- หน้าแรก
- หลังเลิกงาน มีนักศึกษาสาวสะกดรอยตามผม
- บทที่ 14: ปฏิเสธแล้วร้องไห้เลยเหรอ?
บทที่ 14: ปฏิเสธแล้วร้องไห้เลยเหรอ?
บทที่ 14: ปฏิเสธแล้วร้องไห้เลยเหรอ?
เที่ยงวันต่อมา
เจียงจื่อโม่ถือโจ๊กที่สั่งเดลิเวอรีมาวางที่โต๊ะทำงาน
หลี่เจี้ยนเหว่ยปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ หันมาเห็นถุงโจ๊กก็ถามขึ้น "อ้าว วันนี้กล่องข้าวสีส้มแปร๊ดนั่นไม่มาเหรอวะ?"
เจียงจื่อโม่ปรายตามอง "ฉันบอกเธอแล้วว่าไม่ต้องเอามาส่งอีก"
หลี่เจี้ยนเหว่ย: "โธ่เอ๊ย น้องอุตส่าห์มีใจทำให้ขนาดนั้น แกนี่มันใจดำจริงๆ"
เจียงจื่อโม่: "..."
หลี่เจี้ยนเหว่ย: "ช่างเถอะๆ เห็นหน้าแกยาวเป็นม้าหมากรุกแบบนี้ฉันไม่พูดแล้วก็ได้ ไรเดอร์ฉันมาถึงพอดี เดี๋ยวลงไปเอาข้าวก่อนนะ"
พูดจบเขาก็ตบโต๊ะปัง เดินลิ่วไปที่ลิฟต์เตรียมลงไปข้างล่าง...
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูบริษัทชั้นหนึ่ง
ลุงยามมองสวีชิงหนิงที่กอดกล่องข้าวสีส้มรอมาครึ่งชั่วโมงแล้ว "แม่หนูเอ๊ย ลุงว่ารอนานขนาดนี้แล้ว กลับไปก่อนดีมั้ย?"
สวีชิงหนิงยังคงยิ้มสู้ "เขาอาจจะยุ่งงานอยู่ ยังไม่ลงมากินข้าวก็ได้ค่ะ"
ลุงยาม: "ปกติตานั่นไม่ค่อยไปโรงอาหารหรอก สั่งข้าวมากินตั้งนานแล้ว ลุงว่าเขาจงใจหลบหน้าหนูมากกว่ามั้ง"
"อ่า..." ได้ยินแบบนั้น สวีชิงหนิงก็อดใจแป้วไม่ได้
ลุงยาม: "กลับไปเถอะลูก รอไปก็เปล่าประโยชน์ เชื่อลุงสิ"
สวีชิงหนิง: "ลุงคะ หนูมันน่ารำคาญขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ลุงยามพินิจพิเคราะห์ใบหน้าสวีชิงหนิงแล้วส่ายหน้า "ไม่หรอก ไอ้หนุ่มนั่นแหละที่น่ารำคาญ สงสัยสายตามันคงไม่ดี"
ปฏิเสธสาวสวยขนาดนี้? บ้าไปแล้วหรือเปล่า??
"เชื่อลุงเถอะแม่หนู กลับไปดีกว่า รอไปก็ไลฟ์บอย"
"เฮ้อ"
สวีชิงหนิงเริ่มยอมรับความจริง บางทีเจียงจื่อโม่คงรำคาญเธอจริงๆ และไม่อยากเจอหน้าเธออีกแล้ว
จังหวะที่เธอกำลังจะถอดใจกลับ หลี่เจี้ยนเหว่ยก็เดินมาจ๊ะเอ๋เข้าพอดี
"อ้าว? น้องคนที่ชอบไอ้เจียงจื่อโม่นี่นา"
หลี่เจี้ยนเหว่ยเดินเข้าไปทักทายสวีชิงหนิงก่อน
เขาเคยเห็นหน้าสวีชิงหนิงผ่านๆ มาแล้ว เลยจำได้แม่น
ก็แหงล่ะ สวีชิงหนิงสวยเด่นออร่าพุ่งขนาดนี้ ยืนอยู่ในฝูงชนก็ยังหาเจอได้ง่ายๆ
"พี่คือ?"
"อ้อ พี่ชื่อหลี่เจี้ยนเหว่ย เป็นเพื่อนซี้ปึ้ก นั่งโต๊ะติดกับเจียงจื่อโม่มันน่ะ"
"อ๋อ..."
สวีชิงหนิงพยักหน้าเข้าใจ แล้วยื่นกล่องข้าวสีส้มให้เขา "งั้นรบกวนพี่ช่วยเอาข้าวกล่องนี้ขึ้นไปให้เขาหน่อยได้มั้ยคะ?"
หลี่เจี้ยนเหว่ย: "ว่าแล้วเชียว วันนี้เจียงจื่อโม่มันสั่งข้าวมากินตั้งนานแล้ว ไม่ยอมลงมาข้างล่างเลย"
"งั้นเขาจงใจหลบหน้าหนูเหรอคะ?"
สวีชิงหนิงถามเสียงอ่อย
"เอ่อ..."
คำถามนี้ตอบยากแฮะ
หลี่เจี้ยนเหว่ยอึกอักอยู่สามวินาที ก่อนจะยอมรับ "ก็... ประมาณนั้นแหละ"
สวีชิงหนิง: "อ๋อ..."
หน้าเธอสลดลงทันตาเห็น ดูเศร้าไปถนัดตา
แต่เศร้าได้แค่ห้าวินาที เธอก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มบางๆ "ถ้าเขาอยากหลบหน้าหนูก็ปล่อยเขาหลบไป แต่ข้าวกล่องนี้ห้ามหลบนะคะ รบกวนพี่ช่วยเอาขึ้นไปให้เขาหน่อยนะคะ"
หลี่เจี้ยนเหว่ย: "น้องนี่ตื๊อเก่งจริงๆ นะเรื่องส่งข้าวเนี่ย"
สวีชิงหนิง: "ก็หนูจีบเขาอยู่นี่คะ"
หลี่เจี้ยนเหว่ย: "ตรงไปตรงมาดีแฮะ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าไอ้เจียงจื่อโม่มันหัวรั้นมาก แถมความคิดความอ่านมันก็ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขา จีบยากหน่อยนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูมั่นใจในตัวเอง รบกวนพี่ช่วยเอาข้าวขึ้นไปให้เขาหน่อยนะคะ"
สวีชิงหนิงยกมือไหว้ขอร้อง ท่าทางอ้อนวอนสุดฤทธิ์
เจอไม้นี้เข้าไป หลี่เจี้ยนเหว่ยก็ปฏิเสธไม่ลง จำใจต้องหิ้วกล่องข้าวสีส้มขึ้นลิฟต์ไป
ตอนนั้น เจียงจื่อโม่กินโจ๊กหมดพอดี หันไปเห็นหลี่เจี้ยนเหว่ยเดินถือถุงหน้าตาคุ้นๆ เข้ามา
เจียงจื่อโม่ตาโต: "..."
ไม่กี่วินาทีต่อมา หลี่เจี้ยนเหว่ยก็วางกล่องข้าวสีส้มลงกลางโต๊ะทำงานของเขา
เจียงจื่อโม่เงยหน้ามองเพื่อนด้วยสายตาเย็นชา "แกเจอเธอเหรอ?"
หลี่เจี้ยนเหว่ย: "ไหนบอกจำหน้าไม่ได้ไง เห็นปุ๊บรู้ปั๊บเลยนะ"
เจียงจื่อโม่: "ฉันบอกเธอแล้วว่าอย่ามา เธอก็ยังดั้นด้นมา บอกว่าไม่ต้องเอาข้าวมาส่ง ก็ไม่ฟังกันสักคำ"
"โอ้โหแม่คุณเอ๊ย น้องเขาสวยระดับดาวมหาลัยเลยนะเว้ย แกชอบคนแบบไหนกันแน่วะ?"
หลี่เจี้ยนเหว่ยเลื่อนเก้าอี้มาตบไหล่ถาม
เจียงจื่อโม่: "ไม่ใช่แบบยัยนี่แน่นอน"
หลี่เจี้ยนเหว่ย: "พอเหอะ เลิกทำตัวเป็นพ่อพระได้แล้ว ผู้ชายที่ไหนไม่ชอบสาวสวยบ้างวะ?"
เจียงจื่อโม่: "..."
"อย่าบอกนะว่ายังลืมยัยแซ่จางคนนั้นไม่ได้?"
สีหน้าของเจียงจื่อโม่ยังคงเรียบเฉย เขาหันไปตอบหลี่เจี้ยนเหว่ย "ไม่เกี่ยวกับเธอ"
"ฉันก็ว่าไม่เกี่ยว ยัยนั่นมีแฟนคบกันมาเป็นชาติแล้ว ถ้าแกยังตัดใจไม่ได้นี่น่ากลัวแล้วนะเว้ย"
หลี่เจี้ยนเหว่ยตบหลังเจียงจื่อโม่ดังป้าบ แล้วลุกไปเข้าห้องน้ำ
พออยู่คนเดียว เจียงจื่อโม่ก็เปิดกล่องข้าวออกดู
คราวนี้สวีชิงหนิงทำปีกไก่น้ำแดงกับข้าวสวยมาให้
เจียงจื่อโม่รู้สึกอ่อนใจ
เขาเพิ่งกินโจ๊กไปหมาดๆ ท้องไส้คงยัดอะไรลงไปไม่ได้แล้ว
คิดอยู่ห้าวินาที เจียงจื่อโม่ก็เก็บกล่องข้าวใส่ถุง แล้วรีบลงลิฟต์ไปชั้นหนึ่ง
ชั้นหนึ่งตอนนี้คนโล่งตา เขาเห็นสวีชิงหนิงนั่งอยู่บนม้านั่งยาวตรงทางเข้าได้ทันที
ราวกับมีกระแสจิตสื่อถึงกัน สวีชิงหนิงหันมาเห็นเขาพอดี
"อ๊ะ พี่จื่อโม่"
สวีชิงหนิงโบกมือให้
เธอยังคงแต่งตัวสดใส น่ารัก ขับเน้นความสวยของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่
เจียงจื่อโม่เดินตรงเข้าไปยัดถุงใส่มือเธอ "บอกแล้วไงว่าให้เอากลับไป ฉันไม่กิน"
สวีชิงหนิงเบะปาก ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "ฉันอุตส่าห์ทำปีกไก่น้ำแดงมาให้ พี่ไม่คิดจะชิมสักคำเลยเหรอคะ?"
เจียงจื่อโม่: "ข้าวเม็ดเดียวยังไม่ได้แตะ คืนให้สภาพเดิมเปี๊ยบ บอกแล้วไงว่าไม่รับก็คือไม่รับ อย่ามาหาฉันอีก"
เย็นชาไร้เยื่อใยสุดๆ
พูดจบเขาก็หันหลังเดินกลับ คราวนี้แม้แต่ลุงยามก็ไม่ได้เข้ามาห้าม
เจียงจื่อโม่รีบเข้าลิฟต์ กดชั้นที่ทำงาน
ขณะรอประตูลิฟต์ปิด เขาเหลือบไปเห็นสวีชิงหนิงยกมือขยี้ตา
ไหล่บางสั่นเทา... ดูเหมือนเธอกำลังร้องไห้
"หือ???"
แวบแรกเจียงจื่อโม่คิดว่า... คงไม่ได้ร้องไห้จริงๆ หรอกมั้ง?
แค่โดนเขาทำแบบนี้ใส่ก็ร้องไห้แล้วเหรอ???
จากนั้นลุงยามก็รีบเดินเข้าไปหาเธอ เหมือนจะเข้าไปปลอบใจ
เจียงจื่อโม่: "..."
เฮ้ยๆๆ นี่เขาทำเธอร้องไห้จริงๆ เหรอเนี่ย?