- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
- 314.นางอยู่ที่ไหนกันแน่
314.นางอยู่ที่ไหนกันแน่
314.นางอยู่ที่ไหนกันแน่
จริงๆแล้วบทสนทนาของทั้งสามคนที่อยู่ด้านนอกกู่หยวนได้ยินหมดทุกคำตั้งแต่ต้นจนจบ
ม่านพลังกันเสียงนั่นสำหรับเขาแล้วไร้ประโยชน์สิ้นดี
“จริงหรือ?”
“แต่เขาว่ากันว่าได้ยินมาว่าตอนนั้นฮงซิ่วถึงกับทะเลาะกับพวกเจ้าเสียงดังลั่นถึงขั้นแตกหักกันเลยไม่ใช่รึ?”
ฮงคว่างไห่รีบก้าวออกมา “เรื่องตอนนั้นเป็นข้าที่จัดการเองคุณหนูหยุนโม่เปิดปากขอซากโลกทันทีสิ่งนั้นล้ำค่ายิ่งนัก ข้าจึงปฏิเสธไปจึงเกิดการโต้เถียงกันบ้าง”
“คุณหนูฮงซิ่วเป็นคนยึดติดคำพูดตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองให้สัญญาไว้แล้วแต่ทำไม่ได้จึงโกรธจนไม่ยอมคุยกับข้าหนึ่งเดือนเต็ม”
“ส่วนคุณหนูหยุนโม่…ก็จากไปจริงๆแล้วขอรับ”
กู่หยวนถามต่อ “แล้วรู้หรือไม่ว่าหยุนโม่ไปที่ใด?”
“เรื่องนี้ย่อมไม่ทราบขอรับ”
ได้ยินดังนั้นกู่หยวนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าตนอาจคิดผิดไปหรือเปล่า
หรือว่าหยุนโม่จากไปนานแล้วจริงๆกลับไปยังอาณาเขตดาวไท่เซวียนไปหาอาจารย์ของนางแล้ว?
คิดอยู่นานเขาจึงหันไปมองฮงเย่ “เจ้าเคยบอกว่าฮงซิ่วกำลังปิดด่านอยู่ใช่ไหมนางปิดด่านมานานเท่าใดแล้ว?”
คำพูดข้างเดียวของคนพวกนี้เชื่อถือไม่ได้ทั้งหมดกู่หยวนยังอยากถามจากปากฮงซิ่วเอง
ถ้าหยุนโม่จากไปจริงฮงซิ่วไม่มีทางไม่รู้ถ้าฮงซิ่วบอกเองว่านางจากไปแล้วเช่นนั้นเขาจะรีบไปอาณาเขตดาวไท่เซวียนทันที
ฮงเย่หันไปมองฮงคว่างไห่ทันทีเรื่องฮงซิ่วปิดด่านก็เป็นฮงคว่างไห่ที่บอกเขาเพราะตัวเขาเองเพิ่งออกจากด่านไม่นาน
ฮงคว่างไห่กล่าวต่อ “หลังจากคุณหนูหยุนโม่จากไปไม่นาน คุณหนูฮงซิ่วก็เริ่มปิดด่านระหว่างนั้นเคยออกมาหนึ่งหรือสองครั้งครั้งล่าสุดที่ออกมาก็เมื่อสองปีก่อน”
“นางดูดซับเปลวเพลิงพิภพเข้าไปแล้วตอนนั้นอยู่ในขอบเขตมหาเทพขั้นเก้าบอกว่าจะทะลวงราชันเทพให้สำเร็จในครั้งเดียว”
กู่หยวนเอ่ยช้าๆ “ทะลวงราชันเทพต้องปิดด่านนานขนาดนี้เชียวหรือ?”
ฮงคว่างไหกลับสงสัย “นานหรือขอรับก็ไม่นานมากกระมัง?”
“ตอนนั้นนางอาศัยพลังภายนอกจนฐานรากไม่มั่นคงแค่ทำให้ขอบเขตมั่นคงก็ต้องใช้เวลามากแล้วยิ่งต้องทะลวงราชันเทพสองปีถือว่าปกติมากขอรับ”
กู่หยวนนิ่งเงียบไปชั่วขณะเพราะเรื่องนี้ค่อนข้างอยู่ในจุดอับของความรู้เขา
สมัยที่เขาทะลวงขอบเขตทุกครั้งใช้เวลาเพียงชั่วพริบตา ต่อให้ช่วยซูจิ่วเอ๋อร์ก็ใช้ทุกวิถีทางจนลดเวลาลงมหาศาล
เขาไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้สถานการณ์ปกติการทะลวงราชันเทพต้องใช้เวลานานเท่าใด
คิดอยู่ครู่หนึ่งเขาจึงถามต่อ “แล้วนางปิดด่านอยู่ที่ใดข้าจะไปถามนางด้วยตัวเอง”
คำพูดนี้ออกมาทั้งสามคนตกใจพร้อมกัน “ไม่ได้ขอรับ!”
ฮงหยวนซานในฐานะบิดารีบก้าวออกมา “ท่านผู้อาวุโสนางกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการทะลวงขอบเขตหากถูกรบกวนในตอนนี้แม้การทะลวงล้มเหลวจะเป็นเรื่องเล็กแต่หากทิ้งพิบัติไว้ชีวิตทั้งชีวิตของนางจะพังพินาศ!”
ฮงคว่างไห่เองก็รีบร้อนกล่าว “ท่านผู้อาวุโสห้ามเด็ดขาดขอรับ!”
กู่หยวนกวาดสายตามองทั้งสอง “วางใจเถอะข้าจะไม่ให้นางได้รับบาดเจ็บแม้แต่เส้นผม”
พูดอย่างไม่อ้อมค้อบแม้ฮงซิ่วจะเดินสะดุดเข้าไปในเส้นทางมารจริงๆก็เพียงแค่ราชันเทพเท่านั้นเขายกมือก็กดทับได้
ส่วนพิบัติอะไรนั่นสำหรับเขาแล้วสำคัญอันใด?
ยิ่งไปกว่านั้นเขามีวิธีมากมายที่จะสนทนากับนางได้โดยไม่รบกวนการทะลวงของนางแม้แต่น้อย
“พูดมาเถอะนางปิดด่านอยู่ที่ใด?”
ทั้งสามนิ่งเงียบทำให้กู่หยวนค่อยๆหมดความอดทน
“ไม่พูดข้าก็จะลงมือเองแล้ว”
พูดจบเขายกมือขึ้นแสงสีเขียวปรากฏ
ทั้งสามคนหน้าถอดสีทันที
นี่มัน…วิชาค้นวิญญาณงั้นรึ?!
พวกเขาเองไม่รู้วิชานี้แต่ใครเล่าจะไม่เคยได้ยินชื่อกิตติศัพท์ของวิชาค้นวิญญาณ?
ฮงเย่สีหน้าเครียดขึงกัดฟันกล่าว “ท่านผู้อาวุโสพวกเราร่วมมือกันขนาดนี้แล้วขออย่าทำเกินเลยไปกว่านี้เลย!”
ฮงคว่างไห่กล่าวเช่นกัน “อย่าคิดว่าเป็นจักรพรรดิเทพแล้วจะยิ่งใหญ่ตระกูลฮงของเราก็มีจักรพรรดิเทพคุ้มครองหากท่านดื้อดึงทำลายก็ไม่มีทางลงเอยด้วยดีทั้งสองฝ่าย!”
กู่หยวนหัวเราะเยาะหลายครั้ง “ไม่มีทางลงเอยด้วยดีทั้งสองฝ่ายก็แค่จักรพรรดิเทพขั้นสองขั้นสามเท่านั้นไม่ใช่หรือ?”
“อายุขัยใกล้หมดกลิ่นอายแห่งความตายคลุ้งตัวแม้ในหมู่จักรพรรดิเทพก็อยู่ในขั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินจะมาไม่มีทางลงเอยด้วยดีกับข้าได้อย่างไร?”
“ข้ารู้ว่าตระกูลฮงของพวกเจ้ามีเส้นสายมากมายแต่เจ้าคิดหรือว่าพวกนั้นจะรีบร้อนมาถึงที่นี่ได้ทันหรือข้าจะลงมือฆ่าพวกเจ้าให้ตายหมดก่อน?”
ทั้งสามฟังน้ำเสียงข่มขู่ของกู่หยวนแล้วโกรธจนหน้าแดงก่ำ
แต่ก็ไม่กล้าขัดขืนจริงๆรู้สึกอัดอั้นอย่างยิ่ง!
ฮงเย่สูดลมหายใจลึกหลายครั้ง “ได้พวกเราจะพาท่านไปพบฮงซิ่วแต่ถ้าท่านทำให้นางได้รับอันตรายแม้สักนิดตระกูลฮงของเราจะสู้ตายแม้ต้องสกุลแตกตระกูลสูญก็จะเอาความยุติธรรมมาให้ได้!”
พูดจบเขาหันไปมองฮงคว่างไห่ “คว่างไห่พูดมาฮงซิ่วปิดด่านอยู่ที่ใด”
ฮงคว่างไห่สีหน้าเปลี่ยนไปมากลับนิ่งเงียบ
ผ่านไปหลายวินาทีเขาถึงกล่าวออกมา “ข้าไม่รู้ขอรับ”
คราวนี้ฮงเย่เองยังตกตะลึง “ไม่รู้?!”
ฮงคว่างไห่สีหน้าไม่น่าดู “ตอนนั้นนางโกรธข้าจะไปบอกข้าว่าปิดด่านที่ใดได้อย่างไร?”
“แม้แต่ตอนที่นางออกมาหลายครั้งข้าก็ไม่เคยพบหน้าได้แต่ฟังจากคนใช้ในตระกูลเล่าเท่านั้น”
ฮงเย่รู้สึกเหลือเชื่อเรื่องสำคัญขนาดนี้กลับไม่รู้เลยงั้นรึ?!
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อกลับถูกเสียงหัวเราะเยาะของกู่หยวนขัดจังหวะ
“นี่ก็ไม่รู้ นั่นก็ไม่รู้ คิดว่าข้าโง่งั้นรึ?”
“ดี เห็นแก่หน้าฮงซิ่วข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าครั้งสุดท้าย”
“แม้ไม่รู้ตำแหน่งแน่ชัดแต่ก็ต้องมีขอบเขตคร่าวๆใช่ไหม?”
ฮงเย่ตอนนี้เริ่มรู้สึกไม่ดีในใจแล้วพลางกล่าวอย่างลังเล “ในดินแดนเพลิงศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสถานที่เหมาะแก่การปิดด่านมีไม่มากที่เหมาะสมที่สุดก็คือทวีปที่เรายืนอยู่นี่แหละขอรับ”
ทวีปนี้แต่เดิมเป็นที่กันดารแต่หลังจากตระกูลฮงปรับปรุงมานานหลายปีก็กลายเป็นแดนสวรรค์ที่มีพลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์อากาศเย็นสบายเป็นสถานที่ปิดด่านที่ดีที่สุดในดินแดนเพลิงศักดิ์สิทธิ์
แต่คำพูดเพิ่งหลุดปากก็ถูกกู่หยวนหักทันที “ข้าเคยกวาดจิตสัมผัสไปทั่วทั้งทวีปแล้วแต่ไม่พบบกลิ่นอายของฮงซิ่วแม้แต่น้อย”
“อย่าบอกเชียวว่านางไปปิดด่านในโลกเล็ก”
ฮงเย่สีหน้าเปลี่ยนอีกครั้งนั่นย่อมเป็นไปไม่ได้
กฎเกณฑ์ของโลกเล็กแตกต่างกันความเสี่ยงของการปิดด่านทะลวงขอบเขตจะพุ่งสูงขึ้นถ้าไม่ถึงที่สุดใครจะยอมทำเช่นนั้น?
กู่หยวนกล่าวต่อ “หรือว่าในดินแดนเพลิงศักดิ์สิทธิ์มีสถานที่ใดที่แม้แต่ข้าก็ตรวจไม่พบ?”
ฮงเย่ส่ายหน้ายิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่จิตวิญญาณของจักรพรรดิเทพสามารถคลุมเนบิวล่าทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย
หากรวมตัวกันอยู่บนทวีปเดียวเว้นแต่จะใช้สมบัติระดับสูงสุดจริงๆถึงจะมีโอกาสซ่อนได้
แต่ตระกูลฮงไม่มีสมบัติระดับนั้นเลย
สีหน้าของฮงเย่ยิ่งบูดบึ้งหนักเขาหันไปมองฮงคว่างไห่อีกครั้ง “คว่างไห่เจ้าพูดความจริงมาฮงซิ่วกับหยุนโม่ทั้งสองนางอยู่ที่ใดกันแน่?”
ฮงคว่างไห่กัดฟันแน่นลังเลครู่หนึ่งก่อนกล่าว “นางเพื่อให้ทะลวงขอบเขตให้เร็วยิ่งขึ้นได้เดินทางไปยังดาวเพลิงมาร”
ได้ยินคำนี้ฮงเย่กับฮงหยวนซานหน้าถอดสีทันที
“บ้าบิ่นที่สุด!”
ดาวเพลิงมารคือสถานที่เก็บรักษาเปลวเพลิงมารเก้าสุสานซึ่งเป็นเปลวเพลิงวิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลฮง
แม้แต่บรรพชนจักรพรรดิเทพสองคนของตระกูลยังต้องระวังตัวยิ่งเมื่อเข้าไปสาวนฮงซิ่วที่มีเพียงขอบเขตมหาเทพจะเข้าไปนั่นไม่ต่างจากการฆ่าตัวตายเลย!