- หน้าแรก
- มือปราบระบบอัปเกรด
- บทที่ 590 - หนึ่งคน
บทที่ 590 - หนึ่งคน
บทที่ 590 - หนึ่งคน
บทที่ 590 - หนึ่งคน
หยางเชียนทะลุผ่านม่านค่ายกลเข้ามา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือหมอกเมฆที่ปกคลุมมัวซัว และแรงบีบอัดจากค่ายกล
ผ่านมหาค่ายกลที่สมาพันธ์เซียนวางไว้เข้ามาแล้ว ด้านหลังยังมีค่ายกลพิทักษ์ขุนเขาของมู่กู่อยู่อีกชั้น
เมื่อเทียบกับค่ายกลด้านนอก ค่ายกลพิทักษ์ขุนเขาของมู่กู่ดูเบาบางกว่ามาก และยังสัมผัสได้ว่าเบื้องหลังค่ายกลดูเหมือนจะไร้ยอดฝีมือที่มีพลังบำเพ็ญสูงส่งคอยควบคุม ค่ายกลทั้งค่ายให้ความรู้สึกที่ลอยๆ ไม่มั่นคง
สถานการณ์เช่นนี้มักไม่ได้เกิดจากตัวค่ายกลเอง แต่น่าจะเกิดจากการขาดแคลนยอดฝีมือมาคอยดูแลค่ายกล
ด้วยระดับปรมาจารย์ค่ายกลของหยางเชียนในปัจจุบัน บวกกับพลังระดับขอบเขตทลายเร้นลับ การเผชิญหน้ากับค่ายกลระดับนี้ง่ายดายยิ่งกว่าการทะลุผ่านมหาค่ายกลด้านนอกเสียอีก
เขาผ่านเข้าไปข้างในได้โดยไม่ดึงดูดความสนใจของผู้คุมค่ายกลแม้แต่น้อย
เมื่อผ่านค่ายกลเข้ามา หมอกควันที่ปกคลุมสายตาก็หายไป สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือยอดเขาห้ายอด ระหว่างยอดเขามักเป็นหุบเขา สิ่งปลูกสร้างกระจัดกระจายผุดขึ้นจากหุบเขาเหล่านี้ ทอดตัวยาวไปจนถึงยอดเขาแต่ละลูก
ยอดเขาทางนี้สูงชัน แทบไม่มีพื้นที่ราบให้สร้างบ้านเรือนได้เลย
จึงต้องสร้างบ้านเรือนตามหุบเขาระหว่างยอดเขา ในที่สุดชื่อของสำนักเซียนจึงมีคำว่า "กู่" (หุบเขา) ติดมาด้วย
เพียงแต่ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่หยางเชียนจะมาเดินชมวิวเล่นได้ ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากผ่านค่ายกลเข้ามาแล้ว เขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะหลบซ่อนตัวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับขี่เมฆเหินบินอย่างเปิดเผยตรงดิ่งไปยังทิศทางที่สติเทวะของเขาสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาของกลิ่นอายที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งก็คือใจกลางของมู่กู่
"หยุดนะ! เจ้าเป็นใคร!?"
ศิษย์ที่ขี่กระสวยเหินลาดตระเวนพบเห็นแขกไม่ได้รับเชิญอย่างหยางเชียนอย่างรวดเร็ว ในความตกใจกลัวพวกเขารีบส่งสัญญาณเตือนภัยไปรอบด้านทันที พร้อมกับพุ่งเข้ามาขัดขวาง
หยางเชียนกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย เขาไพล่มือไว้ด้านหลังแล้วขี่เมฆเหินต่อไป แต่เพียงแค่ใจนึก ศิษย์มู่กู่ไม่กี่คนที่พุ่งเข้ามาขวางก็ถูก "ตรึง" ร่างไว้ แล้วระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ในชั่วพริบตา
ภายใต้กฎเกณฑ์แรงโน้มถ่วง การบีบอัดผู้ฝึกตนขอบเขตหยวนอิงตัวจ้อยที่ยังไม่ถึงขั้นวิญญาณท่องให้ระเบิดนั้น ง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
ข้าศึกบุก!
วิธีการแจ้งเตือนภัยต่างๆ ถูกส่งออกไปแทบจะพร้อมกัน เพียงครู่เดียวทั่วทั้งอาณาเขตมู่กู่ก็รับรู้กันหมดแล้วว่ามีศัตรูบุกเข้ามา
จากนั้นเมื่อหยางเชียนใกล้จะถึงเขตใจกลาง ก็มีคนสี่คนปรากฏตัวขึ้นขวางทางเขาไว้
ขอบเขตทลายเร้นลับกลุ่มสุดท้ายของมู่กู่ คราวนี้มากันครบ
"หยางเชียน?"
หยางเชียนส่งเสียงรับคำในลำคอ จากนั้นสะบัดมือวูบหนึ่ง ดาบนี่ยมิ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ เขาเป็นคนประเภทที่หากมั่นใจและรู้สึกว่าตนเองได้เปรียบ ก็จะสงบปากสงบคำ เมื่อเริ่มการฆ่าฟันแล้วจะไม่ยอมเสียเวลาคุยเล่นแม้แต่ครึ่งคำ
ทางฝั่งมู่กู่นั้นจะว่าไม่ระวังก็ไม่ได้ เมื่อเห็นปฏิกิริยากลิ่นอายอันแปลกประหลาดบนร่างของหยางเชียน รวมทั้งลักษณะหน้าตา การจะเดาตัวตนของอีกฝ่ายให้ออกนั้นไม่ยากเลย
สุดท้ายเมื่อเห็นหยางเชียนชักดาบยาวออกมา ทั้งสี่คนก็เข้าใจในทันทีว่านี่คือศึกที่อันตรายที่สุดของมู่กู่แล้ว
ความแข็งแกร่งของปรมาจารย์บรรพชนเซียวอี้ ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนของมู่กู่เอง แถมในมือเซียวอี้ยังมีศาสตรากึ่งเซียนสายป้องกันอยู่อีกหนึ่งชิ้นเต็มๆ ผลสุดท้ายก็ยังต้องมาตายด้วยน้ำมือของคนตรงหน้านี้
แก้แค้น? ดูน้ำยาของฝ่ายตรงข้ามก่อนค่อยคิดเรื่องแก้แค้นเถอะ!
ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวของทั้งสี่คน จากนั้นก็ถูกกระบวนท่าดาบที่หยางเชียนวาดออกมาตัดขาดสะบั้นไปในสมองทันที
ก่อนหน้านี้มู่กู่และสำนักใหญ่หมื่นปีอื่นๆ ต่างพากันคาดเดาว่ากระบวนท่าดาบที่หยางเชียนใช้สังหารผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตทลายเร้นลับของมู่กู่สองคนรวดในจวนซวงชิ่งวันนั้นมีความน่ากลัวตรงไหน ถึงขนาดทำให้ผู้อาวุโสใหญ่ของมู่กู่ถูกฟันตายโดยที่ยังไม่ทันได้ลงมือด้วยซ้ำ
สี่คนนี้เมื่อก่อนก็คิดไม่ตก ไม่เข้าใจว่ากระบวนท่าดาบที่ดูธรรมดาๆ จะน่ากลัวขนาดนั้นได้อย่างไร
แต่ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้ว ทว่าก็สายไปเสียแล้ว
ดาบของหยางเชียนไม่เคยเกรงใจใคร เมื่อชักดาบแล้วต้องเอาชีวิต
เคยเห็นกฎเกณฑ์แรงโน้มถ่วงหรือไม่? เคยได้ยินเรื่องกฎเกณฑ์กาลเวลาไหม? เคยศึกษาเรื่องจิตดาบและศาสตรากึ่งเซียนที่สามารถฟันสมบัติวิเศษขั้นสูงแตกละเอียดหรือไม่?
ในบรรดาสิ่งเหล่านี้ หากไม่รู้สักอย่างหนึ่งก็จะตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
หากไม่รู้สองอย่างก็มีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบ
และหากไม่รู้ทั้งสามอย่างเลย เช่นนั้นก็มีแต่ตายสถานเดียว
ผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตทลายเร้นลับทั้งสี่ของมู่กู่ยังกำลังรวบรวมพลังเตรียมใช้วิชาประสาน เตรียมจะอาศัยค่ายกลพิทักษ์ขุนเขาภายในมู่กู่และสมบัติวิเศษกับวิธีการของพวกตนทั้งสี่มอบบทเรียนสั่งสอนแก่หยางเชียน
แต่ใครจะไปคิดว่าบทเรียนสั่งสอนยังไม่ทันงัดออกมา ก็ถูกสวนกลับจนหน้าหงายไปก่อนแล้ว
"เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดร่างกายถึงถูกแรงกดดันจากแปดทิศบีบอัดจนขยับเนื้อตัวแทบไม่ได้?! มิติถึงกับบิดเบี้ยวแตกสลายเลยรึ?"
"ทำไมการเคลื่อนไหวของข้าถึงได้เชื่องช้าปานนี้?! การโคจรพลังเวทในเส้นชีพจรยังช้ากว่าหอยทากคลานเสียอีก!"
"เป็นไปไม่ได้! เกราะหนามอ่อนบนตัวข้าเป็นสมบัติวิเศษขั้นกลาง จะถูกฟันขาดในดาบเดียวได้อย่างไร?!"
ในสายตาของเหล่าศิษย์มู่กู่ที่ล้อมดูอยู่รอบนอก ประมุขและผู้อาวุโสทั้งสามของตนจู่ๆ ก็ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ไม่รุกและไม่รับ ราวกับถูกวิชาตรึงร่าง ส่วนหยางเชียนผู้นั้นกลับลงมือฟันดาบด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน แม้แต่สติเทวะก็ยังตามไม่ทัน!
ฉึก! ฉึก...
เสียงหัวคนกระเด็นและเสียงศพแหลกสลายดังขึ้นต่อเนื่องสี่ครั้ง มหาสงครามที่คิดว่าจะดุเดือดเลือดพล่านจนฟ้าถล่มดินทลายกลับจบลงอย่างกะทันหันเช่นนี้
จะเรียกว่า "สงคราม" ได้หรือไม่ก็ยังพูดยาก เพราะตลอดกระบวนการมีเพียงหยางเชียนที่ลงดาบเก็บหัว ส่วนคนทั้งสี่ของมู่กู่นั้นอย่าว่าแต่จะสวนกลับเลย แม้แต่ท่าตั้งรับยังไม่ทันได้ยกขึ้นมาก็ตายเสียแล้ว ทั้งสี่คนไม่มีแม้แต่หยวนอิงหลุดรอดออกมาได้สักคนเดียว
[สังหารประมุขสำนักมู่กู่ จางเทียนหลั่ง 1]... [ได้รับค่าประสบการณ์ 271,000]
[สังหารผู้อาวุโสสองสำนักมู่กู่ เซียวฉี 1]... [ได้รับค่าประสบการณ์ 253,000]
[สังหารผู้อาวุโสสามสำนักมู่กู่ เฝิงฉี 1]... [ได้รับค่าประสบการณ์ 251,000]
[สังหารผู้อาวุโสสี่สำนักมู่กู่ โจวเสี่ยวชวน 1]... [ได้รับค่าประสบการณ์ 260,000]
ถึงตรงนี้ ผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตทลายเร้นลับและขอบเขตผสานร่างทั้งหมดในมู่กู่ล้วนจบชีวิตลงในมือของหยางเชียน กลายเป็นแต้มค่าประสบการณ์ให้หยางเชียนนำไปใช้ประโยชน์อื่น
หยางเชียนหัวเราะ หึหึ ไม่หยุดพักแม้แต่น้อย ปลดปล่อยศาสตราวิญญาณสังหารและอานุภาพดาบเหมันต์ฟ้าออกจากร่าง เพียงชั่วพริบตาหมอกน้ำแข็งก็แผ่กระจายปกคลุมฟ้าดิน ห่อหุ้มศิษย์มู่กู่ที่ล้อมอยู่ทั้งหมดเข้าไปในเวลาเพียงครู่เดียว
หนี! รีบหนี!
ในบรรดาศิษย์มู่กู่ใช่ว่าจะไม่มีผู้กล้าที่เห็นความตายดั่งการกลับบ้าน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่เพียงแค่ปะทะหน้าก็ฟันยอดฝีมือขอบเขตทลายเร้นลับสี่คนรวด และกวาดล้างกำลังรบระดับสูงของมู่กู่ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว ความกล้าที่จะยอมตายนั้นจะยังเหลืออยู่สักเท่าไรกัน?
ส่วนพวกที่ไม่ได้มีใจสู้ตายอยู่แล้ว ในยามนี้ยิ่งไม่ยอมไปส่งเดช สิ่งแรกที่ทำคือการหนีเอาชีวิตรอด
จะหนีไปที่ใดเล่า? ย่อมต้องเป็นนอกเขา ขอเพียงเปิดค่ายกลพิทักษ์ขุนเขา แล้วทุกคนกรูกันหนีออกไป อย่างน้อยก็น่าจะรอดไปได้บ้างกระมัง?
แต่น่าเสียดาย ในอานุภาพดาบของหยางเชียนไม่เคยมีเพียงวิธีการใช้พลังที่จืดชืดเพียงอย่างเดียว เขาชอบที่จะผสมผสานวิธีการอื่นๆ ของตนเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ในอานุภาพเหมันต์ฟ้าก็มีกฎเกณฑ์แรงโน้มถ่วงจาก 《ไร้ดาบ》 ผสมอยู่ด้วย
ไหนๆ ก็ตัดแบ่งออกมาแล้ว ไม่ใช้ก็เสียของเปล่า
และกฎเกณฑ์แรงโน้มถ่วงเหล่านี้สามารถครอบคลุมอาณาเขตได้หลายลี้ หรืออาจถึงสิบลี้
หนีรึ? ภายใต้แรงกดดันมหาศาลเช่นนี้พวกเจ้าจะหนีไปได้อย่างไร?
เมื่อหนีไม่ได้ก็ทำได้เพียงรอให้จิตดาบของหยางเชียนเก็บเกี่ยวชีวิตไปทีละแผ่นๆ ท่ามกลางลมหนาวและหมอกน้ำแข็ง หรือไม่ก็ถูกแรงโน้มถ่วงบีบอัดจนระเบิดเป็นหมอกเลือดโดยตรง
[จบแล้ว]