- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
- 274.วิญญาณกระบี่
274.วิญญาณกระบี่
274.วิญญาณกระบี่
“ฉู่หรูหยานเพียงร้อยปีก็ถึงขอบเขตราชันยุทธ์พันปีถึงขอบเขตจักรพรรดิเทพพรสวรรค์ระดับนี้แม้จะไม่ถึงขั้นครองจักรวาลแต่ก็หายากยิ่งกว่าหนึ่งในพันล้าน”
“หลังจากนั้นก็ต่อสู้กับจินอวี้ถังไม่ตายแต่ก็บาดเจ็บสาหัสจนทำให้หลับใหลทุกคนคิดว่าเจ้าตายไปแล้วแต่ตอนนี้กลับตื่นขึ้นมาเสียได้”
“แต่ในสายตาข้าเจ้าคงตื่นมานานแล้วเพียงแต่ซุ่มฝึกมาตลอดระยะเวลานับแสนปีทำให้เจ้าก้าวถึงขอบเขตจักรพรรดิเทพขั้นเก้าและเจ้ากำลังพยายามทะลวงสู่ระดับใหม่”
“แต่กลับมีกำแพงขวางกั้นแน่นหนาต่อให้ใช้วิธีใดก็ไม่อาจทะลวงได้จึงจำต้องโผล่หน้าออกมาใช่หรือไม่?”
น้ำเสียงเถาเย่าเรียบเฉยแต่คำพูดที่ตรงจุดนี้กลับทำให้ใจฉู่หรูหยานสั่นคลอน
ถึงอย่างนั้นนางก็ยังไม่คิดตอบตกลง “แหล่งข่าวดีจริงๆแต่ถ้าจะบอกว่ามาร่วมกับพวกเจ้าแล้วจะช่วยข้าทะลวงถึงขอบเขตสวรรค์อันยิ่งใหญ่ได้ข้าขอผ่าน”
“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าเป็นอย่างไรหลายปีมานี้ข้าไม่ได้ปิดด่านจนไม่รับรู้ภายนอกข้าทำอะไรมากกว่าที่พวกเจ้าคิดไว้เยอะ”
เถาเย่าได้ยินก็หัวเราะเยาะ “จริงหรือ? ที่ว่า ‘ทำมากกว่า’ นั่นคือตะเวนไปทั่วหาซากศพของจินอวี้ถังหากระบี่ทำลายสวรรค์ของเขางั้นสิ?”
“น่าเสียดายกระบี่เล่มนั้นไม่ได้ตกอยู่ในโลกใหญ่เลยสักนิด แต่หลุดเข้าไปในโลกเล็กแห่งหนึ่งต่างหาก”
คำพูดยังไม่ทันจบอุณหภูมิรอบกายก็ลดลงทันที
ฉู่หรูหยานที่เดิมคุกเข่านั่งอยู่กลับพุ่งเข้ามาในชั่วพริบตา
มือข้างหนึ่งบีบคอเถาเย่าไว้ด้วยพลังมหาศาลผลักนางถอยหลังไม่หยุดจนชนกำแพงดังสนั่นค่ายกลบนกำแพงสั่นสะเทือนหอคอยดำทั้งหลังโอนเอนราวจะพัง
“เจ้ารู้ที่อยู่ของกระบี่ทำลายสวรรค์? อยู่ที่ไหน?”
แม้ถูกโจมตีกระทันหันใบหน้าเถาเย่าก็ไม่มีความเจ็บปวดแม้แต่น้อย
มีเพียงสายตาที่เย็นเยียบยิ่งขึ้น
เถาเย่ายกมือจับข้อมือฉู่หรูหยานแล้วค่อยๆงัดมือของนางออกอย่างช้าๆ
“อย่าตื่นเต้นพวกเราไม่ได้ต้องการเจ้าเท่านั้นอย่าคิดว่าข้าจะไม่กล้าฆ่าเจ้า”
พูดจบนางตบกลับหนึ่งฉาดใหญ่ฉู่หรูหยานกระเด็นกระแทกกำแพงเสียงดังสนั่น
หอคอยดำที่อ่อนแอในที่สุดก็พังทลายแต่ยังไม่ทันที่เศษซากจะร่วงลงเถาเย่ายกนิ้วชี้ขึ้น
อักขระโบราณลอยขึ้นแล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกาช้าๆ
เศษซากที่กำลังร่วงต่างพุ่งกลับขึ้นไปเองรอยแตกประสานกันใหม่พริบตาเดียวหอคอยก็กลับคืนสภาพเดิม
“ถ้าเจ้าอยากตายจริงๆก็บุกดินแดนฉางเจี้ยนต่อไปเถอะ”
เถาเย่าส่ายหน้าแล้วหันหลังเตรียมจากไป
“เดี๋ยวก่อน!” ฉู่หรูหยานประคองตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก “ดินแดนฉางเจี้ยนมีอะไร?”
เถาเย่าหันกลับมา “กู่หยวนอยู่ที่นั่นเขาเข้าสู่ขอบเขตสวรรค์อันยิ่งใหญ่แล้วแถมอย่างน้อยก็ขั้นเจ็ดขึ้นไป”
ฉู่หรูหยานตกตะลึงทันที “คนในตระกูลกู่?ผู้แข็งแกร่งในขอบเขตสวรรค์อันยิ่งใหญ่ของแปดตระกูลโบราณออกมาได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
คราวนี้ถึงตาเถาเย่าตกใจบ้าง “ดูเหมือนเจ้าจะรู้เยอะกว่าที่คิด”
“ไม่ต้องห่วงพวกตาแก่พวกนั้นออกมาไม่ได้ส่วนกู่หยวนคนนี้…พวกเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
“แต่ข้อสรุปของเราคือเขาแค่บังเอิญมีสกุลกู่ไม่น่าจะใช่คนตระกูลกู่จริงๆ”
“เรายุ่งมากจนไม่มีเวลาสืบให้ละเอียดถ้าเจ้าอยากรู้จริงๆก็ไปหาคำตอบเอง”
หยุดไปครู่หนึ่งนางกล่าวต่อ “กระบี่ทำลายสวรรค์อยู่กับกู่หยวนต่อไปเราจะไปเนบิวล่าตี้หยุน”
“จะตามมาหาพวกเราหรือจะไปตายที่ดินแดนฉางเจี้ยน แล้วแต่เจ้า”
พูดจบเถาเย่าก็ไม่รอช้าหันหลังจากไปทันที
…
เช้าวันรุ่งขึ้นจินเหอเว่ยที่อารมณ์ดีขึ้นในที่สุดก็มาหาพร้อมเสนอจะพาทั้งสองเดินเล่นในสำนัก
กู่หยวนย่อมไม่ปฏิเสธสามคนจึงออกเดินทาง
ประวัติของสำนักกระบี่จินหยูมีเพียงสามล้านปีถ้าจะว่ายาวก็ไม่ถึงขั้นเมื่อเทียบกับสำนักที่สืบทอดมานานจริงๆ
แต่ถ้าจะว่าสั้นก็ไม่ถึงขนาดนั้น
ทั้งสามเดินไปส่วนจินเหอเว่ยก็เล่าประวัติสำนักให้ฟังไป
กู่หยวนสนใจเรื่องของจินอวี้ถังมากกว่าพูดไปพูดมาก็มาถึงกระบี่ทำลายสวรรค์
“ถ้าจะพูดถึงกระบี่ทำลายสวรรค์เล่มนี้คือกระบี่ต้นกำเนิดชีวิตที่ท่านบรรพชนหลอมขึ้นด้วยตัวเอง”
“ไม่เพียงเข้ากันกับท่านบรรพชนได้อย่างสมบูรณ์แบบตัวมันเองก็ถือเป็นอาวุธระดับจักรพรรดิเทพ”
“และเมื่อท่านบรรพชนก้าวสู่ขอบเขตจักรพรรดิเทพภายในก็กำเนิดจิตสำนึกขึ้นมา”
คำนี้ทำให้กู่หยวนตกใจกระบี่ทำลายสวรรค์มีวิญญาณกระบี่?
เขาใช้มานานขนาดนี้ทำไมถึงไม่รู้?
หรือเพราะเวลาผ่านมานานเกินไปวิญญาณกระบี่จึงสลายไปแล้ว?
โชคดีที่ยังไม่ทันถามจินเหอเว่ยก็อธิบายต่อเอง
“หลังศึกใหญ่ในอดีตไม่มีใครรู้ว่ากระบี่ทำลายสวรรค์หายไปไหนแต่สุดท้ายวิญญาณกระบี่กลับนำร่างของท่านบรรพชนกลับมา”
“เมื่อเสียกระบี่ทำลายสวรรค์คุ้มครองวิญญาณกระบี่ก็อ่อนแอลงทุกวันผู้อาวุโสระดับสูงของสำนักในตอนนั้นจึงคิดวิธีหนึ่งคือสร้างที่พำนักให้วิญญาณกระบี่”
พูดพร้อมชี้ไปยังกระบี่ขยาดใหญ่ที่ปักอยู่ระหว่างฟ้าดิน
“นั่นแหละ”
กู่หยวนไม่คาดคิดที่แท้กระบี่เล่มนี้ไม่ใช่แค่ศูนย์กลางค่ายกลใหญ่แต่ยังเป็นที่พำนักของวิญญาณกระบี่ด้วย
ถ้าอย่างนั้นค่ายกลที่ห่อหุ้มทั้งทวีปก็คือวิญญาณกระบี่เล่านี่ที่ควบคุมอยู่สินะ?
คิดได้ดังนั้นแววตากู่หยวนก็เปล่งประกายเขามองทะลุกำแพงเข้าไปด้านในทันที
เขาเห็นวิญญาณกระบี่จริงๆแต่…วิญญาณกระบี่นั้นถูกยันต์นับไม่ถ้วนผนึกตรึงเอาไว้
หืม? นี่มัน…
“พี่จินวิญญาณกระบี่ของกระบี่ทำลายสวรรค์ไม่มีปฏิกิริยามานานเท่าไหร่แล้ว?” กู่หยวนแทรกขึ้นถาม
จินเหอเว่ยตกใจเล็กน้อยคิดครู่หนึ่งแล้วก็เข้าใจ “อ้อ ใช่แล้วด้วยวิชากระบี่ของพี่กู่ย่อมรู้ดีว่าหากวิญญาณกระบี่จากตัวกระบี่นานเกินไปจะอ่อนแอลงทุกวัน”
“พี่กู่วิญญาณกระบี่เล่มนี้ไม่มีปฏิกิริยามาอย่างน้อยหนึ่งแสนปีแล้ว”
“ว่ากันว่าเพราะอยู่ห่างจากร่างกระบี่นานเกินไปจึงอ่อนแอลงเรื่อยๆบัดนี้…คงสลายไปแล้วกระมัง”
กู่หยวนร้องในใจว่า “นี่มัน!” ผลลัพธ์ถูกแต่กระบวนการผิดหมดเลย!
เขาไม่ได้ “เดา” แต่ “เห็น” ด้วยตาตัวเองต่างหาก!
“วิญญาณกระบี่จากกระบี่ทำลายสวรรค์แม้มีที่พำนักใหม่ สูงสุดก็แค่ไม่ถนัดหน่อยจะอ่อนแอลงได้อย่างไร?”
“ในความเห็นข้าเกรงว่ามีคนลงมือทำอะไรกับวิญญาณกระบี่”
จินเหอเว่ยหัวเราะทันที “พี่กู่พูดเรื่องน่าหัวเราะจริงๆนี่เป็นไปไม่ได้”
“ที่พำนักวิญญาณกระบี่คือหัวใจของสำนักคนธรรมดาเข้าใกล้ไม่ได้ด้วยซ้ำใครจะไปลงมือกับวิญญาณกระบี่ได้?”
“แถมวิชาในด้านนี้ส่วนใหญ่สูญหายไปหมดแล้วสมัยนี้แค่ต้องการให้สมบัติกำเนิดจิตสำนึกยังยากยิ่งนักแม้ปรมาจารย์หลอมอาวุธขั้นเก้าก็ไม่กล้าพูดว่าต้องหลอมสมบัติวิญญาณได้แน่นอน”
“สมบัติวิญญาณมีน้อยอยู่แล้วความรู้เกี่ยวกับวิชาวิญญาณก็ยิ่งหายาก”
“ไม่รู้จักแล้วจะลงมือได้อย่างไร?”
กู่หยวนมองกระบี่ใหญ่ในระยะไกลอีกครั้ง “พี่จินข้าคิดว่าเรื่องอะไรก็ตามอย่าพูดตัดสินจะดีกว่า”
ยังอยากพูดต่อแต่ทันใดนั้นร่างเงาคนหนึ่งก็พุ่งมาจากที่ไกลๆขัดจังหวะกู่หยวนเอาไว้