เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

300.กระบี่แห่งเต๋า

300.กระบี่แห่งเต๋า

300.กระบี่แห่งเต๋า


กู่หยวนกลับเข้ามาไม่ได้มาเพื่อดูหน้าพวกมันหรอกเพียงสะบัดมือแค่ครั้งเดียวร่างของเซี่ยโฮวเหยียนก็ระเบิดกลายเป็นจุดแสงนับพัน

แต่ก็แค่ตายในโลกมายาเท่านั้นร่างจริงยังไม่ตาย

แค่แบบนี้โดยตรงวิญญาณเทพของมันจะบาดเจ็บหนักอย่างน้อยก็ปวดหัวจนทนไม่ไหวเป็นปีครึ่งแน่

กู่หยวนไม่สนใจหันไปมองพวกที่ยังคลุ้มคลั่งอยู่

ต่อไปนี้คือเวลาสนทนาส่วนตัวระหว่างเขากับเซียนกระบี่บัวมายาไอ้พวกนี้อยู่ตรงนี้มันกวนตาเกินไป

“ไป!”

เขากระดกนิ้วเบาๆแสงกระบี้หลายสิบสายพุ่งทะยานออกไปฝังทะลุร่างทุกคนในพริบตา

เมื่อร่างของพวกมันสลายไปโลกมายาทั้งหมดก็เงียบสงัดลงในที่สุด

จากนั้นกู่หยวนกวาดสายตามองรอบด้านตะโกนเสียงดัง

“ผู้อาวุโสข้ามาเจรจาด้วย!”

คำพูดเพิ่งจบภาพตรงหน้าพลันพร่าเลือนอีกครั้ง

เขากลับมาอยู่ในความจริงอีกหน

ตอนนี้คนอื่นๆก็ค่อยๆตื่นขึ้นมาทีละคนแทบทุกคนกอดหัวสีหน้าทุกข์ทรมาน

“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

“ข้าเหมือนโดนลอบโจมตีนั่นไม่ใช่โลกมายามรดกหรือ?”

“ใช่แล้วแค่วิญญาณบาดเจ็บไม่ถึงชีวิตยังไม่พอพิสูจน์ว่าเป็นมรดกหรือ?”

“แล้ว…ใครได้มาหรือยัง?”

เพราะถ้าเสิ่นยวี่อันทำสำเร็จพวกเขาถึงจะได้ค่าตอบแทนส่วนหลัง

ทุกคนพากันถกเถียงมองไปทางเสิ่นยวี่อันพร้อมกัน

แต่เสิ่นยวี่อันกลับส่ายหน้าเบาๆ “ข้ายังไม่ทันเข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น”

พูดจบนางก็เงยหน้าขึ้นมองกู่หยวน “ก่อนออกมาข้ารู้สึกเหมือนมีคนลอบโจมตีข้า?”

ประโยคเดียวทำให้ทุกคนพร้อมใจกันหันมองกู่หยวนทันที

เซี่ยโฮวเหยียนก็เอ่ยขึ้นในทันที “ถูกต้อง! ข้าเห็นกับตาเลย คือไอ้หมอนี่ที่ลงมือกับพวกเรา!”

วิญญาณเทพของมันแข็งแกร่งก่อนระเบิดในเสี้ยววินาทีสุดท้ายสติกลับมาชัดเจนเห็นชัดว่าใครเป็นคนลงมือ

คือกู่หยวนนี่แหละ!

“ถ้าพูดแบบนี้ตอนท้ายๆข้าก็รู้สึกเหมือนกัน”

“ใช่ ข้าก็เหมือนกัน”

ทุกคนค่อยๆลุกขึ้นยืนสีหน้าไม่เป็นมิตรมองกู่หยวนเขม็ง

เจ้าหนุ่มนี่กล้าลงมือกับพวกมันจริงๆ?

ถ้าแค่หนึ่งสองคนก็แล้วไปแต่ทั้งหมดโดนลอบโจมตีหมด

ถึงจะรู้ว่ากู่หยวนมีที่มาที่ไปแต่พวกมันมีตั้งมากขนาดนี้ยังจะกลัวเจ้าอีกเหรอ?

กู่หยวนเดิมทีจะเข้าไปต่อแต่เห็นปฏิกิริยาของทุกคนแล้วก็ลังเลเล็กน้อยยังไม่เดินทันที

เขาถอนใจเบาๆ “เอาล่ะเดิมทีก็ไม่ได้คิดจะถือสากับพวกเจ้า”

“ใครไม่อยากตายตอนนี้รีบออกไปจากที่นี่ข้าจะไม่ไล่ตาม”

คำพูดเดียวทำให้ในตำหนักระเบิดตูมขึ้นมาทันที

“บ้าจริง! เจ้ารู้ตัวเองพูดอะไรอยู่หรือเปล่า!”

“อย่าคิดว่าเจ้าเก่งกาจนักที่นี่ใครไม่ใช่ยอดฝีมือ?!”

ทุกคนด่าทอไม่หยุดมีเพียงเฮยเจ๋อเท่านั้นที่ลังเลครู่หนึ่ง แล้วเดินออกไปข้างนอกเงียบๆ

กู่หยวนมองแวบหนึ่งไม่ได้สนใจมากเพราะอีกนิดเดียวก็…

ไม่สิควรจะบอกว่าแค่คนรู้จักผ่านทางจะไปสนใจอะไรมากความ

“งั้นก็เหลือแค่พวกเจ้าแล้ว”

กู่หยวนตอนนี้รีบจัดการเรื่องสำคัญขี้เกียจพูดพร่ำกับพวกมัน

คำพูดเพิ่งจบร่างของกู่หยวนก็หายวับไปพร้อมกันแล้วปรากฏต่อหน้าคนคนหนึ่งทันที

“เจ้า…”

ยังไม่ทันพูดคำที่สองกู่หยวนแค่ตบเบาๆคนผู้นั้นก็ระเบิดเป็นหมอกเลือดทันที!

ต่อมาในช่วงเวลาสั้นๆที่หมอกเลือดยังไม่ทันตกถึงพื้นกู่หยวนราวกับปรากฏต่อหน้าทุกคนพร้อมกันยกเว้นเสิ่นยวี่อัน

เสี้ยววินาทีนั้นเหมือนเขาสร้างร่างแยกออกมาครึ่งโหลในตำหนักเต็มไปด้วยเงาร่างของเขา!

ทุกเงาร่างตบฝ่ามือธรรมดาๆเรียบง่าย

ในบรรดาทุกคนที่อยู่ในที่นี้เสิ่นยวี่อันมีพลังบ่มเพาะสูงสุด

นางสัมผัสได้ว่ากู่หยวนไม่ได้คิดลงมือกับนางแต่เมื่อเห็นกู่หยวนปรากฏต่อหน้าเซี่ยโฮวเหยียนด้วยนางก็ทนสงบไม่ได้อีก

“อย่า—!”

“ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง…”

เสียงระเบิดดังเหมือนประทัดไม่ถึงหนึ่งลมหายใจทุกคนในที่นี้ยกเว้นกู่หยวนกับมู่หนานหว่านและคนของตำหนักเยียนอวี่ตายหมด!

แม้แต่จะตอบสนองยังไม่ทัน!

ต่อมากู่หยวนโบกมือคว้าหมอกเลือดนับไม่ถ้วนที่ยังไม่ทันตกถึงพื้นถูกแรงดูดมหาศาลดึงเข้าไปในฝ่ามือทันทีรวมตัวบีบอัดจนกลายเป็นลูกแก้วโลหิตเม็ดหนึ่ง

“เอาไปทิ้งซะ”

โยนเบาๆลูกแก้วโลหิตก็ตกอยู่ในมือสาวรับใช้คนหนึ่ง

จากนั้นกู่หยวนก็อุ้มมู่หนานหว่านขึ้นมาเดินไปยืนตรงหน้าเสิ่นยวี่อัน

เสิ่นยวี่อันกลืนน้ำลายอึกใหญ่มองไปยังตำแหน่งที่เซี่ยโฮวเหยียนยืนเมื่อครู่ตอนนี้ว่างเปล่ารู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงมา

“เซี่ยโฮวเหยียนคือศิษย์ของสำนักเจียวหลงถ้าเจ้าฆ่าเขาสำนักเจียวหลงจะไม่ปล่อยเจ้าแน่” เสิ่นยวี่อันเสียงสั่นกล่าว

ยิ่งกว่านั้นไม่ใช่แค่กู่หยวน เซี่ยโฮวเหยียนคือนางเป็นคนเชิญมานางก็ต้องรับผิดชอบด้วย!

“ตอนนี้เจ้ายังมีอารมณ์ไปกังวลเรื่องสำนักเจียวหลงจะมาแก้แค้นอีกเหรอ?”

กู่หยวนยิ้มเยาะเสิ่นยวี่อันได้ยินคำนี้ก็สูดหายใจเย็นเฉียบ

ใช่แล้ว

อันตรายที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าแล้วหรือไง!

“เจ้า…”

ยังไม่ทันให้เสิ่นยวี่อันพูดต่อกู่หยวนก็ยัดมู่หนานหว่านเข้าไปในอ้อมแขนนางเรียบร้อย

“ดูแลคนให้ดีถ้าไม่ดี…ข้าจะหักขาเจ้า”

คำพูดจบร่างของกู่หยวนก็หายวับไปทันที!

โลกมายา

หลังจากถูกไล่ออกมาสองครั้งครั้งนี้กู่หยวนเข้ามาเตรียมตัวพร้อมแล้ว

อย่างน้อยฝีมือมายาของเขากับเซียนกระบี่บัวมายาไม่ด้อยกันไปกว่าส่วนเซียนกระบี่บัวมายายุคนี้ก็เหลือเพียงวิญญาณหลงเหลือเสี้ยวหนึ่ง

แม้โลกมายานี้จะเป็นนางสร้างขึ้นก็อย่าหวังจะไล่เขาออกง่ายๆอีก

“เซียนกระบี่บัวมายา!”

ยังไม่ทันพูดจบกู่หยวนก็รู้สึกถึงพลังขับไล่ที่รุนแรงบีบอัดมาจากทุกทิศ

แน่นอนไร้ผล

“ให้เหตุผลสักข้อสิตระกูลกู่ไปทำอะไรให้ท่านไม่พอใจ?”

“หรือมีบุรุษเลวคนไหนมาหลอกท่านบอกข้ามาข้าผู้นำตระกูลรุ่นเยาว์ตระกูลกู่จะกลับไปจัดการมันให้เด็ดขาด!”

“เซียนกระบี่บัวมายา!”

“ท่านยังไม่ออกมาข้าจะออกไปตะโกนบอกทั่วโลกว่าท่านกับข้ามีอะไรกันหนึ่งครั้งในทีีลับข้าไม่กลัวเสียหน้ากลัวแต่ท่านจะเสียหน้า!”

กู่หยวนถล่มคำพูดรัวกระสุนไม่หยุดในที่สุดก็ทำให้เซียนกระบี่บัวมายาโผล่หน้าออกมา

เซียนกระบี่บัวมายาปรากฏตัวอีกครั้งแต่สีหน้านาง…แย่มากจริงๆ

“ในที่สุดท่านก็ออกมาถ้าท่านยังไม่ออกมาข้าไม่รู้จะพูดอะไรให้แย่กว่านี้อีกแล้ว”

“ข้าบอกว่า…”

ยังจะพูดอะไรอีกชั่วพริบตาฟ้าดินเงียบสงัดต่อมาเสียงหวีดแหลมสูงราวอื้ออึงในหูดังสนั่น

ดอกบัวสีสันเจิดจ้าบานสะพรั่งบนท้องฟ้าดั่งดอกไม้ไฟจุดแสงนับล้านมารวมตัวสุดท้ายกลั่นตัวเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง

กระบี่เล่มนี้

เป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่ได้ระบบมาที่กู่หยวนรู้สึกถึง “อันตราย” จริงๆ

ครั้งแรกคือตอนตกลงไปในมิติสูญสลาย

“กระบี่แห่งเต๋า…ท่านยังเป็นผู้เข้าสู่เต๋าอีกเหรอ?!”

ยังไม่ทันให้กู่หยวนอุทานจบเซียนกระบี่บัวมายาก็หลอมรวมกับแสงกระบี่เรียบร้อยแล้วห่อหุ้มด้วยพลังกฎเกณฑ์บริสุทธิ์ฉีกความมืดมิดพุ่งเข้าโจมตีทันที!

ในช่วงเวลาสั้นยิ่งกว่าพริบตามือขวากู่หยวนเปลี่ยนมุทรานับไม่ถ้วนความเร็วเร็วกว่าคาคาชิไม่รู้กี่ร้อยเท่า

สุดท้ายในเสี้ยววินาทีที่แสงกระบี่จะพุ่งมาถึงเขาชี้หนึ่งนิ้วลงบนแขนซ้ายของตัวเองแล้วกางฝ่ามือออกบังไว้!

จบบทที่ 300.กระบี่แห่งเต๋า

คัดลอกลิงก์แล้ว