- หน้าแรก
- มือปราบระบบอัปเกรด
- บทที่ 670 - จำเป็นต้องเล่นงานกันขนาดนี้เลยหรือ?
บทที่ 670 - จำเป็นต้องเล่นงานกันขนาดนี้เลยหรือ?
บทที่ 670 - จำเป็นต้องเล่นงานกันขนาดนี้เลยหรือ?
บทที่ 670 - จำเป็นต้องเล่นงานกันขนาดนี้เลยหรือ?
หลังจากเซียนจวินลี่กล่าวจบ จินเซียนผู้หนึ่งของเมืองชิงเถียนก็ลอยตัวขึ้นเหนือลานฝึกยุทธ์ ตะโกนสั่งการเหล่านักปรุงยาเบื้องล่าง
"บัดนี้ จงเปิดหีบข้างกาย ตรวจสอบตำรับยา และจัดเตรียมสมุนไพร"
สิ้นเสียงคำสั่ง นักปรุงยาทั้งยี่สิบเจ็ดชีวิตต่างขยับตัวทันที ต่างคนต่างเปิดหีบข้างเตา พบว่าบนกองสมุนไพรมีซองจดหมายวางอยู่ซองหนึ่ง
หยางเชียนหยิบซองจดหมายขึ้นมาดู หัวกระดาษตำรับยาเขียนไว้ชัดเจนว่า "ยาขจัดอาฆาต" ไม่ใช่ "ยาสลายกระดูก" ที่เจิงซานมิ่งยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะแต่อย่างใด
นี่มัน... หยางเชียนรู้สึกทันทีว่าเรื่องราวชักจะไม่อยู่ในแผนที่เตรียมไว้เสียแล้ว
กระทั่งชื่อยาชนิดนี้ เขาก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกในวันนี้ หากจะวัดระดับความหายากและไม่เป็นที่นิยม ยาขจัดอาฆาตนี้กินขาดชนะยาสลายกระดูกไปไกลโข
กล่าวคือ วันนี้หยางเชียนต้องเรียนรู้และปรุงยาชนิดใหม่สดๆ ร้อนๆ หน้างาน เคราะห์ดีที่มีตำรับยาแนบมาให้ ไม่ใช่โยนมาแค่ชื่อแล้วให้ดำน้ำเอาเอง
กวาดสายตามองรอบข้าง สีหน้าของนักปรุงยาหลายคนดูไม่สู้ดีนัก บางคนถึงกับหน้าเขียวคล้ำ
หยางเชียนไม่มีเวลาคิดมาก ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดจากทางเจิงซานมิ่งหรือมีเหตุผลอื่นใด ตอนนี้ล้วนไม่สำคัญ
หากอยากไขว่คว้าวาสนา ก็ต้องงัดฝีมือฝ่าด่านตรงหน้านี้ไปให้ได้ก่อน
ทว่าโชคยังเข้าข้างที่ความสามารถของหยางเชียนมีความได้เปรียบในเชิง 'ข้อมูล' ตราบใดที่เป็นเคล็ดวิชาและเทคนิคที่เขารู้อยู่แล้ว ความแตกต่างของยาแต่ละชนิดก็เป็นเพียงการจัดเรียงผสมผสานเทคนิคเหล่านี้เสียใหม่เท่านั้น
นักปรุงยาคนอื่นอาจต้องลองผิดลองถูกเพื่อสร้างความคุ้นเคย แต่เขาไม่ต้อง เพียงแค่ทำตามขั้นตอนในตำรับยาไปทีละขั้น ในแง่นี้หยางเชียนเชื่อมั่นว่าในโลกนี้คงไม่มีนักปรุงยาคนใดร้ายกาจไปกว่าเขา
กวาดสายตาอ่านตำรับยาในมือสองรอบ หยางเชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายออก
พูดตามตรง ยาขจัดอาฆาตนี้พิสดารนัก เพียงแค่กรรมวิธีการปรุงก็แตกต่างจากยาวิเศษทั่วไปอย่างสิ้นเชิง จัดอยู่ในประเภทวิชาสายมารนอกรีต สรรพคุณเองก็น่าทึ่ง คือช่วยขจัดไอความแค้นและไอสังหารที่สะสมในร่างจากการกลืนกินผู้อื่น สำหรับผู้บำเพ็ญอสูรจำนวนมาก นี่นับเป็นของดีที่หาได้ยากยิ่ง
เมื่อจำลองขั้นตอนการปรุงในสมองจนแม่นยำแล้ว หยางเชียนก็หันไปเตรียมจัดการกับสมุนไพรในหีบ
แต่เพียงแค่ยื่นมือออกไป เขาก็สัมผัสได้ถึงปัญหา
สมุนไพรสำหรับปรุงยาล้วนมีข้อกำหนดเรื่องอายุ โดยทั่วไปจะมีเกณฑ์ขั้นต่ำ ต้องอายุถึงเกณฑ์จึงจะนำมาใช้ได้ ส่วนขั้นสูงนั้นไม่มีเพดาน ยิ่งอายุมาก โอกาสที่เตาจะระเบิดหรือปรุงล้มเหลวก็ยิ่งน้อยลง
แน่นอนว่าสมุนไพรยิ่งเก่ายิ่งแพงและหายาก
อันที่จริง การสร้างสมดุลระหว่างอายุสมุนไพรกับต้นทุนราคาก็เป็นวิชาบังคับของนักปรุงยาเช่นกัน
การใช้สมุนไพรอายุเยาว์ที่สุดเท่าที่จะทำได้มาปรุงยาให้สำเร็จ นับเป็นศาสตร์ชั้นสูงแขนงหนึ่ง
ทว่าหยางเชียนพบว่าสมุนไพรในหีบของเขาล้วนมีอายุคาบเกี่ยวกับเกณฑ์ขั้นต่ำตามตำรับยาทั้งสิ้น กล่าวคือ สมุนไพรทั้งลังนี้เป็นของเกรดต่ำสุดที่พอจะใช้ปรุงยาได้แบบถูไถ และปริมาณยังถูกชั่งมาอย่างแม่นยำเป๊ะๆ พอดีสำหรับปรุงยาขจัดอาฆาตสามชุด ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่ตำลึงเดียว
"เป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะ?"
สติเทวะของหยางเชียนแผ่ซ่านออกไป ไม่นานสีหน้าเขาก็เริ่มบึ้งตึง
สมุนไพรในมือของนักปรุงยาคนอื่นแม้จะไม่ใช่ของวิเศษเลิศเลอ แต่ก็มีอายุมากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำราวห้าถึงหกปี ส่วนนักปรุงยาสี่คนที่ขนาบข้างซ้ายขวาหน้าหลังเขา สมุนไพรในมือพวกนั้นอายุมากกว่าเกณฑ์ถึงสิบกว่าปี!
นี่มันจงใจเล่นงานข้าชัดๆ? หยางเชียนรู้สึกว่าเรื่องนี้มันบ้าบอสิ้นดี อย่าลืมว่าเขามาในฐานะตัวแทนของเจ้าภาพเมืองชิงเถียน ไม่ได้รับสิทธิพิเศษก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ยังโดนกลั่นแกล้งอีก?
สมุนไพรพวกนี้เมืองชิงเถียนเป็นคนจัดหาไม่ใช่หรือ?
อะไรกัน? เล่นงานคนกันเองรึ?
หยางเชียนรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเหลวไหลไปกว่านี้อีกแล้ว
เมื่อพบความผิดปกตินี้ หยางเชียนจึงใช้สติเทวะกวาดตรวจสอบเตาปรุงยาทั้งยี่สิบเจ็ดใบในสนามทันที
เป็นไปตามคาด เตาทั้งยี่สิบเจ็ดใบดูผิวเผินเหมือนจะเกรดเดียวกัน แต่ด้วยสายตาของปรมาจารย์หลอมอาวุธอย่างเขา สามารถแยกแยะความแตกต่างในรายละเอียดได้อย่างง่ายดาย ส่วนใหญ่คุณภาพใกล้เคียงกัน แต่มีบางใบที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว
ยกตัวอย่างเช่น เตาของหยางเชียนเอง คือเตาที่ห่วยแตกที่สุดในบรรดาเตาทั้งยี่สิบเจ็ดใบ ในขณะที่เตาสี่ใบที่ล้อมรอบตัวเขา คือเตาที่ดีที่สุดในสนาม
นี่มัน...
จะบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ หยางเชียนไม่เชื่อเด็ดขาด เขาจำได้ว่านักปรุงยาสี่คนรอบตัวเขามาจากสองขุมกำลัง คือ 'ชิงฉือ' และ 'เยี่ยนซาน'
มองอย่างไรนี่ก็เป็นการดันหลังชิงฉือกับเยี่ยนซาน และเหยียบย่ำฝั่งเมืองชิงเถียนชัดๆ
นี่มันสลับบทบาทกันหรือเปล่า?!
ลองใช้สติเทวะตรวจสอบ "เพื่อนร่วมทีม" อีกคนของเมืองชิงเถียน...
ซุ่ยวั่ง นักปรุงยาระดับจินเซียนที่เป็นปีศาจหนู ศิษย์เอกของเซียนจวินลี่
สมุนไพรและเตาปรุงยาของซุ่ยวั่งล้วนเป็นเกรดกลางๆ ของสนาม ไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ และในตอนนี้ซุ่ยวั่งได้เริ่มคัดแยกและสกัดสมุนไพรแล้ว สีหน้าเรียบเฉยทำตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ดูเหมือนทุกอย่างอยู่ในความควบคุม ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก
ส่วนนักปรุงยาสี่คนรอบกายหยางเชียนนั้นลงมือเร็วยิ่งกว่า ขณะที่หยางเชียนยังอ่านตำรับยา พวกนั้นก็เริ่มสกัดสมุนไพรกันแล้ว ความคืบหน้าเร็วกว่าซุ่ยวั่งไปหลายช่วงตัว
หยางเชียนดึงสติกลับมา ยังไม่เริ่มสกัดสมุนไพร แต่ลางสังหรณ์บอกว่าการประลองครั้งนี้คงมีปัญหาแน่ เพราะเพียงแค่เริ่มต้น ทุกอย่างก็ผิดไปจากที่เขาคาดการณ์ไว้ทั้งหมด
หยางเชียนเริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว ท่าทางของเขากระชับฉับไว ไร้การเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าแม้แต่น้อย ต่อเนื่องเป็นจังหวะเดียว จนสามารถไล่กวดความคืบหน้าในการสกัดสมุนไพรขึ้นมาได้ไม่น้อย
จากนั้นก็เป็นการจุดไฟเตา เริ่มจากใช้ไฟปฐพีอุ่นเตา แล้วค่อยใช้ไฟตานของตนเสริมเข้าไป
ทันทีที่ไฟปฐพีลุกโชน หยางเชียนก็ต้องทอดถอนใจอีกครั้งว่าเขาโดนเล่นงานอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ มองไปทั่วลานประลอง ไฟปฐพีใต้เตาของเขาดูเหมือนจะลุกโชนรุนแรง แต่แท้จริงแล้วอุณหภูมิต่ำที่สุด ที่สำคัญคือมีลมจากใต้ดินแทรกซ้อน ทำให้อุณหภูมิของเปลวไฟวูบวาบไม่เสถียรอย่างยิ่ง
ไฟปฐพีเฮงซวยพรรค์นี้ ถ้าอยู่ข้างนอกคงโดนโยนทิ้งไปไกลๆ แล้ว แต่วันนี้หยางเชียนไม่มีทางเลือก
คิดไปคิดมา หยางเชียนตัดสินใจปิดช่องไฟปฐพีทิ้งเสียเลย ไม่ใช้มันแล้ว
สู้ใช้ไฟตานบริสุทธิ์ของตนเองยังดีเสียกว่าต้องมานั่งรบรากับอุณหภูมิผีเข้าผีออก แม้จะช้ากว่าบ้าง แต่หยางเชียนมั่นใจว่าด้วยเทคนิคและเคล็ดปรุงยาของเขา จะสามารถดึงเวลาที่เสียไปกลับคืนมาได้
เพราะรอบแรกไม่ได้แข่งกันเอาที่หนึ่ง เขาขอแค่ทำผลงานได้ดีกว่านักปรุงยาครึ่งหนึ่งในสนามก็ผ่านเข้ารอบได้แล้ว ถึงเวลานั้นค่อยหาทางแก้เกมกันใหม่
ดังนั้นในสนามจึงปรากฏภาพอันน่าประหลาด ปีศาจหมาป่าตนหนึ่งปิดไฟปฐพีที่กำลังลุกโชนใต้เตา แล้วหันมาใช้ไฟตานของตนเองอุ่นเตาแทน
ทำบ้าอะไรนั่น? เตรียมตัวจะสอบตกตั้งแต่นาทีแรกเลยรึ?
ซุ่ยวั่งเหลือบมองสถานการณ์ทางฝั่งหยางเชียน สีหน้ายังคงราบเรียบ แต่ในใจกลับหัวเราะเยาะอย่างเลือดเย็น คิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน
จากนั้นซุ่ยวั่งก็รวบรวมสมาธิจดจ่อกับการปรุงยา ในสายตาของมัน ปีศาจหมาป่าจากวังโตวฮั่วที่ถูกดึงตัวมาเป็นแพะรับบาปชั่วคราวรายนี้ มีโอกาสสูงมากที่จะไม่ผ่านแม้แต่รอบแรก อันดับผลแพ้ชนะของเมืองชิงเถียนก็จะตกมาอยู่ที่มันอีกครั้ง เช่นนี้เป้าหมายก็บรรลุผล
ทว่าในขณะที่ซุ่ยวั่งกำลังจดจ่อกับการปรุงยา หยางเชียนที่มันคิดว่าตกรอบไปแล้วแน่ๆ กลับเริ่มหย่อนสมุนไพรลงเตาอย่างไม่รีบร้อน ท่วงท่าเป็นระบบระเบียบ ไร้ซึ่งความลนลานแม้แต่น้อย
[จบแล้ว]