- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
- 282.ฆ่าทิ้งให้สิ้นซาก
282.ฆ่าทิ้งให้สิ้นซาก
282.ฆ่าทิ้งให้สิ้นซาก
วิชาหุ่นเชิดที่ฉู่หรูหยานร่ายใช้อยู่นั้นไม่ใช่วิชาหุ่นเชิดธรรมดาที่โลกภายนอกเข้าใจกันในปัจจุบัน
วิชาหุ่นเชิดสมัยนี้ส่วนใหญ่ก็แค่หลอมหิน แร่ทอง แร่เงินลึกลับ ให้กลายเป็นหุ่นเชิดบางตัวใช้ต่อสู้บางตัวใช้ทำงานบ้าน
อย่างเช่นบนเรือเหาะของกู่หยวนก็มีหุ่นเชิดชั้นสูงมากมาย แม้กระทั่งตัวที่เต้นรำได้อย่างงดงาม
หุ่นเชิดแบบนี้วัตถุดิบที่ใช้ล้วนเป็นของตายทั้งสิ้น
แต่ที่ฉู่หรูหยานใช้อยู่นี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
วิชาหุ่นเชิดในสายไสยเวทโบราณต้องใช้สิ่งมีชีวิตเป็นๆถวายเป็นเครื่องบูชาโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือเมื่อฝังวิชาหุ่นเชิดลงไปแล้วถ้าไม่กระตุ้นมันก็จะไม่ทำให้คนกลายเป็นหุ่นเชิดทันที
เหมือนสถานการณ์ตรงหน้าศิษย์ทั้งสำนักกระบี่เสี่ยวเหยาอาจถูกฝังวิชาหุ่นเชิดไว้หมดแล้วแต่ตราบใดที่ฉู่หรูหยานยังไม่สั่งการพวกเขาก็ยังดูเป็นคนปกติพูดจาได้มีความคิดเป็นของตัวเอง
แต่ที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยก็คือนับตั้งแต่วันที่ถูกฝังวิชานี้ชีวิตของพวกเขาก็ถูกกำหนดชะตาไว้แล้ว
อีกอย่างหนึ่งที่วิชานี้ร้ายกาจสุดขีดก็คือผู้ร่ายวิชาสามารถ “เกิดใหม่” ในร่างหุ่นเชิดตัวใดก็ได้เหมือนที่ฉู่หรูหยานทำอยู่ตอนนี้
ถ้าไม่ฆ่าหุ่นเชิดให้ครบทุกตัวก็เท่ากับยังฆ่าฉู่หรูหยานไม่ตาย
แน่นอนว่าวิชาหุ่นเชิดที่ท้าทายสวรรค์เช่นนี้ย่อมต้องมีราคาที่ต้องจ่าย
เงื่อนไขแรกในการร่ายวิชานี้ก็คือต้องใช้ตัวเองเป็นเป้าหมายแรก
ต้องใช้ตัวเองเป็นๆให้กลายเป็นหุ่นเชิด…ผู้หญิงคนนี้ช่างโหดเหี้ยมต่อตัวเองยิ่งนัก
หรืออาจเป็นเพราะศึกใหญ่กับจินอวี้ถังเมื่อปีนั้นนางบาดเจ็บสาหัสเกินเยียวยาจึงจำต้องเลือกทางนี้เป็นทางเลือกสุดท้ายก็เป็นได้
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดสิ่งที่สำคัญในตอนนี้ก็คือร่างหุ่นเชิดที่นางพามาตอนนี้ไม่ใช่ทั้งหมดที่ฉู่หรูหยานมี
นางยังซ่อนไพ่ตายไว้แยกหุ่นเชิดอีกมากมายไปซ่อนยังสถานที่ต่างๆ
ถึงฆ่าทุกตัวที่นี่ได้ก็ยังไร้ผลอยู่ดี
“เยี่ยมจริงๆ”
ฉู่หรูหยานได้ยินกู่หยวนเปิดเผยความลับก็ปรบมือชื่นชมจากใจ “วิชาที่หายสาบสูญไปกว่าพันล้านปีเจ้ายังจำได้อีกหรือ”
“แต่เมื่อเจ้าจำได้เจ้าก็น่าจะรู้ดีว่าวิชาไสยเวทนี้ยากจะแก้เพียงใด”
“ยังไม่ยอมรับข้อเสนอของข้าเหรอแค่ยอมมอบกระบี่ทำลายสวรรค์ให้ข้าแล้วข้าจะบอกทุกอย่างให้เอง”
กู่หยวนยิ้มเยาะ “คำสัญญาของเจ้าในสายตาข้าไร้ค่าและเจ้าพูดถูกถ้าจะแก้ไขวิชาไสยเวทนี้แม้แต่ข้าก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือน”
“แต่ข้าไม่จำเป็นต้องแก้มันหรอกข้าแค่หาหุ่นเชิดของเจ้าทุกตัวให้เจอก็พอแล้ว”
ฉู่หรูหยานได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่นราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิตน้ำตาจนเกือบไหล
“หาทุกตัวให้เจอเจ้าพูดจาใหญ่โตเกินไปแล้ว”
“หลายปีมานี้หุ่นเชิดที่ข้าสร้างมีอยู่ทั่วจักรวาลนับล้านตัว เจ้าจะหาให้หมดได้อย่างไร?”
“น่าขัน!”
กู่หยวนยิ้มบาง
“งั้นเรามาดูกันว่าข้าพูดจาใหญ่โตหรือทำได้จริง”
พูดจบเขายกมือคว้าเบาๆร่างของฉู่หรูหยานก็ลอยมาหาเขาอย่างไม่อาจต่อต้านถูกเขาจับไว้ในอุ้งมือ
ดูเหมือนนางจะรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้จึงไม่ได้ขัดขืน
เพราะถึงกู่หยวนฆ่าร่างนี้นางก็ยังเกิดใหม่ได้อยู่ดี
แต่คราวนี้กู่หยวนไม่ได้ตั้งใจฆ่านาง
เมื่อทั้งสองสัมผัสกันคลื่นพลังลึกลับก็แผ่ออกมาจากร่างกู่หยวนห่อหุ้มฉู่หรูหยานไว้ทั้งตัว
เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังนี้ฉู่หรูหยานสีหน้าก็เปลี่ยนไป “การทำนาย?”
“เจ้าจะใช้การทำนายจับตำแหน่งเป้าหมายนับล้านตัวไม่กลัววิญญาณระเบิดตายหรือไง?”
กู่หยวนส่ายหัวยิ้มๆ “อย่าเอาขีดจำกัดของเจ้ามาวัดข้าเลยเจ้าดูแคลนความแข็งแกร่งของวิญญาณข้าและความน่ากลัวของการทำนายไร้เทียมทานของข้าเกินไปแล้ว”
พูดจบพลังเทพมหาศาลราวคลื่นยักษ์ก็ระเบิดออกจากร่างกู่หยวนพลังเทพนี้ไม่ได้มุ่งสังหารใครแต่ฉีกความว่างเปล่าของจักรวาลออกเป็นรอยแยกนับไม่ถ้วน
จากนั้นผู้คนนับไม่ถ้วนก็ถูกดึงมาจากอีกฝั่งของรอยแยกอย่างไม่อาจต่อต้านได้
คนเหล่านี้ขอบเขตแตกต่างกันบางคนอยู่เหนือขอบเขตราชันยุทธ์ยังพอเอาตัวรอดในห้วงอวกาศได้
ส่วนคนที่ต่ำกว่านั้นพอโผล่มาปุ๊บก็ตายปั๊บ
ยิ่งรอยแยกเปิดมากเท่าไหร่คนที่ถูกดึงมาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นฉู่หรูหยานเริ่มตื่นตระหนกแล้วจริงๆ!
“เจ้า…เป็นตัวอะไรกันแน่!”
กู่หยวนไม่ตอบเพียงแค่ดึงคนต่อไปเรื่อยๆ
จำนวนคนฝั่งนี้ก็เพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว
เพียงพริบตาเดียวก็เกินหมื่น
ไม่ถึงห้าลมหายใจก็เกินแสน
ไม่ถึงครึ่งธูปก็ทะลุหนึ่งล้าน!
นอกม่านพลังของสำนักกระบี่จินหยูเต็มไปด้วยเงาร่างคนดำทะมึนสุดลูกหูลูกตาอลังการจนไม่อาจพรรณนา
จากนั้นพลังเทพของกู่หยวนก็เปลี่ยนเป็นจิตสังหารอันเย็นเยียบ
คนที่ถูกดึงมาทั้งหมดล้มลงเป็นผืนเป็นแถบราวกับเกี่ยวข้าว
เพียงสามลมหายใจศรีษะของคนนับล้านก็ถูกเข่นฆ่าจนสิ้น
สุดท้ายเหลือเพียงร่างเดียวที่กู่หยวนยังจับไว้ในมือ!
“ตอนนี้ล่ะ? กู่หยวนเอ่ยยิ้มๆ
ฉู่หรูหยานหน้าซีดเผือดการฆ่าคนล้านคนไม่ใช่เรื่องยากแต่การดึงคนล้านคนมาพร้อมกันพร้อมเพียง…นี่มันน่ากลัวเกินมนุษย์!
ยังไม่ทันที่นางจะตั้งสติกู่หยวนก็กดฝ่ามือลงบนหน้าผากนางใช้ค้นวิญญาณทันที
แต่…ยังไม่มีอะไรเลย
หรือข้าจะพลาดไปตัวหนึ่ง?
เขาตบหัวฉู่หรูหยานแตกกระจายจากนั้นจึงร่ายการทำนายไร้เทียมทานอีกครั้งเพื่อตรวจสอบว่ามีตัวไหนหลุดรอดไปหรือไม่
ขณะเดียวกันบนลานหน้าตำหนักใหญ่สำนักกระบี่จินหยู
ผู้อาวุโสฝ่ายลงทัณฑ์ ยวี่อู๋เซี่ย ค่อยๆเดินมาข้างหลังมู่หนานหว่านอย่างเงียบเชียบ
ทุกคนกำลังมองท้องฟ้าไม่มีใครสนใจอีกอย่างยวี่อู๋เซี่ยเป็นคนในสำนักด้วยจึงไม่มีใครสงสัย
เขาแอบหยิบกริชกระดูกที่พวยพุ่งควันดำออกมาแล้วแทงไปที่หลังมู่หนานหว่านอย่างแรง!
ใกล้จะแทงถึงแล้วแต่ทันใดนั้นร่างมู่หนานหว่านก็เปล่งแสงทองเจิดจ้า!
“แกร๊ง!”
เสียงโลหะกระทบกันดังก้องทั่วลานกริชของยวี่อู๋เซี่ยแทงไม่เข้าแถมตัวเขายังถูกสะท้อนกระเด็นไปหลายก้าว!
ชั่วพริบตาสายตาทุกคู่ก็หันมามอ ยวี่อู๋เซี่ยตอบสนองไวผิดมนุษย์เมื่อเห็นแทงมู่หนานหว่านไม่สำเร็จก็หันกริชไปแทงจินเหอเว่ยทันที!
ด้านบนกู่หยวนสัมผัสได้ตั้งแต่ยวี่อู๋เซี่ยหยิบกริชออกมา
แต่ก่อนขึ้นมาเขาได้ใส่ค่ายกลป้องกันให้ทั้งมู่หนานหว่านและจินเหอเว่ยและรู้ว่ามู่หนานหว่านไม่เป็นไรจึงไม่ได้สนใจ
แต่พอเห็นมันหันมาแทงจินเหอเว่ย กู่หยวนก็เปลี่ยนใจทันที จึงยกเลิกค่ายกลป้องกันบนตัวจินเหอเว่ยในเสี้ยววินาทีนั้น
พุ่ง!
กริชกระดูกพวยควันดำแทงเข้าเอวจินเหอเว่ยอย่างไม่มีอะไรกีดขวาง
แต่บาดแผลไม่ไหลเลือดกลับกันกริชกลับละลายเป็นน้ำหมึกดำสนิทไหลทะลักเข้าสู่ร่างของจินเหอเว่ยในพริบตา
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อทุกคนตั้งสติได้จินเหอเว่ยก็โดนพิษเข้าเสียแล้ว!