- หน้าแรก
- มือปราบระบบอัปเกรด
- บทที่ 480 - การกัดกร่อนและรบกวนของจิตมาร
บทที่ 480 - การกัดกร่อนและรบกวนของจิตมาร
บทที่ 480 - การกัดกร่อนและรบกวนของจิตมาร
บทที่ 480 - การกัดกร่อนและรบกวนของจิตมาร
หยางเชียนเฝ้าสังเกตอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา เขาเห็นกระบวนการทั้งหมดอย่างชัดเจน
ไม่ใช่ว่าจูหงฉานและหยางติ้งนั้นไร้น้ำยา แต่เป็นเพราะเจียงอวี่เฮ่อพิสดารและร้ายกาจเกินไป! ราวกับว่าเขาจับทางวิธีการทั้งหมดของจูหงฉานและหยางติ้งได้อยู่หมัด เหมือนกับบึงโคลนดูด เมื่อตกลงไปแล้วก็ยากที่จะดิ้นรนให้หลุดพ้น ทำให้มีแรงแต่ไม่อาจใช้ได้
หยางติ้งและจูหงฉานจะอัดอั้นตันใจเพียงใดหยางเชียนไม่อาจรู้ได้ แต่เขาดูออกว่าในยามนี้ทั้งสองกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง
แครก แครก แครก...
เสียงเหมือนกระเบื้องเคลือบถูกบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังออกมาจากมิติรอบกายเจียงอวี่เฮ่อ ร่มกระดาษดำแดงนั้นหมุนไม่ไปแล้ว กลับกันเพราะถูกมิติบิดหมุนย้อนกลับจึงสั่นสะเทือนไม่หยุด ดูเหมือนกำลังงัดข้อกับอะไรบางอย่าง แต่ดูท่าจะไม่ค่อยดีนัก
ส่วนเจียงอวี่เฮ่อเหยียดแขนทั้งสองออก มือกำหลวมๆ หมุนร่างกายของตนทีละนิด ในทิศทางตรงกันข้ามกับการหมุนของร่มกระดาษดำแดงพอดิบพอดี
ภายใต้การงัดข้อของพลังสองสาย ร่มกระดาษดำแดงค่อยๆ ตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด เมื่อขาดการสะสมพลังอย่างต่อเนื่องของจูหงฉาน ย่อมไม่อาจต้านทานวิธีการของเจียงอวี่เฮ่อได้เพียงลำพัง
และเป็นไปตามคาด เพียงได้ยินเสียงแตกหักดังแครก ร่มกระดาษดำแดงก็ม้วนตลบวูบ ผิวกางร่มที่เดิมทีกางกว้างหดเล็กลงเกือบครึ่งในทันที พร้อมกันนั้นมิติรอบกายเจียงอวี่เฮ่อก็เหมือนหลุดพ้นจากพันธนาการบางอย่างกลับคืนสู่สภาวะปกติ และเจียงอวี่เฮ่อก็หลุดพ้นจากการถูกจองจำ
ในขณะเดียวกัน หยางติ้งและจูหงฉานที่ถูกขังอยู่ในแสงเลือดจากเนตรแนวตั้งของเจียงอวี่เฮ่อ ก็กำลังกัดฟันดิ้นรนอย่างสุดชีวิต พวกเขาถูกขังไว้นานถึงสิบห้าสิบหกช่วงลมหายใจแล้ว หากเป็นสถานการณ์อื่นคงตายไปไม่รู้กี่รอบ
บัดนี้เจียงอวี่เฮ่อหลุดพ้นจากอาวุธวิเศษและยันต์ล็อกมิติ สมดุลจึงพังทลายลง
หยางติ้งและจูหงฉานสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามชีวิตอย่างชัดเจน รู้ดีว่าหากยื้อต่อไป พวกเขาต้องตายแน่
ใครจะคาดคิดว่าสองกึ่งเซียนผู้ยิ่งใหญ่แห่งทะเลไผ่หมื่นลี้ ปกครองดินแดนแห่งนี้มากว่าพันปี จะถูกคนหน้าใหม่ที่เพิ่งโผล่หัวออกมาต้อนจนมุมได้ถึงเพียงนี้?
เจียงอวี่เฮ่อหลุดพ้นจากพันธนาการก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง สะบัดมือทั้งสองออกไป จิตมารสีแดงฉานราวกับหนวดปลาหมึกสองเส้นก็พุ่งออกไป เหมือนงูเหลือมสองตัวเลื้อยพันข้อเท้าของจูหงฉานและหยางติ้ง แล้วรัดจนแน่นหนาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เริ่มแทงเข็มจิตมารที่แหลมคมพอจะเจาะทะลุมิติลงไปในร่างของทั้งสอง
ยังไม่จบแค่นั้น เจียงอวี่เฮ่อเหาะขึ้นไปอยู่เหนือศีรษะของหยางติ้งและจูหงฉาน นั่งขัดสมาธิกลางอากาศ สองมือผสานอินไม่หยุด ตราประทับแต่ละดวงภายใต้การเสริมพลังของจิตมารสีแดงฉานก่อตัวเป็นเปลือกนอกห่อหุ้มหนึ่งคนหนึ่งอสูรเอาไว้ภายในอย่างรวดเร็ว
และเจียงอวี่เฮ่อก็พึมพำบทสวดมนต์ด้วยความเร็วสูง แต่คำศัพท์ฟังยาก การออกเสียงยิ่งประหลาดพิกล
ภาพนี้ในสายตาของหยางเชียน ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็นึกถึงท่วงท่าการหลอมอาวุธและการปรุงยาที่เขาพอจะคุ้นเคยอยู่บ้าง
เมื่อเชื่อมโยงกับที่มาของพลังทั้งตัวของเจียงอวี่เฮ่อ หยางเชียนมั่นใจได้เลยว่า ยามนี้เจียงอวี่เฮ่อกำลังใช้หยางติ้งและจูหงฉานเป็นวัตถุดิบในการ 'หลอม' หากหยางติ้งและจูหงฉานต้านทานไม่ไหว พวกเขาจะกลายเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ฉลองการข้ามทัณฑ์สวรรค์สำเร็จของเจียงอวี่เฮ่อ
อาจเป็นไปได้ว่าจะผลักดันระดับพลังของเจียงอวี่เฮ่อขึ้นสู่ขอบเขตผสานร่างขั้นปลายในรวดเดียว หรือกระทั่งข้ามทัณฑ์สวรรค์สองเก้าต่อเนื่องไปเลยก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
จะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?!
หยางเชียนอยากให้หยางติ้งและจูหงฉานตายใจจะขาด แต่จะยอมให้ตายด้วยวิธีนี้ไม่ได้เด็ดขาด
มิเช่นนั้นหากเลี้ยงเจียงอวี่เฮ่อจนแข็งแกร่งเทียมฟ้า หยางเชียนจะระบายความแค้นที่อัดอั้นในใจได้อย่างไร? ถึงตอนนั้นคงไม่ใช่เขาไปหาเรื่องเจียงอวี่เฮ่อ แต่เป็นเจียงอวี่เฮ่อไล่ล่าสังหารเขาแทนแล้ว
แต่เรื่องนี้จะใจร้อนไม่ได้ หยางเชียนซ่อนตัวอยู่ในรอยพับมิติที่สร้างขึ้นจากศาสตราวิญญาณสังหาร ปิดกั้นกลิ่นอายและความผันผวนของวิญญาณอย่างสมบูรณ์ เขาต้องรออีกหน่อย รอจนจูหงฉานและหยางติ้งใกล้ตายในการต่อสู้จึงค่อยลงมือ
มิเช่นนั้นหากลงมือเร็วไป หยางเชียนกระโดดออกไปสู้ตายกับเจียงอวี่เฮ่อ แล้วให้หยางติ้งและจูหงฉานชุบมือเปิบก็คงตลกพิลึก
หรือร้ายกว่านั้นเจียงอวี่เฮ่ออาจหนีไป แล้วหยางติ้งกับจูหงฉานรุมกินโต๊ะหยางเชียนแทน
การรอคอยนี้กินเวลานานกว่าหนึ่งชั่วยาม
หยางเชียนตัดสินสถานการณ์จากปฏิกิริยาบน "เตาหลอม" ที่ประกอบขึ้นจากตราประทับสีแดงฉานที่เจียงอวี่เฮ่อกางไว้ รวมถึงความผันผวนของวิญญาณจากหยางติ้งและจูหงฉานภายในนั้น
ในระหว่างนั้นหยางติ้งและจูหงฉานดิ้นรนอย่างรุนแรงตลอดเวลา คงรู้สึกได้ว่าตนเองถูกยัดเข้าปากไปแล้ว และกำลังถูกฟันคมเคี้ยวอย่างละเอียด หากถูกเคี้ยวจนแหลกจริงๆ จุดจบที่รออยู่ก็คือการถูกกลืนลงท้อง
ดังนั้นจูหงฉานจึงไม่รักษาร่างมนุษย์อีกต่อไป แต่เผยร่างจริงออกมา เป็นแมงมุมยักษ์ขนาดเท่าบ้านหลังเล็ก
ส่วนหยางติ้งก็สู้ตายเช่นกัน งัดตราประทับสารพัดชนิดออกมาใช้ แม้แต่ตราประทับ "ติ้ง" ซึ่งเป็นตราประทับชีวิตก็ยังงัดออกมา
การต่อสู้ดูยิ่งใหญ่ทุกครั้ง แต่ผลลัพธ์กลับไม่ได้เรื่อง
อย่างมากก็แค่ดัน "เตาหลอม" ตราประทับที่เจียงอวี่เฮ่อขับเคลื่อนด้วยจิตมารให้เกิดรอยแยกขึ้นบ้าง กว้างหน่อยก็ครึ่งฉื่อ แคบหน่อยก็แค่รอยแยกเล็กๆ ไม่ถึงครึ่งนิ้ว
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม "เตาหลอม" ก็แทบไม่มีร่องรอยการกระแทกจากภายในอย่างชัดเจนอีกแล้ว แสดงว่าหยางติ้งและจูหงฉานที่ถูกขังอยู่ข้างในหมดแรงแล้ว
รออีกหนึ่งชั่วยาม เจียงอวี่เฮ่อก็ถอน "เตาหลอม" ออก เผยให้เห็นสภาพของหยางติ้งและจูหงฉานภายใน
อนาถ!
อนาถจนยากจะบรรยาย!
หนึ่งคนหนึ่งอสูรหมดสิ้นซึ่งสง่าราศีที่เคยโอหังก่อนหน้านี้ไปนานแล้ว คนหนึ่งขดตัวงอ ถูกหนวดจิตมารรัดแน่น หน้าซีดเผือด ผิวหนังแดงก่ำ ดูเหมือนยังพยายามต่อต้านเฮือกสุดท้าย แต่ลมหายใจปั่นป่วนมาก ดูออกว่าถูกกัดกร่อนจนสาหัส ได้รับบาดเจ็บหนักมากแล้ว
ด้านข้างจูหงฉานยิ่งดูอนาถกว่า เผยร่างจริงแมงมุมร้อยตา แต่จะเห็นได้ว่าดวงตาแมงมุมที่ยั้วเยี้ยบนตัวถูกเคลือบด้วยสีแดงฉานไปหมดแล้ว ต่างจากสีขาวก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง และสีแดงเหล่านี้ยังเหมือนเปลวไฟที่เผาไหม้กัดกร่อน ชัดเจนว่าเป็นฝีมือจิตมารของเจียงอวี่เฮ่อ
คนหนึ่งขดตัว อสูรหนึ่งหมอบอยู่กับพื้นร่อแร่ใกล้ตาย
นี่เรียกว่าอะไร?
มีเพียงคำว่า 'บดขยี้' เท่านั้นที่จะบรรยายภาพเหตุการณ์อันเหลือเชื่อและพิสดารตรงหน้านี้ได้
ตามหลักเหตุผลขอบเขตผสานร่างขั้นปลายสองคนไม่น่าจะถูกขอบเขตผสานร่างขั้นต้นเล่นงานจนมีสภาพเช่นนี้ ดูเหมือนการดวลกันระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ฝ่ายหนึ่งทุ่มสุดตัวแล้วแต่ยังถูกกดลงกับพื้นถูไถ ส่วนอีกฝ่ายกลับเหงื่อไม่ออกสักหยด
ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ต่างจากนิทานอาหรับราตรี
แต่หยางเชียนดูตั้งแต่ต้นจนจบ แม้เขาจะรู้สึกว่าการต่อสู้นี้เหลือเชื่อและพิสดาร แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีเงื่อนงำอะไร เพราะจุดชี้ขาดได้แสดงออกมาให้เห็นตลอด หยางติ้งและจูหงฉานที่ถูกกดดันจนโงหัวไม่ขึ้นนั้นอธิบายได้ด้วยคำสี่คำสั้นๆ ว่า: ถูกมองทะลุ
ไม่ว่าหยางติ้งและจูหงฉานจะใช้วิชาอะไร เจียงอวี่เฮ่อก็สามารถเจาะเข้าจุดอ่อนได้อย่างชัดเจน บรรลุผลลัพธ์ที่น่าสะพรึงกลัวแบบใช้แรงน้อยเอาชนะแรงมาก
และพลังลึกลับอย่างจิตมารนี้ก็ได้แสดงอำนาจการกดขี่ข่มเหงต่อวิชาอาคมให้หยางเชียนได้เห็นเป็นครั้งแรก
ไม่ว่าจะเป็นยันต์หรือวิชาอสูร ขอเพียงเป็นวิธีการที่เชื่อมโยงกับฟ้าดิน ล้วนถูกพลังจิตมารกัดกร่อนได้ทั้งสิ้น
เมื่อถูกจิตมารกัดกร่อน อย่างเบาก็ทำให้อานุภาพลดลงครึ่งหนึ่ง อย่างหนักก็ทำลายอานุภาพวิชาหรือทำให้วิชาเสียการควบคุมไปเลย
ถูกเล่นงานจนยับเยินขนาดนี้ แต่หยางติ้งและจูหงฉานกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับจิตมารเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะหลังจากถูกวิชาเนตรตรึงร่าง แล้วถูกจิตมารรัดตัวแบบหน้าแนบหน้า สุดท้ายยังถูกจับมาหลอมเป็นยาบำรุง ทนมาได้ถึงตอนนี้ก็นับว่าไม่ง่ายแล้ว
ในขณะที่เจียงอวี่เฮ่อเตรียมจะใช้มือเสียบเข้าไปในหัวของจูหงฉาน หยางเชียนก็เคลื่อนไหว...
[จบแล้ว]