เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 พลังบวก! พลังบวก!

บทที่ 20 พลังบวก! พลังบวก!

บทที่ 20 พลังบวก! พลังบวก!


บทที่ 20 พลังบวก! พลังบวก!

ครู่ต่อมา ไป๋เย่มองดูเฉินจิ้งหยาที่ยอมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กแทบเท้าของเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่นางจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าปวดใจ "คุณชายคะ เราจะเริ่มกันเลยไหม"

"รอประเดี๋ยวสิ หัดเรียนรู้งานจากเพื่อนร่วมงานของเธอซะก่อน ดูเขาสิ ยิ้มแย้มแจ่มใสบริการด้วยหัวใจ ช่างหวานล้ำอะไรอย่างนี้!"

เตียงนวดข้างๆ ที่เซียวเจียนอนอยู่นั้น พนักงานสาวที่เขาเลือกยังคงส่งยิ้มหวานหยดย้อย แม้จะต้องทนกับกลิ่นเท้าที่รุนแรงจนแม้แต่ไป๋เย่ที่อยู่ห่างออกมายังรู้สึกแสบจมูก แต่นางกลับประคองเท้าของเซียวเจียไว้อย่างทะนุถนอมยิ่งนัก

ภาพตรงหน้าทำให้สภาวะจิตใจของเฉินจิ้งหยาเริ่มสั่นคลอน ในอดีตงานประเภทนี้คืองานพื้นฐานที่นางเชี่ยวชาญ แต่ในยามนี้ พ่อหนุ่มคู่เดทที่ช่วยนางกู้เงินออนไลน์แถมยังฟันเงินนางไปอีกพันกว่าหยวน กลับต้องการให้นางมอบบริการด้วยรอยยิ้มอย่างนั้นรึ? นี่มันรังแกคนซื่อกันชัดๆ!

ทว่าเมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ปัจจุบัน นางจะทำอะไรได้อีกนอกเสียจาก...

ยิ้ม!

นางสูดลมหายใจเข้าลึกสองครั้ง สูดเอากลิ่นอายไม่พึงประสงค์ในห้องเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะปั้นยิ้มหวานละมุนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "คุณชายคะ แบบนี้พอใจหรือยัง?"

"อืมๆ เริ่มเถอะ รักษาเลเวลรอยยิ้มไว้แบบนี้แหละ!"

"รับทราบค่ะคุณชาย!"

หากนี่มิใช่สังคมที่มีขัดเกลาด้วยกฎหมาย นางคงอยากจะโจนทะยานเข้าไปบีบคอไป๋เย่ให้ตายคามือ! คนอะไรจะเจ้าเล่ห์เพทุบายได้ถึงเพียงนี้!!

อันที่จริงไป๋เย่พอจะเดาความคิดของนางออก แต่ก็นั่นแหละ มันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะ? เขาก็แค่หลับตาพริ้มรับความสำราญก็พอ ต้องยอมรับว่าฝีมือของเฉินจิ้งหยานั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เพียงแค่นวดไปได้ไม่กี่นาที เขาก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มจนเกือบจะหลับไปจริงๆ

สิ่งนี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ "ไม่ยักษ์กะเชื่อนะเนี่ย เมื่อก่อนเธอคือ 'ยอดนักนวด' จริงๆ เหรอ?"

"เรื่องนั้น... ใช่ค่ะ... ถ้าคนในครอบครัวไม่ล้มป่วยลงเสียก่อน ยามนี้ฉันก็คงยังเป็นยอดนักนวดอยู่" แม้จะมีความขัดแย้งกันอยู่ แต่เมื่อถูกคู่เดทถามถึงอาชีพเก่า เฉินจิ้งหยาก็รู้สึกละอายใจอยู่ลึกๆ

"ฝีมือดีจริงๆ นั่นแหละ รายได้ขนาดนั้นคงเพียงพอที่จะให้เธอใช้จ่ายเดือนละสามหมื่นหยวนได้สบายๆ แต่แล้วเรื่องแฟนคนนั้นมันยังไงกันแน่?"

"แค่อ้างไปอย่างนั้นแหละค่ะ... ถ้าฉันบอกอาชีพจริงๆ ออกไป ใครเขาจะอยากมาดูตัวกับฉัน? นั่นมันก็แค่ข้ออ้างทั้งนั้น"

"ก็ฟังดูสมเหตุสมผล!"

หาเงินเอง ใช้เงินเอง เฉินจิ้งหยาไม่ได้ทำอะไรผิดในจุดนั้น! แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าคือคำสารภาพถัดมาของนาง

"ความจริงแล้ว ตอนอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ฉันเคยมีแฟนแค่คนเดียวตอนเริ่มงานใหม่ๆ หลังจากเลิกกันไป ฉันก็ไม่เคยคบกับใครอีกเลย"

"ทำไมล่ะ?"

"กลัวว่าพวกเขาจะขัดขวางการหาเงินของฉันน่ะสิคะ แล้วก็กลัวว่าพวกเขาจะมาผลาญเงินที่ฉันหามาได้ด้วย"

"ฮ่าๆๆ คิดได้กระจ่างแจ้งดีนี่?"

"ก็แค่เจ็บแล้วจำน่ะค่ะ"

ต้องยอมรับว่าหลังจากได้ยินเช่นนี้ มุมมองที่ไป๋เย่มีต่อนางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพลิกตัวถามต่อทันที "แล้วเธอเกลียดฉันไหม?"

"เกลียดเหรอคะ? ตอนนี้ฉันรู้สึกกลัวคุณมากกว่าอีก" ในเมื่อเปิดใจคุยกันขนาดนี้แล้ว เฉินจิ้งหยาก็เลิกขัดเขิน นางนวดเท้าให้เขาพลางเอ่ยขอร้อง "คุณช่วยเก็บเรื่องวันนี้เป็นความลับได้ไหม? คนที่บ้าน... ทุกคนคิดว่าฉันทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่นี่"

หากจะพูดถึงความสูญเสียที่ไป๋เย่มอบให้นาง มันเป็นเรื่องของอารมณ์เสียมากกว่า ส่วนเงินห้าหมื่นหยวนในฮัวเป้ย นางก็แค่ต้องทยอยจ่ายคืน ส่วนค่าอาหารมื้อละพันหยวนนั่นนางก็เป็นคนสั่งเองและมันก็ลงไปอยู่ในท้องนางหมดแล้ว เมื่อเทียบกับเรื่องเหล่านั้น การที่พ่อแม่มารู้ความจริงเรื่องอาชีพของนางเป็นสิ่งที่น่าหวาดหวั่นกว่าหลายเท่า หากความลับแตกขึ้นมา นางแทบไม่กล้าจินตนาการเลยว่าจะต้องเผชิญกับพายุลูกใหญ่ขนาดไหน

"อืม... ก็ขึ้นอยู่กับผลงานของเธอนะ"

อันที่จริงไป๋เย่ไม่ใช่คนปากสว่าง เขาไม่มีทางเที่ยวเอาเรื่องนี้ไปโพนทะนาแน่นอน แต่พอเห็นท่าทางปกติของนางในยามนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแหย่เล่นเสียหน่อย ซึ่งคำพูดนั้นได้ผลชะงัด เฉินจิ้งหยารีบลงแรงนวดอย่างขยันขันแข็งขึ้นมาทันที

ทว่าในจังหวะที่เขากำลังเคลิ้ม ไป๋เย่ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

เหตุใดจึงมีผ้าห่มมาคลุมช่วงล่างของเขาจนมิด?

แล้วมือของเฉินจิ้งหยาก็เริ่มขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นจะมาปลดกระดุมกางเกงของเขา??

แถมเธอยังเปลี่ยนมาใส่ถุงมือคู่ใหม่เอี่ยมอีกต่างหาก!!

"กระแอม... ขอแบบ 'พลังบวก' หน่อยครับ!"

"อ๊ะ... อ๋อ... ค่ะ... ฉันนึกว่า..."

"ไม่ต้องนึกแทนผม เอาตามที่ผมคิดก็พอ!"

เขาไม่ใช่สุภาพบุรุษผู้ทรงศีลมาจากไหน แต่เขาก็ไม่ได้หน้ามืดตามัวถึงขั้นนั้น! สำหรับความต้องการในด้านนี้ ไป๋เย่ค่อนข้างพิถีพิถัน และเฉินจิ้งหยาก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของเขา

กว่าไป๋เย่จะเดินออกจากโรงแรมซันไลต์ฮอตสปริงก็เป็นเวลาเย็นย่ำ แต่โปรดอย่าเข้าใจผิด เขาไม่ได้ต่อเวลานวดทั้งวัน ทว่าเขาพาเซียวเจียไปแช่บ่อน้ำพุร้อนด้วยกันต่างหาก ถือเป็นการเติมเต็มช่วงบ่ายธรรมดาๆ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีเยี่ยม เพื่อนสมัยเด็กของเขาดูจะฟื้นตัวจากความเจ็บปวดจากการหย่าร้างไปได้กว่าครึ่ง แถมยังประกาศก้องว่าวันหลังจะกลับมาอีกและจะเป็นคนเลี้ยงเองด้วย!

ก่อนจากกัน เฉินจิ้งหยาเดินมาส่งเขาจนถึงเคาน์เตอร์เช็คเอาท์ นางทำท่าเหมือนมีคำพูดติดอยู่ที่ปากแต่ก็ลังเลที่จะเอ่ย

ไป๋เย่เห็นดังนั้นจึงยิ้มพลางกล่าว "ไม่ต้องกังวลไป เราอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ผมเข้าใจความลำบากของคุณ ผมจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น"

"ขะ... ขอบคุณนะคะ!"

"เอาละ เห็นแก่คำขอบคุณนั้น..." ไป๋เย่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะโยนบัตรธนาคารให้พนักงานต้อนรับ "น้องชาย เปิดสมาชิกให้พี่ที เติมเงินลงไปสองหมื่น!"

เขาเหลือบไปเห็นป้ายประกาศข้างเคาน์เตอร์ที่ระบุว่า "ฝากสองหมื่น ได้เครดิตสี่หมื่น" ในเมื่อเขาต้องมานวดเท้าบ่อยๆ อยู่แล้ว การร่วมกิจกรรมนี้จึงถือว่าคุ้มค่า และคำพูดของเขาก็ทำให้เฉินจิ้งหยาฉีกยิ้มกว้างออกมาทันที

หากถามว่าก่อนหน้านี้นางเกลียดไป๋เย่ไหม คำตอบคือใช่แน่นอน แต่ยามนี้ไป๋เย่ได้เปลี่ยนสถานะจากคู่เดทที่น่าชังกลายเป็น 'ลูกค้ารายใหญ่' ไปเสียแล้ว นางจะเกลียดเขาลงได้อย่างไร! ยามนี้มีแต่จะอยากเข้าไปประจบประแจงเสียให้เข็ด!

"เถ้าแก่คะ ท่านช่างใจกว้างจริงๆ! คราวหน้าถ้าท่านมาอีก ฉันจะเตรียมท่าใหม่ๆ ไว้ต้อนรับนะคะ"

"จะมีท่าใหม่อะไรก็เชิญ แต่จำไว้ว่าต้องเป็น 'พลังบวก' เท่านั้นนะ!"

"ได้เลยค่ะ พลังบวกแน่นอน ฮ่าๆๆ"

"เอาละ ไปล่ะ!"

ด้วยความห่วงใยในความปลอดภัย ไป๋เย่ที่ยามนี้มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนจึงเรียกพนักงานขับรถรับจ้างพาสองหนุ่มมุ่งหน้าไปยังบ้านพ่อแม่ของเขา ความสำราญก็ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องงานสำคัญเขาก็ไม่ลืม!

ต้องยอมรับว่าแม้เซียวเจียจะไม่ได้จบด้านนี้มาโดยตรง แต่ประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปีทำให้เขาดูเชี่ยวชาญในงานสถาปัตยกรรมยิ่งนัก หลังจากเดินสำรวจรอบบ้านเพียงครู่เดียว เขาก็มีแผนการคร่าวๆ ในหัว

เมื่อได้ฟังแผนการ ไป๋เย่รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เพียงแค่จินตนาการตาม เขาก็สัมผัสได้ว่าบ้านหลังนี้จะต้องอยู่อาศัยได้อย่างสุขสบายในอนาคตแน่นอน ทว่าพ่อแม่ของเขาที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ กลับรู้สึกมึนงงจนตั้งตัวไม่ติด

"เดี๋ยวก่อนนะลูกรักทั้งสอง พวกแกกำลังจะเปลี่ยนบ้านซอมซ่อหลังนี้ให้กลายเป็นวังหรือยังไงกัน??"

จบบทที่ บทที่ 20 พลังบวก! พลังบวก!

คัดลอกลิงก์แล้ว