- หน้าแรก
- จากเด็กกำพร้าสู่เซียนปราบปีศาจ
- บทที่ 6 - มหาเทพเซียนทองคำหล่อไหม
บทที่ 6 - มหาเทพเซียนทองคำหล่อไหม
บทที่ 6 - มหาเทพเซียนทองคำหล่อไหม
บทที่ 6 - มหาเทพเซียนทองคำหล่อไหม
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
แม่บ้านในคฤหาสน์วิ่งกรีดร้องลงมาจากชั้นสองด้วยความแตกตื่น ราวกับเจอผีหลอก
เสียงร้องโหยหวนยังคงดังต่อเนื่องมาจากห้องนอนชั้นบน
เด็กหนุ่มแซ่ไป๋วิ่งตรงขึ้นไปทันที ตู้ยวี่ตามหลังไปด้วยใบหน้าซีดเผือด ในฐานะคนธรรมดา เจอเรื่องแบบนี้ใครบ้างจะไม่กลัว แต่ทายาทตระกูลตู้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว
ถ้าท่านผู้เฒ่าตายไปเลยก็แล้วไป แต่ถ้ายังไม่ตาย แล้วเขาในฐานะลูกชายคนโตและทายาทสืบทอด กลับไม่อยู่เคียงข้างในสถานการณ์แบบนี้ หากพี่น้องคนอื่นฉวยโอกาสทำคะแนนขึ้นมาล่ะก็... คิดได้ดังนั้นเขาก็จำใจแข็งใจวิ่งตามขึ้นไป
หลินฟานเดินตามหลังพวกเขาไปอย่างไม่รีบร้อน จนมาถึงหน้าประตูห้องนอน แล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู
ห้องนอนนี้กว้างขวาง ตกแต่งหรูหรา แต่ทว่าตอนนี้ ชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าปีกำลังถูกมัดติดกับเตียง ผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ดวงตาแดงก่ำ เล็บมืองอกยาวเป็นสีแดงฉาน
เขาดิ้นพล่านอยู่บนเตียงอย่างทรมาน ในลำคอส่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่า
"พ่อ!"
ตู้ยวี่ทำท่าจะพุ่งเข้าไปหา แต่เด็กหนุ่มแซ่ไป๋ยื่นมือมาขวางไว้ "ตอนนี้ท่านผู้เฒ่าขาดสติสัมปชัญญะ ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด!"
พอได้ยินว่าพ่อขาดสติ ตู้ยวี่ก็ไม่กล้าเข้าไป ถึงอยากจะสร้างภาพลูกกตัญญู แต่ตอนนี้พ่อก็คงมองไม่เห็นอยู่ดี
ชายชราดิ้นพราดๆ จนเตียงสั่นสะเทือนดังตึงตัง
เด็กหนุ่มแซ่ไป๋เดินไปข้างเตียง สังเกตอาการของท่านผู้เฒ่าตู้ครู่หนึ่ง แล้วรีบเข็นโต๊ะน้ำชาไปขวางหน้าต่าง เขาเปิดกระเป๋าที่สะพายมา ปูผ้าสีเหลืองลงบนโต๊ะ
จากนั้นวางกระถางธูปไว้ตรงกลาง ปักเทียนไขสองข้าง จุดธูปหนึ่งดอกปักลงในกระถาง แล้วหยิบดาบไม้ท้อขึ้นมา ร่ายคาถาเสียงดัง "ภูตผีปีศาจจงออกไป รีบเร่งดั่งกฎสวรรค์!"
สิ้นเสียง เขาก็เริ่มร่ายรำกวัดแกว่งดาบไม้ท้อเพื่อทำพิธี
หลินฟานที่ยืนดูอยู่หน้าประตูถึงกับอ้าปากค้าง เฮ้ย เอาจริงดิ เขาเป็นถึงผู้บำเพ็ญระดับหนึ่งเชียวนะ!
สิ่งที่สิงร่างท่านผู้เฒ่าตู้เป็นแค่ปีศาจชั้นปลายแถว
ตามหลักแล้ว ผู้บำเพ็ญระดับหนึ่งน่าจะดีดนิ้วเปรี้ยงเดียวก็จัดการได้แล้วไม่ใช่เหรอ
หมอนี่ยังต้องตั้งโต๊ะทำพิธีชุดใหญ่ไฟกระพริบขนาดนี้ ใครไม่รู้คงนึกว่าจะไปปราบจอมมารที่ไหน
เด็กหนุ่มแซ่ไป๋ร่ายรำดาบไม้ท้อไปมา กระโดดโลดเต้นเหมือนเข้าทรงจนเหงื่อท่วมตัว แต่อาการของท่านผู้เฒ่าตู้กลับไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตู้ยวี่ยืนดูด้วยความร้อนใจ
ในใจเขากระวนกระวายสุดขีด ขนาดคนของตระกูลไป๋ยังจัดการไม่ได้ พ่อเขาคงไม่รอดแน่แล้ว
ตู้ยวี่ไม่อยากให้พ่อตายตอนนี้ เพราะพินัยกรรมยังไม่ได้เขียน!
แม้ปากเปล่าพ่อจะบอกว่าจะยกสมบัติให้เขามานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
ถ้าพ่อเป็นอะไรไป พวกพี่น้องตัวดีต้องมารุมทึ้งสมบัติจนบ้านแตกแน่
ตู้ยวี่แทบอยากจะแย่งดาบไม้ท้อไปกวัดแกว่งเองให้รู้แล้วรู้รอด
"ไม่ไหว ปีศาจตนนี้ฤทธิ์มากนัก" เด็กหนุ่มแซ่ไป๋หอบแฮ่กๆ มองดูชายชราที่ยังดิ้นรนอยู่บนเตียง "ดูท่าคงต้องใช้โลหิตบริสุทธิ์ของฉันกำจัดมันซะแล้ว!"
"เฮ้ยๆ" หลินฟานรีบเอ่ยทัก "เพื่อน ไม่ต้องถึงขนาดนั้นมั้ง นายเป็นถึงผู้บำเพ็ญระดับหนึ่ง จะจัดการไอ้ตัวพรรค์นี้ ต้องลงทุนเสียเลือดเนื้อเลยเหรอ?"
เด็กหนุ่มแซ่ไป๋ได้ยินดังนั้น ก็หันมามองด้วยความประหลาดใจ "นายรู้จักผู้บำเพ็ญระดับหนึ่งด้วย?"
"นายยังไม่ไปอีกเหรอ!" ตู้ยวี่เหงื่อแตกพลั่ก พอเห็นหลินฟานพูดแทรก ก็ตวาดไล่ทันที "รีบออกไปเดี๋ยวนี้! ขืนมารบกวนคุณชายไป๋ทำพิธี ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่!"
ความเป็นความตายของพ่อแขวนอยู่บนเส้นด้าย ตู้ยวี่ไม่มีอารมณ์มาพูดดีด้วยแล้ว
"ถ้าให้ฉันไป พ่อนายได้ตายวันนี้แน่" หลินฟานยิ้มเรียบๆ
เด็กหนุ่มแซ่ไป๋หน้าบึ้งตึง "นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ในเมื่อรู้จักผู้บำเพ็ญระดับหนึ่ง ก็ต้องเคยได้ยินชื่อตระกูลไป๋ ถ้าปีศาจร้ายตัวนี้แม้แต่ตระกูลไป๋ของเรายังจัดการไม่ได้ วันนี้ต่อให้เชิญ 'มหาเทพเซียนทองคำ' ลงมา ก็คงจัดการมันไม่ได้เหมือนกัน!"
ตระกูลไป๋คือตระกูลนักปราบปีศาจอันดับต้นๆ ในแถบนี้ สืบทอดวิชากันมานานกว่าสองร้อยปี ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันบรรลุถึงขั้นผู้บำเพ็ญระดับสาม และมีแววจะทะลวงไประดับสี่ได้
ส่วนเด็กหนุ่มคนนี้ เป็นคนเดียวในรุ่นเยาว์ของตระกูลไป๋ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บำเพ็ญได้ จึงหยิ่งยโสโอหัง แค่ชื่อเสียงตระกูลไป๋ ไปที่ไหนใครก็ต้องต้อนรับขับสู้
หลินฟานทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจัง แล้วตอบอย่างรู้สึกผิด "ขอโทษที ฉันไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลไป๋จริงๆ ว่ะ"
เด็กหนุ่มแซ่ไป๋ได้ฟังก็กำหมัดแน่น ไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลไป๋งั้นเหรอ?
นี่มันเจ็บแสบยิ่งกว่าโดนด่าซึ่งๆ หน้าเสียอีก เขาภูมิใจในสายเลือดตระกูลไป๋มาตั้งแต่เกิด ถ้าเป็นคนนอกวงการไม่รู้จักก็พอว่า
แต่ไอ้หมอนี่รู้จักระดับผู้บำเพ็ญ แสดงว่าเป็นคนในวงการไสยเวทย์ การบอกว่าไม่รู้จักตระกูลไป๋ นี่มันจงใจหาเรื่องกันชัดๆ
หลินฟานไม่ได้ตั้งใจกวนประสาท เขาพูดความจริง
เขามั่นใจว่าไอ้หนุ่มแซ่ไป๋นี่คงแทบไม่เคยออกมาปราบปีศาจคนเดียว เผลอๆ นี่อาจเป็นงานแรก ถึงได้อ่อนประสบการณ์ขนาดนี้
ผู้บำเพ็ญระดับหนึ่งจะจัดการปีศาจกิ๊กก๊อกยังต้องตั้งแท่นพิธี
"ออกมาฝึกงานครั้งแรกเหรอ?" หลินฟานถาม
เด็กหนุ่มแซ่ไป๋หน้าตึง "นายหมายความว่ายังไง?"
"ก็ไม่ยังไง" หลินฟานยิ้มมองอีกฝ่ายพลางเดินเข้าไปที่กระถางธูป แล้วหยิบธูปดอกนั้นขึ้นมา
ตู้ยวี่ร้องเสียงหลง "ไอ้หนู คุณชายไป๋กำลังทำพิธี นายจะไปป่วนทำไม!"
เด็กหนุ่มแซ่ไป๋หน้าเปลี่ยนสี ยังไงเขาก็กำลังทำพิธีอยู่ หมอนี่ดุ่มๆ เข้ามาดึงธูปจากแท่นพิธีแบบนี้มันหยามกันชัดๆ
เขาถามเสียงเย็น "นายจะทำอะไร?"
หลินฟานตอบ "เมื่อกี้ไม่ใช่บอกเหรอว่า ถ้าตระกูลไป๋จัดการไม่ได้ มีแต่มหาเทพเซียนทองคำเท่านั้นที่ทำได้?"
"จะให้ดูมหาเทพเซียนทองคำ"
พูดจบ หลินฟานก็เดินไปข้างเตียง ถือธูปดอกนั้นฟาดเปรี้ยงเข้าที่หน้าของท่านผู้เฒ่าตู้
หลินฟานด่าลั่น "ไสหัวไป!"
พอโดนธูปฟาด ร่างกายของท่านผู้เฒ่าตู้ก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมแสบแก้วหู จากนั้นร่างกายที่ดิ้นรนขัดขืนก็ค่อยๆ สงบลง ผิวหนังที่ดำคล้ำเริ่มกลับมาขาวซีดตามปกติ
ปีศาจที่สิงร่างท่านผู้เฒ่าตู้เมื่อครู่ ถูกธูปฟาดทีเดียวหนีเตลิดไปเลยเนี่ยนะ?
"อะไรนะ?" เด็กหนุ่มแซ่ไป๋รูม่านตาหดเกร็ง มองหลินฟานอย่างไม่อยากเชื่อสายตา หมอนี่ไล่ปีศาจที่ 'ดุร้าย' ขนาดนั้นไปได้ง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง
ตู้ยวี่เองก็สูดหายใจเฮือก นึกไม่ถึงเลยว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ใส่ชุดนักเรียนคนนี้ จะเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนคมอยู่
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าปริปาก
หลินฟานโยนธูปดอกนั้นทิ้งลงพื้น หันมาถามเด็กหนุ่มแซ่ไป๋
"มหาเทพเซียนทองคำหล่อไหม?"
[จบแล้ว]