- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก ย้อนเวลากลับมาพร้อมระบบมิติสุดโกง
- ตอนที่ 441: หลี่ซั่วระเบิดโทสะ
ตอนที่ 441: หลี่ซั่วระเบิดโทสะ
ตอนที่ 441: หลี่ซั่วระเบิดโทสะ
ไม่ว่าเยว่หานโจวจะทำหน้าบึ้งตึงเพียงใด ผู้บัญชาการฐานฯ ก็หาได้สนใจไม่ เขารีบหันไปหาเยว่ชิงเฉิงพร้อมรอยยิ้มละมุนละไมราวกับคุณพ่อผู้ใจดี
"ชิงเฉิง... ฉันได้ยินเจ้าเด็กซิงหยุนบอกว่า น้ำยาปลุกพลังนั่นเธอเป็นคนพัฒนาขึ้นมาเองงั้นเหรอ?"
สิ้นคำถามนั้น เหล่านายพลที่กำลังละเลียดผลไม้เหี่ยวๆ ถึงกับชะงักงัน ทุกสายตาจับจ้องไปที่เด็กสาวรุ่นลูกตรงหน้าด้วยความทึ่ง... เธออายุแค่ยี่สิบต้นๆ เองไม่ใช่หรือ?
"ชิงเฉิง... ฉันยังได้ยินมาอีกว่า เธอเป็นผู้มีพลังสายรักษาที่เก่งมากด้วยใช่ไหม?" นายพลอาวุโสอีกท่านขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้จนเบียดเยว่หานโจวออกไปอย่างไม่ใยดี "แล้วที่บอกว่า... ฐานเพลิงผลาญเริ่มทำการเพาะปลูกได้แล้วน่ะ เรื่องจริงหรือเปล่า?"
นั่นคือคำถามสำคัญที่ทุกคนรอคอย
เยว่หานโจวขมวดคิ้วแน่น กำลังจะอ้าปากขัดจังหวะ แต่กลับถูกผู้บัญชาการฐานฯ ตบไหล่ดัง ปึ้ก! จนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะใช้แผ่นหลังกว้างๆ เบียดเขาจนกระเด็นออกห่างจากเยว่ชิงเฉิงอย่างสมบูรณ์
"มองค้อนทำไมไอ้หนู? ขนาดปู่แกยังไม่กล้ามองฉันด้วยสายตาแบบนี้เลย หัดดูซะบ้างว่าที่นี่ใครคุม"
เยว่หานโจวตอบกลับเสียงเย็น "ก็ไม่เชิงนะครับ ปู่ผมเคยบอกว่าตอนเด็กๆ ท่านอัดคุณจนน่วมเป็นประจำนี่นา"
"ไอ้เด็กบ้า! กล้าดีนิ่งไงเอาเรื่องนั้นมาแฉต่อหน้าคนอื่น!" ผู้บัญชาการคำรามพลางทุบโต๊ะ "คอยดูเถอะ เจอหน้าปู่แกคราวหน้า ฉันจะซัดให้ฟันร่วงหมดปากเลย!"
เขากระแอมแก้เขินก่อนจะหันกลับมาหาเยว่ชิงเฉิงด้วยสีหน้าจริงจังกว่าเดิม "สรุปว่า... เรื่องที่ฐานเพลิงผลาญปลูกพืชผลได้แล้ว เป็นเรื่องจริงใช่ไหม?"
เยว่ชิงเฉิงพยักหน้าอย่างสงบ "ค่ะ"
ปัจจุบันฐานเพลิงผลาญมีประชากรกว่า 2 ล้านคน เรื่องใหญ่ขนาดนี้ย่อมไม่มีทางปิดเป็นความลับได้ตลอดไป ทันทีที่เธอยอมรับ เสียงสูดหายใจด้วยความตกตะลึงก็ดังระงมไปทั้งห้อง แววตาของเหล่านายพลเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ราวกับวิญญาณหิวโหยที่มองเห็นทางสว่าง
เคร้ง! เสียงช้อนหล่นกระทบพื้นดังสนั่น
"จะ... จริงเหรอเนี่ย?" ใครบางคนพึมพำอย่างไม่เชื่อหู
ท่ามกลางความตื่นเต้น ชายร่างยักษ์ราวกับหมีควายแค่นเสียงหึในลำคอ "เหอะ! ใครๆ ก็โม้ได้ทั้งนั้นแหละ"
เยว่ชิงเฉิงปรายตามองชายคนนั้น เขาคือคนเดียวบนโต๊ะที่แสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจเธอ "งั้นคุณก็คิดซะว่าฉันโม้แล้วกันค่ะ" เธอไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ
"หลี่ซั่ว! หุบปากซะบ้างไม่มีใครว่าแกเป็นใบ้หรอกนะ!" ผู้บัญชาการฐานฯ ตวาดลั่น
เยว่ชิงเฉิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอเคยได้ยินมาว่าตระกูลหลี่มีคนหนุนหลังเป็นถึงผู้บัญชาการหน่วยในฐานทัพเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ ที่แท้ก็คนนี้นี่เอง... ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะตั้งแง่กับเธอขนาดนี้
เธอกวาดสายตาไปรอบโต๊ะฉับพลันนั้น! กองเสบียงละลานตาก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะอย่างปาฏิหาริย์ ทั้งแอปเปิ้ลลูกโต มะม่วงสุก องุ่นพวงงาม ไก่ เป็ด ปลา และผักสดนานาชนิด ทุกอย่างถูกห่อด้วยพลาสติกแรปอย่างดี
หลี่ซั่วถึงกับตาค้าง ตัวสั่นด้วยความโกรธเมื่อเห็นสัญลักษณ์บนพลาสติกแรปเหล่านั้น "นี่มัน... ตราสัญลักษณ์ของตระกูลหลี่! แกเอามาได้ยังไง?!"
เยว่ชิงเฉิงหยิบองุ่นขึ้นมาเด็ดชิมอย่างสบายอารมณ์ "ก็... ท่านผู้นำอาวุโสหลี่ให้ฉันมาเองกับมือนี่คะ ทำไมเหรอ? คุณไม่รู้เรื่องนี้เหรอ?"
เขารู้สิ! รู้ซึ้งเลยล่ะ!
"แก... แกปล้นเสบียงตระกูลฉันไป 10 ตัน แถมยังทำร้ายอาของฉันจนปางตาย! แกจะชดใช้หนี้นี้ยังไง?!" หลี่ซั่วหน้าแดงก่ำ เขาแทบคลั่งเมื่อนึกถึงเสบียงที่เขาใช้อำนาจหน้าที่รวบรวมมาอย่างยากลำบาก กลับถูกแลกไปกับขยะอย่างหลี่ผิงจวินจนหมดสิ้น
เยว่ชิงเฉิงยังคงเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ พลางพยักหน้าชม "อื้ม... อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ" จากนั้นเธอก็เงยหน้าถามทุกคนด้วยตาใสซื่อ "อ้าว ทำไมไม่กินกันล่ะคะ? ของดีๆ ทั้งนั้นเลยนะ"
จริงอยู่ที่ของพวกนี้อาจจะดูเริ่มเหี่ยวไปบ้าง แต่มันก็ยังดูดีกว่าแอปเปิ้ลเหี่ยวๆ ที่วางอยู่ก่อนหน้านี้ลิบลับ
"ท่านผู้นำอาวุโสหลี่น่ะเป็นคนดีมากเลยนะคะ" เยว่ชิงเฉิงยิ้มหวาน "ฉันช่วยชีวิตหลานชายเขาเอาไว้ เขาก็เลยยืนกรานจะยกเสบียง 10 ตันให้เป็นรางวัลตอบแทน ปฏิเสธเท่าไหร่ก็ไม่ยอม... ช่างเป็นเศรษฐีใจบุญจริงๆ ค่ะ พรุ่งนี้ฉันกะว่าจะไปขอบคุณเขาด้วยตัวเองอยู่พอดี"
"หลินตาน... กินสิจ๊ะ ไม่ถูกปากเหรอ?"
หลินตานสะดุ้ง "อ๊ะ! อ๋อ... ค่ะๆ อร่อยมาก! ไม่เคยเห็นอะไรน่ากินขนาดนี้มาก่อนเลย ท่านผู้นำอาวุโสหลี่นี่เป็นผู้เมตตาจริงๆ เลยนะคะ!"
ครอบครัวหลินตานและพ่อแม่ของหูเมยเอ๋อร์ต่างก้มหน้าก้มตาทานกันอย่างเงียบเชียบ พวกเขารู้ดีว่าไม่ควรเอาตัวเข้าไปแทรกระหว่างการปะทะของเหล่าผู้มีอำนาจ
"แกพูดโกหก! แกขโมยของพวกเราไปชัดๆ แล้วตอนนี้แกยัง " หลี่ซั่วลุกพรวดขึ้นอย่างคุมอารมณ์ไม่อยู่ เสบียง 10 ตันคือชีวิตของเขา!
เยว่ชิงเฉิงทำตาละห้อยเหมือนเด็กที่กำลังขวัญเสีย "คุณลุงหลี่ ทำไมต้องดุด้วยค่ะ? งั้น... ฉันคืนให้คุณลุงก็ได้นะ" เธอค่อยๆ เลื่อนจานอาหารตรงหน้าไปทางเขา
ปัง! หลี่ซั่วตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
เขาก็อยากจะพังโต๊ะทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอเห็นอาหารล้ำค่าเหล่านั้น แรงที่ส่งออกมาจึงเหลือเพียงแค่ทำให้จานสั่นสะเทือนเท่านั้น "แกกำลังกวนประสาทฉันงั้นเหรอ?!"
"เปล่านะคะ ฉันไม่ได้กวน... ฉันแค่คืนของให้คุณตามที่ขอไง"
หลี่ซั่วโกรธจนหัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ได้ ก่อนที่เขาจะทันได้ระเบิดอารมณ์มากกว่านี้ เสียงเฉียบขาดของผู้บัญชาการฐานฯ ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
"หลี่ซั่ว... อย่าลืมสถานะของตัวเอง แกเป็นทหารนะ!"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนกองไฟ หลี่ซั่วสูดหายใจลึก "ขออภัยครับท่านผู้บัญชาการ ผมใจร้อนไปหน่อย"
เขานั่งลง แต่สายตาที่จ้องมองเยว่ชิงเฉิงกลับเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน 'หึ! ในเมื่อแกกล้าก้าวเข้ามาในถิ่นของฉัน ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปแบบมีลมหายใจ!'
แต่สิ่งที่เขาได้รับตอบกลับมา คือใบหน้าที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะของเยว่ชิงเฉิง มันทำให้เขารู้สึกเหมือนชกไปบนปุยฝุ่น อึดอัดจนแทบกระอักเลือด และเมื่อเขามองดูริมฝีปากของเธอดีๆ... เธอกำลังด่าเขาแบบไม่ออกเสียงว่า
"ไอ้-โง่"
หลี่ซั่วแทบจะขบกรามจนแตกเป็นผง ความดันพุ่งปรี๊ดจนตาแดงก่ำ
ในขณะเดียวกัน นายพลอีกสองคนที่นั่งเงียบมาตลอดเริ่มสบตากันอย่างมีความหมาย พวกเขาตระหนักได้ทันทีว่าตระกูลหลี่ที่สูญเสียเสบียงมหาศาลขนาดนี้ คงไม่สามารถรักษาอำนาจเดิมไว้ได้อีกต่อไป... ถึงเวลาที่พวกเขาต้องทบทวนความสัมพันธ์กับตระกูลหลี่เสียใหม่แล้ว