เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - ท่านคือไอดอลของข้า!

บทที่ 30 - ท่านคือไอดอลของข้า!

บทที่ 30 - ท่านคือไอดอลของข้า!


บทที่ 30 - ท่านคือไอดอลของข้า!

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"หยุดตีได้แล้ว!" ทางด้านนั้น เซี่ยชิงอวิ๋นเช็ดเลือดบนหน้าแล้วลุกขึ้นยืน สีหน้าบิดเบี้ยว "ส่งคนให้เขาไปก่อน!"

จากนั้นก็จ้องอวิ๋นหยางด้วยสายตาเคียดแค้น "อวิ๋นหยาง เจ้าจบเห่แน่! เจ้ากล้าทำร้ายขุนนางราชสำนัก เจ้าตายแน่!"

อวิ๋นหยางแค่นเสียง "ข้าจะตายหรือไม่ตาย ไม่เกี่ยวกับเจ้า แต่ข้านับถึงสาม ถ้าคนยังไม่ออกมา เจ้าตายแน่!"

สายตาของอวิ๋นหยางเย็นยะเยือก จ้องมองเซี่ยชิงอวิ๋นราวกับน้ำแข็ง

เซี่ยชิงอวิ๋นสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ไม่อำพรางเลยแม้แต่น้อยในดวงตาของอวิ๋นหยาง เขาเชื่อว่าถ้าไม่ยอมปล่อยคน เขาตายแน่ๆ!

คนตรงหน้านี่มันคนบ้าชัดๆ!

แต่ในใจก็สงสัยสุดขีด: แค่ทหารพิการคนหนึ่ง แขนขาดไปข้าง ตัวก็มีแผลเก่า แทบไม่มีประโยชน์อะไรจะให้ใช้สอย ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับอวิ๋นหยางเลยสักนิด ไอ้หมอนี่เกิดบ้าอะไรขึ้นมา ถึงได้พุ่งเข้ามาออกหน้าให้แบบไม่คิดชีวิต?

แถมยังใช้วิธีป่าเถื่อนรุนแรง ทำอะไรวู่วามขนาดนี้!

ทำให้คนรู้สึกว่า... เหมือนกับไม่ได้ไปยึดเมียทหารพิการ แต่ไปยึดเมียอวิ๋นหยางมายังไงยังงั้น!

ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?

เซี่ยชิงอวิ๋นคิดจนหัวแตกก็คิดไม่ออก

ไม่นาน หญิงสาวหน้าตาหมดจดคนหนึ่งก็ถูกพาตัวออกมาด้วยท่าทางตื่นตระหนก พอเห็นเฉินซานก็น้ำตาไหลพราก

เฉินซานรีบพุ่งเข้าไปกอดนางไว้แน่น ปลอบโยนเสียงอ่อน "ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว... อย่ากลัวนะ"

องครักษ์และคนรับใช้ตระกูลเซี่ยนับไม่ถ้วนยืนมองอยู่รอบๆ แต่ไม่มีใครกล้าขยับ

สองสามีภรรยาเฉินซานหันมา คุกเข่าลงดังตุ้บ "ขอบคุณคุณชาย! บุญคุณของคุณชายดุจขุนเขา..."

อวิ๋นหยางขมวดคิ้ว "รีบไปเถอะ พาเมียเจ้ากลับบ้านไปใช้ชีวิตให้ดี ลูกผู้ชายอกสามศอก ทำตัวเป็นแมลงกราบพระไปได้"

เฉินซานยืดอกขึ้น "เฉินซานไม่ไป! วันนี้คุณชายเพื่อช่วยเฉินซาน ได้ก่อเรื่องใหญ่หลวง เฉินซานจะหนีเอาตัวรอดได้เยี่ยงไร ไม่ว่าจะยังไง เรื่องนี้ก็เริ่มที่เฉินซาน คุณชายวางใจ ข้าเฉินซานจะไม่ยอมให้คุณชายมารับเคราะห์แทนเด็ดขาด!"

อวิ๋นหยางหลุดขำ "รับเคราะห์อะไร รีบกลับบ้านไปซะ ข้ากล้ามาอาละวาดขนาดนี้ จะไม่มีไพ่เด็ดในมือได้ยังไง? ถ้าข้ากลัวพวกเขา ข้าจะกล้าทำระยำตำบอนขนาดนี้เหรอ? เหตุผลแค่นี้เจ้ายังไม่เข้าใจ? รีบกลับบ้านไป"

เฉินซานคิดดูก็เห็นจริง แต่ก็ยังไม่วางใจ กล่าวว่า "งั้นข้าน้อยขอลาไปก่อน ส่งเมียถึงบ้านแล้ว จะรีบมารายงานตัวที่จวนอวิ๋น หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น เฉินซานจะไม่ถอยหนีเด็ดขาด"

โขกศีรษะให้ทีหนึ่ง แล้วประคองภรรยาจากไป

คนมุงดูมองแผ่นหลังเฉินซานที่จากไป สายตาซับซ้อน

เฉินซานคนนี้ถือว่าเจอคนดี ไม่อย่างนั้น ชีวิตสองผัวเมียคู่นี้คงพังพินาศไปแล้ว แต่เขาก็พูดไม่ผิด คุณชายอวิ๋นผู้นี้ได้ไปแหย่รังแตนเข้าให้แล้วจริงๆ...

เห็นสองผัวเมียเฉินซานไปแล้ว อวิ๋นหยางกอดอกเดินส่ายอาดๆ ออกไปทางประตูใหญ่

"ช้าก่อน!" เซี่ยชิงอวิ๋นเช็ดเลือดบนหน้าอย่างแรง พูดด้วยความแค้น "อวิ๋นหยาง เจ้าคิดจะไปง่ายๆ แบบนี้รึ?"

อวิ๋นหยางหันกลับมา ทำหน้างง "ไม่ให้ข้าไป? หรือเจ้าจะเลี้ยงข้าวข้า?"

ตอนนี้ เซี่ยอู่หยวนเพิ่งฟื้นจากสลบ เห็นดาววิบวับเต็มตา ครางออกมาอย่างยาวนาน "อวิ๋นหยาง ข้ากับจวนอวิ๋นโหวของเจ้า อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!"

ดวงตาอวิ๋นหยางฉายแววอำมหิต "พูดเหมือนข้าอยากจะอยู่ร่วมโลกกับบ้านพวกเจ้านักนี่ มีน้ำยาแค่ไหน ก็งัดออกมาใช้เถอะ เปิ่นกงจื่อ (ตัวข้าคุณชาย) พร้อมรับมือทุกกระบวนท่า!"

เซี่ยอู่หยวนหายใจหอบฮักๆ "เจ้าคอยดู! เจ้าคอยดู! อั้ก..."

พูดไปพูดมา ความโกรธแล่นริ้วขึ้นหัวใจ กระอักเลือดออกมาคำโต

อวิ๋นหยางมองบน เดินอาดๆ ออกไป ก่อนพ้นประตูยังถ่มน้ำลาย ถุย! พึมพำว่า "บ้านอย่างพวกแกเนี่ยนะ... ไม่คู่ควรให้ข้าต้องใช้สมองด้วยซ้ำ..."

เดินจากไปอย่างผู้ชนะ!

"...อกจะแตกตายอยู่แล้ว!" เซี่ยอู่หยวนร้องลั่น ตัวแข็งทื่อ สลบไปอีกรอบ

...

อวิ๋นหยางเพิ่งเดินพ้นประตูตระกูลเซี่ย ก็เห็นตัวเขียวอี๋ตัวหนึ่งเดินสวนมา

เขียวทั้งตัว

เสื้อคลุมเขียว กางเกงเขียว รองเท้าเขียว เข็มขัดเขียว หมวก... เขียว...

อวิ๋นหยางมุมปากกระตุกยิกๆ

บนหมวกเขียวของหมอนี่ยังเสียบกิ่งไผ่เขียวไว้อีกกิ่ง!

เอ็งจะรักสีเขียวอะไรขนาดน้านนน...

เห็นเพียงหมอนี่เดินยิ้มร่าเข้ามา หัวเราะเสียงดัง "โอ้โฮเฮะ... นับถือ นับถือ... เอ่อ คุณชายอวิ๋น... ใช่ไหม? สะใจจริงๆ... สะใจโคตรๆ ข้าดูแล้วยังสะใจแทน..."

อวิ๋นหยางงงเป็นไก่ตาแตก

หมอนี่มีปัญหาทางจิตหรือเปล่า?

อะไรสะใจ? ข้าไม่เห็นจะเข้าใจ?

อวิ๋นหยางไม่รู้ว่า ตั้งแต่เขาปะทะคารมกับเซี่ยชิงอวิ๋น เจ้าหนุ่มชุดเขียวคนนี้ก็จ้องตาเป็นมัน ตบขามันแผล็บๆ ด้วยความชอบใจ!

"สะใจโว้ย... มันต้องอย่างนี้สิ! ดูเขาสิ..." หนุ่มชุดเขียวพร่ำเพ้อ มองอวิ๋นหยางด้วยสายตาเหมือนมองไอดอลผู้ยิ่งใหญ่

"ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ใช่! ไม่ต้องมีเหตุผล แล้วจะทำไม! บิดา (ข้า) เห็นแล้วขวางหูขวางตา! จะทำไม! เจ๋งเป้ง! เจ๋ง... นี่... เชี่ยยย ไอ้หมอนี่แน่จริงว่ะ ต่อยจริงด้วย?! ...สุดยอด ต่อยลูกแล้ว ยังต่อยพ่ออีก... นี่ นี่ นี่... ไอดอลชัดๆ..."

คุณชายชุดเขียวคนนี้ชี้ไม้ชี้มือ นับถือจนแทบกราบกราน หันไปพร่ำบ่นกับองครักษ์สองคนของตัวเอง "เห็นไหม... เห็นไหม? นี่แหละที่เรียกว่าคุณชายเจ้าสำราญ! น่าสงสารข้าที่แบกชื่อคุณชายเจ้าสำราญมาตั้งหลายปี วันนี้มาถึงเมืองเทียนถัง ถึงได้เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่าเจ้าสำราญ..."

"ไอ้ที่ข้าทำเมื่อก่อนมันจะไปเรียกว่าเจ้าสำราญได้ไง... นี่สิคือบรรพบุรุษของความเจ้าสำราญ... เป็นคนเมืองเทียนถัง ลูกหลานขุนนาง; ผิดใจกันคำเดียว ก็กล้ากระทืบขุนนางราชสำนัก... นี่มันยากกว่าที่ข้ารังแกชาวบ้านเยอะ..."

"แต่เขาบอกจะตบก็ตบ ช่างหมดจดงดงามอะไรปานนี้... ที่หายากที่สุดคือ ไม่ต้องคำนึงถึงผลลัพธ์อะไรทั้งนั้น... ความรู้สึกฟินๆ แบบนี้ จุ๊ๆ..."

"แบบอย่างของคนรุ่นเราจริงๆ..."

"น่าสงสารข้า คุณชายไร้เดียงสา ตงเทียนเหลิ่ง (ฤดูหนาวอากาศหนาว) เป็นคุณชายเจ้าสำราญมาตั้งหลายปีเพิ่งค้นพบว่า ที่ผ่านมาใช้ชีวิตเสียชาติเกิดจริงๆ..."

คำพร่ำเพ้อของหนุ่มชุดเขียวคนนี้ ทำเอาสององครักษ์หน้าดำเหมือนก้นหม้อ

แค่ท่านก็ป่วนจนฟ้าถล่มดินทลายแล้ว ยังจะมานับถือไอ้คนต่อยคนกลางถนนนี่อีก...

ขืนกลับไปท่านทำตามอย่างบ้าง ใครขวางหูขวางตาก็ลากมาซ้อม... ชีวิตคงบัดซบแน่

เจ้าหมอนี่ตอนอวิ๋นหยางลงมือก็อยากจะเข้าไปแจมด้วย แต่โดนสององครักษ์ลากไว้แทบตาย; ตอนนี้เห็นอวิ๋นหยางจัดการเสร็จแล้ว ก็รีบวิ่งแจ้นเข้ามาหา

"คุณชายท่านนี้คือ? ..." อวิ๋นหยางทำหน้าเอ๋อ

"บิดา... เอ้ย ในนามข้า ตงเทียนเหลิ่ง!" หนุ่มชุดเขียวแนะนำตัวอย่างจริงจังและเป็นกันเอง "ตง (ฤดูหนาว) ของฤดูหนาว, เทียน (อากาศ/ฟ้า) ของฤดูหนาว, เหลิ่ง (หนาว) ของอากาศหนาว"

อวิ๋นหยางมองบน "ก็ได้ ฤดูหนาว... ไม่ร้อนจริงๆ นั่นแหละ"

"ชื่อข้าก็คือ ตงเทียนเหลิ่ง!" ตงเทียนเหลิ่งหน้าดำ "ข้าแซ่ตง ชื่อเทียนเหลิ่ง"

"ชื่อดี!" อวิ๋นหยางชมจากใจจริง

ต้องบอกว่า ไอ้เด็กนี่ข้าไม่รู้จักย่อมไม่นับถือ แต่ คนที่ตั้งชื่อให้ไอ้เด็กนี่ เปิ่นกงจื่อ (ตัวข้าคุณชาย) กลับนับถือจนแทบกราบกราน!

ต้องใช้ไอคิวระดับไหน ถึงจะตั้งชื่อออกมาได้ว่า 'ตงเทียนเหลิ่ง' (ฤดูหนาวอากาศหนาว)? ...บ้านแกฤดูหนาวไม่หนาวหรือไง?

ตงเทียนเหลิ่งดีใจจนเนื้อเต้น

คนที่เคยเจอใครบ้างไม่บ่นว่าชื่อเขาประหลาด? ไอ้หมอนี่กลับชมเสียงดังฟังชัดโดยไม่ลังเล หน้าบานเป็นจานเชิง ถามอย่างไว้ตัวว่า "ดีตรงไหน?"

ดีตรงไหน?

อวิ๋นหยางเกาหัว ในที่สุดก็ตอบว่า "ดีตรงที่... เรียบง่าย! หยาบกระด้าง! ตรงไปตรงมา! แถมความหมายลึกซึ้ง และจำง่ายมาก ไม่ว่าใคร ขอแค่เจอท่านครั้งเดียว ได้ยินชื่อท่านหนเดียว ก็จะไม่มีวันลืม! นี่... ช่างเป็นชื่อที่ดีจริงๆ..."

พูดไปพูดมา อวิ๋นหยางเริ่มรู้สึกเองว่า... เชี่ย ชื่อนี้มันดีจริงๆ แฮะ

"ฮ่าๆๆๆ... ที่แท้ชื่อข้าดีขนาดนี้... ข้าเข้าใจท่านพ่อผิดมาตั้งหลายปี..." ตงเทียนเหลิ่งหัวเราะร่าอย่างเบิกบาน ตบไหล่อวิ๋นหยาง "พี่ชายใช้ได้! ดีมาก! ถูกคอ, มีคุณธรรม, ใจกว้าง! ข้าเลี้ยงเหล้า!"

"..."

อวิ๋นหยางจะมีกะจิตกะใจไปกินเหล้าที่ไหน? รีบปฏิเสธอย่างนุ่มนวล "ข้ากลับไปมีธุระ..."

"ไม่เป็นไร! ข้าตามไปกินที่บ้านท่านก็ได้! รอท่านทำธุระเสร็จเราค่อยกิน" คุณชายตงเทียนเหลิ่งอุตส่าห์เก็บคนถูกใจได้คนหนึ่ง แถมไม่ว่าจะทำอะไรหรือพูดจาล้วนถูกจริตไปซะหมด... จะยอมปล่อยให้จากไปง่ายๆ ได้ยังไง?

อวิ๋นหยางมองบน เจ้าตามไปแล้วข้าจะทำธุระอะไรได้?

"ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ทำไมไม่ดื่มด้วยกัน..." ตงเทียนเหลิ่งโอบไหล่อวิ๋นหยางอย่างสนิทสนม พูดด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งว่า "พี่ชาย ชีวิตคนเราหาคนรู้ใจยากนะ..."

ข้ากับเจ้าไม่ใช่คนรู้ใจสักหน่อย

"พูดตามตรง วิธีการของพวกคุณชายเจ้าสำราญทั่วหล้าข้าเห็นมาเยอะ แต่ที่จะเทียบกับพี่ชายที่เรียบง่าย หยาบกระด้าง ตรงไปตรงมา ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงมือซ้อม แถมยังชอบสอดมือเข้ายุ่งเรื่องชาวบ้านแบบนี้..." ตงเทียนเหลิ่งถอนหายใจด้วยความเลื่อมใส "...ยังไม่เคยเจอจริงๆ! ต่อให้ทั่วทั้งทวีปเทียนเสวียน พี่ชายก็นับได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในหมู่คุณชายเจ้าสำราญ"

อวิ๋นหยางรู้สึกเวียนหัวตึ้บ

ไอ้หมอนี่พูดบ้าอะไร? ทำไมข้าฟังไม่รู้เรื่อง?

คุณชายเจ้าสำราญ?

ข้าไปเจ้าสำราญตอนไหน?

เดิมทีข้าก็จะหาเรื่องอยู่แล้ว สองพ่อลูกตระกูลเซี่ยนี่ดันซวยมาเจอข้าพอดี ข้าก็เลยเริ่มจากตรงนี้ซะเลย... อีกอย่างข้าก็ออกหน้าแทนทหารผ่านศึกพิการ... ไปเจ้าสำราญตรงไหน?

ข้าต้องการจะจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นให้ระเบิดเถิดเทิง และทำให้ราชสำนักปั่นป่วน ขั้นตอนทุกอย่างวางแผนไว้หมดแล้ว นี่มันแค่เริ่มต้นเองนะ...

แผนการต่อเนื่องข้ายังมีอีกเพียบ...

นึกไม่ถึงว่าในปากเจ้า... กลายเป็นไม่มีห่านอะไรเลย?

อันดับหนึ่งในหมู่คุณชายเจ้าสำราญ?

เชี่ยเอ๊ย ถ้าต้องแบกชื่อนี้ไว้ ฉายามันสมองแห่งเก้าจอมราชันย์ของข้าคงกลายเป็นเรื่องตลก... ยังไงซะข้าก็เป็นสายใช้สมองนะโว้ย...

"วิธีการของพี่ชาย เย็น (เหลิ่ง) ละอายใจที่เทียบไม่ติด แต่วันนี้เรื่องของท่าน ดูท่าจะบานปลายใหญ่โตแล้ว" ตงเทียนเหลิ่งโอบไหล่อวิ๋นหยาง "แต่พี่ชายวางใจ มีพี่ชายอย่างข้าอยู่ เจ้าไม่เสียเปรียบแน่! อย่างมากคืนนี้..."

เขากดเสียงต่ำ "...คืนนี้ไปฆ่าล้างโคตรแม่งเลย..."

อวิ๋นหยางแค่นเสียงในใจ จะว่าไป ไอ้หมอนี่ตากถึงจริงๆ วีรบุรุษเห็นพ้องต้องกันแฮะ ข้าก็มีแผนนี้อยู่พอดี...

สององครักษ์ของตงเทียนเหลิ่งเดินหน้าดำตามหลังอวิ๋นหยางทั้งสองคน ในใจรู้สึกเหมือนมีสัตว์เทพนับล้านตัววิ่งผ่าน

เรื่องบ้าบอคอแตกขนาดนี้...

คุณชายก็ยังจะเอาตัวเข้าไปพัวพัน?

อวิ๋นหยางพยายามสรรหาวิธีปฏิเสธอย่างนุ่มนวลสารพัด... แต่ก็ไร้ผล สุดท้ายก็ถูกตงเทียนเหลิ่งกอดคอ เดินกอดคอกันกลับไปถึงจวนตระกูลอวิ๋น

จนกระทั่งกลับถึงบ้าน เห็นสายตาแปลกประหลาดของลุงเหมย อวิ๋นหยางได้แต่สั่งว่า "ยกเหล้ามา คืนนี้ข้ากับพี่ตง... จะเมากันให้เต็มคราบ"

ลุงเหมยสายตาแปลกประหลาด สีหน้าแปลกประหลาด

ข้าเพิ่งได้ข่าวว่าท่านไปถล่มจวนอานหยวนโหวมา ซ้อมสองพ่อลูกปางตาย... นี่ท่าน... กลับมาฉลองความสำเร็จงั้นเรอะ?

ยังจะเมากันให้เต็มคราบ?

ท่านรู้ไหมว่าท่านก่อเรื่องใหญ่ขนาดไหน? ...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 30 - ท่านคือไอดอลของข้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว