เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5: คุณคือเสี่ยวหวางใช่ไหมครับ?

บทที่ 5: คุณคือเสี่ยวหวางใช่ไหมครับ?

บทที่ 5: คุณคือเสี่ยวหวางใช่ไหมครับ?


ในเช้าวันรุ่งขึ้น  เจียงเหอตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงหมาเห่า

“ไอ้บ้านี่!  เห่าอะไรของเอ็งวะ?  เดี๋ยวปั๊ดจับหักขาซะหรอก!”

เมื่อลูกขึ้นเขาก็เห็นเจ้ามาหมามันมาร้องงี้ดงี้ดอยู่ข้างเตียง  แต่พอมันโดนดุมันก็ทำหน้าขุ่นเคืองออกมาอย่ากับเป็นคน

"มีอะไร?" เจียงเหอรู้สึกขบขัน

เอ้อเหลิงจื่อยังคงคร่ำครวญอะไรของมันต่อไป  แต่เมื่อรู้ว่าข้อความเสียงของมันสื่อไปไม่ถึง  มันก็ลุกขึ้นนั่งและชี้อุ้งเท้าออกไปนอกบ้าน

เจียงเหอหันมองตาม

เขาเห็นสวนผลไม้ของเขาผ่านทางหน้าต่าง  ซึ่งตอนนี้กลายเป็นทุ่งข้าวโพดสีเขียวหยก

“โอ้โฮ…”

เจียงเหออ้าปากค้าง  รีบกระโดดลงจากเตียงทันที  ใส่กางเกงและรองเท้าแตะก่อนจะออกไปข้างนอก

“ได้ผลจริง ๆ เว้ย!  ข้าวโพดที่พึ่งหว่านไปเมื่อคืนสูงขนาดนี้เลยเหรอ!”

เขาเดินไปที่ข้าวโพดและพบว่าต้นข้าวโพดแต่ละต้นสูงพอ ๆ กัน  ลำต้นแต่ละต้นมีความหนา  ใบของพวกมันมีสีเขียวสดและแสดงสัญญาณของการออกผล  เจียงเหอทำการนับและพบว่ามีต้นข้าวโพดอยู่เพียง 28 ต้น

“เดี๋ยวดิ  นี่ไม่ถูกต้อง!  เมื่อคืนตูหยิบข้าวโพดมาเป็นกำ  ก็ไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่หรอกแต่มากกว่า 28 เม็ดแน่นอน”

ทันใดนั้นเจียงเหอก็นึกอะไรขึ้นมาได้  เขาทรุดตัวลงนั่งยองและขุดลงไปในดิน

ในไม่ช้าเขาก็ขุดเมล็ดข้าวโพดขึ้นมาหนึ่งเมล็ดจากพื้นดิน

จากนั้นเจียงเหอจึงเดินไปรอบ ๆ ต้นข้าวโพด 28 ต้น  พึมพำโดยตระหนักว่า “ข้าวโพดทั้ง 28 ต้นนี้ถูกปลูกไว้ตรงจุดที่มีขี้เถ้าของต้นแตงกวาโรยไว้  เพราะงั้นพวกมันถึงได้เติบโตอย่างรวดเร็ว”

จากนั้นเขาก็เอาเมล็ดข้าวโพดในมือมาดูใกล้ ๆ มันแตกหน่อแล้ว  และและมันจะโผล่พ้นดินถ้าไม่ขุดมันขั้นมาเสียก่อน

“ระยะเก็บเกี่ยวของข้าวโพดนั้นยาวมาก  ดังนั้นถ้าปลูกในเดือนเมษายนหรือมีนาคมเมื่อฤดูใบไม้ผลิเริ่มต้น  ก็จะได้ผลผลิตประมาณเดือนตุลาคมเท่านั้น  ยิ่งกว่านั้นเมล็ดข้าวโพดมักจะใช้เวลางอกประมาณหนึ่งสัปดาห์  แต่เมล็ดนี้งอกในหนึ่งวัน!”

“หรือก็คือ… ระบบส่งผลกับพืชผลปกติเช่นกัน  และทำให้วงจรชีวิตของพืชสั้นลงอย่างมากถึงเจ็ดหรือแปดเท่า… แต่ยังบอกไม่ได้ว่ายังมีสเปเชียลเอฟเฟกต์อื่น ๆ อีกไหม”

เจียงเหอจึงหันไปดูระบบ

[ชื่อ : เจียงเหอ]

[การฝึกฝน : กึ่ง ๆ ผู้ฝึกยุทธ]

[ความสามารถ : ไม่มี]

[ที่ดินที่เป็นเจ้าของ : 888 ตารางเมตร]

[ระดับฟาร์ม : เลเวล 1 (EXP 1/50)]

[กระเป๋าเก็บของ : 3 ช่อง]

[ร้านระบบ : ปลดล็อค]

[ฟาร์มพอยท์ : 499]

“เอ๊ะ? ทำไมถึงมี EXP อยู่หลังระดับฟาร์ม?”

เมื่อคิดออกดวงตาของเจียงเหอก็เป็นประกาย “นี่แปลว่าสามารถอัพเลเวลฟาร์มได้ด้วยสินะ?”

“ถ้าเลเวล 1 ทำให้วงจรการเติบโตของพืชผลของสั้นลงได้ถึงแปดเท่า  แล้วเมื่อไปถึงเลเวล 2 ล่ะ?”

“นี่ยังไม่พอ  แค่ทำให้ระยะเก็บเกี่ยวสั้นลงมันยังไม่พอ  ยังต้องพิสูจน์สรรพคุณของพืชผลธรรมดาเหล่านี้ด้วยว่ามีสรรพคุณวิเศษเพิ่มเข้ามาไหม!”

เจียงเหอจึงศึกษาระบบ

'ที่ดินที่เป็นเจ้าของ' โดยทั่วไปหมายถึงพื้นที่สวนผลไม้ของเขา และพื้นที่ 888 ตารางเมตรนั้นคือพื้นที่ 1 หมู่

“เอาล่ะ  เราจะต้องสังเกตต้นข้าวโพดทั้ง 28 ต้นนี้  จะได้รู้ว่าพืชผลปกติทั่วไปจะมีเอฟเฟกต์อะไรหรือไม่”

เจียงเหอตัดสินใจก่อนที่จะเรียกเอ้อเหลิงจื่อและตะโกนว่า “ดูแลข้าวโพดให้ดี  ถ้าหายไปแม้แต่ต้นเดียวเอ็งคือผู้รับผิดชอบ!”

จากนั้นเขาก็กลับไปที่ห้องเพื่อล้างตัว  ก่อนจะทุบแตงกวาแล้วขบเคี้ยวเป็นอาหารเช้าก่อนจะออกจากบ้านอย่างสบาย ๆ

ข้างหลังเขา  เอ้อเหลิงจื่อยังคงคร่ำครวญ  ปากของมันก็อ้าออกและลิ้นของมันก็ยื่นออกมา  น้ำลายไหลไปทั่วพื้น

ฟ้าว!

แตงกวาชิ้นหนึ่งบินไปที่สนาม

เจียงเหอกินแตงกวาแค่ครึ่งลูก  และโยนที่เหลือให้เอ้อเหลิงจื่อ

***

เจียงเหอมุ่งหน้าไปทางตะวันออก  พอออกจากหมู่บ้านและไปเจอที่เงียบ ๆ ไม่มคนแล้ว  ทันใดนั้นเขาก็ออกตัววิ่งไป  และในไม่ช้าก็ไปถึงสหกรณ์ผู้เพาะพันธุ์ของหมารองหลี่

"โคตรเจ๋ง! จากหมู่บ้านถึงสหกรณ์ระยะทางสี่กิโลเมตร  ตูใช้เวลาเพียงสี่นาที…  ความเร็วประมาณสิบห้าเมตรต่อวินาที”

หัวใจของเจียงเหอเต้นแรงหลังจากได้คำนวณตัวเลขออกมา!

สิบห้าเมตรต่อวินาที!

เอาว่ะ!

บันทึกการวิ่ง 100 เมตรของ เฟยเหรินโป๋ คือ 9.58 วินาที  ประมาณเกือบ ๆ 10.5 เมตรต่อวินาที กล่าวอีกนัยหนึ่ง  เจียงเหอจะทำลายสถิติโลกได้อย่างง่ายดายถ้าเขาเข้าร่วมการแข่งขันกรีฑาตอนนี้!

“ประเดี๋ยวก่อน  นี้ยังไม่ได้อัดเต็มสูบเลยนา!”

“ถ้าตูอัดเต็มสูบล่ะก็รับรองว่าเร็วกว่านี้อีกหลายขุม!”

“เมื่อเป็นกึ่ง ๆ ผู้ฝึกยุทธแล้วสมรรถภาพทางกายก็พุ่งปรี๊ด  ไม่ใช่แค่ความเร็วที่เพิ่มขึ้น  แม้แต่กำลังกายก็เพิ่มขึ้นมากด้วย!”

และแล้วเขาก็เคาะประตูสำนักงานใหญ่ของสหกรณ์ผู้เพาะพันธุ์

ผู้หญิงแต่งตัวเพรียวบางและเป็นประกายเปิดประตูออกทา  เธอขยี้ตาที่แดงและบวมไปด้วย

“มาหาใครเหรอคะ?” เธอถาม

“คุณคือเมียของหมา… ภรรยาของหลี่เฟยเหรอครับ?” เจียงเหอยิ้ม “ผมเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขาและมีธุระอยากคุยน่ะครับ  ไม่ทราบว่าเขาอยู่หรือเปล่าครับ?”

ทันใดนั้น  ผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มร้องไห้เมื่อเอ่ยถึงชื่อหลี่เฟย

“มีไอ้พวกสารเลวกลุ่มหนึ่งโผล่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้มาลักพาตัวเขาไป…”

???

“หลี่เฟยถูกลักพาตัว?” เจียงเหออุทานด้วยความตกใจ "ไม่มีทาง!"

สังคมทุกวันนี้สงบสุขจะตาย

มันก็จริงอยู่ที่หลี่เฟยเป็นคนร่ำรวย  แต่ก็มีคนที่ร่ำรวยกว่าอยู่อีกตั้งมากมาย  ใครมีเวลาไปยุ่งกับการลักพาตัวเขากัน?

ที่สำคัญกว่านั้น  เขาได้เปิดเผยพลังอันเหลือเชื่อในการไลฟ์สดเมื่อคืนนี้

ดังนั้นใครจะกล้าลักพาตัวคนที่สามารถชกชายร่างกำยำกระเด็นได้ด้วยหมัดเดียว?

“เกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ เหรอครับ?  แล้วคุณโทรหาตำรวจหรือยัง?”

"โทรแล้ว…"

เมื่อมองดูภรรยาของหมารองหลี่ยังคงร้องไห้อยู่  เจียงเหอจึงพยายามปลอบเธอ  แต่เขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรจริง ๆ จึงได้เผลอพูดอย่างรวดเร็วว่า “ไม่ต้องเศร้าไปหรอก  หมารองหลี่เป็นพวกโชคดี  เขาจะไม่ตายแน่…”

"ฮะ?"

ภรรยาของหมารองหลี่สะดุ้งก่อนที่จะร้องให้หนักขึ้น

เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองปากหมา  เจียงเหอก็รีบเปลี่ยนคำพูดอย่างเร็ว “เอ่อ  ผมไม่ได้หมาความแบบนั้น  แม้จะไม่มีหมารองหลี่  ก็ยังมีหมารองจาง  หมารองหม่า...”

“อะแฮ่ม!  ขอตัวก่อนครับ”

เจียงเหอหันหลังเดินกลับออกไป

“ตอนนี้เรื่องของหมารองหลี่เป็นเครื่องเตือนใจที่ดี”

“ประเทศกำลังปกปิดเรื่องการฟื้นคืนของพลังวิญญาณไว้เป็นความลับ  เราเองก็ต้องระวังตัวด้วย  ไม่เช่นนั้นคงจะถูกจับและกลายเป็นหนูทดลองของพวกมันแน่”

เจียงเหอใช้เวลาขณะเดินทางกลับบ้านไตร่ตรองอย่างเงียบ ๆ ว่าเขาควรจะพัฒนาฟาร์มอย่างไร

แต่เมื่อเขาถึงประตูบ้านและเงยหน้าขึ้นก็พบกับหญิงสาวสวยคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าประตู  เธอถามเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ “จะ-เจียงเหอ  คุณเห็นเอ้อเหลิงจื่อของฉันไหม?”

'นั่นมัน... ลูกสาวของเฒ่าหวาง?'

เจียงเหอรู้สึกว่าเธอดูคุ้นเคยแต่ก็นึกชื่อไม่ออก  จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “คุณคือเสี่ยวหวางใช่ไหมครับ?”

จบบทที่ บทที่ 5: คุณคือเสี่ยวหวางใช่ไหมครับ?

คัดลอกลิงก์แล้ว