เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 580 - วาสนาสู่ยอดเจดีย์

บทที่ 580 - วาสนาสู่ยอดเจดีย์

บทที่ 580 - วาสนาสู่ยอดเจดีย์


บทที่ 580 - วาสนาสู่ยอดเจดีย์

ตอนที่เข้าสู่ชั้นที่หก หยางเชียนอาศัยการผสานกันของปราณคู่หยินหยาง โดยใช้ตนเองเป็น 'หยาง' และดาราทมิฬรอบด้านเป็น 'หยิน' ให้หยินหยางเกื้อกูลกัน และใช้ดวงวิญญาณของตนเป็นตัวรองรับ สร้างวงจรพลังขึ้นมา จึงสามารถเปิดประตูได้

ทว่าชั้นที่เจ็ดกลับขวางทางเขาไว้อีกครา

ต่างจากฉากแฟนตาซีแห่งดวงดาราในชั้นที่ห้า ชั้นที่หกดูเหมือนเกาะที่มีความชัดเจนของหยินและหยาง

เกาะสีดำและสีขาวสองเกาะตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลสาบวงกลม ทะเลสาบเองก็แบ่งแยกขาวดำชัดเจน ไหลวนเวียนสลับกันในลักษณะผสานกลมกลืน

บนผิวน้ำมีเรือหน้าตาเหมือนกันลอยลำอยู่ บนเรือมีหีบวางไว้ ทุกใบไร้ซึ่งกลิ่นอายพลัง ดูเหมือนหีบธรรมดาทั่วไป

แต่หยางเชียนรู้ดีว่าในหีบเหล่านี้ล้วนบรรจุคัมภีร์และของวิเศษของชั้นที่หก ซึ่งภายหลังที่เขาไล่ค้นเรือทีละลำก็พบว่าเป็นจริงดังคาด

สิ่งที่ทำให้หยางเชียนจนปัญญาคือบันไดทางขึ้นสู่ชั้นที่เจ็ด

ต่างจากประตูทางเข้าชั้นห้าและหก บันไดจากชั้นหกไปเจ็ดคือกลุ่มแสงที่หมุนวนเป็นสีขาวดำผสมปนเปดุจน้ำวน

หยางเชียนพยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่อาจกระตุ้นบันไดประหลาดนี้ได้ แม้จะอาศัยความแข็งแกร่งของร่างกายเบียดแทรกเข้าไปในน้ำวนขาวดำ สุดท้ายก็ทำได้เพียงทะลุผ่านไปโผล่อีกด้านหนึ่ง มิได้เข้าไปในใจกลางน้ำวนอย่างแท้จริง

เมื่อหยางเชียนกลับมาอีกครั้ง เขาจ้องมองน้ำวนขาวดำตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ในใจบังเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน เขารู้สึกเหมือนจับเค้าลางบางอย่างเกี่ยวกับกลไกของบันไดนี้ได้แล้ว

ตั้งแต่ชั้นแรกเป็นต้นมา บันไดแต่ละชั้นมิได้ถูกจัดวางไว้อย่างส่งเดช วิธีการเปิดทางล้วนมีความหมายแฝง มิได้มีจุดประสงค์เพื่อปิดกั้นไม่ให้เข้า แต่ดูเหมือนจะเป็นบททดสอบสำหรับการเลื่อนระดับเสียมากกว่า

จากชั้นห้าสู่ชั้นหกเป็นการทดสอบความรู้ความเข้าใจเรื่องปราณคู่หยินหยาง และบทสรุปคือต้องผสานหยินหยางเข้าด้วยกัน สร้างรูปแบบที่มั่นคงของการเกื้อกูลกัน

วิธีที่หยางเชียนใช้คือแผนภูมิไท่จี๋ ซึ่งเขานำมาจากอีกโลกหนึ่งทั้งดุ้น โดยที่ตนเองยังขาดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

บัดนี้เมื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตทลายเร้นลับ พอย้อนกลับมามองปราณคู่หยินหยาง เขาจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าสภาวะอันมหัศจรรย์ของหยินหยางเกื้อกูลในแผนภูมิไท่จี๋นั้นลึกล้ำเพียงใด

และการทดสอบนี้ก็ยืนยันคำกล่าวที่ว่าเป็น 'บททดสอบ' ได้เป็นอย่างดี

วิชาคาถาและเคล็ดวิชาเกือบทั้งหมดในชั้นที่หกล้วนมีความเกี่ยวข้องกับปราณคู่หยินหยางไม่มากก็น้อย

โดยเฉพาะในด้านการฝึกยุทธ์ ปราณคู่หยินหยางถือเป็นแกนหลักตั้งแต่ต้นจนจบ ใช้หยินหยางเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สุดของร่างกายหลังจากก้าวเข้าสู่ขอบเขตผสานร่าง จนกระทั่งทะลวงผ่านขอบเขตผสานร่างและผ่านทัณฑ์สวรรค์เข้าสู่ขอบเขตทลายเร้นลับ

วิถีทางนี้แตกต่างจากวิถีการฝึกกายาของหยางเชียนในปัจจุบัน

ตอนนี้หยางเชียนเน้นหนักไปที่จิตดาบเป็นแกนหลัก โดยมีความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นส่วนเสริม ในขณะที่สายเลือดตระกูลจ้าวนั้นเป็นวิถีฝึกยุทธ์สายบริสุทธิ์ที่เน้นร่างกายเป็นอันดับหนึ่ง

ยากจะบอกว่าใครดีกว่าใคร แต่ในสถานการณ์ของหยางเชียน การเลือกเดินตามวิถีของอาจารย์หวงจี๋เทียนย่อมมั่นคงและประหยัดเวลาแรงงานที่สุด ต้องรู้ว่าในตอนนั้นเขาไม่มีเวลามาสำรวจหอถ่ายทอดวิชาของตระกูลจ้าวอย่างละเอียดเช่นนี้ จึงไม่มีเวลามาค้นพบวิถีทางของฝั่งนี้

แต่ถึงแม้เส้นทางจะแตกต่าง ก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตจะต้องแยกทางกันเดิน

ความคิดของหยางเชียนคือ เด็กน้อยเท่านั้นที่ลังเลตัดสินใจเลือกไม่ได้ เขาเป็นพวกมีตัวช่วยโกง การเอาทั้งสองอย่างต่างหากคือหนทางที่ถูกต้องที่สุด

หลังจากทำความคุ้นเคยอยู่พักหนึ่ง หยางเชียนมองดูบันไดสู่ชั้นเจ็ดอีกครั้ง เขารู้สึกว่าน้ำวนขาวดำนี้ให้ความรู้สึกเหมือนพัฒนามาจากสภาวะไท่จี๋ แต่มีบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น

แล้วมันคือสิ่งใดกันแน่?

หยางเชียนติดอยู่กับคำถามนี้ และเขามั่นใจว่าหากไขปัญหานี้ได้ บันไดสู่ชั้นเจ็ดก็จะเปิดออก

ปราณคู่หยินหยางคือโครงสร้างพลังที่ลึกซึ้งกว่าปราณห้าธาตุฟ้าดิน หรืออาจกล่าวได้ว่าปราณคู่หยินหยางถือกำเนิดเป็นปราณห้าธาตุ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน

และบันไดจากชั้นหกไปเจ็ดนี้ย่อมทดสอบการเปลี่ยนแปลงและการตระหนักรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในสภาวะหยินหยางเกื้อกูล ซึ่งสอดคล้องกับสุดยอดวิชาของตระกูลจ้าวในชั้นที่เจ็ด

เดิมทีหยางเชียนยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะติดอยู่ที่นี่นานเท่าใด ดีที่เขาไม่ได้ร้อนรนเหมือนหยางติ้งและจูหงฉานในอดีต เขามีเวลาเหลือเฟือที่จะค่อยๆ ทำความเข้าใจและขบคิด

ทว่าหลังจากหยางซ่านอู่ถือกำเนิด หยางเชียนเฝ้ามองก้อนเนื้อน้อยๆ เติบโตขึ้นวันแล้ววันเล่า เรียนรู้ที่จะคลาน ถ่มน้ำลาย กอดชามน้ำดื่มอึกๆ หรือแม้แต่รู้จักส่งเสียงร้องก่อนจะถ่ายหนัก

เรื่องราวของหยางซ่านอู่กินเวลาในชีวิตประจำวันของหยางเชียนไปเกือบครึ่ง เขาไม่รู้สึกรำคาญ กลับรู้สึกเพลิดเพลินเสียด้วยซ้ำ

หยางเชียนมักทอดถอนใจ การสรรค์สร้างช่างมหัศจรรย์ ชีวิตคนเราสืบต่อเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ บางทีอีกสิบยี่สิบปี หยางซ่านอู่อาจกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่เก่งกาจ แต่งงานมีลูก แล้วเฝ้ามองลูกหลานเติบโตด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกัน

ชีวิตหมุนเวียนเปลี่ยนผันเช่นนี้แล

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นบ่อยครั้ง หยางเชียนก็พลันตระหนักว่าลูกชายของเขาได้สะกิดโดนจุดสำคัญบางอย่าง ประกายความคิดใหม่สว่างวาบขึ้นในสมองทันที

เขาจึงกลับมาที่หน้าบันไดชั้นหกอีกครั้ง แล้วเริ่มยื่นมือออกไปสัมผัสน้ำวนขาวดำตามความคิดใหม่

โดยเฉพาะตำแหน่งใจกลางน้ำวน ตรงนั้นมีจุดกลมเล็กๆ จุดหนึ่ง สีดำและขาวพันเกี่ยวกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นขาวหรือดำ หากแต่ปรากฏเป็นสีสันหลากหลายแปรเปลี่ยนไม่หยุดนิ่ง

แต่ก่อนหยางเชียนคิดว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงหลังจากการผสานของปราณคู่หยินหยาง บัดนี้เขาเปลี่ยนความคิดนั้นแล้ว

หยินหยางเกื้อกูล สุดท้ายแล้วควรจะเป็นการเปลี่ยนแปลงหรือ? หนึ่งหยินหนึ่งหยางคือรูปแบบพลังที่เรียบง่ายที่สุดในโลกแล้ว ยังต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งใดอีก? คงไม่ใช่การวนกลับไปเป็นปราณห้าธาตุกระมัง?

ตอนนี้หยางเชียนมีการตระหนักรู้ใหม่

หยินหยางเกื้อกูลเท่ากับการสรรค์สร้าง!

สรรค์: สร้างขึ้น

สร้าง: แปรเปลี่ยนไม่สิ้นสุด

การกำเนิดของชีวิตคือกระบวนการพื้นฐานที่สุดของหยินหยางเกื้อกูล ฟูมฟักเปลี่ยนแปลงจนก่อกำเนิดชีวิต และผลลัพธ์ก็คือหยินหยางเกื้อกูลจนให้กำเนิดชีวิตใหม่ในที่สุด

ชีวิตเป็นเช่นนี้ สรรพสิ่งในโลกเล่า? ดูเหมือนล้วนดำเนินไปตามหลักการอันเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งนี้ที่พบเห็นได้ทั่วไป

หยางเชียนใช้แนวคิดนี้มองน้ำวนขาวดำตรงหน้าอีกครั้งก็เกิดความรู้สึกใหม่ โดยเฉพาะจุดกลมหลากสีที่แปรเปลี่ยนไม่หยุดนิ่งตรงกลาง ดูเหมือนจะยืนยันข้อสันนิษฐานของหยางเชียนพอดี ปลายทางของการผสานเกื้อกูลแห่งปราณคู่หยินหยางก็คือการสรรค์สร้างมิรู้จบ

ด้วยความคิดนี้ หยางเชียนชี้นิ้วไปยังจุดศูนย์กลาง ถ่ายทอดกลิ่นอายวิญญาณที่เป็นตัวแทนแห่งชีวิตเข้าไป พร้อมกับใช้ปราณคู่หยินหยางที่ตนตระหนักรู้ผสมผสานเข้ากับน้ำวนให้หมุนตาม

นี่คือความเข้าใจของหยางเชียน ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดบรรยาย ใช้วิธีการแสดงออกของบันไดนี้ตอบกลับไปก็เพียงพอ

ราวกัยคนรุ่นหลังกำลังส่งมอบกระดาษคำตอบให้แก่คนรุ่นก่อน

ทันทีที่การตอบสนองของหยางเชียนสิ้นสุดลง น้ำวนขาวดำนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหว ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยผนังมิติที่สั่นไหวระริก หากผ่านเข้าไปได้ก็น่าจะเป็นชั้นที่เจ็ด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 580 - วาสนาสู่ยอดเจดีย์

คัดลอกลิงก์แล้ว