- หน้าแรก
- หลังเลิกงาน มีนักศึกษาสาวสะกดรอยตามผม
- บทที่ 7: อย่าใส่อะไรแปลกๆ ลงในอาหารนะ
บทที่ 7: อย่าใส่อะไรแปลกๆ ลงในอาหารนะ
บทที่ 7: อย่าใส่อะไรแปลกๆ ลงในอาหารนะ
"เธอนี่ชอบจินตนาการเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงอยู่เรื่อยเลยนะ"
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เจียงจื่อโม่และสวีชิงหนิงก็ออกจากบ้านมาพร้อมกัน
"ฉันเนี่ยนะ จินตนาการ?"
"ใช่"
เจียงจื่อโม่หันไปมองสวีชิงหนิงด้วยสีหน้าจริงจังแล้วพูดว่า "ฉันบอกตลอดว่าที่ช่วยเธอตอนนั้นมันเป็นแค่ความกล้าหาญและคุณธรรมล้วนๆ ฉันไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง แต่เธอกลับคิดว่าฉันมีจุดประสงค์อื่น ก็เลยพาลมีความรู้สึกที่ไม่สมควรกับฉันไปด้วย"
สวีชิงหนิง: "..."
เจียงจื่อโม่: "อีกอย่าง ตอนนั้นเธออายุเท่าไหร่กันเชียว?"
"ฉันรู้ค่ะว่าพี่เป็นแค่คนผ่านทาง ที่ทำไปเพราะความกล้าหาญและคุณธรรม" จู่ๆ สวีชิงหนิงก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วค่อยๆ หมุนตัวกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้เขา "แต่เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้น มันฝังใจฉันนี่คะ"
ริมฝีปากสีกุหลาบขยับจะพูดแล้วก็หุบลง เหมือนอยากจะพูดอะไรมากมายแต่เรียบเรียงออกมาไม่ได้
ก็อย่างว่าแหละ เวลาอยู่ต่อหน้าคนที่ชอบ ใครๆ ก็ต้องประหม่ากันทั้งนั้น
ถ้าพูดได้คล่องปร๋อ ก็คงไม่ใช่ความชอบจริงๆ หรอก
"ไม่ว่าจะยังไง สรุปง่ายๆ คือฉันชอบพี่ค่ะ"
ท่าทีของเจียงจื่อโม่ดูเย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วถาม "แค่เพราะฉันเคยช่วยชีวิตเธอไว้เนี่ยนะ?"
สวีชิงหนิงพยักหน้า "และแน่นอนว่าเพราะพี่หล่อด้วย"
เจียงจื่อโม่: "เธอชอบฉันแค่เพราะสองเหตุผลนี้?"
สวีชิงหนิง: "สองเหตุผลนี้ยังไม่พอให้ชอบอีกเหรอคะ? ใจฉันไม่ได้ทำด้วยหินนะ"
เธอไขว้มือไว้ด้านหลัง ยิ้มหวานหยดย้อย ให้ความรู้สึกเหมือนสายลมอ่อนๆ ในช่วงรอยต่อระหว่างฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน
เจียงจื่อโม่ก้มดูนาฬิกาข้อมือ จัดแขนเสื้อให้เข้าที่ "ฉันต้องไปทำงานแล้ว ขอตัวนะ ส่วนเธอก็ตั้งใจเรียนล่ะ"
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินไปคนละทิศละทางกับสวีชิงหนิง
สวีชิงหนิงมองแผ่นหลังที่ห่างออกไปแล้วถอนหายใจเบาๆ
ดูเหมือนพี่จื่อโม่จะไม่ค่อยอยากสนใจเธอเท่าไหร่... แปดโมงเช้า เจียงจื่อโม่เริ่มต้นชีวิตการทำงานอีกวัน
พอใกล้เที่ยง เขาก็เริ่มคิดว่าจะกินอะไรดี
สักพัก หลี่เจี้ยนเหว่ย เพื่อนร่วมงานก็เดินหน้ามุ่ยเข้ามานั่งข้างๆ
เจียงจื่อโม่ปรายตามองเพื่อน แล้วก้มหน้าดูแอปสั่งอาหารต่อ "เป็นไรวะ?"
หลี่เจี้ยนเหว่ยฟุบหน้าลงกับโต๊ะ บ่นพึมพำ "ฉันว่าฉันจบเห่แล้วว่ะ!"
เจียงจื่อโม่: "เกิดไรขึ้น?"
หลี่เจี้ยนเหว่ย: "บอสเห็นที่ฉันตั้งฉายาให้แกในแชทว่า 'เต่าล้านปีจอมขูดรีด' ว่ะ!!!"
เจียงจื่อโม่: "..."
"เพื่อน แล้วฉันจะทำไงดีวะ?"
"ทำใจเถอะ ไม่รู้จะช่วยยังไงว่ะ"
หลี่เจี้ยนเหว่ยชะโงกหน้าเข้ามา เห็นเขากำลังกดสั่งอาหารก็นึกขึ้นได้ว่าใกล้พักเที่ยงแล้ว
"ช่างมันเหอะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง สั่งข้าวกินก่อนดีกว่า"
"..."
"เอ้อ เกือบลืมบอก มีคนมาหาแกน่ะ รออยู่ชั้นหนึ่ง"
"มาหาฉัน?"
เจียงจื่อโม่เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ถามด้วยความสงสัย "เวลานี้น่ะนะ?"
มาหาตอนพักเที่ยงเนี่ยนะ??
หลี่เจี้ยนเหว่ย: "ผมยาวสลวย ใส่ชุดเดรสสีขาว สวยหยาดเยิ้มเลยว่ะ"
เจียงจื่อโม่: "..."
"เขาบอกว่ามีเรื่องด่วน รีบลงไปดูเร็วเข้า"
"..."
"พนันเลยว่าเป็นน้องสาวคนไหนสักคนที่มาติดพันแกแน่ๆ"
หลี่เจี้ยนเหว่ยกับเจียงจื่อโม่เป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย พอเรียนจบก็เข้ามาทำงานที่เดียวกัน
เขารู้ดีว่าเจียงจื่อโม่หล่อจริง
แค่คำว่า "หล่อ" ยังน้อยไป ต้องใช้คำว่า "หล่อวัวตายควายล้ม" ถึงจะเหมาะ!!
ดังนั้นการที่มีสาวมาหาถึงบริษัทจึงเป็นเรื่องปกติมาก
"..."
แต่ในใจเจียงจื่อโม่กลับสังหรณ์ใจไม่ดีแปลกๆ
ลางสังหรณ์นั้นกลายเป็นจริงทันทีที่เขาก้าวออกจากลิฟต์ มาถึงหน้าตึกบริษัท และเห็นสวีชิงหนิงยืนอยู่
ใช่เธอจริงๆ ด้วย
เขาคิดว่าหลังจากให้เธอค้างเมื่อคืน เรื่องระหว่างพวกเขาก็น่าจะจบแค่นั้น แทบจะไม่ได้เจอกันอีก
ไม่นึกว่าจะมาเจอกันอีกตอนเที่ยงแบบนี้
สวีชิงหนิงเห็นเจียงจื่อโม่เดินมาก็โบกมือทักทาย
ท่าทางทักทายของเธอมีความเป็นเซเลบเบาๆ แค่ยกแขนขึ้นแล้วกระดิกนิ้วกลางกับนิ้วนางเบาๆ
ดูผู้ดีสุดๆ
เจียงจื่อโม่เดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเธอ "มาทำอะไรที่นี่?"
"ก็ใกล้เที่ยงแล้วไม่ใช่เหรอคะ? ฉันทำกับข้าวมาให้"
สวีชิงหนิงพูดพลางยื่นถุงที่ซ่อนไว้ข้างหลังออกมาให้ดู ในถุงมีกล่องข้าวสีส้มแปร๊ดน่ารักมาก
เจียงจื่อโม่อึ้ง "เธอเอามาให้ฉัน?"
สวีชิงหนิง: "ใช่ค่ะ ฉันกลับบ้านไปทำกับข้าวมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ"
เจียงจื่อโม่: "เอ่อ..."
คราวนี้เขาไม่ปฏิเสธอย่างเย็นชา เพราะรู้สึกซาบซึ้งใจในคำพูดของเธอจริงๆ
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจียงจื่อโม่ก็พูดอย่างสุภาพ "ขอบใจในน้ำใจนะ แต่เธอกลับไปกินเองเถอะ"
เขาทำท่าจะเดินหนี แต่สวีชิงหนิงรีบคว้าแขนเขาไว้หมับ!!
เจียงจื่อโม่: "หือ?"
เขาหันกลับไปมอง
เห็นสวีชิงหนิงเลิกคิ้วทำหน้าตาเว้าวอน คิ้วขมวดเป็นรูปตัววีคว่ำดูน่าสงสาร
"รับน้ำใจแล้วก็รับของไปด้วยสิคะ ฉันไม่ได้วางยาพิษสักหน่อย"
"พอเธอพูดแบบนี้ ฉันชักจะสงสัยจริงจังแล้วสิว่าเธอใส่อะไรแปลกๆ ลงไป"
"ถ้าจะใส่ ก็คงใส่ยาปลุกเซ็กส์แหละค่ะ"
"หยุดพูดจาแปลกๆ เดี๋ยวนี้!"
"โอเคๆ ไม่ล้อเล่นแล้ว ฝีมือฉันอร่อยนะ ลองชิมดูสิคะ"
"..."
"ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนที่ให้ฉันนอนด้วยเมื่อคืน โอเคไหมคะ?"
"พูดให้มันดีๆ หน่อยได้ไหม?"
เฮ้ย! อย่าพูดจาสองแง่สองง่ามแบบนั้นเซ่!!
"แค่อาหารที่ตั้งใจทำให้ยังไม่พอแสดงความจริงใจอีกเหรอคะ? หรือต้องให้ฉันเอาตัวเข้าแลกจริงๆ ถึงจะพอใจ?!"
"!"
เจียงจื่อโม่ตื่นตัวขึ้นมาทันที รีบหันซ้ายแลขวาดูว่ามีใครได้ยินบทสนทนาล่อแหลมนี้ไหม
โชคดีที่มีแค่ลุงยามยืนอยู่ไม่ไกล!
สีหน้าลุงยามตอนนี้: (゜ロ゜)
และพอลุงยามเห็นหน้าเจียงจื่อโม่ แกก็รีบเดินเลี่ยงไปทางอื่นอย่างรู้กาลเทศะ
พร้อมกับถอนหายใจในใจว่า วัยรุ่นสมัยนี้เขาร้อนแรงกันจริงๆ!
"นี่ ฟังฉันนะ!"
เจียงจื่อโม่ก้าวเข้าหาสวีชิงหนิง ท่าทางคุกคามเหมือนจะจับเธอกดลงกับพื้น
"พูดจาภาษาคนปกติหน่อยได้ไหม?!"
"...อื้อ"
การเข้ามาประชิดตัวกะทันหันทำเอาสวีชิงหนิงตกใจจริงๆ
ดูเหมือนเธอจะขวัญอ่อนกว่าที่คิด
แต่ก็นะ แต่งตัวมาซะสวยเช้งกระเด๊ะขนาดนี้ ดูเป็นคุณหนูผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว
โดนพุ่งเข้าใส่แบบนี้ก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา
เจียงจื่อโม่มองสวีชิงหนิงที่ก้มหน้านิ่ง แล้วก็เงียบไปครู่หนึ่ง
ใจจริงอยากจะเทศนาเรื่องพูดจาเพ้อเจ้ออีกสักชุด แต่... ช่างเถอะ พูดไปก็คงไม่เข้าหู
"กล่องข้าว"
ผ่านไปประมาณหนึ่งนาที เจียงจื่อโม่หันหน้าไปทางอื่น แต่ยื่นมือไปทางสวีชิงหนิง
สวีชิงหนิง: "คะ?"
"เอากล่องข้าวมา ฉันรับไว้เป็นของขวัญขอบคุณก็ได้ ฉันไม่มีเจตนาอื่นนะ อย่าเข้าใจผิด"
"อ้อ โอเคค่ะ"
สวีชิงหนิงค่อยๆ วางถุงใส่มือเจียงจื่อโม่ เธอตั้งท่าจะบอกลาอีกรอบ แต่เจียงจื่อโม่ไม่สนใจ เดินดุ่มๆ จากไปทันที