหลัง

พอเห็นข้อความนี้ พวกหัวโล้นที่วัดเล่ยอินก็ดีใจจนเนื้อเต้น

ไม่นึกเลยว่าจะจัดการจางเทียนลู่ได้ง่ายดายขนาดนี้

ตอนแรกนึกว่าจะต้องเปลืองแรงมากกว่านี้ซะอีก

ที่แท้จางเทียนลู่ก็มีดีแค่นี้เองสินะ

พระผู้ใหญ่รูปหนึ่งเอ่ยขึ้น "ไม่นึกเลยว่าเงินแค่สองร้อยล้านจะจัดการจางเทียนลู่ได้ คุ้มแสนคุ้มจริงๆ"

"ถ้ารู้ว่าจัดการมันง่ายขนาดนี้ ท่านเจ้าอาวาสทั้งสามคงไม่ต้องลำบากไปเอง จนโดนจางเทียนลู่จับตัวไปหรอก"

"แต่ในเมื่อปัญหาจบแล้ว จางเทียนลู่ถูกปิดผนึกตลอดกาลในตำหนักสยบมาร ท่านเจ้าอาวาสทั้งสามคงได้กลับมาเร็วๆ นี้แหละ"

"พูดไปก็น่าขัน ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาหลงหู่ ดันมาโดนคนกันเองจับขังลืมในตำหนักสยบมารของตัวเอง ตลกชะมัด"

"งานนี้เจ้าคนจากเหมาซานกับฉวนเจินทำได้เยี่ยมมาก เพิ่มเงินรางวัลให้พวกมันอีกคนละร้อยล้าน ถือเป็นโบนัสไปเลย"

พวกพระผู้ใหญ่ตื่นเต้นยกใหญ่ กำจัดหนามยอกอกไปได้เสียที

ศิษย์พี่ใหญ่เหมาซานกับฉวนเจินรับโบนัสเพิ่มคนละร้อยล้าน

ประสิทธิภาพการทำงานของพวกพระนี่รวดเร็วทันใจจริงๆ

แค่ไม่กี่นาที เงินก้อนโตก็ถูกโอนเข้าบัญชีเรียบร้อย

ทางด้านเสวียนเจินก็ได้รับแจ้งเตือน

ยอดเงินโอนเข้ามารวมสามร้อยล้าน

เสวียนเจินถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก

ไหนบอกว่าส่วนที่เหลือแค่ร้อยล้านไง?

ทำไมอยู่ๆ ถึงงอกออกมาอีกตั้งสองร้อยล้าน?

สักพัก ทางฝั่งพระผู้ใหญ่ก็ตอบกลับมา

"ครั้งนี้ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม สองร้อยล้านนี่ถือเป็นโบนัสให้พวกท่าน"

เสวียนเจินเทียนซืออึ้งกิมกี่

เกือบจะหลุดขำก๊ากออกมา

โดนหลอกจนหมดตัวแล้วยังจะมาแจกโบนัสให้อีก คนโง่ดักดานแบบนี้หาได้ยากจริงๆ ในรอบพันปี

แต่พวกพระนี่รวยจริงอะไรจริงแฮะ

เสวียนเจินมองตัวเลขสามร้อยล้านที่เพิ่มเข้ามาในบัญชีแบบงงๆ

ตอนแรกเขากังวลเรื่องฉ้อโกง

แต่พอเห็นเงินสามร้อยล้านโอนเข้ามาตูมเดียว

รสชาติความสุขของท่านบรรพชน... เขาก็เริ่มจะสัมผัสได้บ้างแล้ว

ถึงจะหลอกลวงก็เถอะ แต่ความรู้สึกตอนรับเงินนี่มันฟินจริงๆ

ยิ่งเป็นเงินที่หลอกมาจากพวกพระด้วยแล้ว... ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 172 - รสชาติความสุขของท่านบรรพชน

คัดลอกลิงก์แล้ว