- หน้าแรก
- ขออภัย ศพนี้คือบรรพชนเขาหลงหู่
- บทที่ 48 - ภูเขาวายุอัสนี
บทที่ 48 - ภูเขาวายุอัสนี
บทที่ 48 - ภูเขาวายุอัสนี
บทที่ 48 - ภูเขาวายุอัสนี
เหลี่ยวเจินถามอาจารย์ว่า เรื่องที่พระพุทธองค์กำชับมาเป็นพิเศษคือเรื่องอะไร?
ท่านกูหรงกล่าว "พระพุทธองค์บอกอาตมาว่า ปัจจุบันทั่วแผ่นดินมังกร ชีพจรมังกรมากมายที่กำเนิดจากคุนหลุน ผ่านการบ่มเพาะของพลังปฐพีและฮวงจุ้ยมาหลายพันปี ในช่วงสิบปีมานี้ ได้เข้าสู่ยุครุ่งเรืองถึงขีดสุด
ชีพจรมังกรทั่วหล้าเริ่มควบแน่นเป็น 'ผลมรรคชีพจรมังกร' สองสามปีต่อจากนี้ คือช่วงเวลาสำคัญในการแย่งชิงดวงชะตาของพุทธและเต๋าในอีกร้อยปีข้างหน้า ขึ้นอยู่กับว่าใครจะชิงผลมรรคชีพจรมังกรได้มากกว่ากัน
ยิ่งครอบครองชัยภูมิฮวงจุ้ยได้มาก ดูดซับผลมรรคชีพจรมังกรได้เยอะ ร้อยปีข้างหน้า ดวงชะตาของนิกายนั้นก็จะยิ่งรุ่งโรจน์
เวลานี้วัดวาอารามทั่วสารทิศต่างเริ่มแย่งชิงผลมรรคชีพจรมังกรกันแล้ว"
"ในเมืองหลงหู่ เขาซานชิงและเขาหลงหู่ ครอบครองตำแหน่งเศียรมังกรและหัวใจมังกรมานับพันปี สองที่นี้เรายากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว
แต่พระพุทธองค์ได้ชี้แนะอาตมาแล้วว่า ยังมีรูมังกรชัยภูมิทองอีกแห่งที่ยังไม่มีใครครอบครอง สมควรจะตกเป็นของพุทธจักรเรา เหลี่ยวเจิน เจ้าตามอาตมาไปยึดที่นั่นมาซะ"
ท่านกูหรงพูดอย่างมั่นใจราวกับถือไพ่เหนือกว่า จากนั้นก็เดินออกจากถ้ำหมื่นพุทธะ
พาเหลี่ยวเจินมุ่งตรงไปยังสถานที่ที่พระพุทธองค์ชี้เป้า
ทางด้านจางเทียนลู่ เขาเดินทางเลาะไปตามแนวชีพจรมังกรใต้ดินของเมืองหลงหู่
ระหว่างทาง ก็ผ่านภูเขาที่มีรูมังกรอยู่หลายลูก
แต่เพราะเวลาผ่านไปสองพันปีแล้ว
รูมังกรไร้เจ้าของเมื่อสองพันปีก่อนหลายแห่ง ตอนนี้ถูกสำนักเต๋าอื่นค้นพบ บนภูเขาเหล่านั้นตอนนี้สร้างอาราม มีเจ้าที่เจ้าทางหมดแล้ว
พวกเขาเผยแผ่ศาสนาที่นั่นมาหลายร้อยหลายพันปี
ล้วนเป็นลูกหลานสายเต๋า
และในเมื่อคนอื่นมาจับจองก่อน จางเทียนลู่ก็ไม่อยากลงไปแย่งชิง
ยังไงเขาก็เป็นถึงปรมาจารย์เทียนซือรุ่นสามแห่งเขาหลงหู่ จะให้ไปแย่งที่ทำกินของลูกหลานก็กะไรอยู่
จางเทียนลู่ทำได้แค่ผละจากอารามเหล่านั้น ไปหารูมังกรแห่งอื่น
"นายท่าน รูมังกรพวกนี้เหมือนจะโดนยึดไปหมดแล้วนะขอรับ" ใต้เท้าจางเทียนลู่ เจ้าปลาไหลมังกรทองพันปีเอ่ยขึ้น
จางเทียนลู่ "เวลาผ่านไปตั้งสองพันปี สายเต๋าเราถนัดเรื่องมองปราณหาฮวงจุ้ยหาชีพจรมังกรอยู่แล้ว โดนจับจองไปก็เรื่องปกติ รูมังกรพวกนี้หาง่าย ไม่โดนยึดสิแปลก"
ปลาไหล "งั้นเราแย่งมาสักที่เลยไหม?"
จางเทียนลู่ "ข้าเป็นปรมาจารย์สายเต๋า ไปแย่งที่ลูกหลาน เอ็งว่ามันสมควรเหรอ?"
ผู้ใหญ่แย่งขนมเด็กกินเนี่ยนะ?
ถึงจะกลายเป็นผีดิบ แต่หน้าตาก็ยังต้องรักษาไว้นะ
ปลาไหล "งั้นเราจะไปไหนต่อ?"
"ยังมีอีกที่หนึ่ง เมื่อสองพันปีก่อนตอนที่เจอ ข้าใช้วิชาลับผนึกมันเอาไว้ รูมังกรที่นั่นค่อนข้างลึกลับซับซ้อน เป็นที่ดินส่วนตัวของข้าเอง ไปกัน"
จางเทียนลู่มุ่งหน้าไปยังที่ดินส่วนตัวที่เขาจองไว้เมื่อสองพันปีก่อน
...
และในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง บนยอดเขาที่มีชื่อว่า 'ภูเขาวายุอัสนี' (เขาเฟิงเหลย) ในเมืองหลงหู่
เหลี่ยวเจินและท่านกูหรงเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว
ก่อนมาพวกเขาได้ติดต่อกับสมาคมพุทธศาสนาเมืองหลงหู่ไว้แล้ว ภูเขาวายุอัสนีลูกนี้ยังเป็นเขาไร้เจ้าของ พวกเขารีบยื่นเอกสารขออนุมัติเบื้องบน เพื่อจะยึดภูเขาลูกนี้
วางแผนจะสร้างวัดใหม่บนเขานี้
เป็นวัดสาขาของวัดฝ่าจ้งประจำภูเขาวายุอัสนี
ท่านกูหรงและเหลี่ยวเจินรออยู่ที่ตีนเขาครู่หนึ่ง รถยนต์หลายคันก็แล่นเข้ามา
จากนั้นกลุ่มคนจากสมาคมพุทธศาสนาก็ลงมาจากรถ
คนกลุ่มนี้พอรู้ว่าท่านกูหรงวัย 97 ปีออกจากฌาน ก็แห่กันมาเพื่อทำความรู้จัก
เพราะท่านกูหรงผู้นี้ ในวงการสงฆ์ปัจจุบัน ถือเป็นระดับสูงสุดแล้ว
"ท่านกูหรง ได้ยินชื่อเสียงมานาน ยินดีที่ได้พบครับ!"
คนจากสมาคมพุทธทักทายท่านกูหรง
ท่านกูหรงพยักหน้า
"รบกวนทุกท่านแล้ว"
จากนั้นท่านกูหรงก็พูดถึงความต้องการที่จะสร้างวัดใหม่บนภูเขาวายุอัสนี ถามคนจากสมาคมพุทธว่าทางกรมผังเมืองมีปัญหาอะไรไหม
สมาคมพุทธบอกว่าพวกเขาได้คุยกับคนของผังเมืองไว้แล้ว
ที่นี่เดิมทีก็ไม่มีใครพัฒนา ปล่อยทิ้งไว้ก็เปล่าประโยชน์ ให้วัดฝ่าจ้งเช่าไปสร้างวัดใหม่ไม่มีปัญหาเลย
สมาคมพุทธมีเงิน เรื่องค่าเช่าแค่นี้จิ๊บจ๊อยมากสำหรับพวกเขา
จ่ายเงินก็จบ
แถมช่วงนี้เมืองหลงหู่กำลังโปรโมตการท่องเที่ยว ทุกที่ต่างแข่งกันสร้างจุดขาย
ถ้าบนภูเขาวายุอัสนีมีวัดเพิ่มขึ้นมาอีกแห่ง ก็เท่ากับมีแหล่งท่องเที่ยวเพิ่ม
เป็นการช่วยเพิ่ม GDP การท่องเที่ยวให้ท้องถิ่น ทำไมจะไม่เอาล่ะ?
คุยง่าย!
ดังนั้นไม่มีปัญหาแน่นอน
ท่านกูหรงยิ้มอย่างพอใจ ยึดที่ได้ก็ดี
เพราะผลมรรคชีพจรมังกรไม่ใช่จะดูดซับได้ในวันสองวัน
ต้องครอบครองพื้นที่รูมังกร ดูดซับกันยาวๆ ถึงจะกลืนกินผลมรรคใต้ดินได้หมด
ในเมื่อทางราชการไม่มีปัญหา ท่านกูหรงก็เตรียมขึ้นเขา
แม้พระพุทธองค์จะบอกว่าบนเขาเป็นรูมังกร
แต่ไม่รู้ทำไม ภายในรัศมีภูเขาลูกนี้ ท่านกูหรงกลับสัมผัสไม่ได้ถึงพลังวิญญาณแห่งชีพจรมังกรอันมหาศาลที่ควรจะมีเลยแม้แต่นิดเดียว
เขารู้สึกแปลกๆ ที่นี่มันรูมังกรจริงเหรอ?
ท่านกูหรงพาเหลี่ยวเจิน พระจากวัดฝ่าจ้ง และคนจากสมาคมพุทธขึ้นเขา
ไม่นานก็ถึงยอดเขา
เนื่องจากยังไม่ได้พัฒนา ยอดเขาจึงค่อนข้างรกร้าง
มองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ
"อาจารย์ครับ ดูนั่นสิ ตรงนั้นมีเจดีย์อยู่องค์หนึ่ง"
เหลี่ยวเจินเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติบนเขา
บนเขาร้างแห่งนี้ ดันมีเจดีย์ตั้งอยู่
แถมเจดีย์นี้ดูเก่าแก่มาก เป็นเจดีย์โบราณสูงสองเมตร
ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงสุด
เจดีย์โบราณสูงสองเมตรองค์นี้ ด้านหน้าติดเหว ลักษณการก่อสร้างดูยิ่งใหญ่ ดูจากยุคสมัยและสถาปัตยกรรม น่าจะมีอายุอย่างน้อยสองพันปี เป็นสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ฮั่น
เจดีย์นี้ใช้หินยักษ์บนหน้าผาเป็นฐาน ใช้หินแกรนิตแกะสลักเรียงซ้อนกันแบ่งเป็น ฐาน ตัวเจดีย์ และยอดเจดีย์ แบ่งเป็นหกชั้น แปดเหลี่ยม มุมชายคาเจดีย์งอนขึ้นเล็กน้อย ยอดเจดีย์เป็นทรงแหลม
ดูเก่าแก่กะทัดรัด แต่กลับให้ความรู้สึกที่กลมกลืนอย่างน่าประหลาด
กลุ่มคนพุทธเดินเข้าไปดู ท่านกูหรงพิจารณาเจดีย์องค์นี้
บนเจดีย์ มีรอยสลักยันต์
เจดีย์มีแปดด้าน ทั้งแปดด้านสลักยันต์ที่ไม่เหมือนกัน
ยันต์สายฟ้า ยันต์กันลม ยันต์สะกดมาร ยันต์รวมวิญญาณ ยันต์ต้านภัย...
นี่คือเจดีย์วายุอัสนีของลัทธิเต๋า
ตั้งอยู่ที่นี่มาสองพันกว่าปี ไม่รู้ว่าใครมาสร้างไว้
ท่านกูหรงมองเจดีย์วายุอัสนีองค์นี้
ใบหน้าของเขาฉายแววไม่สบอารมณ์
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมอยู่ตีนเขาถึงสัมผัสพลังชีพจรมังกรไม่ได้เลย
โครงสร้างของภูเขาวายุอัสนีมีลักษณะพิเศษ เหมือนกระติกน้ำร้อนยักษ์ ไอวิญญาณชีพจรมังกรจะถูกปล่อยออกมาจากจุดสูงสุดของยอดเขา หรือก็คือตำแหน่ง 'ปากขวด' ที่เจดีย์วายุอัสนีตั้งอยู่นี้เท่านั้น
เจดีย์วายุอัสนีตั้งทับอยู่ตรงนี้ ก็เหมือนมีคนเอาดูมาอุดปากขวดกระติกน้ำร้อนยักษ์ไว้
ไอวิญญาณชีพจรมังกรไหลออกมาไม่ได้ ดังนั้นหลายปีมานี้จึงไม่มีใครค้นพบ แม้แต่ท่านกูหรงไปถึงตีนเขาก็ยังไม่รู้
ถ้าไม่มีพระพุทธองค์ชี้แนะ เขาคงไม่ขึ้นมาบนเขาแน่
ท่านกูหรง "ใช้เจดีย์วายุอัสนีสะกดตาน้ำ อำพรางตำแหน่งรูมังกร วิธีการยอดเยี่ยม แต่น่าเสียดายที่ไร้ประโยชน์ ที่นี่ตอนนี้เป็นของอาตมาแล้ว"
ท่านกูหรงส่งไม้เท้าขักขระเก้ามังกรให้เหลี่ยวเจินถือ จากนั้นก็ถลกจีวรขึ้น
เขาเปลือยท่อนแขน เดินไปที่ข้างเจดีย์วายุอัสนี มองดูเจดีย์สูงสองเมตรตรงหน้า
ท่านกูหรงจับตัวเจดีย์ เตรียมจะผลักเจดีย์นี้ให้ล้มคว่ำ
ภูเขานี้เป็นของพุทธจักรแล้ว จะยอมให้มีเจดีย์เต๋าตั้งอยู่ได้ไง?
ท่านกูหรง: อาตมาจะผลักเจ้าให้ล้มไปซะ!
[จบแล้ว]