เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 - เป็นไปไม่ได้

บทที่ 43 - เป็นไปไม่ได้

บทที่ 43 - เป็นไปไม่ได้


บทที่ 43 - เป็นไปไม่ได้

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

บนใบหน้าของหลินฟานประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ตอนแรกหลินฟานก็ขี้เกียจขึ้นเวทีจริงๆ นั่นแหละ แต่พอรู้ว่าหลัวเฉาอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ความคิดก็เปลี่ยนไป

ในเมื่อไอ้หมอนั่นอยากเห็นเขาเป็นตัวตลก งั้นครั้งนี้เขาจะจัดให้ดูจนตาแฉะเลยทีเดียว

ส่วนคนดูบนอัฒจันทร์ ก็ไม่คิดว่าหลินฟานจะกล้าขึ้นเวทีจริงๆ

"ไอ้หมอนี่ใจกล้าใช้ได้ ที่กล้าขึ้นไปจริงๆ มันคงไม่รู้ความเก่งกาจของซางซิวหย่วน ไม่รู้สินะว่าสายดำดั้งสองมันหมายความว่ายังไง"

"ระดับสายดำดั้งสอง ไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างมันจะต่อกรได้หรอก"

ราชาซานต่าและหัตถ์เทวะยูโดเองก็มองหลินฟานที่ขึ้นเวทีไปอย่างตกตะลึง ไม่นึกว่าหมอนี่จะกล้าจริง

เสียงเชียร์ดังกระหึ่มจากอัฒจันทร์ "ซางซิวหย่วน รีบๆ จัดการอัดมันให้ร่วงไปเลย"

ทุกคนย่อมหมั่นไส้หลินฟานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ถ้าเป็นพวกหล่อรวยคนไหนได้ใจดาวโรงเรียนซูไป พวกเขาก็ยังพอทำใจยอมรับได้

แต่คนธรรมดาๆ อย่างหลินฟาน ในสายตาพวกเขา ก็แค่คนดาดๆ ที่โยนเข้าไปในฝูงชนก็หาตัวไม่เจอ มีสิทธิ์อะไรมาได้ใจดาวโรงเรียนซูไปครอง

บนอัฒจันทร์ หลัวเฉานั่งพิงเก้าอี้ เอ่ยเสียงเรียบ "นึกไม่ถึงว่าหลินฟานจะกล้าขึ้นไปจริงๆ ยังไงซะตอนนั้นมันก็เคยล้มไล่เสี่ยวหลงมาแล้ว"

พูดถึงตรงนี้ หลัวเฉาก็ขมวดคิ้วถาม "จะเกิดเหตุผิดพลาดอะไรมั้ย"

ข้างกายหลัวเฉา มีสวีเจียหมิงนั่งอยู่

สวีเจียหมิงสวมชุดเทควันโดสีขาวเช่นกัน เขายิ้มอธิบายให้หลัวเฉาฟัง "รุ่นพี่หลัว วางใจเถอะครับ ฝีมือของซางซิวหย่วนไม่ได้กระจอกขนาดนั้น ลำพังแค่หลินฟานรับมือซางซิวหย่วนไม่ไหวหรอกครับ ต่อให้เกิดเหตุผิดพลาดจริงๆ ก็ยังมีผมอยู่ทั้งคน"

ได้ฟังคำยืนยันจากสวีเจียหมิง สีหน้าของหลัวเฉาก็ดูผ่อนคลายลง ใช่แล้ว ต่อให้ซางซิวหย่วนพลาดท่าจัดการหลินฟานไม่ได้

ก็ยังมีสวีเจียหมิงที่เป็นถึงเทควันโดสายดำดั้งห้าอยู่อีกคน

หลัวเฉายิ้มบางๆ "ฉันสืบประวัติหลินฟานมาแล้ว ไม่มีเบื้องหลังอะไรเลย อย่างมากก็แค่สนิทกับตู้เซิงเซียว ข้อดีอย่างเดียวที่มี ดูเหมือนจะเป็นแค่ต่อยตีเก่งกว่าคนทั่วไปนิดหน่อย"

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แววตาฉายแววอำมหิต "ถ้าข้อดีเพียงอย่างเดียวนี้ถูกพวกนายทำลายจนป่นปี้ ซูชิงจะยังมีเหตุผลอะไรให้ชอบมันอีก"

"ผู้หญิงอย่างซูชิง จะหยิ่งยโสหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ แต่ยังไงก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือพี่หลัวหรอกครับ" สวีเจียหมิงกล่าวประจบ

พูดกันตามตรง ถ้าวัดกันที่ฐานะ ตระกูลสวีอยู่อันดับสี่ในเมืองชิงเฉิง ถ้าหลัวเฉาเป็นแค่ลูกหลานตระกูลหลัวธรรมดาๆ สวีเจียหมิงไม่มีทางมาคอยประจบสอพลอแบบนี้แน่

ประเด็นคือหลัวเฉาเป็นคนมีความสามารถมาก ในบรรดาลูกเศรษฐีรุ่นที่สองของเมืองชิงเฉิง ไม่มีใครเทียบเขาได้เลย

ในรุ่นลูกหลานมีคนเก่งแบบนี้ ไม่แน่ว่าวันหน้าตระกูลหลัวอาจจะกลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองชิงเฉิงก็ได้

นี่แหละคือเหตุผลที่สวีเจียหมิงต้องคอยเอาอกเอาใจ

ซางซิวหย่วนวอร์มร่างกาย ยืดเส้นยืดสาย แล้วหันมาถามหลินฟาน "หลินฟาน ว่ามา อยากสู้แบบไหน"

หลินฟานตอบ "ฉันไม่เป็นเทควันโด จะให้สู้ตามกติกาพวกนาย ฉันทำไม่เป็น"

ซางซิวหย่วนหัวเราะเยาะ "ไม่เป็นไร แกอยากสู้แบบไหนก็ตามใจแกเลย"

หลินฟานเตือนด้วยความหวังดี "ฉันเป็นพวกกะแรงไม่ค่อยถูก ถ้าเกิดเผลอทำนายบาดเจ็บสาหัส..."

"ทำฉันเจ็บสาหัสเนี่ยนะ" ซางซิวหย่วนมองหลินฟานเหมือนมองคนปัญญาอ่อน อดไม่ได้ที่จะพูดว่า "เฮ้ย ยังไม่ทันเริ่มสู้ แกก็เพี้ยนไปแล้วเหรอวะ"

จากนั้น ซางซิวหย่วนก็ตะโกนบอกคนดูบนอัฒจันทร์ "ในเมื่อหลินฟานพูดแบบนี้ งั้นขอให้ทุกคนในที่นี้ช่วยเป็นพยาน ถ้าผมโดนหลินฟานซ้อมจนเจ็บหนัก ผมจะไม่เอาความใดๆ ทั้งสิ้น"

"และแน่นอน ถ้าหลินฟานโดนผมซ้อมจนเจ็บหนัก ผมก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ เหมือนกัน"

ซูชิงได้ยินดังนั้น หน้าถอดสีทันที "หลินฟานใจร้อนเกินไปแล้ว ถ้าเขาไม่พูดแบบนั้น ซางซิวหย่วนยังต้องเกรงใจสายตาคนดู คงไม่กล้าลงมือหนักเกินไป อย่างมากก็แค่สั่งสอนพอหอมปากหอมคอ"

ซูชิงเว้นจังหวะ "แต่หลินฟานดันไปท้าทายแบบนั้น ซางซิวหย่วนคงลงมือแบบไม่ยั้งแน่"

บนอัฒจันทร์ 'ราชาซานต่า' ขมวดคิ้วมองหลินฟาน "เมื่อก่อนเคยได้ยินว่าไอ้หมอนี่ห้าว ไม่นึกว่าจะห้าวเป้งขนาดนี้"

คนดูคนอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย ถึงพวกเขาจะไม่เคยเห็นความเก่งกาจของซางซิวหย่วนกับตา แต่ก็รู้ดีว่าสายดำดั้งสองนั้นมีความหมายว่ายังไง

ไม่มีใครคาดคิดว่าหลินฟานจะกล้าอวดดีได้ขนาดนี้

"หมอนี่กำเริบเสิบสานเกินไป เดี๋ยวได้เจ็บตัวฟรีแน่"

คนดูแทบทุกคนคิดเหมือนกันหมด ถึงแม้จะหมั่นไส้หลินฟาน แต่พอนึกภาพหลินฟานโดนซางซิวหย่วนซ้อมจนฟันร่วงหมดปาก ก็อดเวทนาไม่ได้

ตอนนั้นเอง กรรมการเดินมากลางเวที แล้วตะโกน "เริ่มได้"

ซางซิวหย่วนพุ่งตัวออกไปทันที กระโดดลอยตัวอย่างดุดัน เตะฟาดใส่หลินฟานเต็มแรง

ลูกเตะนี้แรงไม่เบา ถ้าเป็นผู้ชายตัวผอมๆ โดนเข้าไป คงกระเด็นปลิวแน่นอน

แต่หลินฟานกลับยังยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

เห็นภาพนี้ สวีเจียหมิงก็หัวเราะ หึๆ "ดูท่าหลินฟานจะรับมือซางซิวหย่วนไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว"

หลัวเฉาที่อยู่ข้างๆ ดูไม่ค่อยเป็น เลยถาม "ดูยังไง"

"เจอกับสายดำดั้งสอง แต่กลับประมาทเลินเล่อขนาดนี้ ซางซิวหย่วนลงมือแล้ว มันยังยืนทื่อไม่ขยับ" สวีเจียหมิงส่ายหน้า "ทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับฆ่าตัวตาย"

บนอัฒจันทร์ พอเห็นซางซิวหย่วนลงมือ ทุกคนต่างกลั้นหายใจ เบิกตากว้างมองหลินฟาน

พวกเขาตั้งตารอฉากที่หลินฟานจะโดนเตะคว่ำคะมำหงาย

"แย่แล้ว" ซูชิงเตรียมพร้อมจะพุ่งขึ้นไปบนเวทีเพื่อช่วยหลินฟาน

ในจังหวะที่ซางซิวหย่วนเข้าประชิดตัวหลินฟาน ในที่สุดหลินฟานก็ลงมือ

ปัง

ทุกคนในที่นั้นยังดูไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น ซางซิวหย่วนก็กระเด็นปลิวละลิ่ว ตกลงไปกระแทกพื้นล่างเวทีอย่างแรง

ภายในโรงยิมที่เคยจอแจ เงียบกริบลงทันตา

ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ

หลินฟานยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่ได้ทำอะไรลงไป ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดของซางซิวหย่วนดังมาจากข้างล่างเวที พวกเขาคงยังตั้งสติไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

"เกิดอะไรขึ้น ตาฝาดไปรึเปล่า ทำไมคนที่ร่วงกลายเป็นซางซิวหย่วนล่ะ"

"นั่นสิ หลินฟานทำได้ยังไง มองไม่ทันเลยว่าเขาทำอะไร ซางซิวหย่วนก็ปลิวไปแล้ว"

"ซางซิวหย่วนเป็นถึงสายดำดั้งสองเลยนะเว้ย"

บนอัฒจันทร์เริ่มมีเสียงฮือฮา แต่ไม่ใช่เสียงโห่ร้องยินดี กลับเต็มไปด้วยความสงสัย ตั้งคำถาม เหมือนไม่อยากจะเชื่อความจริงตรงหน้า

แน่นอน การที่พวกเขาจะยอมรับความจริงไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะฝีมือที่หลินฟานแสดงออกมา มันเกินจินตนาการของพวกเขาไปไกลโข

สวีเจียหมิงเองก็หน้าซีดเผือด "ปะ... ปะ... เป็นไปได้ยังไง ซางซิวหย่วนเป็นถึงยอดฝีมือสายดำดั้งสอง มันเป็นไปไม่ได้"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 43 - เป็นไปไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว