เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 321: เทอโรซอร์กลายพันธุ์

ตอนที่ 321: เทอโรซอร์กลายพันธุ์

ตอนที่ 321: เทอโรซอร์กลายพันธุ์


ทรัพยากรเหล่านี้... แท้จริงแล้วมันคือของใช้สิ้นเปลือง

ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ในโลกอนาคตหลังวันสิ้นโลกที่เยว่ชิงเฉิงเคยสัมผัสมานานกว่า 10 ปี ข้าวของเครื่องใช้จากอารยธรรมสมัยใหม่แทบจะอันตรธานหายไปจนสิ้น บางส่วนถูกฝังกลบอยู่ใต้ซากปรักหักพังจากแผ่นดินไหว และอีกไม่น้อยที่ผุพังกลายเป็นเพียงเศษดิน

สุดท้าย มนุษย์ที่เหลือรอดก็ต้องใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนเถื่อนในยุคบรรพกาล

ไม่ว่าจะเป็นเพราะความยึดติดหรือความไม่ยินยอมในโชคชะตา เยว่ชิงเฉิงปรารถนาที่จะทำลายวงจรนั้น เธอต้องการเก็บรักษาเศษเสี้ยวแห่งอารยธรรมเอาไว้ ไม่ให้พวกมันเลือนหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล

เมื่อเดินทางมาถึงย่านที่พักอาศัยเก่าแก่ เธอถีบประตูบานใหญ่จนกระเด็นออก ทันใดนั้นซอมบี้สามตัวก็พุ่งพรวดออกมาจากความมืด พวกมันคือซอมบี้ที่ถูกขังอยู่ในห้องมาตั้งแต่เริ่มวันสิ้นโลก เมื่อไม่ได้กินเนื้อและเลือดสดๆ นานวันเข้า ร่างกายก็ลีบแบนอ่อนแอจนแม้แต่คนธรรมดาก็ฆ่าพวกมันได้ง่ายๆ

เยว่ชิงเฉิงเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องที่ยังคงหลงเหลือเค้าความอบอุ่นในอดีต เธอสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ข้าวของทุกอย่างในห้องก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในมิติส่วนตัวจนเกลี้ยง

“เก็บกวาดทีละบ้านแบบนี้ ช้าเกินไปแฮะ” เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะหยุดการค้นหาที่เชื่องช้าลง ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาเธอได้กำจัดภัยอันตรายไปเกือบหมดแล้ว โดยตั้งใจว่าจะทิ้งส่วนที่เหลือไว้ให้ทีมล่าจากค่ายเพลิงผลาญออกมาทำภารกิจต่อ โลกภายนอกนับวันจะยิ่งอันตราย การขังตัวอยู่แต่ในฐานไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาด มนุษย์จำเป็นต้องพัฒนาพลังพิเศษควบคู่ไปกับการสร้างฐานทัพ ไม่อย่างนั้น... พวกเขาก็จะถูกคัดออกจากการอยู่รอด

เมื่อข้ามเขตเมืองมาอีกฝั่ง เธอมาถึงย่านโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เสียงคำรามของซอมบี้ด้านในดังระงมแต่น้ำเสียงกลับดูแหบแห้งไร้เรี่ยวแรง

ปัง!

เยว่ชิงเฉิงถีบประตูโรงงานจนเปิดกว้าง พลันสะบัดมือเรียกใบมีดน้ำแข็งนับร้อยพุ่งทะยานออกไปปลิดชีพซอมบี้ระดับ 1 ทันที ภาพตรงหน้าคือเครื่องจักรเย็บผ้านับไม่ถ้วน ม้วนผ้านับร้อยกองพะเนิน รวมถึงอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ อย่างเข็ม ด้าย และกรรไกร

เนื่องจากวันสิ้นโลกปะทุขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนพอดิบพอดี ทำให้ในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้แทบจะไม่มีคนอยู่ การเก็บกวาดจึงสะดวกอย่างมาก ในขณะที่คนอื่นมัวแต่วิ่งวุ่นหาอาหาร เธอกลับเร่งกวาดต้อนอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อรอเวลาทำกำไรในภายหลัง

“จะว่าไป... การได้ช้อปปิ้งฟรีแบบนี้ มันก็สะใจดีเหมือนกันนะ”

ความเร็วของเยว่ชิงเฉิงน่าเหลือเชื่อ เธอใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการกวาดล้างโรงงานหนึ่งแห่ง ไม่ว่าเธอจะเดินผ่านไปที่ใด ที่นั่นจะเหลือเพียงความว่างเปล่าราวกับถูกลอกหนังออกจนถึงกระดูก

ห่างออกไปเบื้องหลัง รถออฟโรดคันยักษ์ขับตามมาอย่างเชื่องช้า คอยเก็บเศษซากที่พอจะหลงเหลืออยู่เจ้าขาเป๋มองภาพโรงงานที่ว่างเปล่าด้วยสายตางุนงง

“พวกมึงคิดว่าบอสใหญ่เข้าไปทำอะไรในโรงงานเสื้อผ้าวะ?” “โง่ฉิบหาย เค้าก็เก็บเสื้อผ้าดิ! ระดับนั้นน่าจะเป็นคนใหญ่คนโตจากบางค่ายแน่ๆ กำลังเตรียมเสบียงให้คนในค่ายอยู่ชัวร์”

เพื่อนร่วมทีมตอบกลับพลางนึกถึงฤดูหนาวที่ผ่านมา หลายคนหนาวตายจนกลายเป็นไอติม ความเย็นสุดขั้วในครั้งนั้นยังคงทำให้อกสั่นขวัญแขวนทุกครั้งที่นึกถึง

หลังจากกวาดล้างนิคมอุตสาหกรรมจนเหี้ยน เยว่ชิงเฉิงก็เดินทางออกมาไกลจากเมืองชิงเฉิงนับร้อยไมล์ ครึ่งเดือนให้หลัง ฝูงตั๊กแตนเริ่มบางตาลง แต่กลับมี ‘จ้าวแห่งเวหา’ ตนใหม่ปรากฏขึ้นมาแทนที่

เงาร่างมหึมาบินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้า รูปร่างของมันละม้ายคล้ายกับ ‘เทอโรซอร์’ สัตว์โลกล้านปีในตำนาน ทีมที่ขับรถตามหลังมาเฝ้ามองผ่านกระจกด้วยความหวาดพรั่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ

“นั่นมัน... ไดโนเสาร์บินได้เหรอวะ?” “ไม่ใช่หรอก น่าจะเป็นนกสายพันธุ์ไหนสักอย่างที่กลายพันธุ์จนเกิดปรากฏการณ์ย้อนบรรพบุรุษน่ะ” “หลบเร็ว! มันพุ่งมาแล้ว!”

เทอโรซอร์ตัวนั้นมีขนาดมหึมาราวกับภูเขาขนาดย่อม มันคอยโฉบกินตั๊กแตนกลางอากาศ แต่มวลร่างกายที่ใหญ่โตขนาดนั้น ตั๊กแตนเพียงไม่กี่ตัวแทบจะไม่พออุดซี่ฟันของมันด้วยซ้ำ ทันใดนั้น ดวงตาที่แหลมคมของมันก็เหลือบไปเห็น ‘กล่องเหล็กประหลาด’ บนพื้นดินที่ส่งกลิ่นอายของมนุษย์ออกมา

มันล็อคเป้าหมายทันที! ปีกมหึมาขยับพัดพาร่างขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะหมุนตัวดิ่งพสุธาลงมาด้วยความเร็วที่เทียบเท่ากับรถแข่ง 180 ไมล์ต่อชั่วโมง!

“ชิบหายแล้ว! ลงจากรถเร็ว!”

พวกเขากระโดดลงจากรถอย่างไม่คิดชีวิต โจวเฉินอาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีเก็บรถเข้ามิติส่วนตัวก่อนจะแยกย้ายกันหนีตาย ตอนมองจากที่ไกลๆ มันดูไม่เท่าไหร่ แต่พอมาเผชิญหน้าในระยะประชิด รังสีอำมหิตที่กดทับลงมาทำให้ขาสั่นจนแทบก้าวไม่ออก

ตูมมมมมมม!

หลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นดินตรงที่รถเคยจอดอยู่ มันเกิดจากจะงอยปากแหลมคมที่จิกทะลวงลงมาอย่างรุนแรง

“ซี๊ดดด...” ทุกคนสูดลมหายใจเข้าด้วยความเสียวไส้ เจ้าขาเป๋พ่นน้ำลายลงพื้นแล้วสบถออกมาด้วยความบ้าดีเดือด

“ต่อให้วันนี้กูต้องตาย กูก็จะลากคอมึงไปด้วย! พวกเรา... นี่คือศึกสุดท้ายแล้วเว้ย!”

คำพูดของเขาฟังดูฮึกเหิม แตในใจกลับเย็นเฉียบ เพราะคำว่า ‘ศึกสุดท้าย’ มันหมายถึงความตายที่รออยู่เบื้องหน้า ทุกคนรีบเค้นพลังพิเศษทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่ร่างของเทอโรซอร์ แต่มันกลับทำได้เพียงแค่สะกิดผิวหนังหนาๆ ของมันเท่านั้น มิหนำซ้ำยังเป็นการกระตุ้นโทสะของมันให้เดือดพล่านขึ้นไปอีก

“บ้าน่า! ฉันเป็นถึงผู้ใช้พลังระดับ 6 นะเว้ย! ระดับ 6! แต่นี่แม้แต่รอยขีดข่วนยังทำไม่ได้เลยเหรอวะ!”

เจ้าขาเป๋ตกอยู่ในความสิ้นหวัง พลังที่เขาเคยภาคภูมิใจกลับดูตลกสิ้นดีในเวลานี้ แค่ลมหายใจที่พ่นออกมาจากจมูกของเทอโรซอร์ ก็ซัดทุกคนยกเว้นเจ้าขาเป๋จนกระเด็นไปคนละทิศละทาง พร้อมกับกระอักเลือดสดๆ ออกมา

“ขาเป๋!” เสียงร้องเรียกอย่างโหยหวนดังขึ้น

แม้คนอื่นๆ จะรอดชีวิตเพราะกระเด็นออกไปไกล แต่เจ้าขาเป๋กลับถูกเทอโรซอร์ล็อคเป้าไว้เพียงคนเดียว มันอ้าปากกว้างเตรียมจะกลืนเขาลงไปเหมือนตั๊กแตน ความรู้สึกสิ้นหวังและไร้ทางสู้ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ เขาหลับตาลงยอมรับชะตากรรม

แต่ทันใดนั้น... เขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่พุ่งผ่านหน้าไป

แปลกชะมัด... ทั้งที่เป็นฤดูร้อนอุณหภูมิกว่า 60 องศาเซลเซียส ทำไมเขากลับรู้สึกหนาวจนสั่น? และตามระยะทางแล้ว เขาควรจะอยู่ในท้องของมันไปแล้วไม่ใช่เหรอ?

เจ้าขาเป๋ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ภาพตรงหน้าไม่ใช่สัตว์ประหลาด แต่เป็นดาบน้ำแข็งเล่มยักษ์!

ดาบน้ำแข็งที่มีความยาวกว่า 50 เมตร ปักตระหง่านอยู่เบื้องหน้า คมดาบแวววาวน่าเกรงขาม ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุจนละลายทุกอย่าง แต่น้ำแข็งเล่มนี้กลับไม่มีทีท่าว่าจะละลาย ซ้ำยังแผ่รังสีเย็นเยียบออกมาจางๆ

“นี่มัน... ดาบน้ำแข็ง?”

โจวเฉินตะเกียกตะกายเข้ามาหา “ขาเป๋ นายไม่เป็นไรนะ!” คิงคองบาร์บี้และไอ้ผอมก็รีบวิ่งตามมา ทั้งหมดจ้องมองดาบยักษ์ที่ปักอยู่บนพื้นด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันจนบอกไม่ถูก

“บอสใหญ่... ต้องเป็นบอสใหญ่แน่ๆ ที่ช่วยพวกเราไว้!”

ทั้งหมดคุกเข่าลงไปทางทิศที่เยว่ชิงเฉิงเดินจากไปทันที โดยที่พวกเขาไม่มีวันรู้เลยว่า ถ้าเยว่ชิงเฉิงได้ยินเข้า เธอคงจะบอกว่า: ‘พวกนายคิดมากไปหรือเปล่า ฉันก็แค่อยากได้เนื้อเทอโรซอร์มาตุนไว้เฉยๆ’

นับตั้งแต่เทอโรซอร์กลายพันธุ์ปรากฏตัวขึ้น ตั๊กแตนบนท้องฟ้าก็ค่อยๆ หายไปจนหมดสิ้น แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยภัยพิบัติครั้งใหม่ พวกมันกลายเป็นจ้าวแห่งท้องฟ้ายุคใหม่ และในสายตาของพวกมัน สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนพื้นดินคือ ‘อาหาร’

โดยเฉพาะมนุษย์... การล่ามนุษย์สำหรับพวกมัน ก็เหมือนกับการที่เหยี่ยวโฉบลูกกระต่าย ยิ่งไปกว่านั้น พลังทำลายล้างของพวกมันยังรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวกว่าสิ่งใดที่เคยเจอมา

ในเวลานี้ เยว่ชิงเฉิงคือผู้ใช้พลังระดับ 6 ช่วงปลาย แต่อนุภาพการต่อสู้ที่แท้จริงของเธอนั้นก้าวข้ามระดับ 7 ไปไกลแล้ว ด้วยคุณสมบัติพิเศษของพลังและมิติส่วนตัวที่คอยเกื้อหนุน ต่อให้ต้องท่องไปทั่วโลกเพียงลำพัง เธอก็แทบจะเป็นตัวตนที่ไร้พ่าย

เธอเดินต่อไปอีกสักพักจนเริ่มรู้สึกหิว จึงปลีกตัวเข้าไปในมิติส่วนตัว จัดการเตรียมหม้อไฟกึ่งสำเร็จรูป ทานคู่กับผักและผลไม้สดๆ ที่เธอปลูกเองในฟาร์ม รสชาติของมันช่างยอดเยี่ยมจนลืมความเหนื่อยล้า

เมื่ออิ่มท้อง เยว่ชิงเฉิงก็เอนกายลงบนเก้าอี้พักผ่อน หลับตาลงซึมซับช่วงเวลาแห่งความสงบสุขที่หาได้ยากยิ่งในวันสิ้นโลกเช่นนี้

จบบทที่ ตอนที่ 321: เทอโรซอร์กลายพันธุ์

คัดลอกลิงก์แล้ว