- หน้าแรก
- จากเด็กกำพร้าสู่เซียนปราบปีศาจ
- บทที่ 32 - สหายไป๋อวิ๋น
บทที่ 32 - สหายไป๋อวิ๋น
บทที่ 32 - สหายไป๋อวิ๋น
บทที่ 32 - สหายไป๋อวิ๋น
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"คุยธุระ? ถ้าฉันจำไม่ผิด เราสองคนไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นมั้ง"
ถึงหลินฟานจะพูดแบบนั้น แต่ก็ยังหันหลังเดินนำเข้าไป "เข้ามาสิ"
พูดจบเขาก็กลับไปนั่งที่โซฟา ไป๋จิ้งหยุนเดินตามเข้ามา กวาดสายตามองสำรวจสภาพห้องของหลินฟานแล้วขมวดคิ้ว "นายอุตส่าห์เป็นถึงผู้บำเพ็ญ อาศัยอยู่ในที่แบบนี้เนี่ยนะ?"
หลินฟานเอนหลังพิงโซฟา ตอบว่า "ฉันเทียบพวกนายที่เป็นตระกูลใหญ่ไม่ได้หรอก บ้านช่องใหญ่โต แต่ที่แบบนี้อยู่ไปก็สบายใจดี"
"อีกอย่างไม่ใช่ว่ามีประโยคที่บอกว่า ดอกไม้ใบหญ้า สรรพสิ่งล้วนเป็นภาพมายา หรอกเหรอ"
ไป๋จิ้งหยุนยืนอยู่ตรงข้ามหลินฟาน ทำท่าเหมือนกำลังเดินชมพิพิธภัณฑ์ "นั่นมันคำสอนของพุทธ"
"จะพุทธหรือเต๋าก็เป็นสัจธรรมเหมือนกันนั่นแหละ สหายไป๋ เรื่องนี้ฉันต้องขอติงนายหน่อยนะ อุตส่าห์บำเพ็ญเพียรแท้ๆ ยังจะมายึดติดเรื่องที่หลับที่นอนอีก" หลินฟานแกล้งแซว
พูดตามตรง จริงๆ แล้วเขาไม่ได้รู้สึกแย่อะไรกับไป๋จิ้งหยุน ถึงหมอนี่จะดูหยิ่งๆ ไปบ้าง แต่ลูกหลานตระกูลใหญ่จะหยิ่งก็เป็นเรื่องปกติ เขาสัมผัสได้ว่าจริงๆ แล้วไป๋จิ้งหยุนคนนี้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร
หลินฟานอดถอนหายใจไม่ได้ พับผ่าสิ ตอนรู้จักไป๋จิ้งหยุนแรกๆ ยังรู้สึกว่าหมอนี่โคตรขี้เก๊ก โคตรขี้โม้
แต่พอได้มาเจอกับพวกลูกเศรษฐีอย่างไล่เสี่ยวหลง สวีเจียหมิง เขาถึงได้รู้ซึ้งเลยว่า ไป๋จิ้งหยุนนี่ดีกว่าพวกบ้านรวยพวกนั้นไม่รู้กี่ร้อยเท่า
แม่เจ้า พอเอาคนเตี้ยมาเทียบกัน ก็ดูสูงขึ้นมาทันตาเห็น พอลองเปรียบเทียบดูแบบนี้ ไป๋จิ้งหยุนดูเป็นผู้หลุดพ้นทางโลกไปเลยแฮะ
ไป๋จิ้งหยุนอดไม่ได้ที่จะสวนกลับ "นายก็แค่จนเท่านั้นแหละ จะหาข้ออ้างร้อยแปดทำไม"
"ไอ้... ไอ้บ้าเอ๊ย..." หลินฟานพูดไม่ออก อุตส่าห์ชมว่าหลุดพ้นทางโลกหยกๆ
"ช่างเถอะ ขี้เกียจเถียงกับนายละ ว่ามา มีธุระอะไร" หลินฟานเข้าประเด็น
ไป๋จิ้งหยุนบอก "ทางตระกูลหลิวบอกว่านายมีมุกภูตจำแลงระดับสองอยู่เม็ดนึง"
หลินฟานถาม "แล้วเกี่ยวอะไรกับตระกูลไป๋ของนาย?"
ไป๋จิ้งหยุน "ตระกูลหลิวบอกให้ตระกูลไป๋ของเรามาทวงคืน แล้วเดี๋ยวพวกเราสี่ตระกูลค่อยมาหารแบ่งกัน"
ตระกูลไป๋นี่แม่มโง่ปะเนี่ย หลินฟานด่าในใจ ไม่ต้องเดาก็รู้ ตระกูลหลิวต้องไม่ได้บอกระดับพลังที่แท้จริงของเขาให้ตระกูลไป๋รู้แน่ๆ
ไม่งั้นตระกูลไป๋จะส่งไป๋จิ้งหยุนมาทวงของเหรอ?
หลิวเจิ้งเต่านี่ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายจริงๆ รู้ว่าสู้เขาไม่ได้ ไม่กล้ามาทวงเอง ดันยุให้ตระกูลไป๋มาแทน
ตระกูลไป๋ไม่รู้ความเก่งกาจของเขา ดีไม่ดีอาจจะนึกขอบคุณตระกูลหลิวอยู่ด้วยซ้ำ
หลินฟานยิ้มแล้วพูดว่า "เอาสิ มุกภูตจำแลงระดับสอง พวกนายให้ราคาเท่าไหร่?"
ไป๋จิ้งหยุนตอบ "ห้าแสน นายจนขนาดนี้ เอาไปซื้อบ้านใหม่ได้เลยนะ"
มุมปากหลินฟานกระตุกยิก ไป๋จิ้งหยุนนี่มันช่างใสซื่อบริสุทธิ์จริงๆ
หมอนี่พูดจาขวานผ่าซากชะมัด ไม่รู้จักอ้อมค้อมบ้างเลย
ไม่รู้จะเรียกว่าอ่อนต่อโลก หรือจะเรียกว่าโง่ดี
แต่แน่นอน ยิ่งเป็นแบบนี้ ความรู้สึกดีๆ ที่หลินฟานมีต่อเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น อย่างน้อยคนแบบนี้ ถ้าคิดร้ายอะไรก็คงแสดงออกมาทางสีหน้าหมด
หลินฟานถาม "สหายไป๋อวิ๋น นายคงฝึกวิชามาตั้งแต่เด็ก ไม่ค่อยได้สนใจเรื่องทางโลกสินะ"
ไป๋จิ้งหยุนเชิดหน้าตอบอย่างภูมิใจ "พวกเราผู้บำเพ็ญเพียร เรื่องทางโลกไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจ ฉันฝึกวิชามาตั้งแต่เล็ก บรรลุวิถีแห่งเต๋าเมื่อไหร่ ย่อมเข้าใจสรรพสิ่งเอง"
"ว่าแล้วเชียว นายมันพวกสติไม่เต็ม... เอ้ย ไม่ใช่ นายมันพวกมีจิตใจบริสุทธิ์จริงๆ หายากนะเนี่ย" หลินฟานแกล้งชม
ไป๋จิ้งหยุนขมวดคิ้ว "ทำไมฉันรู้สึกเหมือนนายกำลังด่าว่าฉันปัญญาอ่อน?"
หลินฟานส่ายหน้า พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เข้าใจผิดแล้ว อาจารย์ฉันเคยบอกไว้ว่า ผู้ที่บรรลุวิถีแห่งเต๋า ล้วนแต่เป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ทั้งสิ้น ฉันดูทรงแล้วสหายไป๋อวิ๋น วันหน้าจะต้องได้เป็นปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แน่นอน"
"ฉันชื่อไป๋จิ้งหยุน"
หลินฟานแย้ง "ไป๋อวิ๋น (เมฆขาว) ฟังดูเพราะกว่า"
ไป๋จิ้งหยุนทำหน้าเอือม "แล้วแต่นายเถอะ ตกลงห้าแสน จะขายไหม?"
หลินฟานตอบ "ขายเขยอะไรกันล่ะ เอาแบบนี้ นายกลับไปบอกให้ผู้นำตระกูลนายมาคุยเอง มุกภูตจำแลงระดับสอง ดีไม่ดีอาจช่วยให้ผู้บำเพ็ญระดับสองขั้นสูงสุดของตระกูลนายทะลวงผ่านไปสู่ระดับสามได้เลยนะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ส่งเด็กเมื่อวานซืนอย่างนายมา มันไม่ให้เกียรติกัน"
ไป๋จิ้งหยุนรีบส่ายหน้า "นี่ไม่ใช่ของตระกูลไป๋เราตระกูลเดียว ต้องเอามาแบ่งกันในสี่ตระกูลใหญ่องครักษ์หยินหยาง"
หลินฟานตัดบท "พอเลย สหายไป๋อวิ๋น แค่ฟังประโยคนี้ของนาย ฉันแนะนำว่ากลับไปบอกผู้นำตระกูลนายให้มาคุยกับฉันเองเถอะ"
พูดจริงๆ ด้วยไอคิวระดับไป๋จิ้งหยุน ถ้าหลินฟานคิดจะหลอกขาย หมอนี่คงโดนจับขายแล้วยังมานั่งช่วยนับเงินให้เขาอีกแน่ๆ
มุกภูตจำแลงระดับสองเชียวนะ มันมากพอที่จะทำให้ตระกูลไป๋มีโอกาสได้ผู้บำเพ็ญระดับสามเพิ่มขึ้นมาอีกคน หมอนี่ยังจะ 'ใจป้ำ' เอาไปแบ่งให้ตระกูลอื่นอีก
ไป๋จิ้งหยุนหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาจดเบอร์โทรศัพท์ตัวเอง "เอาแบบนั้นก็ได้ ฉันจะกลับไปบอกท่านผู้นำตระกูลตามที่นายพูด นี่เบอร์ฉัน ถ้านายตัดสินใจได้แล้วว่าจะขายให้ตระกูลไป๋เมื่อไหร่ ก็โทรมาหาฉัน"
"เครๆ งั้นไม่ส่งนะ"
มองดูไป๋จิ้งหยุนเดินออกจากห้องไป หลินฟานกลับรู้สึกชอบใจหมอนี่ขึ้นมาอีกเป็นกอง
'โง่' ขนาดนี้ เอ้ย ไม่สิ 'ซื่อบื้อ' ขนาดนี้ สมัยนี้หาได้ยากจริงๆ
"หมอนี่ก็น่าสนใจดีแฮะ" หลินฟานยัดกระดาษโน้ตแผ่นนั้นใส่กระเป๋าเสื้อส่งๆ
หลินฟานเอนตัวพิงโซฟา บิดขี้เกียจเตรียมจะงีบสักหน่อย ทันใดนั้น มือถือเขาก็ดังขึ้น
หลินฟานหยิบมาดู เป็นเบอร์แปลก
"ใครครับ?" หลินฟานถาม
ปลายสายมีเสียงที่คุ้นเคยตอบกลับมา "หลินฟาน สบายดีไหม"
"ไล่เสี่ยวหลง?" หลินฟานขมวดคิ้ว "มีธุระอะไร?"
ไล่เสี่ยวหลงพูดเสียงเรียบ "นายมีน้าสาวคนหนึ่งใช่ไหม"
สีหน้าของหลินฟานเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที "นายหมายความว่าไง?"
ไล่เสี่ยวหลงตอบ "ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่เชิญน้าสาวนายมาดื่มชาที่บ้านน่ะ มาหาหน่อยสิ เดี๋ยวจะส่งโลเคชั่นเข้ามือถือให้"
"ไล่เสี่ยวหลง ถ้านายกล้าแตะต้องน้าฉันแม้แต่ปลายก้อย นายจะต้องเสียใจแน่!" หลินฟานตะคอกเสียงดังลั่น
เขาลุกพรวดขึ้นยืนราวกับสิงโตที่กำลังคลุ้มคลั่ง
จางชิงซูคือญาติเพียงคนเดียวที่หลินฟานเหลืออยู่ตั้งแต่โตมา
ต่อให้เขาไม่อยู่บ้าน จางชิงซูก็ยังคอยมาทำความสะอาดบ้านให้เขาอยู่เสมอ
ไล่เสี่ยวหลงหัวเราะร่า "รีบมาที่บ้านฉันเร็วๆ ล่ะ ยังมีบัญชีต้องสะสางกันอีกเยอะ อย่าให้ฉันรอนานนัก"
ทางนั้นวางสายไปทันที ไม่นานนักที่อยู่ของหมู่บ้านหรูก็ถูกส่งเข้ามา
ปัง!
หลินฟานชกกำแพงเต็มแรง ดวงตาแดงก่ำ "ไอ้ชาติชั่วเอ๊ย!"
หลินฟานหอบหายใจถี่รัว หัวใจดิ่งวูบ บ้าเอ๊ย ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนเขาเขาใช้พลังเวทจัดการกับเขตแดนต้องห้ามไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว
จะให้ฟื้นพลังกลับมาภายในครึ่งชั่วโมง มันเป็นไปไม่ได้เลย
เวลามีแค่ครึ่งชั่วโมง หลินฟานรีบพุ่งตัวออกจากเขตชุมชน คนอย่างไล่เสี่ยวหลงมันทำได้ทุกอย่าง
ถ้าน้าสาวต้องมาเป็นอะไรไปเพราะเขา เขาคงต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตแน่
[จบแล้ว]