- หน้าแรก
- มือปราบระบบอัปเกรด
- บทที่ 330 - ผนังแขวนศพ
บทที่ 330 - ผนังแขวนศพ
บทที่ 330 - ผนังแขวนศพ
บทที่ 330 - ผนังแขวนศพ
ความมหัศจรรย์ของวิชาเหินอสนีบาตอยู่ที่การเมินเฉยต่อภูมิประเทศและมีความเร็วสูงยิ่ง เพียงชั่วพริบตาหยางเชียนก็มาถึงถ้ำใต้ดินที่สติเทวะของเขาล็อกเป้าไว้
เขาเห็นผู้บำเพ็ญเพียรสายอสูรตนหนึ่งที่มีศีรษะเป็นหนูร่างเป็นคน แต่ร่างกายดูไม่สมส่วนอย่างยิ่ง ขาข้างหนึ่งยาวข้างหนึ่งสั้น แขนสองข้างขนาดไม่เท่ากัน
ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะเอ่ยปาก หยางเชียนดีดนิ้วส่งเจตจำนงแห่งดาบสี่สายพุ่งออกไป ฉีกกระชากการป้องกันที่อีกฝ่ายกางไว้ด้านหน้าจนแหลกละเอียด พร้อมกับตัดแขนขาทั้งสี่ของมันขาดกระเด็น เหลือไว้เพียงศีรษะและปากที่ยังขยับได้
อันที่จริงอสูรหนูนับว่าดูดีกว่าอสูรตนอื่นมากแล้ว หากจะเทียบความน่าขยะแขยง พวกอสูรแมลงต่างหากที่ทำให้คนขนลุกขนพองได้มากกว่า
"ท่านเซียนไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วย"
อสูรหนูรู้ดีว่าชีวิตของมันไม่ได้อยู่ในมือตัวเองอีกต่อไป มันหมอบอยู่กับพื้นโขกหัวหนูของมันดังตึงตึงตึง เพื่อขอให้หยางเชียนเมตตา ในสายตาของมัน การที่หยางเชียนใช้วิชาเหินและตัดแขนขามันได้โดยไร้สุ้มเสียง นี่ต้องเป็นระดับยอดฝีมือขอบเขตหยวนอิงในตำนานแน่แท้
"ดักแด้มนุษย์ข้างนอกนั่นมีไว้ทำอะไร"
"พวกนั้นคือศพมีชีวิตที่กำลังหลอม รออีกหนึ่งปีถึงจะรู้ว่าจะออกผลศพหรือไม่ มันดีกว่ากินเป็นอาหารเลือดโดยตรง และศพมีชีวิตที่หลอมออกมาต่อให้ไม่ออกผลศพก็ยังเอาไปทำเป็นทหารศพได้"
อสูรหนูร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแต่เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของหยางเชียนก็ไม่กล้าชักช้า รีบอธิบายเรื่องสิ่งที่หยางเชียนเรียกว่าดักแด้มนุษย์อย่างละเอียด
ให้ตายสิ หยางเชียนถึงกับอุทานในใจ
ในความเข้าใจของหยางเชียน คนธรรมดาในสายตาอสูรร้ายก็เท่ากับอาหาร แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่อาหาร แต่ยังถูกนำไปใช้เป็นพืชผลด้วยหรือ
"ทหารศพคืออะไร"
"คือศพมีชีวิตที่ฟังคำสั่งผู้หลอม ทหารศพสามารถใช้วิชาอสูรง่ายๆ ได้ ทั้งยังมีพละกำลังและความเร็วของกายเนื้อเสริมเข้ามา แถมยังเข้าใจและทำเรื่องบางอย่างที่คนปกติทำได้ด้วย"
"สื่อสารกับคนง่ายๆ ได้ไหม"
"ได้ขอรับ นอกจากสีหน้าจะแข็งทื่อไปบ้าง อย่างอื่นก็ดูไม่ออกว่าผิดปกติ"
"นี่คือเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรของสันเขาโครงกระดูกพวกเจ้าหรือ"
"ใช่ ใช่แล้วท่านเซียน" อสูรหนูเจ็บจนตาแดงก่ำ แต่ก็ยังกลั้นใจรีบตอบ เสียงร้องโหยหวนยังต้องหาจังหวะแทรกตอนหยางเชียนหยุดถาม
ทว่าแม้เน่าอสูรหนูจะพยายามเอาชีวิตรอดเพียงใด แต่หยางเชียนก็ไม่ได้คิดจะปล่อยมันไป เขาไม่คิดจะถามอะไรมากไปกว่านี้ ดีดนิ้วหนึ่งที คมดาบวาบผ่าน ศีรษะอสูรหนูก็ถูกตัดขาดกลิ้งหลุนๆ ไปกองข้างๆ เลือดเหม็นเน่าพุ่งกระเซ็นเต็มเพดานถ้ำ
ชั่วพริบตาต่อมา พร้อมกับคำแจ้งเตือนบนหน้าต่างสถานะค่าประสบการณ์ที่เด้งขึ้นมา หยางเชียนก็เหินกลับมายังจุดที่พบดักแด้มนุษย์ในตอนแรก
ดักแด้มนุษย์ไม่กี่ตัวดึงดูดความสนใจของหยางเชียน เพราะบนใบหน้าของพวกมันไม่มีรอยสัก
นี่แสดงว่าดักแด้มนุษย์ที่ไม่มีรอยสักบนหน้าเหล่านี้ไม่ใช่นักโทษที่ถูกเนรเทศมายังจวนซวงชิ่ง แต่เป็นชาวบ้านท้องถิ่นของจวนซวงชิ่งเอง
เป็นอย่างที่หยางเชียนคิดจริงๆ เหตุการณ์ที่ชายชราคนนั้นเล่าว่าลูกชายไป เรียนวิชากับเทพภูเขา แล้วกลับมาเยี่ยมบ้าน ก็คือฝีมือของทหารศพที่อสูรหนูพูดถึง ถูกควบคุมให้กลับไปปรากฏตัว พูดคุยไม่กี่ประโยค หรือกระทั่งค้างคืนสักไม่กี่วัน รอให้ข่าวแพร่สะพัดออกไปก็พอ วิธีนี้จะทำให้หมูในคอกเชื่ออย่างสนิทใจยิ่งขึ้น
จากนั้นหยางเชียนก็เดินทางทะลวงลึกเข้าไปในสันเขาโครงกระดูก พบสถานที่ที่มีดักแด้มนุษย์แขวนอยู่บนผนังหินแบบนี้อีกสามแห่ง และก็พบอสูรที่ทำหน้าที่หลอมดักแด้มนุษย์เหล่านี้อยู่ไม่ไกลจากผนังหินเช่นกัน
[สังหารผู้บำเพ็ญเพียรสายอสูรสันเขาโครงกระดูก 3] --- [ได้รับค่าประสบการณ์ 630]
ตามคำบอกเล่าของอสูรพวกนี้ ดักแด้มนุษย์เหล่านี้ไม่ใช่ของพวกมัน พวกมันแค่ถูกส่งมาดูแลการหลอมเท่านั้น พอมีผลผลิตก็ต้องส่งขึ้นไป ต่อให้ไม่มีผลผลิต ก็ต้องส่งทหารศพที่เหลือไปยังหลุมทหารศพที่หลังเขา
เคยได้ยินแต่ว่าผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมารมีวิชาชั่วร้ายเกี่ยวกับศพ นึกไม่ถึงว่าผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมารยังไม่ทันตั้งตัวเป็นกลุ่มก้อน กลับกลายเป็นภูเขาอสูรที่สร้างเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ขึ้นมา
ผู้บำเพ็ญเพียรสายอสูรก็เริ่มเล่นพิเรนทร์แบบนี้แล้วหรือ
และอาณาเขตของสันเขาโครงกระดูกก็ไม่ใช่น้อยๆ ผนังแขวนศพ สามแห่งที่หยางเชียนพบเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง แม้แต่อสูรที่รับผิดชอบดูแล พืชผล เหล่านี้ยังบอกไม่ได้ว่าทั้งสันเขาโครงกระดูกมี ผนังแขวนศพ แบบนี้อยู่เท่าไหร่กันแน่ แค่ประเมินว่าน่าจะมีสักร้อยแห่ง
และเมื่อหยางเชียนหาหลังเขาของสันเขาโครงกระดูกพบ และมุดลงไปใต้ดินจนเจอหลุมทหารศพที่ว่า เขาก็ต้องตกใจจนเหงื่อกาฬแตก
สิ่งที่เรียกว่าหลุมทหารศพแท้จริงแล้วคือถ้ำหินปูนขนาดมหึมา พื้นที่ภายในกว้างขวางพอจะจุลานฝึกซ้อมของกองทหารรักษาการณ์จวนจี๋โจวได้ทั้งลาน
และในเวลานี้ พื้นที่ขนาดใหญ่นี้เต็มไปด้วยทหารศพที่ยืนเบียดเสียดกันแน่นขนัด ไม่ใช่แค่ชั้นเดียว ยังมีโซ่ตรวนขึงพาดผ่านพื้นที่ว่าง และบนโซ่ตรวนก็มีทหารศพยืนอยู่เช่นกัน
"ที่นี่มีเท่าไหร่ ห้าหมื่น หรือหนึ่งแสน หรือสองแสน"
ทหารศพทุกตัวที่นี่มีพละกำลังและความเร็วเหนือกว่านักรบทั่วไป ทั้งยังไร้ความหวาดกลัว และยังใช้ออร่าอาฆาตโจมตีได้ อย่าว่าแต่กระบวนทัพธรรมดาจะต้านทานยากเลย ต่อให้เป็นองครักษ์ในวังหลวงอย่างหูอานมาเจอ ก็คงรับมือลำบากเช่นกัน
กองกำลังองครักษ์ในวังหลวงมีกี่คน มีถึงหมื่นไหม
แต่ทหารศพตรงหน้าอาจมีถึงหนึ่งแสนสองแสน
หากปล่อยทหารศพพวกนี้ออกไปข้างนอก หยางเชียนนึกถึงผลที่ตามมาแล้วก็ต้องสูดลมหายใจหนาวเหน็บ มหันตภัยครั้งนี้เกรงว่าจะเลวร้ายยิ่งกว่าที่จวนจี๋โจวประสบมาเสียอีก
ลึกเข้าไปในถ้ำหินปูนคือสระน้ำลึก น้ำในสระเย็นยะเยือกดูเหมือนจะสุดทางแล้ว แต่ในฐานะปรมาจารย์ค่ายกล หยางเชียนกลับมองเห็นความผิดปกติจากก้อนหินแปลกตาที่วางระเกะระกะดูธรรมดารอบสระน้ำนั้น
สระน้ำนี้ไม่ธรรมดา มีคนซ่อนค่ายกลไว้ที่นี่
หยางเชียนสังเกตอย่างละเอียด แล้วก็ต้องชมเชยในใจ ค่ายกลนี้ซ่อนเร้นได้อย่างแนบเนียน หากระดับวิชาค่ายกลของเขาไม่ถึงขั้นเชี่ยวชาญคงดูไม่ออก
แค่การซ่อนเร้นภายนอกยังร้ายกาจขนาดนี้ เนื้อหาภายในค่ายกลเล่า จะลึกล้ำเพียงใด
แต่ยังไม่ทันที่หยางเชียนจะได้ศึกษารูปแบบค่ายกลที่ซ่อนอยู่รอบสระน้ำลึกต่อ เสียงที่มีเจตนาสังหารเจือปนก็ดังขึ้นในถ้ำหินปูน
"ท่านผู้เจริญบุกรุกแดนต้องห้ามภูเขาไป๋ซาน สังหารศิษย์ภูเขาไป๋ซาน กล้าแจ้งชื่อแซ่หรือไม่"
เมื่อเสียงดังขึ้น ก็แสดงว่าร่องรอยของหยางเชียนที่ใช้วิชาเก็บกลิ่นอายและวิชาเหินมาตลอดทาง ถูกค้นพบเข้าแล้ว
เสียงนี้ไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่เสียงดังเท่านั้น แต่การสั่นสะเทือนของมันเหมือนมีมีดซ่อนอยู่ในเสียง ฟังด้วยหูแต่กลับทิ่มแทงไปที่วิญญาณ
แม้หยางเชียนจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตวิญญาณท่อง ซึ่งมีวิญญาณแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกอาคมในระดับเดียวกันมาก แต่เมื่อโดนทีเผลอก็ยังรู้สึกเจ็บแปลบที่วิญญาณเล็กน้อย คิดดูสิว่าถ้าเป็นคนอื่นมาโดนเข้า คงต้องบาดเจ็บสาหัสแน่
สิ้นเสียง ร่างสีขาวพร้อมภาพติดตาซ้อนทับกันก็พุ่งมาด้วยความเร็วสูงจากความมืด
เร็วมาก หยางเชียนถึงกับรู้สึกว่าความเร็วนี้ไม่ด้อยไปกว่า ท่องวายุอสนีบาต ของเขาเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นผู้ฝึกอาคมมีวิชาเคลื่อนที่แบบนี้
[จบแล้ว]