- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
- 300.กระบี่แห่งเต๋า
300.กระบี่แห่งเต๋า
300.กระบี่แห่งเต๋า
กู่หยวนกลับเข้ามาไม่ได้มาเพื่อดูหน้าพวกมันหรอกเพียงสะบัดมือแค่ครั้งเดียวร่างของเซี่ยโฮวเหยียนก็ระเบิดกลายเป็นจุดแสงนับพัน
แต่ก็แค่ตายในโลกมายาเท่านั้นร่างจริงยังไม่ตาย
แค่แบบนี้โดยตรงวิญญาณเทพของมันจะบาดเจ็บหนักอย่างน้อยก็ปวดหัวจนทนไม่ไหวเป็นปีครึ่งแน่
กู่หยวนไม่สนใจหันไปมองพวกที่ยังคลุ้มคลั่งอยู่
ต่อไปนี้คือเวลาสนทนาส่วนตัวระหว่างเขากับเซียนกระบี่บัวมายาไอ้พวกนี้อยู่ตรงนี้มันกวนตาเกินไป
“ไป!”
เขากระดกนิ้วเบาๆแสงกระบี้หลายสิบสายพุ่งทะยานออกไปฝังทะลุร่างทุกคนในพริบตา
เมื่อร่างของพวกมันสลายไปโลกมายาทั้งหมดก็เงียบสงัดลงในที่สุด
จากนั้นกู่หยวนกวาดสายตามองรอบด้านตะโกนเสียงดัง
“ผู้อาวุโสข้ามาเจรจาด้วย!”
คำพูดเพิ่งจบภาพตรงหน้าพลันพร่าเลือนอีกครั้ง
เขากลับมาอยู่ในความจริงอีกหน
ตอนนี้คนอื่นๆก็ค่อยๆตื่นขึ้นมาทีละคนแทบทุกคนกอดหัวสีหน้าทุกข์ทรมาน
“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ข้าเหมือนโดนลอบโจมตีนั่นไม่ใช่โลกมายามรดกหรือ?”
“ใช่แล้วแค่วิญญาณบาดเจ็บไม่ถึงชีวิตยังไม่พอพิสูจน์ว่าเป็นมรดกหรือ?”
“แล้ว…ใครได้มาหรือยัง?”
เพราะถ้าเสิ่นยวี่อันทำสำเร็จพวกเขาถึงจะได้ค่าตอบแทนส่วนหลัง
ทุกคนพากันถกเถียงมองไปทางเสิ่นยวี่อันพร้อมกัน
แต่เสิ่นยวี่อันกลับส่ายหน้าเบาๆ “ข้ายังไม่ทันเข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น”
พูดจบนางก็เงยหน้าขึ้นมองกู่หยวน “ก่อนออกมาข้ารู้สึกเหมือนมีคนลอบโจมตีข้า?”
ประโยคเดียวทำให้ทุกคนพร้อมใจกันหันมองกู่หยวนทันที
เซี่ยโฮวเหยียนก็เอ่ยขึ้นในทันที “ถูกต้อง! ข้าเห็นกับตาเลย คือไอ้หมอนี่ที่ลงมือกับพวกเรา!”
วิญญาณเทพของมันแข็งแกร่งก่อนระเบิดในเสี้ยววินาทีสุดท้ายสติกลับมาชัดเจนเห็นชัดว่าใครเป็นคนลงมือ
คือกู่หยวนนี่แหละ!
“ถ้าพูดแบบนี้ตอนท้ายๆข้าก็รู้สึกเหมือนกัน”
“ใช่ ข้าก็เหมือนกัน”
ทุกคนค่อยๆลุกขึ้นยืนสีหน้าไม่เป็นมิตรมองกู่หยวนเขม็ง
เจ้าหนุ่มนี่กล้าลงมือกับพวกมันจริงๆ?
ถ้าแค่หนึ่งสองคนก็แล้วไปแต่ทั้งหมดโดนลอบโจมตีหมด
ถึงจะรู้ว่ากู่หยวนมีที่มาที่ไปแต่พวกมันมีตั้งมากขนาดนี้ยังจะกลัวเจ้าอีกเหรอ?
กู่หยวนเดิมทีจะเข้าไปต่อแต่เห็นปฏิกิริยาของทุกคนแล้วก็ลังเลเล็กน้อยยังไม่เดินทันที
เขาถอนใจเบาๆ “เอาล่ะเดิมทีก็ไม่ได้คิดจะถือสากับพวกเจ้า”
“ใครไม่อยากตายตอนนี้รีบออกไปจากที่นี่ข้าจะไม่ไล่ตาม”
คำพูดเดียวทำให้ในตำหนักระเบิดตูมขึ้นมาทันที
“บ้าจริง! เจ้ารู้ตัวเองพูดอะไรอยู่หรือเปล่า!”
“อย่าคิดว่าเจ้าเก่งกาจนักที่นี่ใครไม่ใช่ยอดฝีมือ?!”
ทุกคนด่าทอไม่หยุดมีเพียงเฮยเจ๋อเท่านั้นที่ลังเลครู่หนึ่ง แล้วเดินออกไปข้างนอกเงียบๆ
กู่หยวนมองแวบหนึ่งไม่ได้สนใจมากเพราะอีกนิดเดียวก็…
ไม่สิควรจะบอกว่าแค่คนรู้จักผ่านทางจะไปสนใจอะไรมากความ
“งั้นก็เหลือแค่พวกเจ้าแล้ว”
กู่หยวนตอนนี้รีบจัดการเรื่องสำคัญขี้เกียจพูดพร่ำกับพวกมัน
คำพูดเพิ่งจบร่างของกู่หยวนก็หายวับไปพร้อมกันแล้วปรากฏต่อหน้าคนคนหนึ่งทันที
“เจ้า…”
ยังไม่ทันพูดคำที่สองกู่หยวนแค่ตบเบาๆคนผู้นั้นก็ระเบิดเป็นหมอกเลือดทันที!
ต่อมาในช่วงเวลาสั้นๆที่หมอกเลือดยังไม่ทันตกถึงพื้นกู่หยวนราวกับปรากฏต่อหน้าทุกคนพร้อมกันยกเว้นเสิ่นยวี่อัน
เสี้ยววินาทีนั้นเหมือนเขาสร้างร่างแยกออกมาครึ่งโหลในตำหนักเต็มไปด้วยเงาร่างของเขา!
ทุกเงาร่างตบฝ่ามือธรรมดาๆเรียบง่าย
ในบรรดาทุกคนที่อยู่ในที่นี้เสิ่นยวี่อันมีพลังบ่มเพาะสูงสุด
นางสัมผัสได้ว่ากู่หยวนไม่ได้คิดลงมือกับนางแต่เมื่อเห็นกู่หยวนปรากฏต่อหน้าเซี่ยโฮวเหยียนด้วยนางก็ทนสงบไม่ได้อีก
“อย่า—!”
“ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง…”
เสียงระเบิดดังเหมือนประทัดไม่ถึงหนึ่งลมหายใจทุกคนในที่นี้ยกเว้นกู่หยวนกับมู่หนานหว่านและคนของตำหนักเยียนอวี่ตายหมด!
แม้แต่จะตอบสนองยังไม่ทัน!
ต่อมากู่หยวนโบกมือคว้าหมอกเลือดนับไม่ถ้วนที่ยังไม่ทันตกถึงพื้นถูกแรงดูดมหาศาลดึงเข้าไปในฝ่ามือทันทีรวมตัวบีบอัดจนกลายเป็นลูกแก้วโลหิตเม็ดหนึ่ง
“เอาไปทิ้งซะ”
โยนเบาๆลูกแก้วโลหิตก็ตกอยู่ในมือสาวรับใช้คนหนึ่ง
จากนั้นกู่หยวนก็อุ้มมู่หนานหว่านขึ้นมาเดินไปยืนตรงหน้าเสิ่นยวี่อัน
เสิ่นยวี่อันกลืนน้ำลายอึกใหญ่มองไปยังตำแหน่งที่เซี่ยโฮวเหยียนยืนเมื่อครู่ตอนนี้ว่างเปล่ารู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงมา
“เซี่ยโฮวเหยียนคือศิษย์ของสำนักเจียวหลงถ้าเจ้าฆ่าเขาสำนักเจียวหลงจะไม่ปล่อยเจ้าแน่” เสิ่นยวี่อันเสียงสั่นกล่าว
ยิ่งกว่านั้นไม่ใช่แค่กู่หยวน เซี่ยโฮวเหยียนคือนางเป็นคนเชิญมานางก็ต้องรับผิดชอบด้วย!
“ตอนนี้เจ้ายังมีอารมณ์ไปกังวลเรื่องสำนักเจียวหลงจะมาแก้แค้นอีกเหรอ?”
กู่หยวนยิ้มเยาะเสิ่นยวี่อันได้ยินคำนี้ก็สูดหายใจเย็นเฉียบ
ใช่แล้ว
อันตรายที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าแล้วหรือไง!
“เจ้า…”
ยังไม่ทันให้เสิ่นยวี่อันพูดต่อกู่หยวนก็ยัดมู่หนานหว่านเข้าไปในอ้อมแขนนางเรียบร้อย
“ดูแลคนให้ดีถ้าไม่ดี…ข้าจะหักขาเจ้า”
คำพูดจบร่างของกู่หยวนก็หายวับไปทันที!
โลกมายา
หลังจากถูกไล่ออกมาสองครั้งครั้งนี้กู่หยวนเข้ามาเตรียมตัวพร้อมแล้ว
อย่างน้อยฝีมือมายาของเขากับเซียนกระบี่บัวมายาไม่ด้อยกันไปกว่าส่วนเซียนกระบี่บัวมายายุคนี้ก็เหลือเพียงวิญญาณหลงเหลือเสี้ยวหนึ่ง
แม้โลกมายานี้จะเป็นนางสร้างขึ้นก็อย่าหวังจะไล่เขาออกง่ายๆอีก
“เซียนกระบี่บัวมายา!”
ยังไม่ทันพูดจบกู่หยวนก็รู้สึกถึงพลังขับไล่ที่รุนแรงบีบอัดมาจากทุกทิศ
แน่นอนไร้ผล
“ให้เหตุผลสักข้อสิตระกูลกู่ไปทำอะไรให้ท่านไม่พอใจ?”
“หรือมีบุรุษเลวคนไหนมาหลอกท่านบอกข้ามาข้าผู้นำตระกูลรุ่นเยาว์ตระกูลกู่จะกลับไปจัดการมันให้เด็ดขาด!”
“เซียนกระบี่บัวมายา!”
“ท่านยังไม่ออกมาข้าจะออกไปตะโกนบอกทั่วโลกว่าท่านกับข้ามีอะไรกันหนึ่งครั้งในทีีลับข้าไม่กลัวเสียหน้ากลัวแต่ท่านจะเสียหน้า!”
กู่หยวนถล่มคำพูดรัวกระสุนไม่หยุดในที่สุดก็ทำให้เซียนกระบี่บัวมายาโผล่หน้าออกมา
เซียนกระบี่บัวมายาปรากฏตัวอีกครั้งแต่สีหน้านาง…แย่มากจริงๆ
“ในที่สุดท่านก็ออกมาถ้าท่านยังไม่ออกมาข้าไม่รู้จะพูดอะไรให้แย่กว่านี้อีกแล้ว”
“ข้าบอกว่า…”
ยังจะพูดอะไรอีกชั่วพริบตาฟ้าดินเงียบสงัดต่อมาเสียงหวีดแหลมสูงราวอื้ออึงในหูดังสนั่น
ดอกบัวสีสันเจิดจ้าบานสะพรั่งบนท้องฟ้าดั่งดอกไม้ไฟจุดแสงนับล้านมารวมตัวสุดท้ายกลั่นตัวเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง
กระบี่เล่มนี้
เป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่ได้ระบบมาที่กู่หยวนรู้สึกถึง “อันตราย” จริงๆ
ครั้งแรกคือตอนตกลงไปในมิติสูญสลาย
“กระบี่แห่งเต๋า…ท่านยังเป็นผู้เข้าสู่เต๋าอีกเหรอ?!”
ยังไม่ทันให้กู่หยวนอุทานจบเซียนกระบี่บัวมายาก็หลอมรวมกับแสงกระบี่เรียบร้อยแล้วห่อหุ้มด้วยพลังกฎเกณฑ์บริสุทธิ์ฉีกความมืดมิดพุ่งเข้าโจมตีทันที!
ในช่วงเวลาสั้นยิ่งกว่าพริบตามือขวากู่หยวนเปลี่ยนมุทรานับไม่ถ้วนความเร็วเร็วกว่าคาคาชิไม่รู้กี่ร้อยเท่า
สุดท้ายในเสี้ยววินาทีที่แสงกระบี่จะพุ่งมาถึงเขาชี้หนึ่งนิ้วลงบนแขนซ้ายของตัวเองแล้วกางฝ่ามือออกบังไว้!