เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7: นายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูร!

บทที่ 7: นายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูร!

บทที่ 7: นายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูร!


วันที่ 24 สิงหาคม 2020 เวลา 09.00 น.

สิ่งแรกที่เจียงเหอทำเมื่อเขาตื่นขึ้นคือวิ่งไปที่ลานเพื่อดูข้าวโพด

ต้นข้าวโพด 28 ต้น  เรียงแถวกันเป็นระเบียบเรียบร้อยซึ่งสูงกว่าสองเมตร  มีฝักข้าวโพดขนาดใหญ่หนาสามฝักห้อยอยู่บนแต่ละต้น

[ติ๊ง!]

[ฟาร์มพอยท์ +1]

เจียงเหอเด็ดฝักข้าวโพดและลอกเปลือกออกก็พบว่าเมล็ดข้าวโพดข้างในใสเป็นผลึก  เขาลองบีบมันดูก็ได้มีของเหลวอันมีกลิ่นหอมหวานเตะจมูกแตกกระจายออกมาราดเต็มใบหน้า

"สุดยอด!"

“ข้าวโพดฝักนี้ใหญ่เป็นสองเท่าของข้าวโพดปกติไม่พอ  แต่ละต้นยังมีต้นละสามฝัก  ผลผลิตเพียงอย่างเดียวนั้นสูงกว่ามาก”

โดยปกติแล้วต้นข้าวโพดจะให้ผลผลิตต้นละไม่เกิน 2 ฝัก

และในสองฝักนั้น  ฝักหนึ่งจะสมบูรณ์  แต่อีกฝันจะแคระแกร็นเพราะขาดสารอาหาร  และอาจถึงกับไม่มีเมล็ดข้าวโพดในฝักเลย

นอกจากนี้  ข้าวโพดมักจะไม่มีกลิ่นหวานถ้าไม่ปรุงให้สุกเสียก่อน  ในทางกลับกัน  ข้าวโพดที่เจียงเหอปลูกไว้นั้นมีกลิ่นหอมหวานก่อนที่มันจะถูกปรุงให้สุก—แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเอามันไปปรุงสุกแล้ว?

เจียงเหอจ้องไปที่ข้าวโพดประมาณวิหนึ่ง

[ข้าวโพด]

[คุณสมบัติ: ข้าวโพดแท่งยาวและใหญ่มาก]

เจียงเหอ: “???”

'ไอ้ระบบลามก!'

“อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าข้าวโพดที่ปลูกจากเมล็ดปกติจะไม่มีเอฟเฟกต์พิเศษ… ถึงกระนั้นข้าวโพดยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญสารอาหาร  ลดคอเลสเตอรอลและลดระดับน้ำตาลในเลือด  บางทีข้าวโพดที่ปลูกที่นี่อาจจะได้ผลเช่นกันแต่ดีกว่า”

เจียงเหอจึงเด็ดฝักข้าวโพดออกทีละอัน

“เก็บไว้เองสักสองอัน”

“เอ๊ะ?  ทำไมต้นข้าวโพดถึงไม่เป็นเถ้าถ่าน?”

“เป็นเพราะพวกมันเกิดจากเมล็ดธรรมดาหรือ?”

ต่อมาเจียงเหอตัดสินใจว่าจะหั่นข้าวโพดสองฝักของตัวเองออกเป็นสี่ส่วน

เขาไม่มีทางเลือกเพราะมันยาวและใหญ่เกินไป  และถ้าไม่หั่นให้เล็กลงมันจะใส่ลงหม้อไม่ได้

หลังจากที่เขาต้มข้าวโพดเสร็จแล้ว  เขาจึงมองหาเคียวและตัดต้นข้าวโพด  รวบและมัดรวมกันก่อนที่จะวางกองลงบนพื้นที่สีเขียวนอกสวน

เนื่องจากมีชาวบ้านที่เลี้ยงแกะอยู่  ผู้คนจึงมักจะนำอาหารส่วนเกินออกไปนอกบ้านเพื่อให้เจ้าของแกะสามารถรวบรวมและใช้เป็นอาหารสัตว์ได้

ทว่า  ขณะที่เขาวางกองข้าวโพดลงร่างที่งดงามก็เข้ามาใกล้แถมตะโกนเรียกเขามาจากระยะไกล “เจียงเหอ…”

เจียงเหอทำหน้าบึ้งทันทีปล่อยให้ความคิดของเขาพรั่งพรูบ้าคลั่ง  โดยจินตนาการถึงฉากที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก  ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ควรควบคุมดูแลและให้คำแนะนำ

“…”

หวางซืออวี่หน้าแดงทันที  เธอรีบถอนตัวจากความคิดของเขาและถ่มน้ำลาย “ถุ้ย! ไอ้คนไร้ยางอาย!”

“ฉันไร้ยางอายสินะ”

เจียงเหอพูดสวนอย่างจริงจังว่า “หวางซืออวี่เธอมาที่นี่เพื่อจะมาด่าฉันต่อเพราะเมื่อวานเธอด่าฉันอย่างไร้เหตุผลแล้วยังไม่หนำใจงั้นเหรอ?  ที่ฉันปฏิเสธเธอไปเมื่อหลายปีก่อนเพราะเธอกำลังจะสอบเข้าม.ปลาย  ฉันไม่ต้องการให้มันไปกระทบต่อการเรียนของเธอ  เพราะงั้นเธอไม่จำเป็นต้องเอามาเป็นเดือดเป็นแค้นยาวนานขนาดนี้ก็ได้  โอเค้?”

"นาย!"

หวางซืออวี่กัดฟันกรอด

แต่ทันใดนั้นเอง  หัวใจสาวน้อยของเธอก็แต้นแรง

เจียงเหอน่ะรูปหล่อมาก

ผิวของเขาค่อนข้างดำคล้ำเพราะเขาทำงานที่ฟาร์มตั้งแต่ยังเด็ก  แต่มันก็ทำให้ดูดีและมีบรรยากาศของผู้ชายที่เป็นโล้เป็นพายพึ่งพาได้—ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้หวางซืออวี่คงจะไม่สารภาพความรู้สึกของเธอกับเขาเป็นแน่

เมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เขาพูดแล้ว  จิตใจของเธอก็เกิดอาการหวั่นไหวในทันที

“นี่...  เขาพึ่งอธิบายว่าทำไมเขาถึงทิ้งฉันงั้นเหรอ?”

“ที่เขาทำไปก็เพื่อตัวฉันเอง… ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่ชอบฉัน!”

“ละ... แล้วถ้าฉันสารภาพอีกครั้งล่ะ… ถุย  ถุย  ถุย!  กับไอ้คนจิตใจสกปรกแบบนี้เนี่ยนะ!”

“ตะ… แต่บางทีเขาอาจมีความรู้สึกแบบนั้นกับฉัน… นี่อาจเป็นสาเหตุที่เขาจินตนาการถึงแต่เรื่องแบบนั้นกับฉันก็ได้”

เมื่อหวางซืออวี่เงยหน้าขึ้นมอง  เจียงเหอก็ได้กลับเข้าบ้านไปแล้ว

เธอเดินตามเขาเข้าไปข้างใน  และพบเอ้อเหลิงจื่อที่นอนอยู่กลางสนามในทันที  แถมแลดูจะกำลังหลับสบายเลยเชียว

“เอ้อเหลิงจื่อ!”

ใบหน้าของหวางซืออวี่เปลี่ยนเป็นเข้มงวดขณะที่เธอตะโกนว่า “ไอ้หมาป่าตาขาว!  เอ็งมาทำอะไรที่นี่ทำไมไม่อยู่บ้าน!”

'ใครคือเอ้อเหลิงจื่อ'

เจียงเหอหันกลับมาโดยไม่พูดอะไรนอกจากคิด 'มันเป็นหมาของฉัน  เราดูแลซึ่งกันและกันหลังจากคุณปู่เสียชีวิต  แต่มันก็คล้ายกับเอ้อเหลิงจื่อของเธอนิดหน่อยจริง ๆ นั้นแหล่ะ'

"จริงเหรอ?"

คราวนี้ถึงตาหวางซืออวี่ต้องตกตะลึงบ้างแล้ว—เธอกำลังอ่านใจของเจียงเหออีกครั้ง  และเธอก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้โกหก

"ไม่สิ!"

“จิตใต้สำนึกของเขาเปิดเผยออกมาเมื่อวานนี้ว่าเอ้อเหลิงจื่ออยู่ที่บ้านของเขา!”

อย่างไรก็แล้วแต่  เธอเดินไปหาเจ้าหมาและพิจารณาเจ้าตัวที่กำลังหลับสนิทนี้อย่างถี่ถ้วน

‘ขนสีดำของเจ้าหมาตัวนี้เรียบและเป็นมันเงา  ในทางกลับกันเอ้อเหลิงจื่อของเธอมีอายุมากกว่าแปดปีแล้ว  ขนของมันก็แห้ง  และตัวมันเองก็มีสัญญาณของแก่ความชรา  ยิ่งกว่านั้นหมาล่าเนื้อที่อยู่ตรงหน้านี้ตัวใหญ่กว่าเอ้อเหลิงจื่อเล็กน้อย’

“ไม่ใช่เอ้อเหลิงจื่อจริงๆเหรอ?”

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

หวางซืออวี่ใช้การอ่านใจกับเอ้อเหลิงจื่อโดยไม่รู้ตัว

“ตูไม่ใช่เอ้อเหลิงจื่อ  ตูไม่ใช่เอ้อเหลิงจื่อนาเว้ย  ตูไม่ใช่เอ้อเหลิงจื่อจริง ๆ นา… ตูตายไปแล้ว  ตูตายไปแล้วเด้อ  หล่อนจงจำตูม่ายด้าย…”

หวางซืออวี่เหมือนถูกฟ้าผ่าเมื่อคลื่นความคิดของมันเข้ามาให้เธอรับรู้  เธอผงะถอยหลังไปสามก้าว  แล้วกางแขนขึ้นมาบังเจียงเหอไว้ข้างหลังขณะที่เธอพึมพำอย่างเงียบ ๆ “แย่แล้ว  เจียงเหอ… เราต้องรีบหนี  หมาตัวนี้กำลังวิวัฒนาการ!”

เจียงเหอตกตะลึง

ปฏิกิริยาของหวางซืออวี่กระตุ้นให้เขาเกิดความประทับใจอยู่เล็กน้อย  และหัวใจเจ้ากรรมของเขาก็ดันเต้นแรงเสียอย่างนั้น

“จริง ๆ ด้วย!  ผู้หญิงคนนี้รู้อะไรบางอย่าง!”

“หล่อนสามารถอ่านใจได้และรู้เรื่องวิวัฒนาการ… เดี๋ยวก่อน  แล้วหล่อนรู้ได้ไงว่าเอ้อเหลิงจื่อมีวิวัฒนาการ?”

เขาจ้องมองเอ้อเหลิงจื่อซึ่งยังคงแสร้งทำเป็นนอนหลับอยู่บนพื้นแล้วดุว่า “เอาล่ะ  เอ็งเลิกแล้งตายได้แล้ว  จะไปไหนก็ไปเลยไป๊!”

โฮ่ง!

เอ้อเหลิงจื่อกระโดดขึ้นยืน  ทำหน้าเหยียดหยามเหมือนคนแล้วเหล่มองไปที่เจียงเหอ

'เห็นมะ? การแสดงของตูช่างยอดเยี่ยมเกินไป  หวางซืออวี่จำตูไม่ได้จริง ๆ ด้วยนาเว้ย’

มันเชิดหน้าหยิ่งผยองพองขนแล้วกระโจนเข้าไปเล่นในสวน

หวางซืออวี่ฟื้นตัวได้สติและเธอก็หันไปหาเจียงเหอด้วยใบหน้าที่ดูจริงจัง

“ลางสังหรณ์ของฉันถูกต้อง  เจียงเหอนายเป็นผู้ปลุกพลัง… ความสามารถของนายคือการฝึกสัตว์อสูรใช่ไหม? ไม่มีทางที่เอ้อเหลิงจื่อจะเชื่อฟังนายหลังจากมันวิวัฒนาการไปแล้ว”

“เพราะว่าเมื่อเอ้อเหลิงจื่อมีวิวัฒนาการมันจะต้องดุร้ายมาก ๆ  และไม่ควรได้รับอนุญาตให้อยู่ในหมู่บ้านอีกต่อไป”

“เหล่าสัตว์ที่วิวัฒนาการแล้วนั้นล้วนอันตราย  และความดุร้ายของพวกมันก็เพิ่มขึ้นตามการวิวัฒนาการ  ฉันต้องแจ้งทีมของฉันให้นำตัวมันไปเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อหมู่บ้าน  และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น”

เจียงเหอ: “…”

"อะไร?

"ความสามารถ?”

“ฝึกสัตว์อสูร?”

เจียงเหอหันไปหาเอ้อเหลิงจื่อที่กำลังขุดหลุมอยู่ในสวนพลางครุ่นคิด

ไอ้หมาตัวนี่มันก็แค่ตะกละ  ก็เลยทิ้งนายเก่าแล้วมาเลือกนายใหม่แถมยังติดหนึบเป็นเจ้ากรรมนายเวรเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอ?

ส่วนเรื่องความสามารถพิเศษน่ะหรือ?

อีแบบนี้  ถ้าฉวยโอกาสนี้อุปโลกความสามารถพิเศษมาหลอกลวงหวางซืออวี่  ก็อาจจะสามารถหาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

ทันใดนั้นเจียงเหอก็ตระหนักได้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับหมารองหลี่

"ไม่ใช่สิหวางซืออวี่ต้องเป็นคนจากองค์กรลับของประเทศ  หล่อนจะลักพาตัวตูและใช้ตูเป็นหนูทดลองไหมวะ? หรือตูควรจะฆ่าปิดปากดี? ไม่เว้ยทำไม่ได้จริง ๆ หรือบางที...”

“ลองเกลี้ยกล่อมดูหน่อยดีไหม”

จบบทที่ บทที่ 7: นายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูร!

คัดลอกลิงก์แล้ว