เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 170 - จางเทียนลู่พังผนึก

บทที่ 170 - จางเทียนลู่พังผนึก

บทที่ 170 - จางเทียนลู่พังผนึก


บทที่ 170 - จางเทียนลู่พังผนึก

เมื่อเห็นพลังกดดันจากเทวรูปจางหายไปกะทันหัน

คนของเหมาซานและช้วนจินต่างก็เกาหัวแกรกๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ฝั่งเหมาซานยังพอทำเนา เพราะพลังที่พวกเขายืมมาคือพลังของท่านเหลยจู่ ซึ่งพูดให้ถูกก็ไม่ใช่บรรพชนสายตรงของพวกเขา

ท่านเหลยจู่จะถอนพลังกลับ พวกเขาไม่รู้สาเหตุก็ถือเป็นเรื่องปกติ

แต่ฝั่งช้วนจินนี่สิอึดอัดใจสุดๆ

เพราะครั้งนี้พวกเขาอัญเชิญบรรพชนของตัวเองมาเลยนะ

ตงฮวาตี้จวินเป็นหนึ่งในห้าบรรพชนแห่งช้วนจิน

เท่ากับว่ายืมพลังบรรพชนตัวเองมาใช้ ใช้ไปได้ครึ่งทาง บรรพชนเลิกให้ยืมซะงั้น

งานนี้ทำเอาศิษย์พี่ใหญ่ช้วนจินถึงกับไปไม่เป็น

บรรพชนไม่คุ้มครองแล้ว?

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งสงสัยว่าทำไมบรรพชนถึงไม่ช่วย

เพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่า ภายในตำหนักสยบมารตรงหน้า มีพลังปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งกำลังพังผนึกออกมา

พลังปีศาจและไอศพที่น่ากลัวขนาดนี้

นอกจากจางเทียนลู่แล้ว ไม่มีคนที่สองที่จะมีได้

สือเจียนหน้าเขียวคล้ำ มองไปทางตำหนักสยบมาร

"ระวัง จางเทียนลู่จะออกมาแล้ว"

พวกเขาพยายามกันมาครึ่งค่อนวัน สุดท้ายก็ขวางการออกจากด่านของจางเทียนลู่ไม่อยู่

สือเจียนหน้าถอดสี เห็นได้ชัดว่าเขาก็รู้ว่าขวางจางเทียนลู่ไม่สำเร็จ สิ่งที่รอเขาอยู่คือการแก้แค้นของจางเทียนลู่

พวกเขาเตรียมตัวรับพายุแห่งการเช็คบิลได้เลย

ครั้งนี้ จะรักษาชีวิตรอดได้ไหมยังยากจะบอก

ภายในตำหนักสยบมาร ประตูใหญ่ถูกกระแทกเปิดออกโดยตรง

สายฟ้าฟาดเปรี้ยงพังประตูตำหนักสยบมาร

วินาทีถัดมาก็มีเสียงนกอินทรีร้องแหลมเสียดแทงทะลุฟ้าดังออกมา

จากนั้นพวกสือเจียนก็เห็นพญาอินทรีดำยักษ์ตัวมหึมาที่บดบังแสงตะวันบินพุ่งออกมาจากตำหนักสยบมาร

แวบแรกที่เห็นพญาอินทรีตัวนี้ พวกสือเจียนในใจตื่นตระหนกสุดขีด

กลิ่นอายนี้ ปีศาจหมื่นปี?

ในตำหนักสยบมารเขาหลงหู่ มีตัวตนระดับนี้พุ่งออกมาด้วยเหรอ?

ปีศาจหมื่นปีเชียวนะ

แม้แต่ในตำหนักสยบมารของเหมาซานและช้วนจิน ก็ไม่เคยมีประวัติการผนึกระดับนี้มาก่อน

กระทั่งพันกว่าปีมานี้พวกเขายังไม่เคยเจอระดับนี้สักตัว

แต่ตอนนี้กลับพุ่งออกมาจากตำหนักสยบมารเขาหลงหู่ดื้อๆ

ปีศาจหมื่นปีถูกปล่อยออกมา

นี่มันเรื่องสยองขวัญชัดๆ

สือเจียนกล่าวว่า "เจ้านี่น่าจะเป็นหนึ่งในหกจอมมารที่ถูกปฐมเทียนซือแห่งมังกรพยัคฆ์ จางเต้าหลิง ผนึกไว้ตามบันทึกของเขาหลงหู่แน่ๆ"

ในบันทึกของสำนักเต๋าใหญ่ๆ ล้วนมีบันทึกไว้

บรรพชนจางเต้าหลิงแห่งเขาหลงหู่ก่อนจะบรรลุเป็นเซียน เคยทำศึกกับหกจอมมารและแปดขุนพลผี

ล้วนเป็นปีศาจที่ก่อกรรมทำเข็ญในโลกมนุษย์เมื่อครั้งอดีต น่ากลัวอย่างยิ่ง

แต่ละตัวตบะสูงส่ง ต่อมาหลังจากถูกปฐมเทียนซือปราบได้ ก็แยกย้ายกันนำไปผนึกไว้ตามที่ต่างๆ หนึ่งในนั้นคือราชันมารเผิงที่ถูกกดไว้ในบ่อล็อคอสูรของเขาหลงหู่

ต่อมาบ่อล็อคอสูรนี้ถูกคนของเขาหลงหู่ปรับปรุงเป็นตำหนักสยบมาร หรือก็คือตำหนักสยบมารในปัจจุบัน

เจ้าอินทรีดำตัวนี้ ตบะระดับหมื่นปี

น่าจะเป็นหนึ่งในจอมมารที่ถูกปฐมเทียนซือผนึกไว้ในปีนั้น

นึกไม่ถึงว่าวันนี้มันจะพังผนึกออกมาได้

งานเข้าแล้ว

บนท้องฟ้า หลังจากอินทรีดำบินออกจากตำหนักสยบมาร

เจ้าราชันมารเผิงตัวนี้ก็ได้เห็นท้องฟ้าที่ห่างหายไปนานกว่าสองพันปี

แม้จะเป็นถึงหนึ่งในหกจอมมารในอดีต

สองพันกว่าปีไม่ได้เห็นท้องฟ้าที่แท้จริง ตอนนี้ได้เห็นอีกครั้งก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นดีใจ

บินวนบนท้องฟ้ารอบใหญ่

พลังปีศาจอันน่าสะพรึงกลัวกดทับเขาหลงหู่ในทันที

แม้แต่เทียนซือก็ยังตื่น

เสวียนเจินเทียนซือลืมตาขึ้น สัมผัสถึงไอปีศาจที่น่ากลัวที่ส่งมาจากทิศทางของตำหนักสยบมาร

เสวียนเจินเทียนซือรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ตั้งแต่พวกสือเจียนมุ่งหน้าไปตำหนักสยบมาร ความจริงเขาก็เฝ้าดูอยู่ตลอด

เพียงแต่ไม่ได้ลงมือเท่านั้น

เรื่องนี้เขาลงมือไม่ได้จริงๆ ปล่อยให้เป็นไปตามลิขิตฟ้าเถิด

แต่ดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน ท่านปฐมปรมาจารย์พังผนึกออกมา ดูเหมือนนี่จะเป็นลิขิตฟ้า

ส่วนเจ้าราชันมารเผิงตัวนั้น

เสวียนเจินเทียนซือกลับไม่กังวล

เจ้าราชันมารเผิงนั่นเห็นได้ชัดว่าไม่ได้พุ่งออกมาด้วยตัวเอง

ไม่อย่างนั้นด้วยตบะของมัน ถ้าออกมาเองได้ มันคงออกมาตั้งแต่สองพันปีก่อนแล้ว

เห็นได้ชัดว่าท่านปฐมปรมาจารย์พาออกมาด้วย

มีท่านปฐมปรมาจารย์อยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจอมมารตัวนี้จะก่อเรื่องวุ่นวาย

...

และในขณะนี้ บนหลังของราชันมารเผิงตัวนี้

จางเทียนลู่ยืนตระหง่านอยู่

หลังจากราชันมารเผิงตัวนี้บินวนไปหนึ่งรอบ

จางเทียนลู่ก็เอ่ยขึ้น "พอได้แล้ว วันหลังยังมีโอกาสให้บินอีกเยอะ ตอนนี้ลงไปทักทายเพื่อนฝูงที่เพิ่งจะพยายามผนึกเราเมื่อกี้หน่อย"

สิ้นเสียงจางเทียนลู่ ราชันมารเผิงไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย รีบร่อนลงไปทันที

เขารู้ดีว่าครั้งนี้ที่เขาพังผนึกออกมาได้เป็นเพราะใคร

และครั้งนี้ที่ออกมาก็เพื่อทำงานให้จางเทียนลู่ ย่อมไม่กล้าเกียจคร้าน

ราชันมารเผิงรีบร่อนลงสู่พื้น

เห็นอินทรีดำตัวนี้ร่อนลงมา

ศิษย์เหมาซานและช้วนจินบนพื้นต่างก็ใจหายวาบ

เห็นได้ชัดว่าบนใบหน้ามีแววหวาดกลัว

สือเจียนและศิษย์พี่ใหญ่ช้วนจินที่เป็นแกนนำทั้งสองคน หน้าถอดสีจนซีดเผือด

ถอยหลังไปหลายก้าว

ก็พวกเขาเป็นคนนำทีมผนึกจางเทียนลู่ ตอนนี้จางเทียนลู่ออกมาแล้ว พวกเขาจะไม่กลัวได้ยังไง?

เมื่อกี้ก็ได้เห็นพลังของจางเทียนลู่ไปแล้ว

อยู่ในตำหนักสยบมาร แถมยังอาศัยพลังกดดันของตำหนักสยบมารและพลังกดดันจากเทวรูปบรรพชนช่วยกันกด ก็ยังเอาชนะจางเทียนลู่ไม่ได้

ตอนนี้มายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา

แค่แรงกดดันจากรัศมีก็กดจนพวกเขาเงยหน้าไม่ขึ้นแล้ว

ตอนนี้พวกเขามีความรู้สึกว่า จางเทียนลู่ถ้าอยากจะบี้พวกเขาให้ตาย ก็ง่ายเหมือนบี้มดปลวกตัวหนึ่ง

ขณะนี้จางเทียนลู่ก้าวลงมาจากหลังของราชันมารเผิง

เขาเหยียบย่างบนความว่างเปล่า มาปรากฏตัวต่อหน้าสือเจียนและศิษย์พี่ใหญ่ช้วนจิน

หลังจากความเงียบงันชั่วอึดใจ

จางเทียนลู่ก็เอ่ยปาก

ปากศพของเขาพอขยับ ทันใดนั้นไอศพสีดำที่น่าสะพรึงกลัวก็พ่นออกมา

เขาถามว่า "เป็นพวกเจ้าสองคนสินะ ที่เมื่อกี้จะผนึกข้า?"

คำพูดนี้พอหลุดออกมา แรงกดดันมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่หน้า

สือเจียนและศิษย์พี่ใหญ่ช้วนจินทั้งสองคนถูกแรงกดดันที่ถาโถมดั่งคลื่นยักษ์นี้กดทับ จนยืนไม่อยู่ เข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งคุกเข่าทันที

สือเจียนรับมือกับพลังที่น่ากลัวนี้ไม่ไหว

ในใจเขารู้สึกเพียงความสิ้นหวังและความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

ก่อนมายังคิดว่าความแข็งแกร่งของจางเทียนลู่ผู้นี้แม้จะมาก แต่ก็คงไม่ถึงขั้นทำให้เขาสิ้นหวัง แต่ตอนนี้พอได้เห็นกับตา เขาถึงได้รู้ว่าความสิ้นหวังมันรู้สึกยังไง

นี่คือพลังที่เขาไม่มีทางตอบโต้ได้เลยโดยสิ้นเชิง

สือเจียนตกใจจนไม่กล้าพูด

ศิษย์พี่ใหญ่ช้วนจินที่อยู่ข้างๆ ก็สภาพดูไม่ได้ เหงื่อไหลหยดลงมาจากหน้าผากดั่งสายฝน

จางเทียนลู่ถาม "เมื่อกี้ตอนจะผนึกข้า ไม่ใช่ว่ากล้าหาญมากหรอกรึ? ตอนนี้แม้แต่ความกล้าที่จะพูดก็ไม่มีแล้ว?

วงการเต๋าของข้ามีพวกสวะอย่างพวกเจ้าโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่? กล้าทำไม่กล้ารับ งั้นรึ?"

"จะผนึกข้า มันก็ต้องมีเหตุผล ดังนั้นเหตุผลของพวกเจ้าคืออะไร?"

จางเทียนลู่จ้องมองศิษย์เหมาซานและช้วนจินกลุ่มนี้

ถ้าบอกเหตุผลไม่ได้ เขาไม่รังเกียจที่จะกวาดล้างพวกมันทิ้งที่นี่

ยังไงซะการลงมือกับบรรพชนสำนักอื่น

ต่อให้จางเทียนลู่ฆ่าล้างบางพวกมัน เหมาซานและช้วนจินก็ไม่กล้าพูดอะไร

แน่นอน ต่อให้กล้าพูด จางเทียนลู่ก็ไปหาถึงหน้าบ้านได้

ผ่านไปครู่หนึ่ง สือเจียนก็เอ่ยปาก

"เป็นเพราะพลังของท่านอันตรายเกินไป เกินการควบคุมของทุกคนไปแล้ว ตอนนี้มีคนมากมายหวาดกลัวท่าน ท่านเข้าไปในตำหนักสยบมารเอง นี่เป็นโอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับพวกเรา นี่แหละคือเหตุผล"

ฟังเหตุผลของสือเจียน

สีหน้าของจางเทียนลู่ก็ดูซับซ้อนขึ้นมา

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 170 - จางเทียนลู่พังผนึก

คัดลอกลิงก์แล้ว