เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ผมเป็นคนดีนะ

บทที่ 16 ผมเป็นคนดีนะ

บทที่ 16 ผมเป็นคนดีนะ


บทที่ 16 ผมเป็นคนดีนะ

วินาทีต่อมา สายโทรศัพท์ก็ถูกตัดไปโดย เสี่ยวเจีย

ไม่นานนัก ไป๋เย่ ก็ได้รับข้อความจากอีกฝ่ายส่งเข้าโทรศัพท์มือถือของเขา

"ขอโทษทีนะเพื่อน พอดีมีเรื่องทางบ้านต้องจัดการนิดหน่อย เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วฉันจะทักไปหาเอง"

"ได้เลย มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ"

"เรื่องเล็กน้อยน่า ฉันจัดการได้สบายมาก!"

เมื่อเห็นข้อความที่อีกฝ่ายพยายามเขียนให้ดูผ่อนคลาย ไป๋เย่ก็ได้แต่ลอบยิ้มโดยไม่คิดจะเปิดโปง เขาไม่ได้กลับมาที่อำเภอเสียนแห่งนี้เสียนาน จึงไม่ค่อยรู้เรื่องชีวิตคู่ของเพื่อนคนนี้นัก แต่ในเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นจะหย่าร้างกันแล้ว ก็คงไม่ใช่ปัญหาที่จะจัดการได้โดยง่ายอย่างที่เจ้าตัวว่า

อย่างไรก็ตาม ในฐานะคนนอก เขาไม่สามารถยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้มากนัก ทำได้เพียงรอให้อีกฝ่ายติดต่อกลับมา แล้วค่อยหาทางปลอบใจตามสถานการณ์ อย่างแย่ที่สุดก็แค่ไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนสักมื้อ

เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเที่ยง ภายใต้การรบเร้าของพ่อและแม่ ไป๋เย่ก็ได้มาถึงโรงแรมหลงเสียง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางอำเภอ เป้าหมายของเขาก็คือ การนัดดูตัว

ต้องยอมรับว่าเหล่าผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายนั้นดูจะร้อนใจกันมาก พวกเขาไม่เปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวได้ทำความรู้จักกันเองก่อน แต่กลับนัดหมายสถานที่และเวลาทานข้าวให้เสร็จสรรพ พูดกันตามตรง ไป๋เย่รู้สึกว่าการนัดดูตัวครั้งนี้แทบไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จเลย แต่ในเมื่อรับปากพ่อกับแม่ไว้แล้ว เขาจะทำอะไรได้อีกล่ะ? ก็คงต้องเดินหน้าต่อไปให้จบพิธี!

พนักงานต้อนรับนำทางเขาไปยังห้องอาหารบนชั้นสองของโรงแรม และที่นั่นเขาก็ได้พบกับคู่ดูตัวในวันนี้

เธอเป็นหญิงสาวที่ดูอายุราวๆ ยี่สิบสี่ถึงยี่สิบห้าปี หน้าตาถือว่าดูดีทีเดียว หากให้คะแนนคงอยู่ที่ประมาณ 8.5 คะแนน สไตล์การแต่งตัวของเธอดูแตกต่างจากสาวๆ ในอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ ดูมีความเป็นแฟชั่นนิสต้ามากกว่า ทว่าทันทีที่ได้เห็นหน้าเธอ ไป๋เย่กลับมีความรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความกร้านโลกบางอย่างที่ซ่อนไว้ไม่มิด

เขานั่งลงตรงข้ามกับเธอพร้อมรอยยิ้ม "มานัดดูตัวใช่ไหมครับ? สวัสดีครับ ผมชื่อไป๋เย่"

"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ เฉินจิ้งหยา"

เฉินจิ้งหยาพินิจมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ที่บ้านไม่ได้บอกฉันเลยนะว่าคุณจะหล่อขนาดนี้"

"ก็พอไปวัดไปวาได้ครับ ไม่เท่าไหร่หรอก"

เขาตอบไปตามมารยาทด้วยความถ่อมตัว จะให้เขาโอ้อวดว่าตัวเองหล่อมากก็คงจะดูน่าหมั่นไส้ไปหน่อย แต่สิ่งที่ไป๋เย่คาดไม่ถึงคืออีกฝ่ายกลับพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง

"นั่นสินะคะ ความหล่อมันกินไม่ได้หรอก ฉันให้ความสำคัญกับ คุณภาพชีวิต มากกว่า"

"ไม่มีปัญหาเลยครับ เรื่องคุณภาพชีวิตควรจะมาเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว"

"คุณคิดแบบนั้นเหมือนกันเหรอคะ?"

"ครับ คนเราเกิดมามีอายุแค่ไม่กี่สิบปี ถ้าไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดี มันจะไปมีความหมายอะไรล่ะครับ?"

เมื่อได้ยินคำตอบนี้ ดวงตาของเฉินจิ้งหยาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที "ถูกต้องที่สุดค่ะ!"

"ที่บ้านอยากให้ฉันรีบแต่งงาน แต่สำหรับฉันแล้ว ยอมขึ้นคานยังดีกว่าต้องยอมลดระดับชีวิตตัวเองลง!"

"เงื่อนไขแรกของการแต่งงานสำหรับฉันคือ มันต้องไม่ทำให้คุณภาพชีวิตของฉันต่ำลงกว่าที่เป็นอยู่!"

พูดตามตรง ตอนนี้ไป๋เย่เริ่มจะเห็นด้วยกับเธออยู่บ้าง นี่เป็นเหตุผลเดียวกับที่คนหนุ่มสาวสมัยนี้จำนวนมาก แม้จะมีฐานะดีแต่ก็ไม่อยากมีแฟน หลักการมันง่ายมาก หากผู้ชายคนหนึ่งมีรายได้ต่อเดือนหลักหมื่น เขาจะสามารถรักษาคุณภาพชีวิตที่ดียังมีเงินเก็บไว้เที่ยวและเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ แต่พอมีแฟน สถานการณ์จะพลิกผันทันที เพียงแค่ต้องคอยเอาใจและสร้างบรรยากาศในวันสำคัญต่างๆ เงินเดือนครึ่งเดือนก็แทบจะหายวับไปกับตา ภายใต้เงื่อนไขแบบนั้น คุณภาพชีวิตจะเหลืออะไร?

ทว่า เมื่อเห็นเฉินจิ้งหยาพูดจาดูจริงจังขนาดนั้น ไป๋เย่ก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้ "ถ้าอย่างนั้น ระดับชีวิตปัจจุบันของคุณคงจะสูงมากเลยสินะครับ?"

"แน่นอนค่ะ!"

พอเริ่มเข้าเรื่องนี้ เฉินจิ้งหยาก็พูดไม่หยุดปาก "ตอนที่ฉันอยู่เซี่ยงไฮ้ ตอนเช้าฉันต้องดื่มสตาร์บัคส์สักแก้ว มื้อเที่ยงต้องทานอาหารดีๆ ข้างนอก ส่วนตอนบ่ายก็ต้องเพลิดเพลินกับช่วงเวลาอาฟเตอร์นูนที..."

"สรุปคือ แต่ละเดือนฉันต้องใช้เงินกับตัวเองไม่ต่ำกว่า 30,000 หยวน!"

"แต่พอต้องกลับมาทำงานที่บ้านเกิด คุณภาพชีวิตของฉันก็เลยตกลงไปบ้าง..."

ยิ่งฟังไป๋เย่ก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ นี่มันไม่ใช่ชีวิตของสาวออฟฟิศผู้มีรสนิยมแล้ว แต่มันเหมือนคนไม่มีงานทำที่เที่ยวเล่นไปวันๆ มากกว่า เพราะเธอพูดถึงแต่การเสวยสุขแต่กลับไม่เอ่ยถึงเรื่องเวลาทำงานเลยแม้แต่นิดเดียว เขาจึงอดถามต่อไม่ได้

"ถ้าอย่างนั้น รายได้ต่อเดือนของคุณคงจะ..."

"เอ่อ... มันก็แล้วแต่สถานการณ์นะคะ แต่อย่างน้อยก็เจ็ดถึงแปดพันหยวนค่ะ!"

"ฮะ??" ไป๋เย่กะพริบตาปริบๆ รู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย

ถ้าพูดกันตามความจริง สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง รายได้เท่านี้ในอำเภอเล็กๆ ไม่ถือว่าน้อยเลย แต่ถ้าเขาจำไม่ผิด เมื่อกี้เธอบอกว่าใช้เงินเดือนละไม่ต่ำกว่า 30,000 หยวนไม่ใช่เหรอ? แล้วส่วนต่างอีกสองหมื่นกว่าหยวนนั่นมาจากไหน? หรือเธอจะเป็นลูกเศรษฐี? เป็นไปไม่ได้ พ่อของเขาเคยเล่าประวัติครอบครัวฝ่ายหญิงให้ฟังตอนอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วว่าเฉินจิ้งหยามาจากครอบครัวธรรมดาๆ

เมื่อเห็นท่าทางประหลาดใจของเขา เฉินจิ้งหยาก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจ "จะตกใจอะไรขนาดนั้นคะ ตอนนั้นฉันมีแฟนอยู่นี่นา มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอที่แฟนจะช่วยออกเงินให้บ้าง?"

"ปกติครับ ปกติ... ปกติที่สุดเลย!"

ไป๋เย่แสดงความนับถือต่อความมั่นใจของอีกฝ่าย แม้เขาจะไม่ยอมเป็นคนโง่ให้ใครหลอกใช้แบบนั้น แต่โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล มีนกหลากชนิดและมีพวก 'ทาสรัก' อยู่เต็มไปหมด และหากดูจากหน้าตาของเธอแล้ว เธอก็มีคุณสมบัติเบื้องต้นที่จะมีพวกทาสรักมาคอยรุมล้อมจริงๆ

"ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ค่ะ ในเมื่อฉันไม่คิดจะลดระดับคุณภาพชีวิตของตัวเอง ฉันจึงมีข้อกำหนดเรื่องความสามารถทางการเงินของแฟนที่สูงมาก!"

"ในเมื่อเราคุยกันถึงเรื่องนี้แล้ว ฉันก็จะไม่ขออ้อมค้อม และจะบอกเงื่อนไขของฉันตรงๆ เลยนะคะ"

"เชิญครับ เชิญเลย!"

ในนาทีนี้ ไป๋เย่ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมาดูตัวอีกต่อไป แต่เขารู้สึกเหมือนกำลัง นั่งดูเรื่องสนุก อยู่! เขาอยากรู้จริงๆ ว่าผู้หญิงที่ใช้เงินแฟนเดือนละ 20,000 หยวนได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้ จะยื่นข้อเสนออะไรออกมาได้อีก

เฉินจิ้งหยาที่ไม่เข้าใจความคิดของเขา ก็เริ่มร่ายยาวอย่างอิสระ "เริ่มจากเรื่องง่ายๆ ก่อนนะคะ ค่าสินสอดคือ 288,000 หยวน ส่วนพวกทองหยองของหมั้นต่างๆ ก็ต้องครบชุด และคุณต้องซื้อรถเบนซ์ รุ่นซีคลาสให้ฉันคันหนึ่ง คุณรับเงื่อนไขนี้ได้ไหมคะ?"

"ได้ครับ!"

เขาเป็นคนชอบพูดความจริง ถ้าไป๋เย่เป็นพวกทาสรักที่คลั่งไคล้ในตัวเธอจริงๆ เขาก็สามารถตอบสนองเงื่อนไขเหล่านี้ได้สบายมาก แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่ และดูเหมือนเฉินจิ้งหยาเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะตอบรับง่ายขนาดนี้ เธอพลันตระหนักถึงปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งขึ้นมาทันที

ผู้ชายตรงหน้าเธอคนนี้... อาจจะมีฐานะจริงๆ! และดูเหมือนเธอจะเรียกเรียกน้อยไปเสียแล้ว! ซึ่งเรื่องนี้เธอจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด!

เธอจึงกลอกตาไปมาพลางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา "นั่นคือข้อกำหนดสำหรับการแต่งงานค่ะ ต่อไปฉันจะพูดถึงข้อกำหนดในช่วงที่คบกัน!"

"ถ้าคุณอยากจะจีบฉันตอนนี้ คุณต้องโอนเงินให้ฉันก่อน 20,000 หยวน แล้วฉันจะเก็บคุณไว้พิจารณาอย่างจริงจัง"

"แต่ขอบอกไว้ก่อนนะคะ เมื่อเราตกลงเป็นแฟนกันแล้ว คุณต้องมอบ เซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ ให้ฉันเป็นเงิน 80,000 หยวนด้วย!"

"คุณพระช่วย... ผมนี่ร้องคุณพระช่วยเลย!!"

พูดกันตามตรง ไป๋เย่เองก็เป็นนักท่องอินเทอร์เน็ตตัวยง เขาเคยเห็นเรื่องราวการนัดดูตัวที่แสนบ้าบอมามากมายบนโลกออนไลน์ แต่เขาก็ไม่คิดเลยว่าสถานการณ์ที่เขาได้เจอกับตัวจริงๆ มันจะบ้าบอยิ่งกว่าในเน็ตเสียอีก

แค่จะจีบก็ต้องมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 20,000 หยวน! พอตกลงคบกันก็ต้องบวกเพิ่มอีก 80,000 หยวน แถมยังหน้าด้านเรียกมันว่า 'เซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ' อีกเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เงินแปดหมื่นหยวนถูกเรียกว่าเรื่องเล็กน้อย? จะเว่อร์ไปถึงไหนกันคุณแม่คุณ!

"คุณพระช่วยงั้นเหรอคะ? หรือว่าคุณ... ไม่มีปัญญาจ่ายกันแน่?!"

จบบทที่ บทที่ 16 ผมเป็นคนดีนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว