เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 331: มุ่งหน้าสู่เมืองซานเฉิง

ตอนที่ 331: มุ่งหน้าสู่เมืองซานเฉิง

ตอนที่ 331: มุ่งหน้าสู่เมืองซานเฉิง


เยว่ชิงเฉิงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าขบวนรถออฟโรด ร่างระหงของหญิงสาวภายใต้ร่มกันแดดมันช่างดูงดงามไร้ที่ติราวกับภาพวาดโบราณที่หลุดออกมาท่ามกลางโลกที่ล่มสลาย

แต่ความเป็นจริงนั้น... อากาศร้อนระอุราวกับจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจล!

เจ้าขาเป๋หลุดอุทานออกมาเบาๆ เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าบนใบหน้าของหัวหน้าฐานไม่ได้มีหยดเหงื่อผุดพรายออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว ความอิจฉาลึกๆ แล่นวาบเข้ามาในใจทันที สมกับที่เป็นผู้ใช้พลังสายน้ำแข็งระดับสูงจริงๆ อากาศนรกแบบนี้ทำอะไรเธอไม่ได้เลยสักนิด

เยว่ชิงเฉิงสะบัดมือเบาๆ เรียกหมวกปีกกว้างหลายใบออกมาจากมิติส่วนตัวแล้วโยนเข้าไปทางหน้าต่างรถ "ลงมาให้หมด"

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แม้จะไม่เข้าใจว่าเธอต้องการทำอะไร แต่ก็รีบสวมหมวกแล้วก้าวลงจากรถอย่างว่าง่าย "หัวหน้าครับ มีอะไรให้พวกเราทำเหรอ?"

เมื่อเห็นว่าทุกคนลงมาครบแล้วเยว่ชิงเฉิงก็เก็บรถออฟโรดสภาพปะผุเข้ามิติไปในพริบตา เธอชี้ไปที่รถบ้านฐานทัพคันยักษ์ที่จอดตระหง่านอยู่ด้านหน้า "ไปขึ้นรถฉัน"

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนตาโตด้วยความตกใจ "หัวหน้าครับ... ผมรู้ว่ารถฐานทัพคันนั้นมันหรูมาก แต่มันระบายอากาศไม่ได้เลยนะครับ เข้าไปสุ่มหัวกันข้างในมีหวังได้ขาดใจตายแน่ๆ"

"ใช่ครับหัวหน้า รถพังๆ คันเดิมของเราถึงจะดูแย่แต่มันก็อึดนะ แค่เปิดกระจกวิ่งเร็วๆ ให้ลมโกรกก็พออยู่ได้แล้ว" ถึงลมที่พัดเข้ามาจะเป็นลมร้อนปานไฟนรกก็เถอะ

เยว่ชิงเฉิงปรายตามองเรียบๆ "ฉันคงพูดไม่เคลียร์... รถคันนี้มีแอร์ ฉันไม่อยากให้ลูกน้องตัวเองโดนย่างสดก่อนจะถึงที่หมายน่ะ"

อะไรนะ!? แอร์งั้นเหรอ!

เจ้าตาตี่เป็นคนแรกที่พุ่งตัวออกไปเหมือนลูกธนู ตามด้วยคนอื่นๆ ที่กรูตามเข้าไปแย่งกันขึ้นรถอย่างไม่คิดชีวิต และเมื่อก้าวเข้าไปข้างใน พวกเขาก็ต้องตะลึง... เพราะมันไม่ได้มีแค่แอร์ที่เย็นฉ่ำ แต่มันยังมีห้องนอนที่ดูนุ่มสบายและห้องครัวที่ครบครัน

พวกเขาเคยมีโอกาสเข้ามาครั้งหนึ่งแล้วแต่ตอนนั้นไม่ได้สำรวจให้ดี พอได้เห็นชัดๆ แบบนี้ ทุกคนต่างซึ้งใจจนบอกไม่ถูกว่าพวกเขาเลือกติดตามคนไม่ผิดจริงๆ การมีหัวหน้าที่ดี สวัสดิการที่ดี มันต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้เอง! ไอเย็นที่ปะทะผิวช่วยชะโลมจิตใจที่ว้าวุ่นจากความร้อนให้สงบลงอย่างรวดเร็ว

"อา... สวรรค์ชัดๆ ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย"

"รถคันเก่าเราก็มีแอร์นะ แต่ใครจะกล้าเปิดล่ะ? น้ำมันแพงยิ่งกว่าทอง ใช้หมดแล้วก็หมดเลย"

"โอ๊ยตายแล้ว!" เสียงอุทานอย่างตื่นเต้นของป้าซูดังมาจากทางครัว ทุกคนรีบตามเสียงไปแล้วก็ต้องยืนตัวแข็งทื่อ ในครัวอัดแน่นไปด้วยเนื้อสัตว์และปลานานาชนิด ขนมขบเคี้ยววางเรียงราย แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ตู้เย็นที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มแช่เย็นเจี๊ยบจนมีฝ้าเกาะ ทุกคนลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่

"พระเจ้าช่วย... นี่มันชีวิตผู้ดีชัดๆ" ถึงแม้ดวงตาของทุกคนจะจ้องมองของกินเหล่านั้นจนแทบถลันออกมา แต่ไม่มีใครกล้าแตะต้องเลยสักคน

เมื่อรถวิ่งมาถึงทางแยกเยว่ชิงเฉิงที่ลงไปสำรวจทางครู่หนึ่งก็เดินกลับเข้ามาในส่วนพักผ่อน "เจ้าขาเป๋ ทางต่อจากนี้ฝากนายขับด้วยนะ" เส้นทางข้างหน้าเริ่มคดเคี้ยวและซับซ้อน ถ้าได้คนที่เจนสนามและชำนาญทางมาคุมพวงมาลัยน่าจะดีกว่า

"เอ่อ... หัวหน้าครับ เสบียงในครัวที่เตรียมไว้ให้หัวหน้ายังไม่ได้ใช้เลยนะครับ" เจ้าตาตี่รีบยืนขึ้น พยายามสะกดกลั้นความหิวจนลูกกระเดือกขยับ "หัวหน้า... อย่าบอกนะว่า ของในครัวพวกนี้เตรียมไว้ให้พวกเรา?" เสียงเขาสั่นเครือด้วยความหวัง

"อืม ใช่... พอดีฉันมัวแต่คิดเรื่องอื่นอยู่เลยลืมบอกน่ะ"

สิ้นคำอนุญาต ทุกคนก็พุ่งเข้าใส่ตู้เย็นทันที! เสียงเปิดกระป๋องและเสียงดื่มน้ำดังซ่านไปทั่วรถ

เจ้าขาเป๋ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ "หัวหน้าครับ... ขอเวลาห้านาทีได้ไหม? ผม... ผมขอรองท้องสักนิดเถอะ" สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาต้องใช้ความอดทนขนาดไหนในการไม่หันไปมองของกินพวกนั้นเพราะกลัวจะตบะแตก

โจวเฉินหัวเราะออกมาเบาๆ "ขาเป๋ นายไม่เห็นเหรอว่าโซนนี้มันเชื่อมกับที่นั่งคนขับ ถ้านายอยากกินอะไร เดี๋ยวฉันส่งให้เอง"โจวเฉินฟื้นขึ้นมาหนึ่งวันหลังจากที่พวกเขาออกจากโรงงานปลากระป๋อง ทุกคนต่างปิดปากเงียบเรื่องที่เกิดขึ้น ในเมื่อเขาไม่ได้เสียหายอะไร ทุกอย่างจึงดำเนินต่อไปตามปกติ

เจ้าขาเป๋ฉีกยิ้มกว้าง "อาโจวนี่แหละรู้ใจฉันที่สุด!"

หลังจากเปลี่ยนตัวคนขับ รถฐานทัพก็ออกเดินทางอีกครั้ง ตลอดทางเจ้าขาเป๋ดูท่าทางอึกอักเหมือนมีอะไรอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้า

"อยากพูดอะไรก็พูดมา"เยว่ชิงเฉิงเปรยขึ้น

เขาตัดสินใจรวบรวมความกล้า "หัวหน้าครับ หัวหน้าสังเกตไหมว่าตลอดทางที่ผ่านมา พวกซอมบี้มันเยอะขึ้นผิดปกติ แถมยังมีพวกสัตว์กลายพันธุ์เพ่นพ่านเต็มไปหมดเลยครับ"

"แล้วไง?"

เขากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ตามรายงานจากวิทยุ เมืองซานเฉิงแตกพ่ายตั้งแต่วันแรกที่วันสิ้นโลกมาถึง ใครก็ตามที่พยายามเข้าไปหาเสบียงที่นั่น... ไม่เคยมีใครรอดกลับมาได้สักราย" เจ้าขาเป๋รีบอธิบายต่อทันทีเพราะกลัวเธอจะเข้าใจผิด "ไม่ใช่ว่าผมกลัวตายจนไม่กล้าไปนะครับหัวหน้า แต่ผมแค่ไม่อยากให้พวกเราไปเป็นบันไดให้คนอื่นเหยียบข้ามไป... มันจำเป็นจริงๆ เหรอครับที่เราต้องเอาตัวไปเสี่ยงขนาดนี้?"

เยว่ชิงเฉิงเข้าใจความหมายของเขาดี พวกที่แห่กันไปสำรวจเมืองซานเฉิงตอนนี้ ส่วนใหญ่ก็คือ 'หน่วยกล้าตาย' (หรือจะเรียกว่าตัวประกอบที่เอาชีวิตไปทิ้งก็ได้) เพื่อถางทางให้กลุ่มขั้วอำนาจใหญ่ๆ พวกผู้มีพลังที่เข้าไปก่อนจะถูกติดตั้งเครื่องติดตามและกล้องวงจรปิดไว้กับตัว เพื่อส่งภาพในเมืองออกมาให้คนข้างหลังเห็นว่าจุดไหนอันตราย จุดไหนปลอดภัย

"พอถึงที่หมาย พวกนายรออยู่ข้างนอกนั่นแหละ ไม่ต้องเข้าไป"

เจ้าขาเป๋หน้าถอดสี "หัวหน้าครับ... ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ผมแค่..."

"ฉันเข้าใจ" เยว่ชิงเฉิงตัดบท

"ด้วยระดับพลังของพวกนายตอนนี้ เข้าไปก็มีแต่จะเป็นภาระและตายเปล่า ฉันมีวิธีเอาตัวรอดของฉัน แต่ถ้าหิ้วพวกนายไปด้วย มันจะกลายเป็นอันตรายกว่าเดิม"

เจ้าขาเป๋ก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ เขารู้ซึ้งดีว่าสิ่งที่หัวหน้าพูดคือความจริงที่โหดร้าย

สภาพแวดล้อมเริ่มรกร้างและวังเวงขึ้นทุกขณะ เสียงคำรามของสัตว์ร้ายแว่วมาตามลมเป็นระยะ ตอนนี้พวกเขามาถึงชายขอบของเมืองซานเฉิงแล้ว และกำลังขับเลียบไปทางทิศเหนือ

ไม่ไกลนัก บนพื้นที่ราบกว้างขวาง มีกลุ่มคนมารวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว สภาพของแต่ละคนดูไม่ได้เลย ทั้งผอมโซและเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง พวกเขากำลังตั้งแคมป์แยกตามทีมของตัวเอง

เยว่ชิงเฉิงและลูกน้องรีบเปลี่ยนกลับไปสวมเสื้อผ้าเก่าๆ มอมแมม และเปลี่ยนจากรถฐานทัพสุดหรูมาเป็นรถออฟโรดสภาพปะผุคันเดิม ก่อนจะค่อยๆ ขับเข้าไปในสายตาของฝูงชน

แม้รถคันเก่าจะสั่นคลอนเหมือนจะหลุดเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ แต่มันกลับดึงดูดสายตาอิจฉาจากรอบข้างได้เป็นอย่างดี "เฮ้ย ดูนั่นดิ มีรถขับมาทางนี้ด้วยว่ะ" "ยุคนี้ยังมีคนมีปัญญาเติมน้ำมันขับรถอีกเหรอ? สงสัยจะมีของดีติดตัวมาเยอะแน่ๆ" เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ พร้อมกับที่มือของคนเหล่านั้นเริ่มกระชับอาวุธแน่นขึ้น แววตาที่มองมาดูดุดันและกระหายเลือด

ทันทีที่รถหยุดลง กลุ่มคนฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งก็ปรี่เข้ามาขวางหน้าไว้ทันที "เฮ้ย! พวกแกมาจากฐานไหนวะ?" ชายที่เป็นหัวหน้าทีมสวมเสื้อกล้ามสีขาว... ที่จริงมันเคยขาว แต่ตอนนี้มันเขรอะไปด้วยคราบไคลจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำ ในปากเขาคาบก้นบุหรี่ที่ถูกสูบจนเหลือแต่กรอง แต่ก็ยังดูเหมือนไม่อยากจะทิ้งมันไป

คนข้างในรถไม่มีท่าทีตื่นตระหนก พวกเขาคว้าอาวุธข้างกายแล้วเปิดประตูเดินลงมาด้วยท่าทางยโส ท่าทีที่เคยนอบน้อมต่อหน้าเยว่ชิงเฉิงหายไปสิ้น เหลือเพียงความจองหองและนักเลงโตตามแบบฉบับคนมีพลังในโลกมืด "ธุระอะไรของแก? ไสหัวไปซะ!" เจ้าขาเป๋แค่นเสียงเหี้ยม

นี่คือความมั่นใจของผู้มีพลังระดับ 6 ซึ่งถือว่าเป็นระดับแนวหน้าในตอนนี้ ถ้าพวกเขายอมตอบคำถามง่ายๆ ก็เท่ากับแสดงความอ่อนแอออกมา และจะถูกพวกสุนัขลอบกัดพวกนี้รุมขย้ำทันที

ได้ผล... ฝั่งนั้นชะงักไป แม้จะดูไม่พอใจแต่ก็ไม่มีใครกล้าขยับสุ่มสี่สุ่มห้า แววตาที่เคยมุ่งร้ายเริ่มมีความลังเลและหวั่นเกรงปรากฏออกมาให้เห็น

เยว่ชิงเฉิงกวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้ใช้พลังส่วนใหญ่ที่นี่อยู่แค่ระดับ 5 เท่านั้น ยังไม่เห็นระดับ 6 โผล่มาสักคน ดูเหมือนว่าพวกระดับสูงจริงๆ ของแต่ละกลุ่มจะยังคงเก็บตัวและซ่อนแผนการของตัวเองไว้อย่างมิดชิด

จบบทที่ ตอนที่ 331: มุ่งหน้าสู่เมืองซานเฉิง

คัดลอกลิงก์แล้ว