- หน้าแรก
- สนามนี้ไม่ใช่ของคนเก่ง แต่เป็นของคนวางแผน
- บทที่ 3 เกิดใหม่
บทที่ 3 เกิดใหม่
บทที่ 3 เกิดใหม่
เจียงอวี้กำลังเลือกซื้อของออนไลน์ พลางจัดรายการเสบียงที่จำเป็นและตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ
เธอซื้อเสบียงไปมากมายจนตอนนี้เงินในกระเป๋าเริ่มร่อยหรอเต็มที แต่เธอก็ยังทำใจขายบ้านไม่ได้ อีกอย่าง เหลือเวลาอีกแค่ 21 วันเท่านั้น
อาหารสดเก็บไว้นานอาจจะเน่าเสีย เธอสามารถตุนของแห้งที่เก็บได้นานเพื่อเอาไว้แลกอาหารกับคนอื่นตอนวันสิ้นโลกได้ แต่ติดตรงที่เงินในมือมีไม่พอนี่สิ
พอคิดถึงตรงนี้ เจียงอวี้ก็กัดฟันด้วยความโกรธแค้น
ทั้งหมดเป็นความผิดของอวี๋ลี่เทียน ไอ้ผู้ชายสารเลวนั่น!
เธอกับอวี๋ลี่เทียนคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ต่างจากเธอที่เป็นคนปักกิ่งโดยกำเนิด อวี๋ลี่เทียนเป็นแค่หนุ่มบ้านนอกที่เข้ามาเรียนในเมืองหลวง
อวี๋ลี่เทียนหน้าตาหล่อเหลา ท่าทางสุภาพเรียบร้อย มีคนชอบเขามากมาย
แต่เขากลับแสดงออกว่า "มั่นคง" ต่อเธอคนเดียว ตามจีบเธออย่างบ้าคลั่ง จนเคยได้ชื่อว่าเป็นแฟนหนุ่มตัวอย่าง และเธอเองก็เคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก
ตอนนี้เจียงอวี้ตาสว่างแล้ว อวี๋ลี่เทียนคบเธอเพราะเงินเท่านั้น!
เจียงอวี้หน้าตาธรรมดา แต่เธอเป็นคนท้องถิ่น พ่อแม่เสียชีวิตไปแล้วทิ้งมรดกและบ้านในปักกิ่งไว้ให้จำนวนหนึ่ง เธอรู้จักอวี๋ลี่เทียนผ่านเฉินเจียวเจียว เพื่อนร่วมห้องสมัยมหาวิทยาลัย เฉินเจียวเจียวกับอวี๋ลี่เทียนมาจากบ้านเกิดเดียวกัน
หลังจากคบกับอวี๋ลี่เทียน เธอก็สนิทสนมกับเฉินเจียวเจียวไปด้วย เธอไม่เคยรังเกียจที่เฉินเจียวเจียวมักจะติดสอยห้อยตามไปไหนมาไหนด้วยเสมอ คอยพาไปกินไปเที่ยวตลอด
ใครจะไปรู้ว่า—
ที่แท้ตัวเธอเองต่างหากที่เป็นส่วนเกิน!
อวี๋ลี่เทียนกับเฉินเจียวเจียวเคยเป็นคู่รักกันมาก่อน ที่อวี๋ลี่เทียนมาคบกับเธอก็เพื่อเงินล้วนๆ เธอเลี้ยงดูชายหญิงสารเลวคู่นั้นมาตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย แม้แต่หลังเรียนจบพวกมันก็ยังเกาะเธอกิน
ผ่านไปหลายปี เงินมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ถูกผลาญไปเกือบหมด
เธอยังเคยหลงคิดว่าตัวเองมีความสุขงั้นเหรอ?
เจียงอวี้ตบหัวตัวเองอย่างแรง ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่า "ฉันนี่มันโง่จริงๆ!"
ในชาติก่อน กว่าเธอจะรู้ความจริงก็สายเกินไป ทำได้แค่นอนตายตาไม่หลับด้วยความเคียดแค้น
โชคดีที่สวรรค์ให้โอกาสเธอกลับมาเกิดใหม่
ชาตินี้ เธอจะต้องเปลี่ยนแปลงจุดจบของตัวเอง จะไม่ยอมตกอยู่ในสภาพนั้นอีก เธอจะทำให้อวี๋ลี่เทียนและเฉินเจียวเจียวต้องชดใช้ ให้พวกมันได้ลิ้มรสชีวิตแบบที่เธอเคยเจอ!
ถ้าไม่ได้ทรมานพวกมันให้สาสม เธอคงนอนตายตาไม่หลับ
ถึงเวลานั้น เธอจะมีพลังมิติ มีเสบียงพร้อม ใช้ชีวิตเสวยสุข แล้วส่งคู่ชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นลงนรกไปซะ!
ประกายตาอำมหิตวาบผ่านดวงตาของเจียงอวี้ขณะที่เธอกำข้อมือแน่น
ในชาติที่แล้ว เฉินเจียวเจียวครอบครองมิติ แสร้งทำตัวเป็นผู้มีพลังพิเศษจนได้รับการยกย่องเชิดชู ชาตินี้ เธอจะต้องไม่ด้อยไปกว่ามัน
เธอจะทุ่มเงินทั้งหมดที่มีซื้อเสบียง
เงินไม่พอเหรอ?
ไม่เป็นไร รอให้วันสิ้นโลกมาถึง โลกโกลาหลวุ่นวาย เธอก็ยังสามารถ... ไปช้อปปิ้งแบบไม่ต้องจ่ายเงินได้
พอคิดถึงการช้อปปิ้งฟรี เจียงอวี้ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ก๊อก ก๊อก!"
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เสียงเคาะขัดจังหวะความคิดของเจียงอวี้ เธอขมวดคิ้วแน่นแล้วตะโกนถาม "ใครคะ?"
เสียงผู้หญิงตอบกลับมาจากด้านนอก "มาส่งของค่ะ"
เจียงอวี้ลุกขึ้นไปเปิดประตู
ช่วงนี้เธอสั่งของไปเยอะมาก มีทั้งอาหารเดลิเวอรี่และพัสดุมาส่งไม่ขาดสาย นี่ก็เป็นเวลาอาหารเย็นพอดี เธอเพิ่งกดสั่งไป ส่งเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
เจียงอวี้ไม่ได้คิดอะไรมากจึงเปิดประตูออกไป
ทว่า วินาทีที่เห็นคนข้างนอกชัดเจน คิ้วของเจียงอวี้ก็ขมวดมุ่นเข้าหากันอีกครั้ง
หญิงสาวรูปร่างเพรียวบางยืนพิงผนัง ข้างกายมีชายสวมแว่นท่าทางสุภาพ และด้านหลังยังมีชายสวมชุดธรรมดาแต่ดูร่างกายกำยำแข็งแรง อีกด้านหนึ่งก็มีผู้ชายอีกสองคนยืนคุมอยู่
คนกลุ่มนี้ยืนปิดทางหน้าประตูห้องของเจียงอวี้ไว้
เจียงอวี้มองเฉิงอัน แววตาเต็มไปด้วยความระแวง "พวกคุณคือ..."
นี่ไม่ใช่คนส่งของแน่ๆ!
แถมผู้หญิงคนนี้ดูยังไงก็ไม่ธรรมดา แต่กลับใช้ข้ออ้างว่า "มาส่งของ" เพื่อให้เธอเปิดประตู
เจียงอวี้ตั้งท่าระวังตัวทันที
เฉิงอันยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าเรียวยาวออกมา ฝีเท้าเบากริบจนไม่ได้ยินเสียงในโถงทางเดินที่เงียบสงัด เธอหยุดลงตรงหน้าเจียงอวี้
เฉิงอันที่สูง 170 เซนติเมตรแผ่กลิ่นอายกดดันมหาศาล เจียงอวี้ที่สูงเพียง 160 เซนติเมตรเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ สีหน้ายิ่งดูระแวดระวังมากขึ้น
เฉิงอันไม่ได้ใส่ใจ
เธอยื่นเอกสารในมือให้ น้ำเสียงแหบพร่ายื่อยเฉื่อย "คุณเจียงอวี้ เรามาจากแผนกกิจการพิเศษวันสิ้นโลก ฉันชื่อเฉิงอัน เกี่ยวกับความลับของคุณ... เรามาคุยกันหน่อยดีไหม?"
ปากบอกว่า "คุย" แต่สิ่งที่ยื่นให้กลับเป็นหมายจับ
"วิ้ง—"
สมองของเจียงอวี้เหมือนระเบิดตูมในชั่วพริบตา
เธอตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ความคิดในหัวยุ่งเหยิงไปหมด
แผนกกิจการพิเศษวันสิ้นโลก?
นับตั้งแต่ข่าวเรื่องอุกกาบาตเมื่อครึ่งปีก่อน ก็มีข่าวลือต่างๆ นานาในโลกออนไลน์ แต่ไม่มีใครใส่ใจจริงจัง เธอเป็นผู้กลับชาติมาเกิด ย่อมรู้ดีว่าก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึง ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติหรอก
แม้ผู้คนจะพูดคุยเรื่องอุกกาบาต แต่ก็ไม่เชื่อว่ามันจะนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่
และความลับของเธอ...
วินาทีนี้ ในหัวของเจียงอวี้มีความคิดเดียวผุดขึ้นมา—
จบเห่แล้ว!
ความแตกแล้ว!
ทำยังไงดี?
เธอควรทำยังไง?
ฆ่าปิดปากพวกนี้เหรอ?
ไม่ได้! พวกเขาไม่ได้มาคนเดียว
หนีเข้าไปในมิติ?
ไม่ได้ วิธีนี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน!
บ้าจริง เธอต้องออกจากมิติทุกๆ 24 ชั่วโมง และต้องออกมาที่จุดเดิม จะหลบอยู่ในนั้นตลอดไปไม่ได้!
ขืนเธอหายเข้าไปในมิติต่อหน้าต่อตาคนพวกนี้ ก็เท่ากับจบสิ้นกันพอดี
อีกอย่าง วันสิ้นโลกก็ยังมาไม่ถึง
เจียงอวี้สับสนว้าวุ่น ความคิดตีกันยุ่งเหยิง สถานการณ์คับขันจนเธอคิดหาทางออกไม่ออกเลยสักทาง!
แต่สติสัมปชัญญะสั่งการให้เธอสงบสติอารมณ์และบังคับเสียงให้เป็นปกติ
"ความลับอะไรคะ? ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด"
บางทีเธออาจจะเข้าใจผิดไปเอง ใครจะมาเดาเรื่องพลังมิติหรือการกลับชาติมาเกิดได้กันล่ะ?
เฉิงอันมองเธอด้วยรอยยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม "คุณเจียงมีความลับไม่น้อยเลยนะ..."
เธอเว้นจังหวะ ภายใต้สายตาที่แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือของเจียงอวี้ เธอก็เอ่ยปากช้าๆ "อย่างเช่น พลังมิติ หรืออย่างเช่น... การกลับชาติมาเกิด"
เด็กสาวคนนี้ดูเหมือนฉลาด แต่จริงๆ แล้วทุกอย่างมันเขียนแปะไว้บนหน้าหมดแล้ว
อย่าว่าแต่เฉิงอันเลย แม้แต่ห่าวจิ้งเย่ก็ยังดูออกว่าเธอกำลังคิดอะไรและปิดบังอะไรอยู่
เรื่องพลังมิติได้รับการยืนยันแล้ว แต่เรื่องการกลับชาติมาเกิดยังไม่มีหลักฐานโดยตรง
ทว่าปฏิกิริยาตอบสนองของเธอก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
เจียงอวี้เซถอยหลังเล็กน้อย
เธอรู้แล้วจริงๆ!
เจียงอวี้สติแตกในทันที เธอหยิกต้นขาตัวเองเรียกสติ เบิกตากว้าง
"ฉันไม่รู้เรื่องที่คุณพูด พลังมิติกับเกิดใหม่อะไรกัน? คุณอ่านนิยายมากไปหรือเปล่า?"
เธอเชิดคางขึ้นแล้วแค่นเสียงเย็นชา
"ถ้าป่วยก็ไปหาหมอเถอะ แล้ววันสิ้นโลกอะไร ไร้สาระ! ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคนบ้าหรอกนะ ลาก่อน!"
พูดจบเธอก็เตรียมจะปิดประตูใส่
เฉิงอันใช้มือข้างหนึ่งยันบานประตูไว้เบาๆ แต่เจียงอวี้กลับปิดไม่ลงไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนก็ตาม
เธอมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตกใจ
ผู้หญิงคนนี้แรงเยอะชะมัด!
เจียงอวี้เริ่มโมโห "พวกคุณต้องการอะไรกันแน่! ปากบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ใครจะไปรู้ว่าจริงหรือปลอม? อีกอย่างฉันไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาสอบสวนฉัน!"
เสียงของเธอดังลั่น
แต่น่าแปลกที่วันนี้ไม่มีใครออกมาดูเหตุการณ์เลยสักคน
ใบหน้าของเจียงอวี้แดงก่ำ ดวงตาเบิกโพลง แสดงท่าทีไม่ให้ความร่วมมือถึงที่สุด
เมื่อเห็นดังนั้น เฉิงอันจึงปรายตามองแล้วชักมือกลับ
เจียงอวี้กำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่แล้วก็เห็นอีกฝ่ายหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากเอว...
ปืน!
เฉิงอันใช้กระบอกปืนเคาะกับบานประตูเบาๆ น้ำเสียงของเธอยังคงนุ่มนวล
"แผนกกิจการพิเศษวันสิ้นโลกมีอำนาจสูงสุด ระหว่างปฏิบัติภารกิจ เราสามารถวิสามัญเป้าหมายที่ไม่ให้ความร่วมมือได้ทันที ฝีมือยิงปืนของฉันดีมากนะ นัดเดียวเจาะกะโหลก รับรองว่าผู้ตายจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยสักนิด"
เธอเล็งปากกระบอกปืนไปที่เจียงอวี้อย่างเนียนๆ
เฉิงอันยิ้มบางๆ "อ้อ จริงสิ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ?"
เจียงอวี้ "..."
เจียงอวี้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "...ฉันบอกว่า ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือกับภาครัฐ เชิญเข้ามาข้างในก่อนสิคะ"