- หน้าแรก
- มือปราบระบบอัปเกรด
- บทที่ 680 - ทางใครทางมัน
บทที่ 680 - ทางใครทางมัน
บทที่ 680 - ทางใครทางมัน
บทที่ 680 - ทางใครทางมัน
หยางเชียนคาดไม่ถึงว่าเวลานี้แผงค่าประสบการณ์จะเด้งแจ้งเตือนขึ้นมา
ตำรับยาที่ขาดหาย หากพอจะคาดเดาสรรพคุณได้ ย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะอนุมานเพื่อซ่อมแซมให้สมบูรณ์
และเมื่อเห็นแต้มประสบการณ์ที่ต้องใช้ช่างน้อยนิด หยางเชียนก็ไม่มีเหตุผลต้องลังเล เพียงแค่ความคิดวูบหนึ่ง แต้มประสบการณ์ไม่กี่พันก็ถูกใช้ไป
แต้มประสบการณ์คงเหลือ: -3,000
[ยินดีด้วย! หลังจากท่านค้นคว้าอย่างละเอียด ตำรับยาที่ขาดหายได้รับการฟื้นฟูจนสมบูรณ์]
[ได้รับตำรับยา: ยาชำระกาย]
ยาชำระกาย? หยางเชียนเห็นชื่อนี้แล้วนึกขำในใจ (ชื่อเหมือนการตอนขันที)
แต่ดูจากสรรพคุณแล้ว มันมีความหมายถึงการชำระล้างดวงจิตวิญญาณของอสูรให้บริสุทธิ์จริงๆ เพียงแต่ยานี้ปรุงไม่ง่าย ทั้งกรรมวิธีและสมุนไพรที่ต้องใช้ล้วนเป็นของหายากระดับสูงในบรรดายาเซียน
หยางเชียนไม่เล่นลิ้นกับเสวียนชา พูดตรงๆ ว่า "ตำรับยานี้ดูคุ้นตา เหมือนจะคล้ายคลึงกับยาชนิดหนึ่งที่ข้าเคยเห็นในคัมภีร์โอสถเล่มหนึ่งมาก่อน"
จะให้บอกว่า "มองปราดเดียวก็ซ่อมเสร็จ" คงไม่ได้กระมัง? บอกว่าเคยเห็นมาก่อนดูสมเหตุสมผลกว่า และยังประหยัดเวลาด้วย
พอได้ยินคำพูดของหยางเชียน ร่างของเสวียนชาถึงกับสั่นสะท้าน! ดวงตาที่เดิมทีไม่ได้โตนักแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
"พี่น้องหยางเชียน! ท่านเคยเห็นตำรับยานี้มาก่อน? เคยเห็นยาชำระกายนี้หรือ?!"
"อืม น่าจะไม่ผิด สรรพคุณเหมือนกับที่ท่านเสวียนชาว่ามา และในความเห็นของข้า ยาชำระกายนี้น่าจะเป็นยาที่มีฤทธิ์แรงที่สุดในบรรดายาเซียนประเภทเดียวกันแล้ว"
"พี่น้องหยางเชียนบอกสูตรยาได้หรือไม่?"
"สูตรยาลับเฉพาะนี้คงบอกให้ท่านทราบไม่ได้ แต่หากท่านหาวัตถุดิบมาได้ครบ ข้าพอจะช่วยปรุงให้ท่านสักเตาได้"
นักปรุงยามีกฎของนักปรุงยา ศาสตร์ที่อาศัยความรู้และประสบการณ์ล้วนๆ แบบนี้ยิ่งหวงวิชากันสุดชีวิต ไม่ใช่หยางเชียนเล่นตัว แต่นักปรุงยาทุกคนเป็นเช่นนี้
เสวียนชารีบประสานมือขออภัย "พี่น้องหยางเชียนอย่าถือสา ข้าบุ่มบ่ามไปเอง สูตรยาไม่สำคัญ ตัวยาสำคัญกว่า! พี่น้องตามข้ามา ข้าเตรียมสมุนไพรไว้ตั้งนานแล้ว มาดูซิว่าครบไหม?"
พูดจบก็กระโดดตัวลอย ลากหยางเชียนไปที่ห้องข้างๆ ผลักประตูเข้าไป ด้านในเป็นชั้นวางกล่องหยกเรียงราย
บนกล่องหยกเหล่านี้ล้วนสลักลวดลายค่ายกล มีผลในการปิดผนึกพื้นที่ภายใน เป็นวิธีการเก็บรักษาสมุนไพรล้ำค่า เหมือนกับการเก็บรักษายาเม็ด คือป้องกันไม่ให้สรรพคุณยารั่วไหลไปตามกาลเวลา
หยางเชียนเดินเข้าไปในห้อง ไล่ดูไปทีละชั้น
จากป้ายชื่อสมุนไพรที่แปะอยู่บนกล่องหยกแต่ละใบ เห็นได้ชัดว่าเสวียนชาเตรียมการมานานแล้ว และเตรียมไว้อย่างพรั่งพร้อม ทุ่มเทแรงกายแรงทรัพย์ไปไม่น้อย เพราะสมุนไพรพวกนี้หลายอย่างเป็นของหายากและแปลกประหลาด
"ท่านสะสมไว้มากโขจริงๆ แต่ยังขาดตัวยาหลักอีกสองอย่าง"
"พี่น้องหยางเชียนบอกมาเลย ข้าจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้!"
ขณะที่เสวียนชากำลังปรึกษาเรื่องปรุงยากับหยางเชียน เฮ่ออวี่ที่เพิ่งกลับมาถึงชิงเถียนไห่ ได้มายืนรออยู่ที่หน้าตำหนักบนยอดเขาสูงตระหง่านใจกลางเกาะมาพักใหญ่แล้ว
"ท่านเซียนจวิน ท่านปรมาจารย์เชิญขอรับ" ศิษย์รับใช้วิ่งเหยาะๆ ออกมาแจ้งข่าวอย่างนอบน้อม
ได้ยินดังนั้นเฮ่ออวี่จึงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก คิดในใจว่าครั้งนี้อาจารย์คงไม่ได้ปิดด่าน มิเช่นนั้นคงไม่เรียกเขาเข้าไปเร็วปานนี้
เดินผ่านตำหนักใหญ่เข้าไป จนกระทั่งถึงห้องหินในตำหนักรอง เฮ่ออวี่ก็ได้พบกับอาจารย์ผู้ปกครองชิงเถียนไห่ 'เซียนซุนเซียวเต๋อผู้สั่นสะเทือนปฐพี' นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นสูง
ร่างจริงของเซียนซุนเซียวเต๋อคือสัตว์หยกเขียวเก้าตา จัดเป็นสัตว์เซียน
ความจริงแล้วยอดฝีมือระดับเซียนซุนในเผ่าอสูรส่วนใหญ่ล้วนมีร่างต้นเป็นสัตว์เซียน เช่นเดียวกับเซียนซุนมู่ฮั่วแห่งวังโตวฮั่ว
สัตว์เซียนมีพื้นที่บำเพ็ญเพียรในวังสวรรค์มาตั้งแต่สมัยที่วังสวรรค์ยังรุ่งเรือง พรสวรรค์ย่อมเหนือกว่าสัตว์อสูรในโลกชั้นล่างมากนัก
"เจ้าสาม กลับมาแล้วรึ?"
"ศิษย์คารวะท่านอาจารย์! การไปเยือนเมืองชิงเถียนครั้งนี้ได้อะไรมาไม่น้อย จึงกลับมาเร็วกว่ากำหนดขอรับ"
เซียนซุนเซียวเต๋อพยักหน้า รูปลักษณ์ของเขาค่อนไปทางมนุษย์ นี่เป็นความเคยชินที่สั่งสมมาจากการอยู่ในวังสวรรค์ ยามไม่แสดงร่างจริงเขาก็ดูเหมือนมนุษย์คนหนึ่ง ต่างกันเพียงกลางหน้าผากมีลวดลายสัตว์เป็นตราประทับวิญญาณ
"โอ้? ได้อะไรมาไม่น้อย? งั้นเจ้าตรวจสอบพบเรื่องสกปรกที่สยงลี่ศิษย์น้องเจ้าทำไว้ในช่วงหลายปีนี้หรือไม่?"
"ท่านอาจารย์ ท่านมั่นใจเพียงนี้เลยหรือว่าศิษย์น้องสยงลี่ประพฤติมิชอบ?" เฮ่ออวี่สงสัยเรื่องนี้มาก หากอาจารย์ไม่เอ่ยปากก่อน เขาคงไม่ไปเมืองชิงเถียน และคงไม่โทษความตกต่ำของเมืองชิงเถียนว่าเป็นความผิดของศิษย์น้อง คงคิดว่าเป็นเพราะหานักปรุงยายาก และพวกชิงฉือกับเยี่ยนซานใช้วิธีการแข็งกร้าว เมืองชิงเถียนจึงเสียเปรียบ
"หึหึ เรื่องราวในโลกหล้าคาดเดายาก แต่ย่อมมีร่องรอยให้สืบสาว ชะตาชีวิตของสยงลี่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอด แต่ก่อนเลือนราง ภายหลังเริ่มเห็นเค้าโครงบางอย่าง อาจารย์ย่อมพอมองออก เป็นอย่างไร? ครั้งนี้เจ้าลงไปตรวจสอบได้หลักฐานจริงเท็จประการใด?"
เฮ่ออวี่จึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาทีละเรื่อง
เนิ่นนานกว่าเฮ่ออวี่จะเล่าจบ ห้องหินตกอยู่ในความเงียบสงัด เซียนซุนเซียวเต๋อไม่เอ่ยวาจา ดูเหมือนกำลังครุ่นคิด
"พูดเช่นนี้ก็แทบจะยืนยันได้แล้วว่าสยงลี่ใช้การประลองปรุงยาเพื่อส่งผลประโยชน์ให้ชิงฉือและเยี่ยนซาน?"
"ใช่ขอรับท่านอาจารย์ บัญชีของพวกเขา และการไหลเวียนของทรัพย์สินบางอย่างมีช่องโหว่ ศิษย์สุ่มตรวจร้านยาสมุนไพรบางแห่ง พบว่าราคาสมุนไพรหลายชนิดในเมืองชิงเถียนเราไม่ได้เป็นคนกำหนด แต่เป็นชิงฉือและเยี่ยนซานเป็นคนกำหนด เพราะพวกเขาผูกขาดส่วนแบ่งใหญ่ที่สุดไปได้ทุกงวด
และในการรับมือการประลองปรุงยา การกระทำของสยงลี่เรียกได้ว่าขอไปที อย่าว่าแต่ยอดฝีมือเลย แม้แต่นักปรุงยาฝีมือพอใช้ได้ก็แทบไม่มี หากไม่ใช่ท่านอาจารย์เตือนสติเขาไปก่อนหน้านี้ คาดว่าครั้งนี้เขาคงไม่ไปหานักปรุงยาจากวังโตวฮั่วมาเข้าแข่ง
ท่านอาจารย์ ท่านไม่เห็นกับตา สยงลี่เพื่อจะกลบเกลื่อนความสงสัยของท่าน และในขณะเดียวกันก็ต้องลอบสมคบคิดกับสองสำนักนั้น ถึงกับวางกับดักสร้างความลำบากให้นักปรุงยาที่ตัวเองหามาสารพัด
ใครจะรู้ว่านักปรุงยาจากวังโตวฮั่วผู้นั้นจะเก่งกาจผิดมนุษย์ สุดท้ายไม่เพียงชนะ แต่ยังชนะแบบกินรวบ เมืองชิงเถียนกวาดผลผลิตในเขตปกครองทั้งหมดได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ท่านอาจารย์ ตอนนั้นสีหน้าของพวกชิงฉือและเยี่ยนซานดูไม่จืดเลย ราวกับกินอุจจาระเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น"
หยุดพักครู่หนึ่ง เฮ่ออวี่กล่าวต่อ "แต่ศิษย์ไม่เข้าใจ สยงลี่อยู่ต่อหน้าท่านอาจารย์ก็ไม่เคยขาดการดูแล เมืองชิงเถียนก็มอบให้เขาปกครอง เขามีเรื่องอะไรให้คิดไม่ตกถึงต้องไปสมคบกับชิงฉือและเยี่ยนซาน?"
คำถามของเฮ่ออวี่ทำให้เซียนซุนเซียวเต๋อถอนหายใจ กล่าวว่า "บนเส้นทางบำเพ็ญเพียร สิ่งที่ปล่อยวางยากที่สุดคือหนทางข้างหน้า
สยงลี่ติดอยู่ในขอบเขตเซียนจวินมานานเกินไปแล้ว จิตใจของเขาแย่ที่สุดในบรรดาศิษย์ทั้งสี่ของข้า ทนความเหงาไม่ได้ และตีความวิถีแห่งมหาเต๋าไม่แตก ยิ่งไม่อาจยอมรับได้ว่าหนทางข้างหน้าของตนขาดสะบั้น
เขามาหาอาจารย์หลายครั้ง อาจารย์ให้เขาสงบใจแล้วค่อยค้นหาคำตอบ แต่ดูเหมือนตอนนี้เขาจะหา 'ทางอื่น' เจอแล้ว"
"ท่านอาจารย์ ท่านหมายความว่าสยงลี่ทรยศสำนัก?!"
[จบแล้ว]